Masukหลังจากแต่งงานกันมาได้สามปี เขาก็ทอดทิ้งเธอราวกับรองเท้าที่ขาดๆคู่หนึ่ง แต่กลับไปพะเน้าพะนออยู่กับยอดดวงใจราวกับเป็นสมบัติล้ำค่า เขาละเลยเธอ ปฏิบัติต่อเธออย่างรุนแรง และการแต่งงานของพวกเขาก็เป็นเหมือนดั่งกรงขัง เฉียวซุนอดทนต่อทุกอย่าง เพราะเธอรักลู่เจ๋ออย่างสุดซึ้ง! จนกระทั่งในคืนที่ฝนตกหนัก เขาทอดทิ้งเธอที่กำลังตั้งครรภ์ให้อยู่เพียงลำพัง แต่กลับบินไปต่างประเทศเพื่อคลอเคลียอยู่กับยอดดวงใจ ในขณะที่ขาของเฉียวซุนมีเลือดออก และเธอก็ต้องคลานออกไปเพื่อเรียกรถพยาบาล... ในที่สุดเธอก็เข้าใจในทุกสิ่งแล้วว่า หัวใจของใครบางคนไม่ได้อยู่กับเธอเลยตั้งแต่ต้น เฉียวซุนเขียนข้อตกลงการหย่าร้างและจากไปอย่างเงียบ ๆ ... สองปีผ่านไป เฉียวซุนก็กลับมา โดยที่มีคนวิ่งไล่ตามจีบเธอจำนวนนับไม่ถ้วน แต่ไอ้สารเลวสามีเก่าของเธอกลับดันเธอแนบกับประตู แล้วกดดันเธอแรงขึ้นเรื่อยๆ "คุณนายลู่ ผมยังไม่ได้เซ็นชื่อในสัญญาเลยนะ! คุณอย่าฝันไปเลยที่จะไปดีกับคนอื่น!" เฉียวซุนยิ้มเบา ๆ "คุณลู่ ไม่มีความสัมพันธ์ระหว่างเราอีกต่อไปแล้วนะ!" ดวงตาของชายคนนั้นแดงระเรื่อ และเขาก็กล่าวคำสาบานในงานแต่งงานด้วยเสียงที่สั่นเครือว่า "ลู่เจ๋อ เฉียวซุน จะไม่มีวันทอดทิ้งกันไปตลอดชีวิต ห้ามหย่าร้าง!"
Lihat lebih banyakใบหน้าของเมิ่งเยียนซีดลงเธอก้มศีรษะลง นิ้วเรียวเล็กสีขาวของเขาแตะท้องตัวเองเบา ๆ เธอไม่อยากจะเชื่อเลยว่าในนี้จะมีเด็กแล้วจริง ๆ แต่สามีของเธอกลับถามเธอ......ถามเธอว่าใครคือพ่อของเด็กนอกจากเขาแล้ว ยังจะเป็นใครไปได้อีกกัน?ลูกของเหอโม่รึไง?ในอดีต ในช่วงสองปีที่ผ่านมา เหมือนกับว่าเมิ่งเยียนจะเป็นฝ่ายที่ตกหลุมรักเขาก่อน แต่เมื่อเวลาผ่านไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเธอเห็นรูปถ่ายของเขาที่จูบกับผู้หญิงคนอื่น เธอรู้ดี......เขาไม่ได้รักเธอเธอเองก็ไม่ได้โง่ เธอเคยแอบตรวจสอบมาบ้างแล้วเหมือนกันเลขาของพี่ชายพยายามบอกเธออย่างคลุมเครือว่าอย่ายั่วยุเฉียวสือเยี่ยน บอกว่าเขาไม่ใช่คนดีอะไร บอกว่าเขากับพี่ชายไม่ลงรอยกัน แต่เธอไม่ใช่แค่ยั่วยุเขา เมื่อหนึ่งปีที่แล้วเธอถึงขั้นแต่งงานกับเขาเลยด้วยซ้ำเมิ่งเยียนไม่ได้อธิบายอะไรเธองอเรือนร่างเพรียวบางของเธอ และโค้งเอวลงเล็กน้อย ราวกับพยายามปกป้องทารกตัวน้อยในครรภ์ของเธอ เธอบ่นพึมพำกับเฉียวสือเยี่ยนว่า “คุณยังต้องการเด็กคนนี้อยู่ไหม? ”เป็นคำถามที่ยากจะให้คำตอบ......หลังจากนั้นไม่นาน เฉียวสือเยี่ยนก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา จึงทำให้เมิ่งเยียนเข้าใจได้ในท
เมิ่งเยียนขดตัวอยู่ตรงมุมมุมหนึ่งหากเป็นเมื่อก่อน เธออาจจะถูกเขาทำให้ตกใจจนร้องไห้ไปแล้ว แต่วันนี้เธอกลับไม่ได้เป็นแบบนั้น เธอถึงขั้นกล้ามองมองตาเขา แล้วถามกลับ “คุณไม่รักฉัน! คุณมาขอฉันแต่งงานทำไม? ”อันที่จริงคำตอบนั้นง่ายมากหากต้องการแก้แค้น บางครั้งก็ควรที่จะบอกเรื่องจริงกับเธอ จากนั้นก็รอดูสีหน้าที่ตกตะลึงของเธอแต่เฉียวสือเยี่ยนกลับไม่ได้ทำแบบนั้น กลับกัน ในใจเขารู้สึกหงุดหงิดมากกว่า เขาใช้แรงที่มีดูดบุหรี่ที่เหลืออยู่จนหมดในคราวเดียว จากนั้นก็ดับบุหรี่ลง......ต่อมา เขาก็ไม่ได้พูดอะไรอีกเขาไม่แม้แต่จะมองเธอด้วยซ้ำแต่เมื่อกลับมาถึงบ้านพักที่เปรียบเสมือนคุกหลังนั้น หลังจากที่เขาก็ปลดเข็มขัดนิรภัยออกแล้ว เขาก็คว้าข้อมือของเธอเอาไว้ แล้วลากเธอเข้าไปในบ้านพัก...... เมิ่งเยียนตระหนักได้ถึงบางสิ่งบางอย่าง เธอจึงปฏิเสธด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นแต่เฉียวสือเยี่ยนเป็นคนใจแข็งเขาอุ้มเธอขึ้นมา แล้วพาเธอไปที่ห้องนอนหลักบนชั้นสอง เขาโยนเธอลงบนเตียงนุ่ม ๆ แล้วเริ่มลงโทษเธอ เขาถอดเสื้อผ้าของเธอออก ซึ่งถือว่าเป็นสัญลักษณ์ของการกบฏในใจเธอเขากดศักดิ์ศรีของเธอลงจนจมดินร่างกายของเธอเ
ร้านอาหารสุดหรู แจกันฝรั่งเศสสีน้ำเงิน เชิงเทียนเงินสเตอร์ลิงเมิ่งเยียนจ้องมองดูหนังสือพิมพ์อยู่นานมากทันใดนั้นโทรศัพท์ของเธอก็มีข้อความไลน์เด้งขึ้นมา เป็นคนแปลกหน้าที่ส่งเข้ามา [สวัสดีนักเรียนเมิ่ง! ผมชื่อว่าเหอโม่ ผมอยากรู้จักคุณ ได้ไหม? ] ประโยคประโยคนั้น เมิ่งเยียนจ้องมองอยู่พักใหญ่จู่ ๆ เธอก็อยากรู้ว่าการที่ได้รับความรักที่แท้จริงมันรู้สึกยังไง จากนั้นเธอก็หน้ามืดตามัวตอบออกไปว่า [ตกลง]......สามวันต่อมา คนรับใช้ในคฤหาสน์ก็โทรหาเฉียวสือเยี่ยน บอกว่าหลังจากที่คุณนายเลิกเรียน ก็มักจะขึ้นรถบัสกลับบ้านเสมอคำพูดของคนรับใช้เหมือนมีนัยบางอย่างอยู่ด้วย “คุณนายอารมณ์ดีมากเลยค่ะ”เฉียวสือเยี่ยนพูดอย่างใจเย็น “รู้แล้ว! ”หลังจากที่เขาวางสายโทรศัพท์ เขาก็โน้มตัวไปกดโฟนอินภายในทันที “เลขาจิน มานี่หน่อย”สักพัก เลขาจินคนสวยก็เดินเข้ามา “ประธานเฉียวคะ มีเรื่องอะไรจะสั่งเหรอคะ? ”เฉียวสือเยี่ยนเอนหลังพิงเก้าอี้ เขาเอื้อมมือไปลูบผมสีดำที่หวีเรียบร้อย แล้วมองขึ้นไปที่แสงไฟด้านบน จากนั้นก็พูดขึ้นว่า “ไปตรวจสอบตารางเรียนวันนี้ของคุณนายที”เลขาจินยิ้ม “ได้ค่ะ ประธานเฉียว”เธอจัดการไ
เขามองดูใบหน้าที่แดงระเรื่อของเธอเธอยังเด็ก และไม่มีประสบการณ์มาก่อน เธอไม่สามารถเก็บซ่อนหรือควบคุมอะไรได้......แค่ครั้งเดียวเขาก็แทบจะครอบครองทุกอย่างที่มีในตัวเธอ แต่เฉียวสือเยี่ยนกำลังอยู่ในช่วงวัยที่ต้องการเรื่องพวกนี้มากที่สุด แค่นี้มันจะไปพอได้ยังไง?อีกอย่าง เขาเองก็ไม่ได้กลับบ้านมาเป็นอาทิตย์แล้วด้วย!หลังจากที่ทำกับเธอไปจนถึงตอนสุดท้าย ทุกอย่างมันก็ยุ่งเหยิงไปหมด เมิ่งเยียนก็เหนื่อยหอบจนหมดสติไป......เฉียวสือเยี่ยนก้มศีรษะลง และจ้องมองไปยังหญิงสาวที่อยู่บนโซฟาเธอช่างน่าสังเวชจริง ๆสักพัก เขาก็เช็ดเธอด้วยเสื้อเชิ้ตของเขา จากนั้นก็อุ้มเธอไปที่เตียงในห้องนอนชั้นสอง แน่นอนว่าเขาจะไม่ช่วยเธออาบน้ำ แล้วก็ไม่มีความรักระหว่างสามีภรรยาอะไรแบบนั้นด้วยเช่นกันเขาห่มผ้าห่มให้เธอ แล้วเดินเข้าไปในห้องน้ำเพื่อชำระร่างกายหลังจากที่ได้ระบายออกไป เขาก็ไม่ได้มีความคะนึงหาอยู่เลยแม้แต่น้อยพอเมิ่งเยียนตื่นขึ้นมา เฉียวสือเยี่ยนก็แต่งตัวเสร็จแล้ว และกำลังเตรียมตัวออกไปข้างนอก......เธอลุกขึ้นจากเตียงทันที และถามเขาอย่างระมัดระวัง “คุณจะไปอีกแล้วเหรอ? ”เฉียวสือเยี่ยนบีบแก้มเธอเบา ๆ ด้
เฉียวซุนเต็มใจที่จะให้อภัย แต่เขาไม่สามารถให้อภัยตัวเองได้......ในช่วงกลางดึก ลู่เจ๋อลงมายังชั้นล่างจางหยวนยังคงอยู่ที่นั่นเธอเพิ่งทำสิ่งที่น่าละอาย และด้วยความรู้สึกผิด ทันทีที่เธอเห็นลู่เจ๋อกำลังลงมา เธอก็เริ่มพูดใส่ร้ายทันที “ประธานลู่คะ คุณเฉียวล้ำเส้นเกินไปแล้วนะคะ เรื่องในคฤหาสน์เดิมทีเธอไม่คว
วันนี้คนรับใช้ในคฤหาสน์มีความสุขมากพวกเธอทำงานอย่างหนักเพื่อเตรียมโต๊ะอาหารเซ็ตใหญ่ พิจารณาจากการเจริญเติบโตของเจ้าหนูลู่เหยียน จากนั้นก็ทำไก่ตุ๋นเห็ดให้ จะให้ส่วนผสมเข้ากันได้ดีที่สุด ก็จะต้องค่อย ๆ เคี่ยวอย่างช้า ๆ หลังจากที่อาหารถูกเสิร์ฟ กลิ่นหอมของอาหารก็ฟุ้งกระจายไปทั่วหมอจางคนนั้นก็ร่วมรับปร
ลู่เจ๋อเฝ้ามองดูอยู่ข้าง ๆ ......จู่ ๆ เขาก็นึกถึงเรื่องเมื่อปีนั้นได้ นึกถึงภรรยาตัวน้อยที่แม้แต่ตอนที่เธออยากจะขอเงินห้าแสนจากเขายังต้องเกรงใจแล้วเกรงใจอีก ในตอนนั้น เขาคิดว่าเฉียวซุนเปรียบเสมือนดอกถูซือ แต่ตอนนี้เฉียวซุนได้กลายเป็นดอกกุหลาบที่ถึงแม้จะบอบบาง แต่ก็ยังคงอันตรายไปแล้ว......แสงสีส้มขอ
ไม่นาน รถก็สตาร์ท......ลู่เจ๋อไม่ได้พูดอะไรออกมา เขาได้แต่นั่งเงียบ ๆ อาจจะมองไปที่แขนขวาของเขาบ้างบางครั้ง เขาคิดว่า ถ้าแขนข้างนี้กลับมาใช้งานได้ก็คงดี เพราะต่อให้ขาทั้งสองข้างของเขาเดินไม่ได้ เขาก็ยังพอที่จะมีความกล้าอยู่บ้าง......เพื่อที่จะขอร้องเธอให้กลับมาอยู่ข้างกายเขาแต่น่าเสียดาย ที่ชีวิตของ
Peringkat
Ulasan-ulasanLebih banyak