LOGINอีกสามวันต่อมา
ถึงวันนัดหมาย รถเก๋งสีแดงของชมพู่แล่นเข้ามาจอดใต้ต้นไทรสูงใหญ่ ตระหง่านอยู่หน้าบ้านอาจารย์ยอด สภาพเป็นเรือนไม้สองชั้นแบบโบราณ ตั้งอยู่ท่ามกลางป่ากล้วยขึ้นเป็นดงหนาทึบ ที่หลังบ้านมีแม่น้ำไหลผ่าน
ชมพู่กับหมวยจูงมือกันก้าวเดินมาถึงเรือน สายตาปะทะเข้ากับร่างสูงใหญ่ของชายคนหนึ่งก้าวเดินลงมาจากบันได
“ฉันมาหาพ่อหมอจ้ะ… ”
ชมพู่กล่าว จ้องมองใบหน้าหล่อเหลาคมคร้ามของ ‘เมฆ’ ศิษย์เอกของอาจารย์ยอด เมฆเป็นผู้ชายตัวใหญ่มาก ใบหน้าคมคร้ามหล่อเหลาสะดุดตา ทำเอาทั้งหมวยและชมพู่ตะลึง
“อาจารย์อยู่ข้างบน… กำลังว่างอยู่พอดี… ”
เมฆกล่าว ขณะสายตาจ้องมองเรือนร่างขาวอวบสะดุดตาของหมวยและชมพู่อย่างให้ความสนใจ ผู้หญิงสองคนนี้น่าจับมาลงของเหลือเกิน
“ตามขึ้นมาสิ… ”
เมฆกล่าวพลางก้าวเดินขึ้นบันได หมวยกับชมพู่รีบเดินตามขึ้นมา
ครู่สั้นๆ ต่อมา
หมวยกับชมพู่พากันเข้ามาในห้องทำพิธีของพ่อหมอซึ่งบางคนเรียกว่าอาจารย์ยอด
“มากันสองคนรึ… ”
อาจารย์ยอดถาม
“จ้ะ… หนูมากันสองคน”
ชมพู่ตอบ สะดุดตากับเรือนร่างสูงใหญ่ของชายที่ผู้คนเรียกขานขนานนามเขาว่า ‘จอมอาคม’
‘คุณพระ… นี่หรืออาจารย์ยอด’
หมวยแอบอุทานในใจด้วยความประหลาดใจ ก็ใครจะคิดว่าจอมขมังเวทย์คนนี้จะผิดไปจากทุกอย่างที่ตัวเองคาดเอาไว้ล่วงหน้า
เพราะว่ารูปร่างของเขาสูงใหญ่สุดสามร์ท ความสูงที่เห็นอยู่นี้น่าจะแตะร้อยแปดสิบเซนติเมตร ผิวเป็นสีแทน เนื้อตัวกำยำไปด้วยมัดกล้าม ใบหน้าหล่อเหลาคมคร้าม ดวงตาสีน้ำตาลแฝงประกายเสน่ห์จนสัมผัสได้ คิ้วเป็นแพสีดำหนา ขนคิ้วเรียงแนวเป็นระเบียบสวยดุจเดียวกับขนตา
“อยากทำแบบไหน… อยากได้แบบไหน… ”
อาจารย์ยอดถาม…
ดวงตาของเขาคมกริบ จมูกโด่งเป็นสันสวย มีแผงหนวดสีดำเป็นแพหนาปกคลุมอยู่เหนือริมฝีปากหยักลึก ที่คางและสันกรามทั้งสองข้างเต็มไปด้วยตอเคราเขียวครึ้มที่เพิ่งผ่านการโกนมาได้ไม่กี่วัน
“เอ่อ… แล้วมีแบบไหนบ้างล่ะจ๊ะ”
หมวยถาม
“ก็มีทุกแบบ สักยันต์ อาบน้ำมนตร์ ลงนะหน้าท้อง ลงของ… ”
อาจารย์ยอดกล่าว
“แล้วท่านอาอาจารย์พอจะแนะนำได้ไหมคะ… ว่าควรทำแบบไหน… แบบไหนที่ได้ผล”
ชมพู่ถาม
“อย่างเอ็งสองคนนี่… ข้าแนะนำให้ลงของ… ”
สายตาของอาจารย์ยอดมองสำรวจเรือนร่างเซ็กซี่สะดุดตาของหมวยและชมพู่อย่างให้ความสนใจ นานๆ จะมีเนื้อนมไข่แบบนี้หลงเข้ามา แล้ววันนี้มาแบบแพ็คคู่เสียด้วยสิ
“จ้ะ… ตามใจอาจารย์จ้ะ”
ชมพู่กล่าว
จากนั้นอาจารย์ยอดก็ถามวันเดือนและปีเกิดของทั้งสอง คว้ากระดานชนวนขึ้นมาขีดๆ เขียนๆ เพียงอึดใจสั้นๆ หลับตาบริกรรมคาถาแล้วเงยหน้าขึ้นมากล่าวกับสองสาว
“ช่างบังเอิญจริง… เอ็งทั้งสองคนมีไฝอยู่ในที่ลับ… แล้วปีนี้ก็ดวงชงทั้งคู่… ”
อาจารย์ยอดกล่าว
“ห๊ะ… ปีนี้หนูดวงชงหรือจ๊ะ”
หมวยถามด้วยสีหน้าตกใจ
“ใช่… ดวงชงทั้งสองคนเลย แต่ไม่ต้องตกใจ ข้าช่วยได้… เพิ่งมาถึงเหนื่อยๆ ดื่มน้ำกันก่อนนะ”
พ่อหมอเหลือบมองไปยังไอ้เมฆ ศิษย์คนสนิท
“เอ่อ… นี่น้ำอะไรจ๊ะ”
ชมพู่เอ่ยถามด้วยความสงสัย จ้องมองน้ำในขันทองเหลืองที่เมฆยื่นมาให้ตรงหน้า
“น้ำมนต์ปลุกเสก… ”
อาจารย์ยอดตอบ ขณะจ้องมองผู้หญิงสองคนดื่มน้ำในขัน เพราะเชื่อว่าเป็นน้ำมนต์ตามที่บอก
“ไม่ใช่แค่ดวงชงนะ… แต่เอ็งทั้งสองคนยังมีไฝกาลกิณีในที่ลับ”
อาจารย์ยอดหลับตา เหมือนกำลังใช้ตาทิพย์เพ่งทางใน ทั้งหมวยและชมพู่หันมามองหน้ากันด้วยความตกใจ
“ในที่ลับ… เอ่อ… ของหนูไม่มีนะจ๊ะ”
หมวยรีบค้าน เพราะมั่นใจว่าตัวเองไม่มีไฝที่ของลับอย่างแน่นอน
“มีสิ… มันอยู่ในที่ลับ… ที่ลึก… เอ็งก็เลยมองไม่เห็น… ไม่ใช่แค่ไฝในที่ลับนะ… ที่ใต้หัวนมก็มี”
อาจารย์ยอดกล่าว เหลือบตามองเต้านมอวบใหญ่ของสองสาวแล้วเผลอกลืนน้ำลายลงคอเสียงดังเอื๊อกด้วยความลืมตัว
“อุ๊ย… ไม่มีนะจ๊ะ”
ชมพู่อุทาน
“ใช่… ของหมวยก็ไม่มี”
หมวยยืนยัน
“ก็อย่างที่บอก… มันเป็นไฝลับ มันซ่อนอยู่ลึก ใต้เนื้อใต้หลัง ไฟกาลกิณีพวกนี้มันหลบใน ถ้าใคร… มีชีวิตก็มักจะอาภัพในความรัก… ทำกินไม่ขึ้น ชีวิตไม่เจริญรุ่งเรือง”
คำพูดนั้นสะดุดใจของหมวยและชมพู่อย่างแรง มันฟังดูน่ากลัวพิกล
ในชีวิตของหล่อนเคยเห็นอวัยวะเพศผู้ชายก็แต่ในหนังโป๊ที่เคยแอบเปิดดูเท่านั้นไม่คิดว่าแท่งเอ็นใหญ่ยาวอย่างที่นึกว่าจะมีแต่ในหนังเอวี วันนี้จะมีโอกาสได้มาเห็นของจริงเต็มตา ยิ่งมองยิ่งใจเต้นรัว “เข้ามา… ชักช้าอยู่ทำไมนังผีแม่ม่ายกระหายเอ็น มาดูดเอ็นข้าให้หนำใจแล้วจงออกไปจากร่างของหญิงสาวผู้นี้… ” พ่อหมอเรียกพลางดึงขอบกางเกงลงมากองที่ต้นขา อวดลำเอ็นยาวใหญ่มหึมา ค่อยๆ ถอดกางเกงออกไปจากปลายเท้าแล้วก้าวเข้าหาร่างน้อยนั่งตะลึงมองตาค้าง “โห… ใหญ่น่ากลัวมาก… ”หญิงสาวเหลือบตาขึ้นมองสบตาพ่อหมอค่อยๆ ขยับเข้าหา“จัดการสิ… ”กังวานเสียงทรงอำนาจคล้ายมีมนต์สะกด ทำให้ฮานะต้องเอื้อมมือเข้ามาโอบดุ้นเนื้อสีน้ำตาลยาวใหญ่อลังการมากจนมือน้อยๆ ของหล่อนไม่อาจกำได้รอบ“อู้ววว… แข็งมาก… ”ฮานะพึมพำเบาๆ…ขณะเอามือรูดชักลำเนื้อคัดแข็ง รอบๆ ดุ้นปูดโปนไปด้วยเส้นเลือดลายเอ็นเหมือนรากไม้นูนขึ้นมาโอบรอบลำ.....“อู้วววว… เสียว… ”พ่อหมอถึงกับพริ้มตาคราง เมื่อหญิงสาวรูดชักแท่งแข็งแรงขึ้น ควบคุมจังหวะชักสม่ำเสมอ.....“อู้วววว… แข็งมาก… อ๊า… ”หญิงสาวเผลอร้องครางออกมาด้วยความลืมตัว ไม่คิดว่าการใช
แต่ไม่สะทกสะท้าน ตายังจ้องมองพ่อหมอเขม็ง ทำท่าทางให้รู้ว่าผีร้ายยังไม่ยอมออกจากร่างง่ายๆ “ถ้าเจ้าขืนมายุ่งกับข้าอีก… ข้าจะกินตับไตไส้พุ่งของอีคนนี้… ข้าจะเอาชีวิตมัน… ” ผีร้ายกราดน้ำเสียงผ่านร่างของหญิงสาวที่โดนสิงสู่ ประโยคที่ได้ยินทำเอาเสี่ยอนันต์ตกใจมาก รีบขยับเข้ามาหาพ่อหมอ “ช่วยลูกสาวผมด้วยนะพ่อหมอ… ” เสียงของเสี่ยอนันต์สั่นเครือ…ขอร้องให้ช่วยเพราะกลัวว่านังผีร้ายจะเอาชีวิตของลูกสาว “ไม่ต้องกลัว… ข้ามีวิธีปราบนังผีร้ายตนนี้ แต่ข้าต้องทำพิธีเพียงลำพัง ระหว่างทำพิธีพวกเจ้าทุกคนต้องลงไปรอข้างล่าง”“ได้ครับ… ”เสี่ยรีบพยักหน้า“ข้าขอเวลาแค่พักเดียว… รับรองว่านังผีร้ายตนนี้จะต้องยอมออกจากร่างของลูกสาวของเจ้าแต่โดยดี” สิ้นคำสั่งของพ่อหมอ ทุกคนจำต้องลงไปรออยู่ที่ห้องรับแขกชั้นล่าง ปล่อยให้พ่อหมอทัพพ์ทำพิธีขับไล่ผีแม่ม่ายไปเพียงลำพัง เบื้องหลังบานประตูห้องนอนที่ปิดลง…พ่อหมอทัพพ์รีบล็อกประตู สืบเท้าเข้าหาหญิงสาวผู้มีทรวดทรงเซ็กซี่เย้ายวนตาแม้อยู่ในสภาพผมเผ้ายุ่งเหยิง “นังผีแม่ม่าย… ข้ามีข้อแลกเปลี่ยนเพื่อให้เจ้าออกจ
บัวตองร้องอุทาน…เมื่อผลักบานประตูเข้ามา สายตาปะทะเข้ากับร่างของคุณหนูที่ยังอยู่ในสภาพเดิม ผมเฝ้ายุ่งเหยิง สายชุดนอนบางๆ ข้างหนึ่งหลุดลุ่ยออกจากไหล เผยให้เห็นลาดไหล่สล้างและเนินเต้าขาวเนียนสะดุดตา “พ่อหมอคะช่วยคุณหนูด้วย… ” “ที่เจ้าเห็นอยู่นี่ไม่ใช่คุณหนู… แต่เป็นนังผีร้ายที่เข้าสิงร่างคุณหนู… ” จอมขมังเวทย์กล่าวเสียงเข้ม สายตาแทบไม่ละจากเรือนร่างสุดเซ็กซี่เย้ายวนของสาวน้อย ค่อยๆ สืบเท้าเข้าไปหา “เจ้าเป็นใคร… เพราะเหตุใดเจ้าจึงมาเข้าสิงร่างหญิงสาวคนนี้… ตอบข้ามาเดี๋ยวนี้นะเจ้าผีร้าย… ” พ่อหมอกราดน้ำเสียงใส่อย่างไม่กลัวเกรง “ข้าคือผีแม่ม่าย… ” ฮานะตอบเท่าที่จะคิดขึ้นมาได้…เพราะว่าตามแผนการที่คิดเอาไว้นั้นตัวเองไม่ได้คิดไกลมาถึงขั้นว่าผู้เป็นบิดาจะตามหมอมาปราบผี แต่ตอนนี้สถานการณ์บานปลาย หล่อนจึงต้องเล่นไปตามบท “ที่แท้ก็วิญญาณนังผีแม่ม่ายเร่ร่อนนี่เอง… นังผีร้ายข้าขอสั่งให้เจ้าออกไปจากร่างของหญิงสาวผู้นี้แต่โดยดี… ” เสียงของจอมขมังเวทย์ดุดันน่ากลัว “ข้าไม่ไป… ” ฮานะส่ายหน้า ทำตาถลนใส่คนที
เสี่ยอนันต์ถามเสียงเครียด.....“ท่าทางคล้ายโดนของ… หรือไม่ก็คงโดนผีเข้าค่ะเสี่ย… ”บัวตองตอบ แทนตัวเองสั้นๆ ว่า ‘บัว’ จนติดปาก เพราะว่าอายุของหล่อนวัยเดียวกับเสี่ยอนันต์“ห๊ะ… ฉิบหายแล้ว… ”ประโยคที่ได้ยินชัดเจนเต็มสองหู ทำเอาเสี่ยอนันต์สะดุ้งโหยง เพราะว่าเป็นคนกลัวผีและเชื่อในเรื่องลี้ลับมาแต่ไหนแต่ไร.....“ถ้าเป็นแบบนี้ยัยหนูแย่แน่ๆ เห็นทีต้องรีบตามหมอผีมาไล่… ว่าแต่เธอรู้จักหมอผีบ้างไหม… ”“บัวเคยได้ยินคนกล่าวถึง ‘หมอทัพพ์’ ค่ะเสี่ย เขาว่ากันว่าแกเก่งนักในเรื่องปราบผีและขับไล่คุณไสยมนต์ดำ… สำนักแกอยู่ตีนดอย… ”ป้าบัวกล่าวตามที่เคยได้รู้มา......“ทำไมเธอรู้เยอะจัง… ”“ก็หมอทัพพ์คนนี้หล่อ เมื่อก่อนแกเคยเป็นหมอแผนโบราณค่ะ มีความเชี่ยวชาญเรื่องสมุนไพรพื้นบ้าน จากนั้นเข้าวงการพระเครื่อง กลายเป็นเซียนพระชื่อเสียงโด่งดัง ก่อนจะผันตัวมาศึกษาศาสตร์ลี้ลับ”“งั้นรีบให้คนไปตามหมอทัพพ์มาด่วน… ”เสี่ยสั่งเสียงเข้ม…“ค่ะนาย… ”จากนั้นรถตู้สีขาวคันใหญ่ที่ตั้งใจจะมารับคุณหนูฮานะไปส่งสนามบินเชียงใหม่เพื่อเดินทางไปกรุงเทพฯ ก็มีอันต้องเปลี่ยนภารกิจไปรับหมอผีมาไล่ผีที่กำลังเข้าสิงร่างของคุณหนู.....
สถาบันกวดวิชาที่กรุงเทพฯ มีติวเตอร์ชื่อเสียงโด่งดังระดับประเทศรวมอยู่หลายคน ทุกอย่างที่เสี่ยอนันต์ทำไปก็เพื่ออนาคตของลูกสาว“ขอบใจป้าบัวนะคะที่ทำให้หนูเกิดไอเดียอะไรบางอย่าง… ”คำพูดของฮานะและน้ำเสียงเจ้าเล่ห์ ทำเอาป้าบัวนิ่วหน้าครุ่นคิด“ไอเดียอะไรคะคุณหนู… ป้าไม่เข้าใจ… ”หัวคิ้วของป้าบัวชิดเข้าหากัน“อุบไว้ก่อน… เดี๋ยวพรุ่งนี้ป้าก็รู้เองแหละ… ”ฮานะบอกไว้เพียงแค่นั้น… ยิ่งสร้างความสงสัยให้กับป้าบัวว่าคุณหนูผู้แก่นแก้วคนนี้คงมีแผนการอะไรบางอย่างเพื่อทำให้ตัวเองไม่ต้องถูกส่งไปติววิชาที่กรุงเทพฯ ตามที่ผู้เป็นพ่อวางแผนเอาไว้วันรุ่งขึ้นตอนสาย ท่ามกลางประกายแสงแดด รถตู้ที่สีขาวคันใหญ่แล่นเข้ามาจอดรอหน้าบ้านตรงตามเวลานัดหมาย แต่คนที่ช้ากลับเป็นคุณหนูฮานะ ทำให้เสี่ยอนันต์ที่กำลังนั่งดื่มกาแฟอยู่ที่เทอเรสหน้าบ้าน ต้องตะโกนบอกคนรับใช้“บัวตอง… รถมารอนานแล้วนะ ทำไมยัยหนูยังไม่ลงมาอีก… มัวทำอะไรอยู่… ”เสี่ยอนันต์กล่าวพลางยกหลังมือขึ้นมองนาฬิกา“นั่นสิคะ… เดี๋ยวบัวขึ้นไปตามให้นะคะ”ป้าบัวกล่าว เมื่อเช้าหล่อนหิ้วกระเป๋าเดินทางสีดำใบใหญ่ในห้องนอนของฮานะลงมาเตรียมไว้ตั้งแต่เช้า แต่ไม่รู้ว่าเพ
“คุณหนูคะ… คุณหนู เกิดอะไรขึ้นคะ… ” ในทันทีที่บานประตูไม้สักแผ่นกว้างถูกผลักเข้ามา หญิงวัยกลางคนละล่ำละลักถามเสียงดังลั่น สีหน้าตระหนก “หนูไม่ไปนะคะ… ฮือออ… หนูไม่ไปกรุงเทพฯ อย่างเด็ดขาด… ” หมอนสีขาวที่กำลังโดนฉีกทึ้งอยู่ในมือของสาวน้อย ขว้างปาสะเปะสะปะเข้าใส่ป้าบัวตองจนขนเป็ดกระจุยกระจาย คละคลุ้งไปทั่วห้อง “ว้าย… ใจเย็นๆ ก่อนนะคะคุณหนู… ” “ป้าบัวไม่ต้องมายุ่ง… ” สาวน้อยโวยวายไม่หยุด “โถ… ดูไม่จืดเลยค่ะ… ป้าตกใจหมดเลยคิดว่าคุณหนูโดนผีเข้า… ” ป้าบัวตองยกมือขึ้นทาบอก…จ้องมองสาวน้อยในสภาพผมเผ้ายุ่งเหยิง ดวงตาแดงเพราะเพิ่งผ่านการร้องไห้มาไม่นานฉายแววโกรธเกรี้ยวภายหลังจากโดนเสี่ยอนันต์ผู้เป็นบิดาออกคำสั่งเด็ดขาด ว่าปิดเทอมนี้ฮานะจะต้องเข้าไปอยู่หอพักแบบกินนอนแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ เพื่อติววิชาในระหว่างรอสอบเข้ามหาวิทยาลัย “อะไรนะ… ป้าว่าสภาพของหนูในตอนนี้ดูเหมือนโดนผีเข้าใช่ไหมป้า… ” ฮานะถาม…หรี่ตาครุ่นคิดถึงบางอย่างขึ้นมาได้ ไม่นึกว่าจู่ๆ คำพูดของป้าบัวตองจะจุดประกายไอเดียให้แผนการบางอย่างผุดวาบเข้าม







