Mag-log inสองวันต่อมา 17.00 น.
บรรยากาศภายในร้านของนัสรินและเพื่อนเพิ่งหายจากความวุ่นวายหลังจากที่ลูกค้าคนสุดท้ายเพิ่งก้าวออกจากร้านไป แมนดี้ แพรวา และเฌอแตม กำลังช่วยกันจัดระเบียบหุ่นโชว์และเก็บม้วนผ้าเตรียมตัวจะปิดร้านตามปกติ
“เหนื่อยกันหน่อยนะจ๊ะเด็ก ๆ วันนี้ลูกค้าเยอะเป็นพิเศษเลย” แมนดี้เอ่ยพลางยืดเส้นยืดสายแล้วเปิดตู้เย็นหยิบน้ำออกมาดื่ม
“เหนื่อยแต่ก็คุ้มนะคะพี่แมนดี้ วันนี้เราได้ลูกค้าใหม่เยอะ ๆเลยค่ะ” เฌอแตมพูดพลางหยิบน้ำในตู้ส่งน้ำให้กับแพรวาและนัสริน
“เดี๋ยวจัดการพวกนี้เสร็จก็กลับกันเลยนะ แกจะให้ฉันไปส่งที่บ้านไหมโรส” แพรว่าหันมาถามเพราะเมื่อเช้าสามีของขับรถมาส่งที่ร้าน
“พวกแกกลับเถอะ ฉันว่าจะอยู่ต่ออีกนิดพอดีว่าอาของพี่ณัฐบอกว่าจะแวะมาตัดสูท” นัสรินพยายามควบคุมน้ำเสียงราบเรียบเพราะกลัวว่าเพื่อนจะสังเกตได้ว่าเธอตื่นเต้นที่จะได้เจอกับเขา
“ให้พวกฉันอยู่ช่วยไหมล่ะ” เฌอแตมถาม
แต่นัสรินยังไม่ทันตอบ เสียงกระดิ่งหน้าร้านก็ดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของชายหนุ่มหน้าตาดี เขาอยู่ในเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นถึงศอกและกางเกงสแล็คสีดำที่มาพร้อมหุ่นราวกับนายแบบ เขายิ้มอย่างเป็นมิตร
“สวัสดี ผมมาช้าไปหรือเปล่านี่ร้านจะปิดแล้วใช่ไหม” อัคคีเอ่ยทักทายด้วยรอยยิ้มทรงเสน่ห์
“ยังหรอกค่ะ มีอะไรให้พวกเรารับใช้คะ” แมนดี้รีบลุกไปต้อนรับ
“อาไฟ....”
“นี่อาที่แกบอกเหรอโรส”
แล้วนัสรินก็แนะนำให้เพื่อนทุกคนรู้จักกับอัคคี
“ขอโทษนะครับที่มาตอนร้านกำลังจะปิด ถ้ายังไงพวกคุณกลับก่อนก็ได้นะ เดี๋ยวผมจะอยู่คุยรายละเอียดกับโรสต่ออีกนิดหน่อย”
“งั้นพวกเราขอตัวกลับก่อนนะโรส ฝากดูแลคุณอาด้วยนะจ๊ะ”
เพื่อนทั้งสามคนเก็บของแล้วเดินออกจากร้านไปแล้ว บรรยากาศภายในร้านก็ตกอยู่ในความเงียบมีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานอยู่ นัสรินยืนเกร็งอยู่หลังเคาน์เตอร์ หัวใจเต้นรัวจนแทบจะควบคุมจังหวะหายใจไม่ได้
“เราอยู่กันสองคนแล้วเริ่มจากตรงไหนดีล่ะ” อัคคีพูดเสียงทุ้มพลางเดินเข้ามาใกล้กับจุดที่เธอยืนอยู่
“งั้นเราเริ่มวัดตัวกันเลยนะคะ อาไฟจะได้รีบกลับไปพักผ่อน”
“อาต้องถอดเสื้อไหม” อัคคีแกะกระดุมเม็ดที่สองออกหนึ่งเม็ด
“ไม่ต้องค่ะ” หญิงสาวรีบห้ามจากนั้นเธอก็สูดลมหายใจเข้าลึกก่อนจะก้าวเข้าไปหาเขา มือสั่นเทาขณะที่ยกสายวัดขึ้นพาดรอบลำคอหนาของเขา ความใกล้ชิดทำให้เธอรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นเพราะอัคคีจงใจก้มหน้าลงมาจนปลายจมูกของเขาเกือบจะชนกับขมับของเธอ
“ไหล่กว้างเท่าไหร่ครับ” เขาถามเบา ๆ เสียงพร่าใกล้ใบหูจนนัสรินขนลุกซู่
“เดี๋ยววัดเสร็จโรสจะเอาให้ดูค่ะ” เธอพึมพำขณะที่ต้องอ้อมมือไปโอบรอบแผ่นหลังกว้างเพื่อวัดขนาดรอบอก เธออยากทำทุกอย่างให้เสร็จ แต่อัคคีกลับแกล้งขยับตัวเข้ามาประชิดมากขึ้น เมื่อถึงตอนที่ต้องวัดรอบเอวและสะโพก เขาจงใจก้มหน้าลงมาซุกไซ้ที่ใบหูของเธอเบา ๆ จนเธอสะดุ้ง
“อาไฟ อย่าทำแบบนี้ค่ะ” เธอประท้วงเสียงสั่น พยายามจะถอยห่าง
“ทำอะไรครับอาแค่จะช่วยให้โรสวัดได้ถนัดขึ้น หรือว่าโรสกำลังคิดถึงเรื่องที่นอร์เวย์อยู่” เขาพูดพลางกระตุกยิ้มเจ้าเล่ห์
“เปล่าค่ะ”
“นั่นสินะ เพราะเรื่องคืนนั้นคืนนั้นเราไม่ได้วัดตัวด้วยสายวัด แต่เราวัดกันที่ความสุขมากกว่า”
“อาไฟคะ โรสขอร้องให้มันจบลงที่นั่นเถอะค่ะ ตอนนี้เราอยู่ในสถานะที่มันไม่ควรจะเป็นแบบนั้น อาไฟก็รู้ว่าโรสเป็นใคร” นัสรินพูดด้วยเสียงสั่น
“อาเป็นคนความจำดีนะ อะไรที่มันประทับใจ อาก็ลืมยากหน่อย ตอนแรกอาก็คิดว่ามันควรจะจบ แต่พรหมลิขิตคงอยากให้เราไปต่อ ถึงได้ส่งโรสมาให้เป็นหลานสะใภ้อา” เขาคว้าข้อมือเล็กที่ถือสายวัดไว้แล้วกระชากให้เธอเข้ามาใกล้ ก่อนจะรวบเอวเธอให้เข้ามาปะทะอกอย่างจงใจ
“ปล่อยค่ะ... เดี๋ยวใครมาเห็นเข้า”
“ไม่มีใครเห็นหรอก ร้านปิดแล้ว มาเลือกผ้ากันดีกว่านะครับคุณดีไซเนอร์ นั่งใกล้ ๆ อาหน่อย อาจะได้ปรึกษาถูก” เขาพาเธอไปนั่งที่โซฟารับแขกตัวใหญ่มุมห้อง
อัคคีดึงให้เธอนั่งลงข้าง ๆ อัคคีเปิดสมุดตัวอย่างผ้าพลางใช้นิ้วชี้ไปตามลวดลาย แต่สายตาของเขาไม่ได้มองที่ผ้าเลยแม้แต่นิด เขามองเพียงใบหน้าหวานที่กำลังก้มหน้าก้มตาอธิบายคุณสมบัติของเนื้อผ้าด้วยเสียงที่ตะกุกตะกัก
“นี่คือวูลนี้ค่ะ เป็นนิยมมากเพราะยืดหยุ่นดีและระบายอากาศได้ดีค่ะ เหมาะกับอากาศเมืองไทย” นัสรินอธิบายอย่างตั้งใจ
“อาชอบสัมผัสที่มันนุ่มและอุ่นกว่าผ้าวูลครับ” เขาพูดลางเลื่อนมือไปลูบไล้ที่ต้นขาของเธออย่างจงใจ
“อาไฟคะ โรสขอร้องเถอะค่ะ อย่าทำแบบนี้ โรสเป็นเมียของพี่ณัฐนะคะและเขาก็เป็นหลานของอาไฟ อาไม่สงสารโรสบ้างเหรอคะ” น้ำตาเริ่มรื้นขึ้นมาที่ขอบตาด้วยความอึดอัดใจ
อัคคีหยุดมือนิ่ง เขามองลึกเข้าไปในดวงตาที่สั่นระริกของเธอ แววตาของเขาเปลี่ยนจากเจ้าเล่ห์เป็นความเห็นอกเห็นใจ
“เพราะสงสารไงล่ะ อาถึงอยากให้โรสหาความสุขให้ตัวเอง หรือโรสอยากจะใช้ชีวิตแบบไม่มีความสุข”
“โรสไม่เถียงว่ามีความสุข แต่เรื่องที่เกิดขึ้นมันทำให้โรสรู้สึกผิดมาก โรสเป็นผู้หญิงไม่ดีแต่งงานแล้วแต่ก็ยังไปนอนกับคนอื่น ถ้าคนอื่นรู้เรื่องนี้โรสก็ไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน”
“จะแคร์คนอื่นทำไมในเมื่อสามีของโรสเองก็มีคนอื่น”
“ถึงเขาจะทำดีแต่โรสก็ไม่จำเป็นต้องทำแบบเขา จากนี้หนึ่งปีโรสยินดีจะชดใช้ให้เขา”
“หนึ่งปีมันนานเกินไปนะ ในเมื่อสามีโรสเขาเลือกที่จะมีความสุขกับคนอื่น แล้วทำไมโรสต้องปิดกั้นตัวเองล่ะ อาไม่ได้จะมาทำร้ายโรส แต่อาอยากทำให้โรสมีความสุข” เขาเชยคางเธอขึ้นแล้วมองลึกลงไปในแววตาที่มีแต่ความเศร้าและหวังว่าตนเองจะทำให้เธอได้มีความสุขในกรงขังที่เรียกว่าการแต่งงาน
นัสรินนิ่งไป เธอไม่มีคำพูดใดจะโต้แย้ง ความเจ็บปวดจากความเพิกเฉยของณัฐวุฒิยังคงติดอยู่ในใจ เธอรู้ว่าสัมผัสของอัคคี มันจะผิด แต่มันคือสิ่งเดียวที่ทำให้เธอรู้สึกว่าเธอยังมีตัวตนในฐานะผู้หญิงคนหนึ่ง
เมื่อเลือกผ้าเสร็จสิ้น อัคคีก็จัดการเก็บสมุดตัวอย่างผ้าเข้าที่ เขาหันมามองหญิงสาวที่นั่งคอตกอยู่บนโซฟา
“ไปครับ กลับบ้านกัน วันนี้ณัฐไม่ได้มารับใช่ไหม”
“ค่ะ ปกติตอนเย็นแบบนี้โรสจะติดรถไปกับเพื่อนหรือไม่ก็เรียกรถกลับบ้านเอง”
“ขับรถไม่เป็นเหรอ”
“เป็นค่ะ แต่ไม่ค่อยเก่ง”
“ถ้าอาว่างอาจะสอนให้นะ”
“ไม่เป็นไรค่ะ โรสไม่อยากรบกวน”
ตลอดทางกลับบ้านในรถยุโรปคันหรู นัสรินนั่งเงียบกริบมองออกไปนอกหน้าต่าง ขณะที่อัคคีขับรถด้วยมือเดียว ส่วนมืออีกข้างหนึ่งของเขาเอื้อมมาวางทับบนมือของเธอที่วางอยู่บนตัก เขาบีบมือเธอเบา ๆ ราวกับจะบอกว่าเธอมีตัวตนสำหรับเขาเสมอ
ภายในห้องรับแขกของบ้านหลังใหญ่ดูอบอุ่นและผ่อนคลายกว่าที่เคยเป็นมา ณัฐวุฒินั่งเคียงข้างกับหมอสรวิชย์ โดยมีคุณย่าวิไลนั่งอยู่ที่โซฟาตัวยาวฝั่งตรงข้าม ส่วนอัคคีและนัสรินนั่งอยู่ถัดไป ทั้งหมดกำลังพูดคุยถึงแผนการในอนาคตด้วยความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง“ผมขอบคุณทุกคนจริง ๆ นะครับ โดยเฉพาะโรส ขอบคุณที่ยอมอดทนและช่วยปิดบังเรื่องของผมมาตลอด หลังจากนี้ผมอยากให้โรสมีความสุขกับชีวิตของตัวเองจริง ๆ เสียที” ณัฐวุฒิพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความจริงใจและสำนึกผิด แววตาของเขาสื่อถึงความรู้สึกผิดที่เคยดึงเธอเข้ามาเกี่ยวพันในวังวนที่ซับซ้อนนี้“โรสก็ต้องขอบคุณพี่ณัฐเหมือนกันค่ะ ที่ช่วยเหลือพ่อของโรส โรสดีใจที่เห็นพี่ณัฐมีความสุขนะคะ”“ผมก็ขอบคุณโรสด้วยนะครับ” หมอสรวิชย์พูดเสริมขึ้น“ย่าเองก็ดีใจที่ทุกอย่างคลี่คลายไปในทางที่ดี เรื่องข่าวคราวข้างนอกไม่ต้องห่วงนะ ณัฐจัดการทุกอย่างไว้ดีแล้ว ต่อไปนี้อัคคีก็ดูแลหนูโรสให้ดี ๆ ล่ะ อย่าให้ย่าต้องผิดหวังในตัวลูกอีกนะ”“ผมสัญญาครับคุณย่า ผมจะดูแลโรสด้วยชีวิตของผม” อัคคีตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและจริงจัง พร้อมกับกุมมือนัสรินไว้แน่น แววตาของเขาเต็มไปด้วยความรักที่เอ่
เพราะความลับไม่มีในโลก แม้ว่าจะพยายามปกปิดมันมากแค่ไหนแต่วันหนึ่งความลับมันก็จะต้องเปิดเผยออกมา เหมือนกับเรื่องของณัฐวุฒิและหมอสรวิชย์วันนี้ภายในโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังมีข่าวลือที่พูดกันไปทั่วทุกแผนก ภาพถ่ายหลายใบที่ถูกแอบถ่ายในมุมหนึ่งของรีสอร์ตส่วนตัวริมทะเลแห่งหนึ่ง ถูกส่งต่อกันในกลุ่มไลน์อย่างรวดเร็ว ในภาพนั้นคือณัฐวุฒิรองประธานบริหารหนุ่มที่แสดงออกถึงความสนิทสนมเกินกว่าคำว่าเพื่อนกับหมอสรวิชย์ศัลยแพทย์หนุ่มอนาคตไกลของโรงพยาบาล“แกเห็นรูปหรือยัง ไม่น่าเชื่อเลยนะ คุณณัฐวุฒิเพิ่งแต่งงานกับคุณโรสไปไม่กี่เดือนเองไม่ใช่เหรอ”“สงสารคุณโรสแย่เลย ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ต้องมาเจอสามีนอกใจไปหาผู้ชายด้วยกันแบบนี้เป็นฉันคงอกแตกตาย”“นั่นสิ หน้าตาก็ดี โปรไฟล์ก็เลิศ ที่แท้ก็พวกเสือไบคบได้ทั้งผู้ชายผู้หญิง แต่งงานบังหน้าแล้วยังแอบนอกใจภรรยามาเสพสุขกับหมอในโรงพยาบาลตัวเองอีก หน้าเนื้อใจเสือชัด ๆ”คำนินทาที่เผ็ดร้อนและสายตาของหลายคนที่มองมายังณัฐวุฒิและคุณหมอหนุ่มทำให้ทั้งสองรู้อึดอัดมาก ชายหนุ่มนั่งนิ่งอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ในห้องผู้บริหาร มือหนากำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปนข้อนิ้วซีดขาว ไม่ใช่เพราะความ
ความลับของอัคคีและนัสรินยังคงเป็นความลับต่อไปแม้ว่าหญิงสาวจะหย่าขาดจากสามีนานมาแล้วหนึ่งเดือนก็ตามอัคคีไม่อยากเร่งรีบและไม่อยากให้นัสรินถูกคนอื่นมองไม่ดีแต่ลึก ๆ ในใจเขากลับรู้สึกอึดอัดกับความลับนี้มากขึ้นทุกวัน พอมาวันนี้เขาก็ตัดสินใจแล้วว่าจะสารภาพเรื่องทุกอย่างกับมารดาเพราะปลายเดือนนี้เขาจะต้องเดินทางไปทำงานที่ประเทศเยอรมันและอยากพานัสรินไปกับเขาด้วยเรื่องนี้อัคคีไม่ได้บอกนัสรินไว้ก่อนเขาคิดว่าถ้าพูดออกไปหญิงสาวก็คงจะห้ามแต่สำหรับเขาแล้วคิดว่ามันถึงเวลาที่ตัวเองจะต้องสภาพความจริงกับมารดา ชายหนุ่มวางแผนเอาไว้แล้วว่า เมื่อบอกความจริงไปแล้วเขาจะคืนหุ้นทั้งหมดให้กับท่านรวมถึงทำเรื่องเปลี่ยนนามสกุลมาใช้นามสกุลของมารดาเพื่อไม่อยากให้นัสรินถูกมองว่าแต่งงานกับหลานแล้วยังมาแต่งงานกับอาอีก เขาพยายามหาทางออกที่ดีที่สุดเพื่อปกป้องคนที่เขารักหลังจากทานอาหารค่ำกับมารดาตามลำพังแล้วอัคคีก็เดินตามท่านมายังห้องนั่งเล่น สีหน้าของชายหนุ่มค่อนข้างเครียดจนทำให้คุณวิไลพอจะมองออกว่าลูกชายคนเล็กของตนเองน่าจะมีเรื่องไม่สบายใจอะไรบางอย่าง“เป็นอะไรหรือเปล่าไฟ” คุณวิไลถามลูกชายคนเล็กถึงแม้เธอจะไม่ได้คลอดเข
ความเงียบปกคลุมไปทั่วห้องรับแขกเมื่อนัสรินพูดถึงเรื่องหย่าออกมาอย่างหน้าตาเฉย“แกพูดอะไรยัยโรส นี่ไม่อยากให้พ่อไปขอเงินผัวแกถึงกับต้องบอกว่าหย่ากันเลยเหรอ” ทรงพลไม่เชื่อสิ่งที่ลูกสาวพูด“นั่นสิ อย่าลืมนะว่าที่ได้แต่งงานกับคนรวยล้นฟ้าแบบนี้เพราะใคร” พิมพ์พาพูดเสริมขึ้น“โรสจะโกหกทำไมคะ ถ้าพ่อไม่เชื่อก็รอไปดูได้เลย บ่ายวันศุกร์นี้เราก็จะหย่ากัน”“แกเพิ่งแต่งงานเองนะ”“พ่อคะ คนเราไม่ได้รักกัน เข้ากันไม่ได้จะทนอยู่กันไปทำไม รีบหย่าแล้วไปใช้ชีวิตอิสระดีกว่าไหม”“ถ้าขอไม่ได้ก็ฟ้องหย่าขอค่าเลี้ยงดูสิ คนอย่างคุณณัฐวุฒิคงยอมจ่ายแน่ เผลอ ๆ จะได้มากกว่าห้าล้านนะคะคุณพี่”“จริงสิ พี่ลืมเรื่องนี้ไปได้ยังไง” ทรงพลยิ้มเมื่อได้รับคำแนะนำจากภรรยา“ถ้าพ่อฟ้องหย่าเขาอาจจะทวงเงินคืนจากพ่อก็ได้นะคะ”“ทำไมแกต้องหย่ากับเขาด้วยนะ พ่อขอสั่งให้แกยกเลิกการหย่า ถ้าทำอะไรผิดกับเขาหรือเขาไม่พอใจเรื่องอะไรแกก็ต้องปรับปรุงตัว ทำยังไงก็ได้ให้เขาไม่หย่า”“ไม่ค่ะพ่อ โรสตัดสินใจแล้วว่ายังไงก็จะหย่า ส่วนเรื่องเงินพ่อเลิกคิดไปเลยค่ะ”“แกนี่มันลูกเนรคุณ ถ้าแกหย่าแล้วฉันจะเงินที่ไหนมาหมุนในบริษัท ฉันอุตส่าห์ส่งแกไปเรียนเมือ
อัคคีลืมตาตื่นขึ้นมาตั้งแต่เช้าตรู่ เมื่อคืนเขาไม่ได้กลับบ้านอย่างที่คิดไว้เพราะยังไงเสียมารดาก็คงคิดว่าเขาเมาจนนอนค้างที่อื่น สายตาคมมองใบหน้าหวานของนัสรินที่กำลังหลับสนิท เขายังคงโอบกอดเธอเอาไว้หลวม ๆ ชายหนุ่มยิ้มเมื่อนึกถึงค่ำคืนที่เต็มไปด้วยความเร่าร้อนของเขาและเธอชายหนุ่มขยับลุกจากเตียงอย่างแผ่วเบาเพราะไม่อยากกวนเวลาพักผ่อนของคนรัก เขาก้าวเข้าไปจัดการตัวเองในห้องน้ำ ก่อนจะเดินออกมาที่ห้องนั่งเล่นแล้วกดสั่งอาหารเช้าจากร้านโปรดผ่านแอปพลิเคชันก่อนจะลงไปและเตรียมไว้รอหญิงสาวที่เขาได้ยินเสียงเธอกำลังอาบน้ำอยู่“กลิ่นหอมจังเลยค่ะ อาไฟทำอาหารเหรอคะ” หญิงสาวทำจมูกฟุตฟิตก่อนจะเดินมายังโต๊ะอาหาร“อาสั่งมาครับ ถ้าให้อาทำก็กลัวว่าจะเสร็จช้าอากลัวโรสหิว”“ขอบคุณค่ะ กินเลยนะคะหนูกลัวไปทำงานสาย”อาหารเช้าง่าย ๆ อย่างข้าวต้มกุ้งกับน้ำคั้นสดแต่รสชาติกลับอร่อยจนทั้งสองทานหมดชามในเวลารวดเร็ว จากนั้นกันมายังรถที่จอดอยู่“อาไฟจะตอบคุณย่ายังไงคะ ถ้าคุณย่าถามว่าทำไมไม่กลับบ้าน”“ท่านไม่ถามหรอกแค่ท่านเห็นว่าอาปลอดภัยท่านก็สบายใจแล้วล่ะ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่อาไม่กลับไปนอนที่บ้าน”“แล้วอาไฟไปนอนที่ไหนคะ ไ
นราวดียิ้มร่าเมื่อเห็นเขาเดินลงไปจากรถแต่เธอคิดว่าแผนยั่วยวนของตนเองนั้นได้ผล เธอยิ้มเมื่ออัคคีเปิดประตูให้เธอ“ลงมาได้เลย”“ไม่เห็นต้องใจร้อนเลยค่ะพี่ไฟ ยังไงคืนนี้เหมียวก็มีเวลาให้พี่ทั้งคืน” หญิงสาวลงจากรถแล้วยิ้มก่อนจะใช้แขนคล้องคอชายหนุ่มไว้และเบียดกายเข้าหาอย่างเชิญชวน“พอเถอะเหมียว” เขาพูดเสียงเข้มก่อนจะแกะมือของหญิงสาวออก“พี่ไฟ” หญิงสาวมองอย่างขัดใจ“เราจบกันแล้วตั้งแต่เมื่อหกปีก่อน พี่ขอพูดอย่างชัดเจนเลยนะว่าต่อให้เหมียวพยายามแค่ไหนเราก็กลับมาคบกันไม่ได้ ต่อให้พี่ไม่มีแฟนพี่ก็ไม่คิดจะกลับไปคบกับเหมียวหรอกนะ”“วันนี้พี่ไฟอาจยังไม่ใจอ่อน แต่เหมียวรอพี่ไฟได้นะคะ”“อย่าทำอะไรที่มันเสียเวลาเลยนะ” คำพูดของอัคคีทำให้นราวดีหน้าชา เธอสะบัดหน้าใส่ก่อนจะเดินเข้าไปในคอนโดอัคคีมองตามหลังเธอไปอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะรีบขับรถออกไปทันที โดยไม่รู้เลยว่ามีสายตาคู่หนึ่งจากชั้นบนของคอนโดนั้น กำลังมองลงมาเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดผ่านกระจกบานใสด้วยความรู้สึกที่คาดเดาไม่ได้ชายหนุ่มไม่ได้กลับไปที่บ้านตามความตั้งใจเติมแต่เขาขับไปยังคอนโดมิเนียมของนัสรินแทนชายหนุ่มเปิดประตูห้องลงเบา ๆ สายตากวาดไปทั้งห้องที
นัสรินก้าวเข้ามาในห้องนอนกว้างด้วยความรู้สึกสับสน หญิงสาวชะงักฝีเท้าเมื่อเห็นร่างสูงของณัฐวุฒิเดินออกมาจากห้องน้ำ เขาอยู่ในชุดนอนสีเข้ม ผมยังเปียกชื้นเล็กน้อย กลิ่นสบู่หอมสดชื่นโชยมา แต่เธอไม่ได้รู้สึกสดชื่นตามเลย“กลับมาแล้วเหรอ” ณัฐวุฒิเอ่ยทักโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นจากหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่เข
ภายในรถคันหรูที่มุ่งหน้าไปยังห้างสรรพสินค้าชั้นนำ ความเงียบปกคลุมอยู่พักใหญ่ก่อนที่อัคคีจะทำลายมันลง“วันหยุดที่จะถึงนี้อยากไปเที่ยวไหนหรือเปล่า”“ไม่ค่ะ”“แต่อาไม่อยากให้โรสเหงาอยู่บ้านคนเดียว”“คนเดียวที่ไหนคะ พี่ณัฐก็อยู่ค่ะ”“อย่าหลอกตัวเองเลย อาเดาว่าเขาก็คงเอาเวลาไปอยู่กับคนรักส่วนโรสก็คงต้อง
เช้าวันต่อมาบรรยากาศบนโต๊ะอาหารดำเนินไปตามปกติ คุณย่าวิไลนั่งยิ้มแย้มเตรียมแผนการเดินทางไปทำบุญใหญ่ที่ต่างจังหวัดเธอหวังว่าหลานชายและหลานสะใภ้จะได้อยู่กันตามลำพัง“ตกลงตาณัฐกับหนูโรสจะไม่ไปทำบุญกับย่าจริง ๆ ใช่ไหมลูก” คุณย่าวิไลเอ่ยถามพลางมองหน้าหลานชายและหลานสะใภ้“ครับคุณย่า พอดีผมมีที่ต้องรีบเคล
ภายในห้องนอนกว้างที่ถูกตกแต่งอย่างหรูหรา แต่สำหรับนัสรินห้องนี้กลับดูอ้างว้างและหนาวเหน็บเกินกว่าใครจะนึกถึง เมื่อสามีของเธอมีแต่ความเย็นชานัสรินนั่งเล่นมือถืออยู่บนเตียง มันแบบนี้ทุกคืนที่เธอมีเพียงโทรศัพท์มือถือเป็นเพื่อนเสียงประตูห้องเปิดออกเบา ๆ ทำให้เธอสะดุ้งเล็กน้อย ณัฐวุฒิก้าวเข้ามาในห้องด







