登入“ขึ้นรถ… เดี๋ยวฉันจะไปส่งที่บ้าน… ”
เสี่ยรุตน์ถามเมื่อหญิงสาวเดินตามมาถึงรถเบนส์สีดำคันใหญ่ จอดอยู่ในลานจอดรถหลังร้านอาหาร
“เอ่อ… หนูขอบคุณนะคะ ขอบคุณที่คุณช่วยใช้หนี้ แต่หนูคงไม่กลับบ้าน… ”
“ทำไมไม่กลับบ้าน… ”
“ถ้ากลับไปก็คงไม่พ้นโดนแม่เลี้ยงบังคับให้ขายตัวอีก… ”
“ทำไมแม่เลี้ยงเธอแย่จัง… ถ้าไม่กลับบ้านแล้วเธอจะไปอยู่ไหน… ”
น้ำเสียงแสดงความเป็นห่วงใยอย่างเห็นได้ชัด
“…..”
น้ำหวานนิ่ง ไม่รู้จะตอบยังไง เพราะตอนนี้ชีวิตของหล่อนไร้จุดหมาย
“ถ้ายังไม่มีที่ไปงั้นเธอไปพักที่บ้านฉันก่อน… ”
เสี่ยรุตย์คิดว่าไหนๆ ก็ตัดสินใจช่วยแล้ว ก็คงต้องช่วยกันต่อไป
‘เมตตาธรรม’ เป็นเหตุผลหนึ่ง แต่ลึกๆ ในใจจองเสี่ยรุตน์เท่านั้นที่รู้ดีว่าเพราะอะไรเขาจึงไม่ปล่อยให้หล่อนจากไปง่ายๆ
“แล้วคนที่บ้านเสี่ยจะไม่ว่าหรือคะถ้าพาหนูไปบ้าน… ”
“ฉันมีบ้านหลายหลัง… ไม่ต้องห่วง มาเถอะ… ขึ้นรถ”
คำพูดของเสี่ยรุตน์…
ทำให้น้ำหวานเปิดประตูรถ ตัดสินใจขึ้นมานั่งเคียงข้างร่างสูงใหญ่ของเสี่ย
ใช้เวลาไม่นาน…
เสี่ยรุตน์ก็พาหญิงสาวมาถึงบ้านหลังหนึ่ง เป็นบ้านเดี่ยวชั้นเดียว หลังใหญ่ อยู่ลึกเข้ามาในซอยท้ายสุดของหมู่บ้านในโครงการบ้านจัดสรรแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ริมทะเลปากน้ำปราณบุรีซึ่งเป็นโครงการของเสี่ยเอง
“สวัสดีครับนาย… ”
เพียงแค่เห็นรถเบนส์สีดำคันใหญ่ของเสี่ยรุตน์ ลุงยามที่ดูแลความปลอดภัยอยู่หน้าประตูทางเข้าหมู่บ้านก็จำได้ รีบทำความเคารพแล้วเปิดไม้กั้นทาง
“ผมซื้อมาฝาก… ”
เสี่ยรุตน์ยื่นถุงให้ลุงยามเหมือนเช่นทุกครั้งที่เขาแวะเข้ามาในหมู่บ้านแห่งนี้ ข้างในมีข้าวกล่องที่สั่งมาจากร้านอาหาร
“ขอบคุณครับนาย… ”
ลุงยามยกมือไหว้ มองส่งรถเบนส์คันใหญ่แล่นเข้าไปด้านในของหมู่บ้าน มาจอดอยู่หน้าประตูรั้วสีขาว
เสี่ยรุตน์ลงมาไขกุญแจเปิดประตูบ้าน ขับรถเข้ามาจอดในบ้าน
“ในระหว่างนี้เธออยู่ที่นี่ไปก่อน… ”
เสี่ยรุตน์กล่าวกับหญิงสาวที่กำลังก้าวลงจากรถ
“เอ่อ… หนูไม่มีเงินจ่ายค่าเช่านะคะ”
มีความกังวลในน้ำเสียงของน้ำหวาน
“ฉันก็ไม่ได้บอกว่าจะคิดค่าเช่า… เอาเป็นว่าฉันให้เธออยู่ฟรี หลังนี้เป็นบ้านของฉันเอง… ”
บ้านเดี่ยวหลังนี้เป็นหลังเดียวที่ยังเหลืออยู่ในโครงการ อันที่จริงมีคนต้องการซื้อ แต่เสี่ยรุตน์นั่นเองที่ไม่ขาย เพราะชอบบรรยากาศด้านหลังบ้านที่ติดทะเล เป็นทิศที่พระอาทิตย์ขึ้น ทุกเช้าจะเห็นแสงตะวัน จึงเก็บเอาไว้เป็นบ้านพักตากอากาศ
“แน่ใจนะคะที่ว่าจะให้หนูอยู่ฟรี”
น้ำหวานถามย้ำอีกครั้ง
“แน่ใจสิ… เอาเป็นว่าฉันจ้างเธอไว้เฝ้าบ้านหลังนี้ก็แล้วกัน ดีไหม… เธอช่วยดูแลบ้านให้ฉัน เดี๋ยวฉันจะจ่ายเงินเดือนให้ด้วย เธอจะได้ไม่ต้องเกรงใจว่าฉันให้อยู่ฟรี… ”
“จริงหรือคะ… ”
หญิงสาวแสดงอาการดีใจออกมาอย่างเห็นได้ชัด
“จริง… ”
เสี่ยรุตน์ตอบ
“ขอบคุณค่ะเสี่ย… ”
น้ำหวานยกมือไหว้ แววตาซาบซึ้งขอบคุณชายผู้มีพระคุณ เพราะไม่เคยคาดคิดว่าในวันที่ชีวิตกำลังสิ้นหวังสุดๆ ถึงขั้นตัดสินใจยอมมาขายตัว
จะทำให้ได้มาเจอกับเสี่ยรุตน์คนนี้ แม้ตอนแรกเขาจะแสดงอาการหื่นกับหล่อนราวสัตว์ร้ายหมายขย้ำเหยื่อ แต่ใครจะคิดว่าภายใต้ดวงหน้าและแววตาที่แฝงความเร่าร้อนคู่เดียวกันนี้ หล่อนสัมผัสได้ถึงตัวตนอันแท้จริงอีกด้านที่ไม่โหดร้ายของเขา
“นี่ห้องนอนของเธอ… ”
เสี่ยรุตน์เปิดประตูห้อง…
พาหญิงสาวเดินเข้ามาในห้องกว้างขวาง ข้างในสะอาดสะอ้าน มีเครื่องนอนเตรียมไว้พร้อม ปลายเตียงมีโต๊ะเครื่องแป้งและตู้เสื้อผ้า ดูจากสภาพก็รู้ว่าต้องมีคนคอยดูแลรักษาความสะอาดทุกวัน
“ปกติเสี่ยอยู่ที่บ้านหลังนี้หรือคะ… ”
น้ำหวานสงสัยจึงถาม
“ก็ไม่เชิง… นานๆ ฉันจะมาค้างที่นี่ แต่มีแม่บ้านของโครงการที่ฉันจ้างไว้เข้ามาดูแลทำความสะอาดให้ทุกวัน เห็นแล้วเป็นยังไง นอนได้ไหม บ้านอาจจะหลังเล็กไปนิดแต่บรรยากาศดี… ”
“นอนได้ค่ะ… บ้านไม่เล็กเลยนะคะ… สวยน่าอยู่มากค่ะ… ”
น้ำหวานนึกในใจว่าแม้จะเป็นบ้านชั้นเดียวแต่ก็กว้างขวางน่าอยู่กว่าบ้านที่หล่อนเคยอยู่ บ้านหลังขนาดนี้ราคาคงแพงมาก ต่อให้หล่อนทำงานหาเงินทั้งชาติก็ใช่ว่าจะซื้อบ้านแบบนี้ได้
“ดีใจที่เธอชอบ… ช่วยเล่าเรื่องของพ่อเธอให้ฉันฟังได้ไหม… ”
เสี่ยรุตน์อยากรู้เรื่องของ ‘นพดล’ ซึ่งเป็นเพื่อนเก่า น้ำหวานจึงเล่าทุกอย่างให้เขาฟังว่าเมื่อก่อนนพดลพ่อของหล่อนเป็นช่างรับเหมาก่อสร้าง รับงานก่อสร้างเรื่อยมา
แต่หลังจากแม่ของหล่อนตาย นพดลก็แต่งงานใหม่กับสาลี่ซึ่งตอนนี้มีฐานะเป็นแม่เลี้ยงของหล่อน
ตอนแรกๆ สาลี่ก็ดูเหมือนว่าจะเป็นคนดี แต่ไม่นานก็ออกลาย หล่อนผลาญเงินทองและทรัพย์สินของนพดลจนเกลี้ยงเพราะติดการพนันงอมแงม
และที่เลวร้ายไปกว่านั้น… ก็คือสาลี่แอบนอกใจนพดล
“แล้วตอนนี้พ่อของเธอเป็นไงบ้าง… ”
“พ่อติดคุกค่ะ… ”
เสียงของน้ำหวานเศร้าลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเล่ามาถึงตรงนี้
“อะไรนะ… ”
เสี่ยรุตน์ตกใจ
“ทำไมติดคุก… ”
“พ่อฆ่าผู้ชายที่มาเป็นชู้กับแม่เลี้ยงค่ะ… ”
“โถ… ถึงกับฆ่ากันเชียวหรือ”
เสี่ยรุตน์ตกใจ ไม่คิดว่าชีวิตของเพื่อนเก่าจะพลิกผันตกอับไปได้ถึงเพียงนี้
จากนั้นน้ำหวานเล่าให้เสี่ยรุตน์ฟังว่าเมื่อสามปีที่แล้วพ่อของหล่อนต้องเดินทางไปทำงานที่ต่างจังหวัดบ่อยๆ เพราะเป็นช่างรับเหมา
และในคืนหนึ่งที่กลับมาถึงบ้าน…
นพดลก็จับได้คาหนังคาเขา ว่าสาลี่กำลังระเริงสวาทอยู่กับชายชู้ที่เจอกันในบ่อนแล้วพามากลับมาหลับนอนถึงบ้าน
ภาพบาดตาบาดใจที่เห็นคาเตียงในห้องนอนของตัวเอง ทำเอานพดลสติหลุด บันดาลโทสะจนถึงขั้น คว้าปืนมายิงชายชู้ตายคาที่
นพดลปิดฉากความสัมพันธ์อันชั่วช้าของหญิงโฉดกับชายชู้ไปพร้อมกับอนาคตของตัวเองที่ต้องดับวูบลงด้วยเช่นกัน
หลังจากวันที่พ่อของน้ำหวานต้องเข้าไปชดใช้กรรมอยู่ในคุก ชีวิตของหล่อนก็พลิกผันไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ เมื่อไม่มีเงินสาลี่จึงเอาบ้านไปจำนองไว้กับธนาคาร
แม้ฐานะการเงินจะย่ำแย่ลงทุกวัน แต่สาลี่ก็ยังไม่เลิกเล่นพนันซึ่งเป็นสันดานเดิม นับวันยิ่งทำแต่เรื่องเลวร้ายเสื่อมเสีย และสุดท้ายถึงขั้นบังคับให้น้ำหวานต้องมาขายตัวใช้หนี้
“ฉันเสียใจด้วยนะ… กับเรื่องแย่ๆ ที่เกิดขึ้นกับชีวิตเธอ… ”
และในขณะที่เสี่ยรุตน์กับน้ำหวานกำลังนั่งคุยกันอยู่นั้น จู่ๆ ก็มีเสียงเรียกเข้าดังขึ้นที่โทรศัพท์มือถือของเสี่ยรุตน์
เขากดรับเมื่อเห็นว่าเป็นเบอร์คุ้นเคย
“อยู่ไหนคะพ่อ… ”
เป็นเสียงของลูกสาวที่กรอกมาจากต้นสายที่ชะอำ
“พ่ออยู่บ้านที่ปราณฯ… ว่าไงรสา… ”
น้ำฝนด่าแม่เลี้ยงอย่างเหลืออด“ก็เออสิวะ… มึงเพิ่งรู้หรือไงว่ากูใจร้าย… ”สาลี่ลอยหน้าลอยตาไม่สะทกสะท้าน “มานี่อีตัวร้าย… ”สาลี่ร่างท้วมใหญ่กว่าน้ำฝนมาก จึงดึงหญิงสาวมาจนเกือบถึงหน้าประตูห้องที่ตั้งใจว่าจะให้เสี่ยชัชเข้ามาจัดการ“ไม่นะ… ปล่อยหนู… ”และในขณะหญิงสาวกำลังดิ้นรนขัดขืนไม่ยอมให้แม่เลี้ยงดึงเข้าไปในห้องนอน จู่ๆ ประตูห้องก็ถูกเท้าใหญ่ถีบโครมจนเปิดออกจากกัน“ลุงพันน์… ”น้ำฝนร้องอุทานออกมาด้วยความตกใจ อาศัยจังหวะตอนที่สาลี่กำลังตกใจกับการปรากฏตัวของลุงพันน์ เพราะไม่คาดคิดว่าจะมีคนบุกเข้ามาช่วยในช่วงเวลาที่กำลังคับขันเช่นนี้ “รีบไปเถอะค่ะลุงพันน์… ”น้ำฝนเร่ง… ด้วยกลัวว่าถ้าเสี่ยชัชมาเจอเข้าคงหลีกเลี่ยงการปะทะกันไม่ได้ หล่อนไม่อยากให้กลายเป็นเรื่องใหญ่ จึงรีบพากันหนีออกมาจากบ้านท่ามกลางสายตาของสาลี่ที่ยืนมองด้วยความตกใจ“หนูปลอดภัยนะ… ”ลุงพันน์ถามเมื่อพากันเข้ามาอยู่ในรถกระบะคันใหญ่จอดอยู่ใต้ร่มหูกวางข้างรั้ว“ปลอดภัยค่ะ… ”หญิงสาวกล่าวให้คนถามสบายใจ เขารีบสตาร์ทเครื่องไม่รอรีแล้วขับฝ่าเปลวแดดร้อนระอุของยามบ่ายออกไปสู่ถนนใหญ่ ทิ้งให้สาลี่เมื่อตั้งสติได้ก็ก้าวยาวๆ ออกมามอ
“ลุงพันน์คะช่วยหนูด้วย… แม่เลี้ยงล็อกประตูไม่ยอมให้หนูออกไปค่ะ… ”“อะไรนะ… ”พันนาตกใจมาก สาลี่ร้ายกาจไม่เลิก ครู่สั้นๆ ต่อมา“น้าสาลี่… เปิดประตูให้หนูเดี๋ยวนี้นะ… ”น้ำฝนวิงวอนเสียงอ่อน เมื่อแม่เลี้ยงเดินกลับเข้ามาในห้องรับแขก “ไม่ต้องหนีไปไหน… ตอนนี้เสี่ยชัชกำลังมา เป็นเมียน้อยเสี่ยชัชรับรองว่ามึงจะสบายไปทั้งชาติ… เสี่ยชัชชอบมึงมาก ทั้งรถทั้งคอนโดเขาจะซื้อให้ถ้ามึงไม่ดื้อ… ”สาลี่กล่าวด้วยสีหน้าสะใจ จ้องมองหน้าลูกเลี้ยงด้วยแววตาเยียบเย็นไร้ปรานี“ไม่นะ… หนูจะไม่มีวันทำอะไรบ้าๆ อย่างที่น้าสาลี่ต้องการอย่างเด็ดขาด… ”“เดี๋ยวก็รู้… รอให้ยาปลุกเซ็กส์ออกฤทธิ์ก่อนเถอะเดี๋ยวมึงก็จะสนุกไปกับเสี่ยชัช… ”ลาสี่ลอยหน้าลอยตา เอื้อนเอ่ยออกมาอย่างไม่เกรงกลัวบาปกรรม “ต่อไปนี้น้าสาลี่เลิกยุ่งกับชีวิตหนูเสียที… ”ผู้หญิงคนนี้ร้ายนัก…น้ำฝนรู้สึกกลัวขึ้นมาจับใจ รู้ว่าตอนนี้ยาปลุกเซ็กส์ออกฤทธิ์แล้ว เพียงชั่วระยะเวลาสั้นๆ มันก็เข้าไปพลุ่งพล่านอยู่ในกระแสโลหิตของหล่อนได้อย่างรวดเร็ว ยืนยันด้วยอาการร้อนผะผ่าวไปทั่วทุกสรรพางค์กาย ปลายหัวนมรัดตัวชูชันขึ้นมาเสียดสีกับเสื้อในจนเกิดความรู้สึกเสียวซ่านแปลบ
“มาคนเดียวใช่ไหม… ”เป็นเพราะว่าตอนที่รถของพันนามาถึงหน้าบ้านนั้น สาลี่กำลังเปิดเพลงแดนส์กระจายดังสนั่น เสียงเบสหนักกลบเสียงรถจนไม่รู้ว่าน้ำฝนเดินทางมายังไง“ค่ะ… หนูมาคนเดียว… ”หลังจากเกิดเรื่องในวันนั้น น้ำฝนก็ไม่ไว้ใจแม่เลี้ยงใจร้ายคนนี้“มาถึงเหนื่อยๆ… มาดื่มน้ำก่อน… ”สาลี่พูดหวานจนน่าแปลกใจ… หล่อนเดินมารินน้ำสีส้มอมชมพูในเหยือกแก้วตั้งอยู่บนหลังตู้เย็นมายื่นให้น้ำฝน“น้ำอะไรคะน้าสาลี่… ”ความระแวงทำให้หญิงสาวต้องถามก่อน“น้ำพั้นซ์ไม่เมาหรอกน่ะ… ”สาลี่ตอบ จ้องมองลูกเลี้ยงแสนซื่อยกแก้วขึ้นดื่มเข้าไปครึ่งแก้วแล้วแอบกระตุกยิ้มเจ้าเล่ห์ “ไหนคะ… ของที่พ่อฝากไว้ให้หนู… ”น้ำฝนตรงเข้าประเด็นด้วยไม่อยากเสียเวลา คิดว่าเมื่อได้ของที่ต้องการแล้วจะรีบกลับ“รอเดี๋ยวนะ”แทนที่จะเอาของที่ว่ามาให้…แต่สาลี่กลับเอื้อมมือคว้าโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมากดโทรหาใครบางคน เมื่อเห็นว่าสาลี่ดูมีผิดปกติเพราะหล่อนเดินหลบออกมาที่ด้านหลังห้องรับแขกตอนคุยโทรศัพท์ ทำให้น้ำฝนเห็นพิรุธจึงตามออกมาแอบฟัง“เสี่ยชัชคะ… ตอนนี้นังฝนมันมาที่บ้านแล้วค่ะ… ฉันให้มันดื่มยาปลุกเซ็กส์ผสมน้ำผลไม้เข้าไปแล้วค่ะ… เ
ในเวลาต่อมา…เมื่อมาถึงบ้านของน้ำฝน พันนาจ้องมองบ้านไม้หลังย่อมสภาพเก่าตั้งอยู่ท่ามกลางสวนลำไยเนื้อที่ร้อยกว่าไร่ ซึ่งตอนนี้ทั้งบ้านและสวนนั้นโดนโยกย้ายถ่ายเทกรรมสิทธิ์มาเป็นของสาลี่ผู้เป็นแม่เลี้ยงเรียบร้อยหลังจาก ‘พิชัย’ ผู้เป็นบิดาของน้ำฝนเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุเมื่อปีก่อน“ลุงพันน์รออยู่ข้างนอกนะคะ… ”น้ำฝนหันมาบอกกับร่างสูงใหญ่ที่นั่งอยู่ข้างๆ ในตำแหน่งคนขับ หล่อนยังไม่อยากให้ใครรู้ และไม่อยากต้องตอบคำถามว่าหายไปไหน ไปอยู่กับใครตลอดสามวันที่ผ่านมา“ได้… เดี๋ยวลุงรออยู่ตรงนี้ ถ้ามีอะไรรีบโทรหาลุงนะครับ… ”ดูจากแววตาก็รู้ว่าเป็นห่วง“ค่ะ… ”หญิงสาวพยักหน้า…หล่อนรู้สึกอบอุ่นใจขึ้นมาอย่างประหลาดที่มีลุงพันน์อยู่ใกล้ๆ เขาจ้องมองหล่อนเดินเข้าไปในบ้านเมื่อร่างบอบบางของหญิงสาวลับไปจากสายตา ลุงพันน์ก็เคลื่อนรถมาจอดชิดกำแพงอีกด้านที่มีหูกวางต้นใหญ่แผ่กิ่งก้านร่มครึ้มช่วยบังแสงแดดร้อนเขาเอื้อมมือมาข้างเบาะนั่ง…ปรับเบาะค่อยๆ เอนลงมาอยู่ในท่ากึ่งนั่งกึ่งนอน นั่งปัดหน้าจอโทรศัพท์มือถือรออยู่ในรถและระหว่างนั้นก็ได้คุยกับปาหนันผู้เป็นลูกสาวที่โทรเข้ามาพอดี ตอนนี้ปาหนันอยู่อเมริกา หลังจากเร
เขานึกชื่นชมน้ำฝน…หล่อนเพิ่งมาอยู่ที่บ้านหลังนี้ได้เพียงไม่กี่วันก็จริง แต่ดูเหมือนว่าน้ำฝนจะรู้ใจเจ้าของบ้านทุกอย่างว่าเขาชอบอะไรไม่ชอบอะไร ซึ่งมันเกิดจากความเอาใจใส่และช่างสังเกตของน้ำฝน“ลุงพันน์คะ… วันนี้หนูขอกลับไปทำธุระที่บ้านนะคะ… ”น้ำฝนหมายถึงบ้านของหล่อนที่อำเภอเทิงซึ่งอยู่ติดกับอำเภอป่าแดด บ้านที่ต้องหนีมาหลังจากแม่เลี้ยงใจร้ายตัดสินใจจะเอาหล่อนแลกหนี้ทั้งที่มันเป็นบ้านของพ่อหล่อนซึ่งเป็นคนสร้างขึ้นมา แต่หลังจากพ่อเสียชีวิตบ้านก็ตกเป็นของแม่เลี้ยงที่ฮุบสมบัติเอาไว้ทุกอย่าง“ถ้าหนูกลับไปจะเป็นอันตรายไหม… ”พันนารู้สึกเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัย…จากที่ได้ฟังน้ำฝนเล่าเรื่องราวของครอบครัวให้ฟัง เขาก็รู้ว่า ‘สาลี่’ แม่เลี้ยงของหล่อนนั้นไม่ต่างอะไรจากพวกสิบแปดมงกุฎที่เข้ามาเพื่อปอกลอกพ่อของน้ำฝนที่กำลังเป็นพ่อม่ายเมียตายพอเข้ามาได้ก็หว่านเสน่ห์ด้วยมารยาหญิงให้หลงใหล และสุดท้ายเมื่อหลงจนหน้ามืดตามัวถอนตัวไม่ขึ้นก็ยอมยกสมบัติทั้งหมดให้กับเมียใหม่จนลืมไปว่าวันนี้ลูกสาวของตนต้องระหกระเหเร่ร่อนออกจากบ้าน ซ้ำยังเกือบโดนขายแลกหนี้“คงไม่เป็นไรค่ะ เมื่อวานแม่เลี้ยงเพิ่งโทรมาขอโทษหนูค่
“ลุงไม่คิดว่ายุคนี้แล้วยังจะมีคนคิดขายลูกกินเหมือนอย่างแม่เลี้ยงใจร้ายของหนู… โชคดีที่หนูหนีมาได้ทัน… ”พันนารู้สึกตกใจกับเรื่องราวที่ได้รู้ “หนูคงไม่กลับไปที่นั่นอีกแล้ว”เสียงสั่นเครือคล้ายจะร้องไห้ ถ้าหล่อนโดนจับตัวขึ้นรถตู้ของเสี่ยชัชที่กำลังขับมารับตัว ป่านนี้คงโดนปู้ยี่ปู้ยำไม่เหลือชิ้นดี “ตอนนี้หนูอายุเท่าไรแล้วครับ”“ยี่สิบสองค่ะ”“บรรลุนิติภาวะแล้ว… ชีวิตเป็นของหนู หนูย่อมมีสิทธิ์ในชีวิตของตัวเอง… เรียนจบปริญญาตรีแล้วนี่นาน งั้นระหว่างนี้ที่หนูกำลังหางานทำก็พักที่นี่ไปก่อน ไม่ต้องเกรงใจลุงนะ… ”กังวานเสียงทุ้มช่างอบอุ่นหญิงสาวมองเห็นความเอื้ออารีและจริงใจที่ฉายประกายออกมาจากดวงตาของลุงพันน์ รู้สึกปลอดภัยเมื่ออยู่ใกล้เขา“ขอบคุณค่ะ… ขอบคุณที่ช่วยหนู”สองมือกระพุ่มไหว้ซาบซึ้งใจ ค่อยๆ ขยับลงมาคุกเข่ากับพื้นแล้วก้มกราบลงมาที่ตักของลุงพันน์“ไม่เป็นไรเรื่องแค่นี้เอง บ้านของลุงก็กว้างขวางใหญ่โต อันที่จริงหนูอยากอยู่นานแค่ไหนก็ได้… ”เจ้าของบ้านกล่าวอย่างเปิดทาง…มือใหญ่เอื้อมลงมาแตะไหล่ของหญิงสาว ค่อยๆ โอบประคองให้หล่อนลุกขึ้นจากพื้นมานั่งลงบนโซฟาคุยกันต่อจากการคุยกันทำให้น้ำฝน







