LOGIN“เลิกจ้องกล้ามหน้าอกผมแล้วคิดอกุศลได้แล้วอิลลี่ " “บ้า! ใครจ้องคุณกัน ฉันเปล่านะ!” “สายตาหื่นๆของคุณมันฟ้อง” อเดลขยับตัวเข้ามาใกล้ วางแขนพาดไปกับพนักพิงด้านหลังของหญิงสาวเป็นการกักตัวเธอไว้ไม่ให้หนี
View Moreเช้าที่หนาวเหน็บและพลุกพล่านไปด้วยผู้คน กลิ่นเมล็ดกาแฟคั่วหอมกรุ่นที่ลอยอบอวลอยู่ภายในคาเฟ่ชื่อดังใจกลางมหานครนิวยอร์กไม่ได้ทำให้ ‘อิลลี่’ หญิงสาววัยยี่สิบสองปีที่เพิ่งเรียนจบหมาดๆ รู้สึกผ่อนคลายลงได้เลยแม้แต่น้อย
ดวงตากลมโตสีน้ำตาลเข้มเบิกกว้าง มือเรียวเล็กที่สั่นเทากำลังล้วงควานลงไปในกระเป๋าสะพายใบเก่งของตัวเองด้วยความร้อนรน มือเรียวสัมผัสได้เพียงลิปสติก กุญแจห้องพัก และเศษกระดาษใบเสร็จ ทว่าสิ่งที่ควรจะอยู่ตรงนั้น... “กระเป๋าสตางค์แบรนด์เนม” ทรงยาวที่ข้างในมีทั้งเงินสด บัตรเครดิต และพาสปอร์ต กลับอันตรธานหายไปอย่างไร้ร่องรอย!
“ม่ายยยย... ไม่จริงน่า” อิลลี่ครางเสียงหลงในลำคอ ใบหน้าหวานซีดเผือดลงทันตาเห็นเธอเพิ่งบินข้ามน้ำข้ามทะเลจากเมืองไทยมาถึงอเมริกาได้เพียงไม่กี่วันที่สองเท่านั้น เพื่อฉลองการรับปริญญาตามความฝัน แต่ฝันหวานกลับกลายเป็นฝันร้ายกลางวันแสกๆ เมื่อเธอเพิ่งรู้ตัวว่าถูกล้วงกระเป๋า!
“ลาเต้ร้อนไซส์แกรนเด ทั้งหมดเจ็ดดอลลาร์ห้าสิบเซนต์ค่ะ” เสียงพนักงานหน้าเคาน์เตอร์ดังขึ้นขัดจังหวะความตื่นตระหนก มือข้างซ้ายของอิลลี่ยังคงถือแก้วกระดาษที่บรรจุลาเต้ร้อนจัดเอาไว้ขณะที่คิวด้านหลังก็เริ่มส่งเสียงจิ๊จ๊ะด้วยความรำคาญที่เธอใช้เวลาหน้าเคาน์เตอร์นานเกินไป
“เอ่อ... คือว่า... ฉัน...” อิลลี่ละล่ำละลัก เหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดพรายตามกรอบหน้า
หญิงสาวลุกลี้ลุกลนหมุนตัวหันหลังกลับไปเพื่อจะขอโทษคิวถัดไปและหาทางออก แต่ด้วยความเร่งรีบและพื้นที่แคบๆ ของคาเฟ่ที่คนพลุกพล่าน ทำให้ร่างบางสะดุดเข้ากับขาเก้าอี้
“ว้าย!”
โครม! ซ่าาา!...โอ้ย
เหตุการณ์เกิดขึ้นรวดเร็วราวกับภาพสโลว์โมชั่น ร่างของอิลลี่ถลาไปชนเข้ากับกำแพงมนุษย์ที่ยืนซ้อนอยู่ด้านหลังอย่างจัง แก้วลาเต้ร้อนจัดในมือหลุดกระเด็น ของเหลวสีน้ำตาลเข้มและฟองนม สาดรดลงบนแผงอกกว้างของชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ตรงหน้าจนชุ่มโชกไปทั้งชุดสูทสีเข้ม แต่ความร้อนทำเอาเขาต้องร้องโอ้ยออกมาเสียงดังลั่น
“บ้าฉิบ!” ... เสียงสบถทุ้มต่ำและทรงอำนาจดังลั่น
อิลลี่เบิกตาแทบถลนเมื่อเงยหน้าขึ้นมองผลงานของตัวเอง ชายหนุ่มตรงหน้าสูงกว่าเธอจนต้องแหงนคอตั้งบ่า ใบหน้าหล่อเหลากร้าวใจ ทำเอาเธอตะลึงจนทำอะไรไม่ถูก หล่อจนทำวัวตายควายล้มได้ ...ไม่ใช่สิ ตอนนี้เธอต่างหากที่จะล้ม ดวงตาสีฟ้าอมเทา ของเขาตวัดมองเธอด้วยแววตาวาวโรจน์ราวกับมีเปลวไฟลุกโชนอยู่ในนั้น กรามแกร่งบดเข้าหากันจนนูนเป็นสัน
“ขะ... ขอโทษค่ะ! ฉันขอโทษจริงๆ ฉันไม่ได้ตั้งใจ!” อิลลี่รีบดึงทิชชู่จากเคาน์เตอร์มาซับลงบนแผงอกของเขาด้วยความตกใจและลนลาน แต่ยิ่งซับ คราบกาแฟก็ยิ่งกระจายวงกว้างบนเนื้อผ้าชั้นดี
‘อเดล’ บอสใหญ่แห่งบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านซอฟต์แวร์ของอเมริกา ก้มมองคราบเหนียวเหนอะหนะบนชุดสูทอาร์มานี่สั่งตัดพิเศษราคาเหยียบหมื่นดอลลาร์ของตัวเองด้วยความหงุดหงิดขั้นสุด วันนี้เขามีประชุมบอร์ดผู้บริหารระดับสูง และการแวะซื้อเอสเพรสโซ่สักแก้วเพื่อดับความงุ่นง่านกลับกลายเป็นหายนะเพราะยัยเด็กเอเชียจอมซุ่มซ่ามคนนี้ มือหนาและแข็งแรงจับหมับเข้าที่ข้อมือเล็กของอิลลี่ ออกแรงบีบเพียงนิดก็ทำให้เธอต้องหยุดชะงัก
“หยุดถูเสื้อผมสักที ยิ่งคุณถูมันยิ่งเละ” อเดลกดเสียงต่ำ นัยน์ตาดุดันจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตที่กำลังคลอไปด้วยน้ำใสๆ ความโกรธในตอนแรกสะดุดลงเล็กน้อยเมื่อได้เห็นใบหน้าจิ้มลิ้ม ริมฝีปากอวบอิ่มสีพีช และกลิ่นหอมอ่อนๆ คล้ายดอกไม้ป่าที่โชยมาจากตัวเธอ ซึ่งมันหอมจนกลบกลิ่นกาแฟบนเสื้อเขาเสียสนิท
“ฉะ... ฉันขอโทษจริงๆ ค่ะ คือฉันเพิ่งรู้ตัวว่าโดนล้วงกระเป๋า เงินฉันหายหมดเลย ฉันตกใจก็เลย” หญิงสาวพยายามอธิบาย เสียงสั่นเครืออย่างน่าสงสาร พนักงานหน้าเคาน์เตอร์กระแอมเบาๆ
“ขอโทษนะคะกรุณาชำระเงินด้วยค่ะ ลูกค้าท่านอื่นกำลังรออยู่?” อเดลถอนหายใจเฮือกใหญ่ เขาดึงการ์ดสีดำขลับแผ่นบางออกจากกระเป๋าเสื้อด้านในที่ยังไม่เปื้อน ยื่นส่งให้พนักงาน “คิดรวมกับเอสเพรสโซ่ของผมเลย” อิลลี่เบิกตากว้าง “เอ่อ... ไม่เป็นไรค่ะ ฉันเกรงใจ...”
“หุบปากซะ แล้วยืนอยู่ตรงนี้เงียบๆ” อเดลตวัดสายตาดุๆ ปรามจนอิลลี่ต้องหดคอลงแทบจะสิงเข้าไปในเสื้อโค้ทของตัวเอง เมื่อรับการ์ดและแก้วกาแฟของตัวเองคืนมาแล้ว อเดลก็หันกลับมาเผชิญหน้ากับต้นเหตุของความวุ่นวาย เขากวาดสายตามองหญิงสาวตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้า รูปร่างอรชรอ้อนแอ้นในชุดเดรสไหมพรมรัดรูป ซ่อนส่วนเว้าส่วนโค้งที่น่าดึงดูดเอาไว้ไม่มิด
“คุณชื่ออะไร” เขาถามเสียงเรียบ
“อิลลี่ค่ะ... ฉันชื่ออิลลี่”
“ฟังนะอิลลี่” อเดลขยับเข้าไปใกล้จนปลายเท้าแทบจะชิดกัน ความสูงใหญ่ของเขากดทับจนเธอรู้สึกเหมือนออกซิเจนรอบตัวลดลง
“คุณรู้ไหมว่าสูทอาร์มานี่สั่งตัดชุดนี้ราคาเท่าไหร่?” อิลลี่ส่ายหน้าช้าๆ กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
“ฉะ... ฉันไม่รู้ค่ะ แต่ฉันจะชดใช้ให้คุณแน่ๆ แค่ขอเวลาฉันติดต่อสถานทูตหรือโทรหาที่บ้าน...”
“หมื่นสองพันดอลลาร์” อเดลสวนขึ้นมาทันที ตัวเลขนั้นทำเอาอิลลี่เข่าแทบทรุด
“และผมไม่มีเวลามานั่งรอให้คุณติดต่อใครทั้งนั้น ผมต้องการเสื้อผ้าใหม่เดี๋ยวนี้ และคุณ... ต้องรับผิดชอบ”
“หมื่นสอง! บ้าไปแล้ว แค่สูทชุดเดียวเนี่ยนะคะ!” หญิงสาวเผลอแหวขึ้นมา ลืมความกลัวไปชั่วขณะ อเดลกระตุกยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ดูอันตรายและทรงเสน่ห์อย่างประหลาด
“คุณทำให้ทรัพย์สินผมเสียหาย และสิ่งที่เสียมากไปกว่านั้นก็คือ คุณทำให้ผมพลาดการคุยธุรกิจ และนั้นอาจจะทำให้ผมต้องสูยเสียเงินไปแบบประเมินค่าไม่ได้ ทีนี้คุณจะเอาอะไรมาชดใช้ให้ผม และถ้าคุณไม่มีปัญญาจ่ายตอนนี้ ผมมีสองทางเลือกให้คุณ... หนึ่ง, ผมจะเรียกตำรวจมาลากตัวคุณข้อหาทำลายทรัพย์สินและก่อความวุ่นวาย หรือสอง...” เขาเว้นจังหวะ โน้มใบหน้าหล่อเหลาลงมากระซิบที่ข้างหูเธอ ลมหายใจร้อนๆ รินรดจนอิลลี่ขนลุกซู่
“ไปเป็น ‘เมด’ ทำความสะอาดที่เพ้นท์เฮ้าส์ของผม จนกว่าจะคุ้มค่าสูทและค่ากาแฟ...และค่าเสียหายต่างๆ ที่จะตามมา”
“อะไรนะคะ! เมดงั้นเหรอ? คุณบ้าไปแล้ว ฉันเพิ่งเรียนจบมานะ ไม่ได้บินมาอเมริกาเพื่อมาเป็นคนรับใช้ใคร!” อิลลี่เชิดหน้าขึ้นเถียง แม้ในใจจะกลัวแสนกลัว แต่ความดื้อรั้นก็มีมากกว่า
“งั้นก็เลือกข้อหนึ่ง” อเดลทำท่าจะหยิบโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูออกมา
“เดี๋ยวๆๆ! อย่านะคะ!” อิลลี่รีบคว้าแขนแกร่งเอาไว้ สัมผัสจากมือนุ่มๆ ของเธอทำให้อเดลชะงักไปเล็กน้อย
“จะหนีไปไหน! คิดว่าทิ้งกระดาษโง่ๆ ไว้แผ่นเดียวแล้วจะเดินหนีฉันไปได้ง่ายๆ อย่างนั้นเหรอ” อเดลหอบหายใจฮัก แรงบีบที่ข้อมือหนักหน่วงจนหญิงสาวนิ่วหน้า“ปล่อยฉันเถอะค่ะบอส... เรื่องของเรามันไม่มีทางเป็นไปได้ คุณกลับไปหาคนที่คู่ควรกับคุณเถอะ อย่าเอาเวลามาทิ้งกับคนอย่างฉันเลย” อิลลี่สะบัดเสียงใส่ พยายามเบือนหน้าหนีเพื่อซ่อนหยาดน้ำตาที่เริ่มรื้นขึ้นมาอีกครั้ง“คนที่คู่ควร? คุณหมายถึงยัยวิกตอเรียนั่นน่ะเหรอ!” อเดลสวนกลับทันควัน เขาใช้มืออีกข้างเชยคางมนให้หันมาสบตาเขาตรงๆ“คุณฟังผมให้ดีนะอิลลี่... ผมเป็นคนกำหนดชีวิตของผมเอง บริษัทของผมไม่ได้ง่อนแง่นจนต้องพึ่งพาเงินทุนสกปรกจากการแต่งงานบ้าบอนั่น วันนี้ผมเพิ่งปฏิเสธข้อเสนอของพวกมันไปอย่างเด็ดขาด สิ่งที่ยัยนั่นเอามาปั่นหัวคุณมันคือเรื่องโกหกทั้งเพ!”อิลลี่นิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ริมฝีปากอิ่มสั่นระริก“แต่... แต่พวกคุณเหมาะสมกัน ทั้งฐานะ หน้าตา สังคม...”“ผมไม่สนเรื่องบ้าพวกนั้น!” เสียงของเขาดังกังวานและหนักแน่น“ผมสนแค่ว่าเวลาที่ผมกลับไปที่เพ้นท์เฮ้าส์แล้วไม่มีคุณรออยู่ มันทำให้ผมแทบจะเป็นบ้า! ผมสนแค่ว่ารอยยิ้มของคุณ เสียงเถียงฉอดๆ ของคุณ หรือแม้แต
หญิงสาวปาดน้ำตาออกจากใบหน้า สูทลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกคืนสติ เธอจะไม่ยอมเป็นตัวถ่วงในชีวิตของใคร และจะไม่ยอมทนอยู่เพื่อรอวันถูกทิ้งเมื่อเขาเลือกความมั่นคง อิลลี่เดินกลับเข้าไปในห้องพักของตัวเอง หยิบกระเป๋าเดินทางใบเก่าออกมา จัดการพับเสื้อยืดและกางเกงยีนส์ไม่กี่ตัวใส่ลงไป ส่วนชุดเดรสแบรนด์เนม เครื่องสำอางราคาแพง และสร้อยคอมรกต เธอจัดวางมันไว้บนเตียงอย่างเป็นระเบียบ พร้อมกับโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูที่เขายัดเยียดให้เธอดึงกระดาษแผ่นเล็กขึ้นมาเขียนข้อความสั้นๆ ทิ้งไว้ข้างเครื่องประดับล้ำค่า'หนี้ระหว่างเราถือว่าจบสิ้นลงแล้วนะคะ ขอบคุณสำหรับทุกอย่าง ขอให้คุณโชคดีกับเส้นทางที่คุณต้องเลือก อิลลี่'ตอนที่ 21 พลิกเมืองหาโชคดีเหลือเกินที่หลายวันก่อนเขาพาเธอไปยังสถานกงศุลเพื่อจัดการกับเอกสารต่างๆแล้ว และรับรองให้เธออยู่ต่อ กระเป๋าเดินทางใบเล็กถูกลากผ่านห้องโถงกว้าง อิลลี่หยุดยืนมองภาพวาดหญิงสาวในสวนกุหลาบเป็นครั้งสุดท้าย นัยน์ตาของคนในภาพดูเศร้าสร้อยราวกับล่วงรู้ถึงการจากลา หญิงสาวกลืนก้อนสะอื้นลงคอ ก่อนจะตัดสินใจก้าวเดินออกจากเพ้นท์เฮ้าส์แห่งนี้ไป ทิ้งความทรงจำที่แสนหวานและเจ็บปวดเอาไ
ความสัมพันธ์ระหว่างอเดลและอิลลี่ก้าวข้ามเส้นแบ่งแห่งความบาดหมางมาสู่ความผูกพันที่ลึกซึ้งอย่างรวดเร็วราวกับปาฏิหาริย์ เพ้นท์เฮ้าส์กว้างใหญ่ที่เคยเงียบเหงาและเต็มไปด้วยกฎเกณฑ์อันแสนเย็นชา บัดนี้อบอวลไปด้วยรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และไออุ่นของการใช้ชีวิตคู่หญิงสาวไม่จำเป็นต้องตื่นตั้งแต่หกโมงเช้าเพื่อมาขัดพื้นหินอ่อนอีกต่อไป หน้าที่ของเธอในแต่ละวันเหลือเพียงการเตรียมกาแฟดำรสชาติคุ้นลิ้น และการผูกเนคไทให้บอสใหญ่ก่อนที่เขาจะออกไปเผชิญหน้ากับสมรภูมิธุรกิจในใจกลางมหานครนิวยอร์กเช้าวันอังคารที่อากาศค่อนข้างขมุกขมัว อเดลยืนอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ในห้องแต่งตัว วันนี้เขามีวาระการประชุมผู้ถือหุ้นครั้งสำคัญที่สุดในรอบปี การเจรจาควบรวมกิจการมูลค่ามหาศาลกำลังจะเกิดขึ้น ชายหนุ่มสวมชุดสูทสีเทาเข้มตัดเย็บประณีต นัยน์ตาทอประกายมุ่งมั่น ทว่าเมื่อเหลือบมองผ่านเงาสะท้อนในกระจกเห็นร่างบางของอิลลี่ที่กำลังขยับเข้ามาใกล้ แววตาคมกริบนั้นก็อ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัด“เนคไทเส้นนี้เข้ากับเสื้อเชิ้ตสีขาวของคุณที่สุดเลยค่ะ” อิลลี่เอ่ยด้วยน้ำเสียงสดใส มือเล็กรวบปลายผ้าไหมสีน้ำเงินเข้มขึ้นมาทบกันอย่างคล่องแคล่ว ปลายนิ
“ตื่นแล้วเหรอคุณเมดขี้เซา”เสียงทุ้มคุ้นหูดังขึ้นจากปลายเตียง อิลลี่สะดุ้งเล็กน้อย หันไปมองก็พบว่าอเดลในชุดคลุมอาบน้ำสีเข้มกำลังนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาเดี่ยวริมหน้าต่าง ในมือถือแก้วกาแฟส่งกลิ่นหอมกรุ่น นัยน์ตาสีฟ้าอมเทาที่ทอดมองมาไม่ได้มีความดุดันหรือเกรี้ยวกราดเหมือนเมื่อคืนอีกต่อไป มันแฝงไปด้วยความผ่อนคลายและประกายระยับที่อ่านยาก“บอส... คุณตื่นนานแล้วทำไมไม่ปลุกฉันล่ะคะ สายป่านนี้แล้ว ฉันยังไม่ได้เตรียมมื้อเช้าให้คุณเลย” หญิงสาวรีบดึงผ้าห่มขึ้นมาปิดบังเนินอก รวบรวมเรี่ยวแรงพยายามจะลุกขึ้นนั่ง“ผมให้แม่บ้านโรงแรมข้างล่างส่งอาหารขึ้นมาแล้ว คุณไม่ต้องเหนื่อยหรอก... แค่เมื่อคืนคุณก็ใช้พลังงานไปเยอะจนลุกไม่ขึ้นแล้วนี่” เขาเอ่ยกลั้วหัวเราะ วางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะกระจกแล้วสาวเท้าเดินเข้ามาหาคนที่กำลังนั่งหน้ามุ่ยอยู่บนเตียงอเดลทิ้งตัวลงนั่งบนขอบฟูก เอื้อมมือไปปลดตะขอสร้อยคอมรกตที่สวมอยู่บนคอของเธอออกอย่างเบามือ “สร้อยเส้นนี้สวยก็จริง แต่มันคงทำคุณอึดอัดแย่ที่ต้องใส่นอนทั้งคืน ผมแค่อยากให้คุณจำไว้ว่าเมื่อคืนคุณเป็นของใคร”“คนบ้าอำนาจ...” อิลลี่พึมพำบ่นอุบอิบ แต่ก็ยอมอยู่นิ่งให้เขาถอด