登入“อื้อออ… ซี้ดดด… พะ… พอเถอะเสี่ย… ”
สองมือของคนโดนเลียขยุ้มผ้าปูที่นอนเอาไว้แน่น แม้ปากจะร้องห้าม แต่ง่ามขาก็เผลอแอ่นร่อน เด้งรับด้วยความลืมตัว
“ซี้ดดดด… อูย… ”
ริมฝีปากของน้ำหวานห่อรัดเป็นวง ร่างแทบลอยตามจังหวะตวัดลิ้นของเสี่ยรุตน์จอมหื่น เขาเลียเก่งมาก ปลายลิ้นที่สอดไซ้ไชชอนรุกรานเข้าใส่กลีบสาว ทำเอาง่ามขาของน้ำหวานสั่นเกร็ง ไม่อาจกลั้นน้ำเสียวซึมซ่านออกมาตามแรงกระสันที่โดนเขาปลุกเร้าเร่าร้อน
แพล่บ… แพล่บ… แพล่บ… แพล่บ…
เสียงลิ้นของเสี่ยปาดรัวเข้าใส่กลีบสาวอย่างเมามัน เอามือแบะบีบแบ่งกลีบออกเป็นสองแล้วปาดลิ้นขยี้กลางร่องสลับไปมาทั้งสองกลีบ หล่อนยิ่งขมิบเขายิ่งมีอารมณ์
“งืออออ… อ๊า… ”
ลีลาลงลิ้นสุดร้ายกาจของเสี่ยสายเบิร์น ทำเอาหญิงสาวแอ่นเอวสะท้าน เสียงหายใจติดๆ ขัดๆ หนอกเนินสวาทแอ่นเด้งรับลำลิ้น ทะลวงร่องของหล่อนอย่างไม่ปรานีจนน้ำหล่อลื่นไหลเยิ้มออกมาอีกระลอก
“อูยยยย… ”
คนโดนเลียสูดปากเสียวด้วยความทรมาน เสี่ยหื่นยิ่งได้ใจ เงยหน้าขึ้นมองผ่านง่ามขาไปยังใบหน้าที่กำลังบิดเบ้ทรมานของหล่อน
ยิ่งเห็นหญิงสาวเม้มปากเสียวเขายิ่งมีอารมณ์ รีบปาดลิ้นเข้าใส่กลีบสาวไม่ยั้ง เลียย้ำๆ สลับขย้ำซ้ำๆ ที่เม็ดกระสัน ปูดแดงขึ้นมาเป็นสีทับทิมแดงเรื่อ
“อ่า… กลิ่นคาวของเธอหอมสุดๆ… ”
เสี่ยกำซาบกลิ่นสาบสาวอย่างเอร็ดอร่อย ซอยปลายลิ้นกระตุ้นกลีบจนหล่อนขมิบไม่ทัน เผลอร้องครวญครางออกมาในทุกจังหวะที่ปลายลิ้นปาดเลียเข้าใส่รูสวาทนุ่มแน่น
“อู้ววว… เยิ้มแล้วหนูจ๋า… กลีบสวยน่ากระแทกเหลือเกิน… ”
เสี่ยรุตน์กล่าวเสียงกระเส่าขณะยืนอยู่กับพื้น เงยหน้าจากง่ามขาที่งุดหัวอยู่พักใหญ่ๆ ขึ้นมาจับลำเนื้อยาวใหญ่อลังการ ขนาดใกล้เคียงกับท่อนแขนของหญิงสาว เอาเข้ามาจ่อใกล้ปากรูสีชมพูที่กำลังร้อนลื่นไปด้วยน้ำเสียวของวัยสาว หลั่งไหลออกมาตามอารมณ์เมื่อโดนปลุกเร้าจนไม่อาจต้านทาน
“ไม่นะ… ”
แล้วจู่ๆ มือของหญิงสาวก็เอื้อมมาขวาง ไม่ยอมให้เขาสอดใส่ หล่อนดันท้องเขาเอาไว้
แต่ดูเหมือนว่าเสี่ยรุตน์กำลังหน้ามืดตามัวเกินกว่าจะหยุด จึงฝืนดันแก่นกายเข้าหาเป้าหมาย
ทว่าพอขยับบั้นท้ายขยับเพื่อที่จะกดหัวเอ็นถอกบานราวกับดอกเห็ดใหญ่ๆ เข้าใส่รูแคบคับ หญิงสาวก็ผงกศีรษะขึ้นมากัดแขนของเขา
“โอ๊ยยย… ”
เสี่ยรุตน์ร้อง…
การสอดใส่ยังไม่ทันบรรลุผล…
เขาทำได้แค่เพียงดันแก่นกายเข้ามาคาไว้เพียงแค่หัวถอกบานก็ต้องชะงัก
เพราะนอกจากสาวน้อยจะขัดขืนแล้วรูของหล่อนก็ฝืดแน่นเหลือเกินจนหัวเอ็นถอกบานดันไม่เข้า ช่วยยืนยันคำรับประกันของเจ๊หลินว่าหล่อนยังสดยังซิง
“นี่มันอะไรกัน… ”เสี่ยถามเสียงดัง…
น้ำเสียงบอกความไม่พอใจ เมื่อนาทีเข้าด้ายเข้าเข็มต้องสะดุดลงกลางคันให้เสียอารมณ์
“เสี่ยอย่าทำอะไรหนูเลยนะคะ… ”
หญิงสาวรีบคว้าหมอนสีขาวเอามากอด ปกปิดเรือนร่างเปล่าเปลือยด้วยความรู้สึกอับอาย มือสั่นยกขึ้นไหว้ขอความเห็นใจจากเสี่ยรุตน์
“นี่มันหมายความว่ายังไง… ลืมหรือไงว่าฉันเพิ่งจ่ายเงินเพื่อที่จะเอาเธอ… แล้วนี่อะไร จู่ๆ ทำไมเล่นตัวแบบนี้… ”
เสี่ยกล่าวไม่อ้อม
“หนูขอโทษ… หนูไม่เคยค่ะ… หนูทำไม่ได้… ”
น้ำหวานส่ายหน้า แววตาดูหม่นเศร้าหวาดกลัว หยาดน้ำตาใสๆ รินไหลออกมาอาบร่องแก้ม หล่อนคิดสั้นเองที่ตัดสินใจขายตัวในค่ำคืนนี้
“อะไรนะ… ถ้าเธอทำไม่ได้แล้วเธอคิดยังไงมาทำงานที่นี่… ”
เสี่ยรุตน์คว้าผ้าขนหนูมานุ่ง… อำพรางแก่นกายยาวใหญ่ที่ยังไม่อ่อนตัว บอกตัวเองให้ใจเย็น พยายามระงับอารมณ์ที่ยังค้างด้วยการเดินไปเปิดตู้เย็นคว้าเบียร์กระป๋องออกมาดื่มให้ความต้องการที่กำลังพลุ่งพล่านสงบลง
“หนูโดนบังคับค่ะ… ”
น้ำหวานบอกความจริงที่เสี่ยรุตน์ไม่รู้
“ใครบังคับเธอ… ”
“แม่เลี้ยงค่ะ… ครอบครัวของหนูเป็นหนี้เจ๊หลินค่ะ ไม่มีเงินจ่ายหนี้ แม่เลี้ยงก็เลยบังคับให้หนูต้องมาทำงานที่นี่… ”
น้ำหวานคิดว่าตัวเองตัดสินใจดีแล้วที่ยอมทำตามคำสั่งของแม่เลี้ยง ทว่าเมื่อได้มาเจอสถานการณ์จริง… จะต้องมีเซ็กส์กับผู้ชาย หล่อนก็ทำไม่ได้
“ตอนนี้เธออายุเท่าไร… สิบแปดหรือยัง”
เสี่ยรุตน์จ้องมองเรือนร่างเอิบอิ่ม…
ทุกสรีระของความเป็นสาวของน้ำหวานทำเอาใจเขาเต้นระทึก ยอมรับว่าเขาไม่เคยรู้สึกมีอารมณ์กับผู้หญิงคนไหนเหมือนอย่างที่รู้สึกกับหล่อนเมื่อครู่
ทั้งที่ก็ไม่เคยนึกอยากจะมาทำอะไรแบบนี้กับเด็กชงเหล้าในร้านคาราโอเกะ แต่ความเย้ายวนของน้ำหวาน… ก็ทำเอาเขาตบะแตกจนได้
“หนูอายุเกินสิบแปดแล้วค่ะ… ”
หญิงสาวตอบ
“ขอดูบัตรประชาชน… ”
เสี่ยรุตน์อยากเห็นเพื่อให้แน่ใจ…
หญิงสาวเอื้อมมือคว้ากางเกงขาสั้นที่เพิ่งโดนคนหื่นจับถอดกองไว้ปลายเตียง ล้วงเอากระเป๋าสตางค์ออกมาหยิบบัตรประชาชนยื่นให้เขาดู
เสี่ยรุตน์รับเอาบัตรประชาชนมาดู…
หล่อนไม่ได้โกหก…
ปีนี้อายุยี่สิบพอดี แต่สิ่งที่ทำให้เสี่ยรุตน์สะดุดตาและนึกสงสัยก็คือนามสกุลของหญิงสาวคนนี้บังเอิญไปตรงกับนามสกุลของเพื่อนเก่าคนหนึ่ง
อีกทั้งอำเภอและจังหวัดในบัตรประชาชนก็ตรงกับภูมิลำเนาของเพื่อนเก่าที่ไม่ได้เจอกันนานนับสิบปี
“นามสกุลนี้… เธอรู้จักผู้ชายชื่อ ‘นพดล’ ไหม”
หัวคิ้วของเสี่ยรุตน์ชิดเข้าหากันด้วยความสงสัย ลองถามดู เพื่อว่าหล่อนจะรู้จักเพื่อนเก่าของเขา
“นพดล… คือชื่อของพ่อหนูค่ะ”
น้ำหวานตอบ
“จริงหรือ… ”
หัวคิ้วของเสี่ยรุตย์ชิดเข้าหากัน
“จริงค่ะ… ”
“โลกนี้ช่างแคบนัก… ”
เสี่ยรุตน์จ้องมองใบหน้าของหญิงสาว ถ้าเป็นแบบนี้น่าจะใช่เพื่อนเก่าของเขา
“เสี่ยหมายความว่ายังไงคะ… ”
“คืนนี้เราคงต้องคุยกันยาว… ว่าแต่พ่อของเธอติดหนี้เจ๊หลินเท่าไร… ”
“ห้าหมื่นค่ะ… ”
น้ำหวานจำต้องเล่าเรื่องราวชีวิตอันน่าสลดอดสูให้กับเสี่ยรุตน์ฟังว่าเมื่อสามวันก่อนนาง ‘สาลี่’ แม่เลี้ยงของหล่อนพามาหาเจ๊หลิน
ตกลงว่าจะให้หล่อนมาทำงานกับเจ๊หลิน ต้องรับแขกให้ครบห้าคนเพื่อล้างหนี้สินทั้งหมด
“บ้าจริง… แม่เลี้ยงเธอใจร้ายมาก นับว่าเธอโชคดีที่ฉันมาเจอเธอก่อน… ถ้าเป็นผู้ชายคนอื่นเธอโดยขยี้ยับไปแล้ว… ”
เสี่ยรุตน์กล่าว…
จากนั้นก็เรียกเจ๊หลินเข้ามาคุย…
เขาชดใช้หนี้ห้าหมื่นบาทแทนครอบครัวของน้ำหวาน และขอดูเอกสารสัญญาการกู้เงินที่ทำไว้
“ขอบคุณค่ะเสี่ย… บอกแล้วไงว่าเด็กคนนี้ยังสดยังซิง ดูสิ… ติดใจจนต้องใช้หนี้แทน… ”
เจ๊หลินตาวาวมองธนบัตรปึกใหญ่ที่เสี่ยรุตน์เดินออกไปกดเงินจากตู้เอทีเอ็มริมถนน เอามาจ่ายเป็นเงินสด เพราะว่าวันนี้เขาพกเงินสดมาไม่มาก
หลังจากตกลงกันแล้วก็ถ่ายรูปตอนที่เจ๊หลินรับเงินไว้เป็นหลักฐาน
“รู้หรือเปล่าว่าแกโชคดีมากที่ได้เสี่ยเลี้ยง… ทำตัวให้น่ารักล่ะ… เสี่ยรุตน์คนนี้ใครๆ ก็อยากได้เป็นผัว”
เจ๊หลินกระซิบบอกน้ำหวาน ก่อนที่หล่อนจะออกไปพร้อมกับเสี่ยรุตน์
น้ำหวานไม่ได้กล่าวอะไรกับเจ๊หลิน รู้สึกดีใจที่จะได้ออกไปจากขุมนรกแห่งนี้เสียที
แต่น้ำหวานก็อดคิดไม่ได้ว่าถ้าเป็นแบบนี้… การแลกเปลี่ยนนี้จะทำให้หล่อนต้องไปเป็น ‘เด็กเสี่ย’ หรือ ‘เมียเก็บ’ อย่างที่เจ๊หลินบอกใช่ไหม?
เอาเถอะ…
หญิงสาวบอกตัวเอง ออกไปให้พ้นจากที่นี่ก่อน ไปกับเสี่ยยังดีกว่าอยู่ให้โดนลูกค้าหื่นกามของเจ๊หลินมาซื้อบริการ
น้ำฝนด่าแม่เลี้ยงอย่างเหลืออด“ก็เออสิวะ… มึงเพิ่งรู้หรือไงว่ากูใจร้าย… ”สาลี่ลอยหน้าลอยตาไม่สะทกสะท้าน “มานี่อีตัวร้าย… ”สาลี่ร่างท้วมใหญ่กว่าน้ำฝนมาก จึงดึงหญิงสาวมาจนเกือบถึงหน้าประตูห้องที่ตั้งใจว่าจะให้เสี่ยชัชเข้ามาจัดการ“ไม่นะ… ปล่อยหนู… ”และในขณะหญิงสาวกำลังดิ้นรนขัดขืนไม่ยอมให้แม่เลี้ยงดึงเข้าไปในห้องนอน จู่ๆ ประตูห้องก็ถูกเท้าใหญ่ถีบโครมจนเปิดออกจากกัน“ลุงพันน์… ”น้ำฝนร้องอุทานออกมาด้วยความตกใจ อาศัยจังหวะตอนที่สาลี่กำลังตกใจกับการปรากฏตัวของลุงพันน์ เพราะไม่คาดคิดว่าจะมีคนบุกเข้ามาช่วยในช่วงเวลาที่กำลังคับขันเช่นนี้ “รีบไปเถอะค่ะลุงพันน์… ”น้ำฝนเร่ง… ด้วยกลัวว่าถ้าเสี่ยชัชมาเจอเข้าคงหลีกเลี่ยงการปะทะกันไม่ได้ หล่อนไม่อยากให้กลายเป็นเรื่องใหญ่ จึงรีบพากันหนีออกมาจากบ้านท่ามกลางสายตาของสาลี่ที่ยืนมองด้วยความตกใจ“หนูปลอดภัยนะ… ”ลุงพันน์ถามเมื่อพากันเข้ามาอยู่ในรถกระบะคันใหญ่จอดอยู่ใต้ร่มหูกวางข้างรั้ว“ปลอดภัยค่ะ… ”หญิงสาวกล่าวให้คนถามสบายใจ เขารีบสตาร์ทเครื่องไม่รอรีแล้วขับฝ่าเปลวแดดร้อนระอุของยามบ่ายออกไปสู่ถนนใหญ่ ทิ้งให้สาลี่เมื่อตั้งสติได้ก็ก้าวยาวๆ ออกมามอ
“ลุงพันน์คะช่วยหนูด้วย… แม่เลี้ยงล็อกประตูไม่ยอมให้หนูออกไปค่ะ… ”“อะไรนะ… ”พันนาตกใจมาก สาลี่ร้ายกาจไม่เลิก ครู่สั้นๆ ต่อมา“น้าสาลี่… เปิดประตูให้หนูเดี๋ยวนี้นะ… ”น้ำฝนวิงวอนเสียงอ่อน เมื่อแม่เลี้ยงเดินกลับเข้ามาในห้องรับแขก “ไม่ต้องหนีไปไหน… ตอนนี้เสี่ยชัชกำลังมา เป็นเมียน้อยเสี่ยชัชรับรองว่ามึงจะสบายไปทั้งชาติ… เสี่ยชัชชอบมึงมาก ทั้งรถทั้งคอนโดเขาจะซื้อให้ถ้ามึงไม่ดื้อ… ”สาลี่กล่าวด้วยสีหน้าสะใจ จ้องมองหน้าลูกเลี้ยงด้วยแววตาเยียบเย็นไร้ปรานี“ไม่นะ… หนูจะไม่มีวันทำอะไรบ้าๆ อย่างที่น้าสาลี่ต้องการอย่างเด็ดขาด… ”“เดี๋ยวก็รู้… รอให้ยาปลุกเซ็กส์ออกฤทธิ์ก่อนเถอะเดี๋ยวมึงก็จะสนุกไปกับเสี่ยชัช… ”ลาสี่ลอยหน้าลอยตา เอื้อนเอ่ยออกมาอย่างไม่เกรงกลัวบาปกรรม “ต่อไปนี้น้าสาลี่เลิกยุ่งกับชีวิตหนูเสียที… ”ผู้หญิงคนนี้ร้ายนัก…น้ำฝนรู้สึกกลัวขึ้นมาจับใจ รู้ว่าตอนนี้ยาปลุกเซ็กส์ออกฤทธิ์แล้ว เพียงชั่วระยะเวลาสั้นๆ มันก็เข้าไปพลุ่งพล่านอยู่ในกระแสโลหิตของหล่อนได้อย่างรวดเร็ว ยืนยันด้วยอาการร้อนผะผ่าวไปทั่วทุกสรรพางค์กาย ปลายหัวนมรัดตัวชูชันขึ้นมาเสียดสีกับเสื้อในจนเกิดความรู้สึกเสียวซ่านแปลบ
“มาคนเดียวใช่ไหม… ”เป็นเพราะว่าตอนที่รถของพันนามาถึงหน้าบ้านนั้น สาลี่กำลังเปิดเพลงแดนส์กระจายดังสนั่น เสียงเบสหนักกลบเสียงรถจนไม่รู้ว่าน้ำฝนเดินทางมายังไง“ค่ะ… หนูมาคนเดียว… ”หลังจากเกิดเรื่องในวันนั้น น้ำฝนก็ไม่ไว้ใจแม่เลี้ยงใจร้ายคนนี้“มาถึงเหนื่อยๆ… มาดื่มน้ำก่อน… ”สาลี่พูดหวานจนน่าแปลกใจ… หล่อนเดินมารินน้ำสีส้มอมชมพูในเหยือกแก้วตั้งอยู่บนหลังตู้เย็นมายื่นให้น้ำฝน“น้ำอะไรคะน้าสาลี่… ”ความระแวงทำให้หญิงสาวต้องถามก่อน“น้ำพั้นซ์ไม่เมาหรอกน่ะ… ”สาลี่ตอบ จ้องมองลูกเลี้ยงแสนซื่อยกแก้วขึ้นดื่มเข้าไปครึ่งแก้วแล้วแอบกระตุกยิ้มเจ้าเล่ห์ “ไหนคะ… ของที่พ่อฝากไว้ให้หนู… ”น้ำฝนตรงเข้าประเด็นด้วยไม่อยากเสียเวลา คิดว่าเมื่อได้ของที่ต้องการแล้วจะรีบกลับ“รอเดี๋ยวนะ”แทนที่จะเอาของที่ว่ามาให้…แต่สาลี่กลับเอื้อมมือคว้าโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมากดโทรหาใครบางคน เมื่อเห็นว่าสาลี่ดูมีผิดปกติเพราะหล่อนเดินหลบออกมาที่ด้านหลังห้องรับแขกตอนคุยโทรศัพท์ ทำให้น้ำฝนเห็นพิรุธจึงตามออกมาแอบฟัง“เสี่ยชัชคะ… ตอนนี้นังฝนมันมาที่บ้านแล้วค่ะ… ฉันให้มันดื่มยาปลุกเซ็กส์ผสมน้ำผลไม้เข้าไปแล้วค่ะ… เ
ในเวลาต่อมา…เมื่อมาถึงบ้านของน้ำฝน พันนาจ้องมองบ้านไม้หลังย่อมสภาพเก่าตั้งอยู่ท่ามกลางสวนลำไยเนื้อที่ร้อยกว่าไร่ ซึ่งตอนนี้ทั้งบ้านและสวนนั้นโดนโยกย้ายถ่ายเทกรรมสิทธิ์มาเป็นของสาลี่ผู้เป็นแม่เลี้ยงเรียบร้อยหลังจาก ‘พิชัย’ ผู้เป็นบิดาของน้ำฝนเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุเมื่อปีก่อน“ลุงพันน์รออยู่ข้างนอกนะคะ… ”น้ำฝนหันมาบอกกับร่างสูงใหญ่ที่นั่งอยู่ข้างๆ ในตำแหน่งคนขับ หล่อนยังไม่อยากให้ใครรู้ และไม่อยากต้องตอบคำถามว่าหายไปไหน ไปอยู่กับใครตลอดสามวันที่ผ่านมา“ได้… เดี๋ยวลุงรออยู่ตรงนี้ ถ้ามีอะไรรีบโทรหาลุงนะครับ… ”ดูจากแววตาก็รู้ว่าเป็นห่วง“ค่ะ… ”หญิงสาวพยักหน้า…หล่อนรู้สึกอบอุ่นใจขึ้นมาอย่างประหลาดที่มีลุงพันน์อยู่ใกล้ๆ เขาจ้องมองหล่อนเดินเข้าไปในบ้านเมื่อร่างบอบบางของหญิงสาวลับไปจากสายตา ลุงพันน์ก็เคลื่อนรถมาจอดชิดกำแพงอีกด้านที่มีหูกวางต้นใหญ่แผ่กิ่งก้านร่มครึ้มช่วยบังแสงแดดร้อนเขาเอื้อมมือมาข้างเบาะนั่ง…ปรับเบาะค่อยๆ เอนลงมาอยู่ในท่ากึ่งนั่งกึ่งนอน นั่งปัดหน้าจอโทรศัพท์มือถือรออยู่ในรถและระหว่างนั้นก็ได้คุยกับปาหนันผู้เป็นลูกสาวที่โทรเข้ามาพอดี ตอนนี้ปาหนันอยู่อเมริกา หลังจากเร
เขานึกชื่นชมน้ำฝน…หล่อนเพิ่งมาอยู่ที่บ้านหลังนี้ได้เพียงไม่กี่วันก็จริง แต่ดูเหมือนว่าน้ำฝนจะรู้ใจเจ้าของบ้านทุกอย่างว่าเขาชอบอะไรไม่ชอบอะไร ซึ่งมันเกิดจากความเอาใจใส่และช่างสังเกตของน้ำฝน“ลุงพันน์คะ… วันนี้หนูขอกลับไปทำธุระที่บ้านนะคะ… ”น้ำฝนหมายถึงบ้านของหล่อนที่อำเภอเทิงซึ่งอยู่ติดกับอำเภอป่าแดด บ้านที่ต้องหนีมาหลังจากแม่เลี้ยงใจร้ายตัดสินใจจะเอาหล่อนแลกหนี้ทั้งที่มันเป็นบ้านของพ่อหล่อนซึ่งเป็นคนสร้างขึ้นมา แต่หลังจากพ่อเสียชีวิตบ้านก็ตกเป็นของแม่เลี้ยงที่ฮุบสมบัติเอาไว้ทุกอย่าง“ถ้าหนูกลับไปจะเป็นอันตรายไหม… ”พันนารู้สึกเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัย…จากที่ได้ฟังน้ำฝนเล่าเรื่องราวของครอบครัวให้ฟัง เขาก็รู้ว่า ‘สาลี่’ แม่เลี้ยงของหล่อนนั้นไม่ต่างอะไรจากพวกสิบแปดมงกุฎที่เข้ามาเพื่อปอกลอกพ่อของน้ำฝนที่กำลังเป็นพ่อม่ายเมียตายพอเข้ามาได้ก็หว่านเสน่ห์ด้วยมารยาหญิงให้หลงใหล และสุดท้ายเมื่อหลงจนหน้ามืดตามัวถอนตัวไม่ขึ้นก็ยอมยกสมบัติทั้งหมดให้กับเมียใหม่จนลืมไปว่าวันนี้ลูกสาวของตนต้องระหกระเหเร่ร่อนออกจากบ้าน ซ้ำยังเกือบโดนขายแลกหนี้“คงไม่เป็นไรค่ะ เมื่อวานแม่เลี้ยงเพิ่งโทรมาขอโทษหนูค่
“ลุงไม่คิดว่ายุคนี้แล้วยังจะมีคนคิดขายลูกกินเหมือนอย่างแม่เลี้ยงใจร้ายของหนู… โชคดีที่หนูหนีมาได้ทัน… ”พันนารู้สึกตกใจกับเรื่องราวที่ได้รู้ “หนูคงไม่กลับไปที่นั่นอีกแล้ว”เสียงสั่นเครือคล้ายจะร้องไห้ ถ้าหล่อนโดนจับตัวขึ้นรถตู้ของเสี่ยชัชที่กำลังขับมารับตัว ป่านนี้คงโดนปู้ยี่ปู้ยำไม่เหลือชิ้นดี “ตอนนี้หนูอายุเท่าไรแล้วครับ”“ยี่สิบสองค่ะ”“บรรลุนิติภาวะแล้ว… ชีวิตเป็นของหนู หนูย่อมมีสิทธิ์ในชีวิตของตัวเอง… เรียนจบปริญญาตรีแล้วนี่นาน งั้นระหว่างนี้ที่หนูกำลังหางานทำก็พักที่นี่ไปก่อน ไม่ต้องเกรงใจลุงนะ… ”กังวานเสียงทุ้มช่างอบอุ่นหญิงสาวมองเห็นความเอื้ออารีและจริงใจที่ฉายประกายออกมาจากดวงตาของลุงพันน์ รู้สึกปลอดภัยเมื่ออยู่ใกล้เขา“ขอบคุณค่ะ… ขอบคุณที่ช่วยหนู”สองมือกระพุ่มไหว้ซาบซึ้งใจ ค่อยๆ ขยับลงมาคุกเข่ากับพื้นแล้วก้มกราบลงมาที่ตักของลุงพันน์“ไม่เป็นไรเรื่องแค่นี้เอง บ้านของลุงก็กว้างขวางใหญ่โต อันที่จริงหนูอยากอยู่นานแค่ไหนก็ได้… ”เจ้าของบ้านกล่าวอย่างเปิดทาง…มือใหญ่เอื้อมลงมาแตะไหล่ของหญิงสาว ค่อยๆ โอบประคองให้หล่อนลุกขึ้นจากพื้นมานั่งลงบนโซฟาคุยกันต่อจากการคุยกันทำให้น้ำฝน