بيت / โรแมนติก / ของรักท่านนายพล / ตอนที่ 1: ฉันไม่ใช่คนที่ยอมถูกรังแกง่ายๆ

مشاركة

ของรักท่านนายพล
ของรักท่านนายพล
مؤلف: malinee

ตอนที่ 1: ฉันไม่ใช่คนที่ยอมถูกรังแกง่ายๆ

مؤلف: malinee
last update تاريخ النشر: 2024-09-13 11:35:06

“บ้านเกิดผมอยู่ในเขตชนบทของมณฑลส่านซี พ่อแม่ฉันยังมีชีวิตอยู่ มีพี่ชายหนึ่งคนเปิดร้านอาหารในเมือง ถือว่าทำเงินได้ดีเลยล่ะ ส่วนผมเรียนจบมหาวิทยาลัยซิงหัว ตอนนี้ฉันซื้อบ้านหนึ่งหลังใจกลางเมืองหลวง มีรถBMW 

อ่อ คุณเคยบอกว่าคุณเป็นนักศึกษาแพทย์ เพิ่งจบปริญญาเอกแล้วกลับประเทศใช่ไหมครับ? เรียนแพทย์มันต้องใช้เวลา หางานได้หรือยังครับ ?ถ้ายังไม่ได้ ผมมีคนรู้จักสามารถให้คุณเข้าไปทำงานโรงพยาบาลใหญ่รัฐบาลได้  แต่ว่าด้วยเงินเดือนของผมตอนนี้ ถ้าเราแต่งงานกัน คุณแค่ทำหน้าที่เป็นภรรยาอยู่บ้านไม่ต้องออกไปทำงานเลยก็ได้

อ๋อใช่ คุณยังไม่ได้บอกคุณอายุเท่าไหร่เลย แล้วก็คุณคิดว่าผมโอเคไหม ? ”

เป็นครั้งที่ 10 แล้ว หลังจากที่ซ่งเสี่ยวเชียนถูกครอบครัวบังคับให้ไปนัดบอดตั้งแต่ที่เธอกลับมาถึงจีน ผู้ชายที่นั่งอยู่ตรงหน้าเธออายุ 38 ปี ใส่แว่นหนาเตอะหัวล้านถึงกลางหัว ตามที่เขาอธิบายมันเกิดจากความกดดันจากสภาพจิตใจการทำงานเกี่ยวกับสายงานไอที  เมื่อได้ยินเช่นนั้น ซ่งเสี่ยวเชียนตอบด้วยน้ำเสียงคลายความสงสัย อ๋อ มิน่าล่ะ

อันที่จริง เธออยากจะจบบทสนทนาระหว่างหนุ่มไอทีคนนี้มานานแล้ว เพราะเธอไม่ชอบผู้ชายใส่แว่นเอาเสียเลย แต่หนุ่มไอทีคนนี้ก็ยังพูดต่อไม่หยุด โดยพูดภาษาจีนกลางสำเนียงส่านซี

ซ่งเสี่ยวเชียนทำอะไรไม่ถูกแล้วตอบว่า “ยี่ ยี่สิบเก็า คุณ……ก็โอเคดี”

“ยี่สิบเก็าแล้วคุณดูเด็กกว่าอายุจริงมาก ที่จริงคุณอายุมากขนาดนี้แล้วหรอ หนุ่มไอทีดูสีหน้าตกใจพร้อมรังเกียจเล็กน้อย ”

ซ่งเสี่ยวเชียน พูดอะไรไม่ออกกับคนตรงหน้าผมสามเส้นพยายามรักษาภาพพจน์การเป็นกุลสตรีที่สุด ในใจคิดว่า คุณคิดว่าฉันแก่เกินไปทั้งๆ ที่อายุสามสิบแปดแล้วหรือ? หลงตัวเองเกินจะเยี่ยวยา! กระแอม

"ในเมื่อเป็นแบบนี้ ฉันคิดว่าเราไม่..."

“คุณซ่ง พ่อแม่ของคุณคงอยากให้คุณแต่งงานโดยเร็วที่สุดใช่ไหม คุณสมบัติของผมพักอยู่บ้านใจกลางเมืองหลวงก็ถือค่อนข้างดี หากคุณต้องการหาคนที่ดูแลมีพร้อมทุกอย่าง คุณต้องดูว่าตัวเองเหมาะสมกับคนอื่นหรือไม่ ผมคิดว่าพวกเราลองศึกษากันสักระยะ ถ้าผมรู้สึกว่าอดทนได้ คุณก็คิดว่าโอเค พวกเราค่อยมาคบกัน "

“อดทน!”

สีหน้าของซ่งเสี่ยวเชียนโกรธจนเลือดขึ้นหน้าแต่พูดอะไรไม่ออก พยายามระงับความโกรธของเธอ จิบน้ำบ๊วยเปรี้ยวๆเย็นๆแล้วลุกขึ้นยืนทันที "ฉันไม่คิดว่าเราจำเป็นต้องคุยกันอีก เป็นเพราะฉันไม่ดีพอสำหรับเธอ อย่าโทรมา อย่ารบกวน"

เมื่อเธอกำลังจะเดินออกจากร้านเล็กๆ หนุ่มไอทีคนนั้น เดี๋ยว เดี๋ยว เดี๋ยว ชายหนุ่มตรรกะป่วยจู่ๆ ก็ตะโกนว่า

"คุณซ่ง ค่าเครื่องดืมคุณ คุณจ่ายเอง!"

เหี้ยย!!!

ซ่งเสี่ยวเชียนกำหมัดแน่นด้วยมือทั้งสองข้าง เดินตอกรองเท้าส้นสูงของเธอกลับไปต่อหน้าชายผู้ตรรกะป่วยอย่างรวดเร็ว ยกแก้วของเธอขึ้นและสาดน้ำบ๊วยใส่หน้าของเขา

"แก้วนี้ฉันเลี้ยง!! ไม่ต้องขอบคุณ" จากนั้นเธอก็จ่ายเงินที่เคาน์เตอร์ เดินออกจากร้านพร้อมกับเชิดหน้าขึ้น

ซ่งเสี่ยวเชียนย้ำกับพ่อแม่ของเธอทางโทรศัพท์อีกครั้งว่า

"แม่ ไม่ต้องวางแผนให้หนูมานัดบอกอีกนะ แม่หามาแต่ละคนก็แปลกประหลาดตรรกะป่วยไม่มีใครยอมใคร! หนูจะไม่มีวันไปนัดบอดอีก! "

นัดบอด10 ครั้งไม่มีสักครั้งเลยที่ถูกใจ ซ่งเสี่ยวเชียนจะอดทนกับสถานณ์ที่อึดอัดแบบนี้ต่อไปได้หรือไม่?

“พูดอะไรโง่ๆห้ะ! ” ไม่ไปนัดดูตัวแล้ว?

ฉันกลัวว่าชาตินี้แกคงไม่มีวันได้แต่งงานหรอกผู้ชายที่ฉันนัดให้ไปดูตัววันนี้มีตรงไหนแย่? เขาเป็นผู้บริหารในบริษัทใหญ่มีเงินเดือนปีละเป็นล้าน! แกแต่งงานกับเขา มีเงินมีทองให้ใช้ไปทั้งชาติ " แค่ผู้ชายตรรกะป่วยคนนั้นเงินเดือนถึงหนึ่งล้านต่อปี? ขี้โม้เถอะ

แม้แต่แม่ตัวเองยังดูถูกเธอขนาดนี้เลยเหรอ? ซ่งเสี่ยวเชียนตัดสายโทรศัพท์ของแม่ด้วยความโกรธ จากนั้นก็ปิดโทรศัพท์ คืนนี้เธอไม่อยากกลับบ้านและฟังเสียงดุด่าของพวกเขา เธอเป็นลูกสาวที่ดีมา 29 ปีแล้ว ดังนั้นวันนี้ไม่ว่ายังไงเธอต้องลองดื้อด้านดูสักครั้ง ไม่อย่างนั้น ในใจคงรู้สึกหงุดหงิดไม่สามารถระบายออกมาได้

ซ่งเสี่ยวเชียนเพิ่งจบการศึกษาจากลอนดอน ประเทศอังกฤษ และกลับมายังประเทศจีนในปีนี้ เธอเรียนแพทย์ในลอนดอนมาเป็นเวลา 10 ปีแล้ว เธอคิดว่าเธอจะสามารถสร้างชื่อเสียงในวงการแพทย์ในประเทศหลังจากกลับมาที่จีน ไม่คาดคิด ความจริงนั้นโหดร้ายแม้ว่าการศึกษาของเธอจะดีก็ตาม แต่เธอเป็นแค่มือใหม่ประสบการณ์ผ่าตัดน้อย จึงทำได้แค่เป็นนักศึกษาแพทย์ฝึกงานที่เชื่อฟังคำสั่งเท่านั้น

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • ของรักท่านนายพล   ตอนที่ 82: ไอ้คนโรคจิต!

    เย่จื่อหยางก็เอากล่องที่บรรจุยาบํารุงที่ไม่รู้ว่าเป็นอะไรมาคืนให้ซ่งเสี่ยวเชียน "ไม่จําเป็น"  "ทําไมถึงไม่จําเป็นล่ะ คุณจะกลับบ้านมือเปล่าแบบนี้ไม่ได้" ซ่งเสี่ยวเชียนมองเขาอย่างเงียบ ๆ"ฉันบอกว่าไม่จําเป็นต้องทุ่มเทแรงกายแรงใจกับเรื่องนี้ เขามองปราดเดียวก็มองออก" เย่จื่อหยางเอามือล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงอีก ทําท่าทางเหมือนเธอให้ฉันทําอะไรฉันก็ไม่ทํา ซ่งเสี่ยวเชียนตะโกนว่า "คุณอยากคืนดีกับคุณพ่อของคุณหรือเปล่า ถ้าคิด คุณก็ต้องลงมือทํา อย่าเอาแต่พูดเฉย ๆ ไม่ได้นะ" จิ้มหน้าอกของเย่จื่อหยาง "คุณเป็นทหาร แน่นอนว่าต้องรู้ว่าการกระทําเป็นพื้นฐานของการทําภารกิจทั้งหมดให้สําเร็จ"เย่จื่อหยางก็มหน้ามองเธอและคิดในใจว่าเขาจะคืนดีกับพ่อของเขาหรือไม่มันเกี่ยวอะไรกับเธอ?ดูเหมือนเธอจะซีเรียสกว่าเขาอีกเขาถอนหายใจ ซ่งเสี่ยวเชียนพูดถึงขนาดนี้แล้ว เขาคงอยู่เฉย ๆ ไม่ได้ใช่ไหม ยิ่งไปกว่านั้นการได้คืนดีกับคุณพ่อก็เป็นการแก็ปัญหาที่เขากังวลมานานได้จริง ๆ เขาเงยหน้าขึ้นและลูบหัวของซ่งเสี่ยวเชียน "ทํา เพียงแต่ว

  • ของรักท่านนายพล   ตอนที่ 81: เลือกเสื้อผ้าให้ดูนิสัย

    เธอกอดหมอนและยิ้มอย่างพอใจ เธอสาบานว่าเธอไม่เคยเจอใครที่เก่งขนาดนี้มาก่อน สามารถปกป้องเธอและขจัดวิกฤตให้เธอได้ทันทีในเวลาฉุกเฉิน ราวกับว่าจู่ๆ กำแพงทึบก็ปรากฏขึ้นในชีวิตของเธอ จะปกป้องเธอตลอดเวลาต่อจากนี้ไป ทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยซ่งเสี่ยวเชียนเชื่อ ในอนาคต ตราบใดที่มีเย่จื่อหยางอยู่ข้าง ๆ เธอก็ไม่กลัวอะไรทั้งนั้น เมื่อฟ้าถล่มยังมีเขาคอยอยู่ข้างๆไม่ใช่หรอเย่จื่อหยางเขียนรายงานเสร็จก็ปิดคอมพิวเตอร์และเดินออกจากห้องหนังสือ ห้องนั่งเล่นมืดสนิท มีเพียงไฟสีเหลืองเข้มดวงเดียวที่เปิดอยู่ ฝาหลังของรีโมทกระจัดกระจายอยู่บนพื้นพร้อมถ่าน เขาหยิบขึ้นมาและวางไว้ มองไปที่ซ่งเสี่ยวเชียนที่นอนอยู่บนโซฟาลืมตาก็ไม่รู้ว่ากําลังคิดอะไรอยู่   เอามือล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกง "มีเรื่องอะไรหรอ ทําไมดูมีความสุขขนาดนี้""ไม่มีนิ ฉันก็แค่ดีใจ" ซ่งเสี่ยวเชียนลุกขึ้นยืนต่อหน้าเย่จื่อหยางยิ้มให้เขา แล้วทันใดนั้นก็กระพริบตาให้เขา มุมปากของเขามีรอยยิ้มที่ทําให้เย่จื่อหยางเดาไม่ออก กําลังจะถามว่าทําไมถึงยิ้ม  ทันใดนั้นซ่งเสี่ยวเชียนก็เอื้อมมืออ้อมไปข้างหลังเย่

  • ของรักท่านนายพล   ตอนที่ 80: ขอบคุณ

    คิดถึงเด็กคนหนึ่งที่อายุ 15-16 ปี เร่ร่อนอยู่กับพวกเขามา 4-5 ปี เพื่อขอทานทุกที่ และเงินที่ขอมามอบให้กับหัวหน้าแก๊งนั้น รับรองว่าทุกคนจะได้กินอาหารไม่อั้นสิ่งที่ทําให้ซ่งเสี่ยวเชียนเจ็บปวดมากกว่าเดิมคือเด็กคนที่ตาบอดทั้งสองข้าง เขาไม่ได้ตาบอดมาตั้งแต่เกิด แต่เมื่อเขาอายุเจ็ดขวบ เขาถูกจับโดยคนของแก๊งและจากพ่อแม่ไปตั้งแต่นั้นมา คนเหล่านั้นล้างสมองเขาเพื่อให้เขาได้รับเงินมากขึ้น ทําให้เขาคิดว่าการช่วยพวกเขาขอเงินมากขึ้นเป็นเรื่องที่ดีคนเหล่านั้นใช้เหล็กแทงเข้าไปในดวงตาของเด็กน้อย ตั้งแต่นั้นมาเขาก็มองไม่เห็นและคนเหล่านั้นสอนเขาวิธีการแยกแยะขนาดของธนบัตรด้วยมือของเขาและติดตามพวกเขามานานหลายปี และความสามารถในการแยกแยะเงินด้วยมือของเขานั้นมีความชำนาญมากและไม่เคยพลาดเลยซ่งเสี่ยวเชียนก็คิดว่าตอนนั้นเธอให้เด็กคนนั้นไปหนึ่งร้อยหยวน เขาก็สัมผัสไปหลายครั้ง ปากก็ยิ้ม แล้วบอกว่าวันนี้เขาเลิกงานได้แล้วรอยยิ้มบนใบหน้าของเขามั่นใจมาก ดูเหมือนว่าเด็กคนนั้นจะถูกล้างสมองโดยคนเหล่านั้นจริง ๆ และจะไม่อดตายเพราะตาบอดสองข้าง ดูเหมือนว่าเขาจะมองว่าเป้าหมายนี้เป็นเป้าหมายเดียว

  • ของรักท่านนายพล   ตอนที่ 79: หัวโน

    ซ่งเสี่ยวเชียนไม่ทําอะไรเลย เย่จื่อหยางต้องไปทำกับข้าวด้วยตัวเอง ครั้งนี้เป็นอาหารมังสวิรัติจริง ๆ มังสวิรัติมากกว่าพระกินอีก แม้แต่ผัดกะหล่ำปลีจีนก็ใช้น้ำมันเรพซีด ไม่เปื้อนน้ำมันหมูสักนิดซ่งเสี่ยวเชียนมองอาหารมังสวิรัติที่โต๊ะแล้วพูดไม่ออก ความอยากอาหารเปลี่ยนเป็นระดับต่ำ แต่เย่จื่อหยางกลับกินอย่างเอร็ดอร่อย แต่ระหว่างที่เย่จื่อหยางกินข้าว เขาขยี้เหนือศีรษะเป็นครั้งคราว ซ่งเสี่ยวเชียนมองเขาอย่างสงสัยในที่สุดหลังจากกินข้าวเสร็จ ขณะที่เขากําลังล้างจาน เธอรีบไปเอามือไปสัมผัสหัวเขา ไม่ลูบก็ไม่รู้พอลูบก็ตกใจโดยไม่รู้ตัว บนหัวของเย่จื่อหยางบวมโนขึ้น แม้ว่าจะไม่ได้โนใหญ่มากแต่ก็พองเล็กน้อยซ่งเสี่ยวเชียนนึกถึงก่อนหน้านี้เธอโยนเจลอาบน้ำใส่หัวเย่จื่อหยางอย่างแรง ที่แท้หัวปูดโนขนาดนี้เขากลับไม่พูดอะไรโอเค ซ่งเสี่ยวเชียนเป็นคนจิตใจดี ตอนนี้เมื่อได้เห็นสิ่งนี้แล้ว ในใจของเธอก็รู้สึกไม่สบายใจขึ้นมา คิดว่าเธอใจร้ายไปหน่อยจริง ๆ บางทีเย่จื่อหยางอาจไม่ได้ตั้งใจบุกเข้ามาแอบดูเธอจริง ๆก็ได้ และใครแอบดูคนอื่นแถมจงใจเปิดประตูอีกพอในใจรู้สึกผิดเธอก็อยากชดเชยไง ดึ

  • ของรักท่านนายพล   ตอนที่ 76: ทำได้แต่ช่วยเหลือ

    เธอดูเวลาในโทรศัพท์ของเธอ นาทีและวินาทีผ่านไป และห้านาทีผ่านไป เย่จื่อหยางก็ยังไม่ออกมา มีบางอย่างเกิดขึ้นเหรอ? ไม่มีทาง? เขาไม่ใช่เก่งมากหรอ? ไม่ใช่ว่าออกโลงแล้วล้มเหลวเลยนะ?เธอเงยหน้าขึ้นเพื่อดูว่าเกิดอะไรขึ้นในอาคารที่อยู่ไม่ไกล จู่ๆ ก็มีเสียงผู้ชายหยาบคายดังมาจากข้างหลังเธอ “เธอเป็นใคร!? มาทำตัวลับๆล่อๆก็ที่นี่ทำอะไร”ถูกจับได้แล้ว! นี่เป็นความคิดแรกที่เข้ามาหัวของซ่งเสี่ยวเชียนในเวลานั้น จู่ๆ เธอหันกลับมาและเห็นร่างผู้ชายที่มืดๆดำๆ ยืนอยู่ข้างหลังเธอไม่ไกลนัก เขามองดูเธอและทำท่าป้องกันตัว สายตาของเขาดูน่ากลัวเล็กน้อย"ฉ ฉัน...ฉันไม่ได้ทำอะไรเลย! ฉันหลงทาง..." ซ่งเสี่ยวเชียนมองไปรอบ ๆ และชี้นิ้วไปรอบ ๆ ชายคนนั้นก้าวไปข้างหน้าสองก้าวดูเหมือนจะสงสัย "มากับฉัน!"เมื่อพูดเช่นนั้น ชายคนนั้นก็ก้าวไปข้างหน้าสองก้าวและจับมือของซ่งเสี่ยวเชียน ปฏิกิริยาตัวสั่นของซ่งเสี่ยวเชียนอยู่ในระดับสูงสุดและเธอก็หลบมือของชายคนนั้นทันที เธอจะปล่อยให้เขาจับเธอได้อย่างไร? นั่นเรียกว่ายอมจำนนฟ้านะ  ซ่งเสี่ยวเชียนกระโดด

  • ของรักท่านนายพล   ตอนที่ 75: คุณติดหนี้ฉัน100หยวน

    เย่จื่อหยางสังเกตมันอย่างละเอียด ดังนั้นจึงไม่มีข้อผิดพลาด เด็กน้อยเล่นซอได้อย่างชำนาญมาก เหมือนว่าเขาเริ่มเรียนรู้มันตั้งแต่เขายังเป็นเด็ก"น่าสงสารจัง..." ซ่งเสี่ยวเชียนมองเด็กตาบอดคนนั้นซึ่งอายุน่าจะเพียงสิบสามหรือสิบสี่ปีเท่านั้น แต่ไม่สามารถมองเห็นโลกที่สวยงามใบนี้ แม้ว่าตอนนี้โลกจะปกคลุมไปด้วยหมอกควัน แต่ในบางครั้งก็มีท้องฟ้าเป็นสีฟ้าและเมฆเป็นสีขาวสำหรับเด็ก นี่เป็นสิ่งที่โหดร้ายมาก เดิมทีซ่งเสี่ยวเชียนเป็นคนที่มีจิตใจดีอยู่แล้ว เธออดไม่ได้ที่จะหยิบกระเป๋าสตางค์ของเย่จื่อหยางออกมา หยิบแบงค์ร้อยหยวนออกมาแล้วยื่นให้เด็กน้อย "เด็กน้อย เอาเงินไปซื้อของอร่อยๆที่อยากกินนะ อย่าอดไว้”เด็กหยุดเล่นซอ รีบหยิบธนบัตรจากมือของซ่งเสี่ยวเชียน วางไว้ใต้จมูกแล้วดมกลิ่น จากนั้นใช้มือแตะอย่างระมัดระวัง และในที่สุดก็ยิ้ม “ขอบคุณผู้มีน้ำใจ วันนี้งานของผมเสร็จแล้ว ผมสามารถกลับก่อนได้”เมื่อพูดจบ ก็รีบเก็บสิ่งด้วยความไว หยิบไม้นำทางเดินหนีไป จากไปโดยไม่หันกลับมามองซ่งเสี่ยวเชียน

  • ของรักท่านนายพล   ตอนที่ 17: ดูแลร่างกายส่วนล่างของคุณให้ฉันด้วย!

    เย่จื่อหยางพูดอย่างภาคภูมิใจเล็กน้อยว่า "พวกเราก็ถึงขั้นนั้นกันนานแล้ว"   "ถุ้ย! ฉันจะถือว่าโดนหมากัด! อย่างไรก็ตาม เมื่อครบหนึ่งปีฉันจะหย่า!" อย่าพูดถึงเรื่องที่ทำให้ฉันเสียใจได้ไหมในใจของซ่งเสี่ยวเชียนคงจะมีเลือดหยด ติ๋ง ติ๋งแล้ว!"ฮึ่ม ถึงตอนนั้นค่อยว่ากัน" เย่จื่อหยางหันหลังให้ซ่งเสี่ยวเชียนและกำ

  • ของรักท่านนายพล   ตอนที่ 9: ไม่มีการหย่าร้าง!

    ในมือขวาของเขาพิงไม้ค้ำยัน เฝือกที่ขาขวาของเขายังไม่ได้ถูกถอดออก เย่จื่อหยางเดินไปตามทางเดินด้วยความยากลำบากและกำลังจะไปเข้าห้องน้ำเพื่อทำธุระส่วนตัว ก่อนที่เขาจะกลายเป็นหัวหน้ากองพลพิเศษ เขาฝึกหน่วยรบพิเศษให้ต่อสู้ ต้องเคลื่อนไหวว่องไว ไม่คิดว่าตอนนี้แค่เดินแต่ละก้าวยังยากลำบากเชื่องช้าเหมือนหอยทา

  • ของรักท่านนายพล   ตอนที่ 8: ข่าวใหญ่

    “พ่อของแกยุ่ง แกก็รู้ เขาอาจจะไม่มีเวลามานะ ถ้าแกต้องการอะไรบอกฉันได้ ฉันให้คนจัดการให้” คุณปู่พูดด้วยน้ำเสียงทื่อๆและคุณย่าค่อยๆพับแขนเสื้อเขาขึ้น  เย่จื่อหยางเหลือบมองพวกเขา "พวกคุณกลับไปเถอะ ผมอยู่เองได้ ไม่ต้องการความช่วยเหลือจากพวกคุณ"คุณปู่อารมณ์เสียเมื่อได้ยินเช่นนั้น จึงยกไม้ค้ำขึ้นตีที่ต

  • ของรักท่านนายพล   ตอนที่ 7: ความขัดแย้ง

    “เย่จื่อหยางทำความเคารพ "ผู้บัญชาการ!" หลู่เซียงหรงโบกมือห้าม "คุณได้รับบาดเจ็บ ทำไมคุณถึงทักทายด้วยล่ะ พักผ่อนให้เต็มที่ แล้วฉันจะมาถามสถานการณ์และบันทึกมันตามปกติ"หลู่เซียงหรง และ เย่จื่อหยาง เป็นพี่น้องกันมานานกว่าสิบปี เขาอายุมากกว่าเย่จื่อหยางไม่กี่ปี เนื่องจากเขาเข้าร่วมกองทัพเร็วกว่า อย่างไ

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status