“วันนี้กูมีอะไรต้องทำบ้างวะแดน”
เจ้านายหนุ่มเอ่ยถามลูกน้องคนสนิท หลังจากเข้ามาในห้องทำงานของบริษัทใหญ่ที่ตนเองเป็นผู้ดูแลแทนเจ้าสัวเฉลิม
วันนี้เขาดูอารมณ์ดีไม่น้อย อาจจะเป็นเพราะว่าได้กลั่นแกล้งสร้อยทองก่อนออกมาทำงานจึงมีความสุขเป็นพิเศษ
ฮัมเพลงตั้งแต่ออกมาจากห้องจนถึงบริษัท ทำเอาแดนดินกับคนขับรถต้องหันมามองหน้ากันด้วยความประหลาดใจ รู้สึกได้ว่าวันนี้เจ้านายดูเปลี่ยนไป
“ช่วงเช้ามีพบปะกับนักศึกษาฝึกงานครับบอส ส่วนช่วงบ่ายมีประชุมกับฝ่ายต่างๆ ตามแผนงานประจำเดือน”
แดนดินเปิดไอแพดที่จดตารางงานของเจ้านาย ก่อนจะแจกแจงรายละเอียด งานของบริษัทมีประมาณนี้ส่วนงานที่คลับฟ้าครามจะเป็นคนรายงาน
“อืม ฝึกงานเหรอ ยัยอ้วนบอกว่าวันนี้ต้องไปฝึกงานวันแรกด้วยเหมือนกัน” ได้ยินคำว่าฝึกงานเขาก็นึกถึงเธอทันที
ตอนเช้าสร้อยทองทำแก้มพองลมเพราะงอนเจ้านายปากร้ายที่ออกคำสั่งให้เธอทำงานจนหัวหมุน
ดีที่เธอมีความเก่งจึงทำตามคำสั่งเสร็จตามเวลา ไม่อย่างนั้นคงได้ไปฝึกงานสายตั้งแต่วันแรก
“ใช่ครับ สร้อยทองมาฝึกงานที่นี่” แดนดินยิ้มเล็กน้อยเมื่อคิดถึงใบหน้ากลม ตอนเขาเห็นรายชื่อของเด็กฝึกงานก็แทบไม่อยากเชื่อ อะไรมันจะบังเอิญขนาดนี้จึงลองให้คนหาข้อมูลมา
สร้อยทองเป็นเด็กทุนของบริษัท เมื่อถึงเวลาก็ต้องเข้ามาฝึกงานที่นี่ตามข้อตกลงที่บอกว่า นักศึกษาทุนต้องเข้าไปฝึกงานที่สำนักงานใหญ่
“อะไรนะ! ทำไมกูไม่รู้ แล้วฝึกแผนกไหน” เจ้านายหน้าใสตกใจไม่น้อย เขารู้เพียงแค่ว่ายัยแก้มซาลาเปาจะไปฝึกงานแต่ไม่รู้ไปฝึกงานที่ไหน
“แผนกการตลาดครับ สร้อยเป็นเด็กทุนของบริษัท”
“ใช่สิ เด็กทุนต้องเข้ามาฝึกงานที่บริษัทของเรานี่”
“ครับ สร้อยทองเป็นหนึ่งในนั้น”
“ยัยนี่เก่งใช้ได้ เป็นเด็กทุนซะด้วย”
คีย์ตะวันเข้ามารับช่วงต่อจากเจ้าสัวเฉลิมจึงสานต่อโครงการต่างๆ ของท่านรวมถึงการให้ทุนแก่นักศึกษาเรียนดีแต่บ้านจน เขาไม่คิดว่าเธอจะเป็นเด็กทุนของบริษัทตัวเอง เพราะหลักเกณฑ์การให้ทุนค่อนข้างมีหลายข้อ นอกเหนือจากการขาดทุนทรัพย์
“สร้อยเป็นเด็กเรียนเก่งครับ ได้ทุนตั้งแต่เข้าเรียนเลย”
“ก็ยังดีนะ ถึงจะไม่สวยแต่ฉลาด เสียอยู่อย่างเดียวยอมคนไปหน่อย”
“แต่ผมว่าสร้อยก็ไม่ได้ขี้เหร่นะครับ ออกแนวน่ารักด้วยซ้ำ”
“เอาอะไรมาน่ารัก ไปหาหมอตาบ้างนะไอ้แดน กูว่ามึงตาไม่ดีแล้ว”
“บอสก็ว่าไป สร้อยนิสัยดีมาก หน้าตาก็น่ารัก ผมว่าถ้าผอมกว่านี้คงสวยไม่น้อย”
เป็นเรื่องเดียวที่แดนดินค้านในใจและไม่เห็นด้วยกับเจ้านาย อันที่จริงสร้อยทองหน้าตาไม่ได้ขี้เหร่ เพียงแต่ว่าเจ้าเนื้อเลยดูไม่ค่อยสวย หากเธอลดความอ้วนแต่งหน้าแต่งตาก็สวยไม่แพ้ผู้หญิงคนไหนเหมือนกัน
“มาตรฐานความสวยของมึงต่ำเตี้ยมาก”
คนหน้าธรรมดามีอยู่ดาษดื่นแบบนั้นเรียกว่าสวย เขาว่าแดนดินต้องปรับความคิดใหม่
คีย์ตะวันเบะปากมองบน ยามที่คิดถึงแก้มกลมๆ ของผู้หญิงที่เขาชอบเรียกว่า ยัยอ้วน
“ผมพูดความจริง บอสลองมองดีๆ แล้วจะเห็นความน่ารักของสร้อย”
แดนดินค้านหัวชนฝาทำให้คีย์ตะวันต้องหรี่ตามองด้วยความสงสัย ปกติไอ้ลูกน้องคนนี้ไม่ค่อยจะชมผู้หญิงคนไหนเท่าไร แต่กับสร้อยทองมาแปลกหรือว่าแดนดินจะ...
“มึงพูดแบบนี้หมายความว่าไง คิดอะไรกับเด็กนั่นใช่ไหม”
“เปล่าๆ ผมไม่นิยมกินเด็ก บอสก็รู้ผมชอบคนแก่กว่า”
“กูก็เหมือนกัน ไม่เอาหรอกเด็ก งี่เง่าง้องแง้ง น่ารำคาญ”
“ผมเห็นด้วยกับบอส”
เจ้านายกับลูกน้องคุยกันสักพัก ก็ถึงเวลาต้องเข้าไปในห้องประชุม ที่มีเด็กฝึกงานจากหลากหลายสถาบันมารอแนะนำตัวและทำความรู้จักกับ CEO ของบริษัท
สร้อยทองนั่งยิ้มให้คนนั้นคนนี้อย่างเป็นมิตร ใบหน้าเปี่ยมไปด้วยความสุขเมื่อคิดถึงวันที่ตนเองจะได้รับปริญญา และแอบตื่นเต้นไม่น้อยกับการฝึกงานวันแรก
บริษัทนี้นอกจากให้ทุนการศึกษาแล้วยังให้มาฝึกงานด้วย
“เราอยากเจอท่านประธานจังเลยสร้อย เขาว่าหล่อมาก”
เพื่อนในสาขาของสร้อยทองซึ่งเป็นเด็กทุนเหมือนกันกระซิบบอกด้วยน้ำเสียงสดใส
เธอแอบไปหาข้อมูลมาเกี่ยวกับท่านประธานหนุ่มไฟแรงแถมยังโสด ทว่ากลับไม่ค่อยมีข้อมูลมากนักเพราะท่านค่อนข้างไว้ตัวไม่ค่อยออกงานสังคม
“เราเคยเจอท่านไม่ใช่เหรอ ตอนท่านไปมอบทุนที่มหาลัย”
สร้อยทองเอียงคอถามพร้อมกับขมวดคิ้วไม่เข้าใจ ทำไมเพื่อนสาวถึงดูเหมือนไม่เคยเจอ ทั้งที่ปีก่อนช่วงรับทุนท่านประธานก็ไปมอบทุนการศึกษาด้วยตัวเอง
“ไม่ใช่คนนั้น คนที่ไปมอบทุนให้เราคือเจ้าสัวเฉลิมเป็นคนก่อตั้งบริษัท แต่ตอนนี้ท่านมอบให้หลานชายเป็นคนดูแลต่อ”
“อ้อ เราตกข่าวเหรอเนี่ย หล่อจริงไหม”
“หล่อมาก เขาว่าเหมือนพระเอกซีรีส์จีน ขาว สูง ตี๋ อยากเห็นตัวจริงแล้วสิ”
“เราก็อยากเห็นเหมือนกัน ไอ้เราก็สวยซะด้วย”
“ทีนี้ก็ลำบากว้าวุ่นเลย”
สองสาวต่อประโยคสุดฮิตที่กำลังเป็นไวรัลในโลกโซเชียลก่อนจะระเบิดหัวเราะจนน้ำตาเล็ด ทำเอานักศึกษาฝึกงานคนอื่นต้องหันมามอง
ปีนี้แผนกการตลาดรับนักศึกษาฝึกงานทั้งหมดสี่คนคือสร้อยทองกับเพื่อนที่มีชื่อว่า ภูริตา หรือริต้า ส่วนอีกสองคนมาจากมหาวิทยาลัยอื่น ส่วนแผนกอื่นๆ ก็มีจำนวนไม่ต่างจากนี้มากนัก
ทันทีที่ประตูห้องประชุมเปิด เสียงพูดคุยก็เงียบลงราวกับมีปุ่มปิดสวิตช์ นักศึกษาทุกคนลุกขึ้นยืนเพื่อทำความเคารพประธานบริษัทสุดหล่อ
สร้อยทองถึงกับอ้าปากค้างก่อนจะขยี้ตาอีกรอบ ผู้ชายตรงหัวโต๊ะทำไมหน้าตาเหมือนเจ้าหนี้ของตัวเองราวกับแกะ รวมถึงผู้ชายที่ยืนอยู่ข้างหลังหน้าตาก็เหมือนแดนดิน
ไม่จริงเธอไม่ได้มาฝึกงานที่บริษัทของเขาหรอกใช่ไหม
“ยินดีต้อนรับน้องนักศึกษาฝึกงานทุกคนนะครับ ผมคีย์ตะวันเป็น CEO ของ SC หลายคนคงจะรู้จักแล้ว”
ท่านประธานกล่าวต้อนรับพร้อมกับแนะนำตัวอย่างเป็นทางการ ก่อนจะกวาดตามองนักศึกษาทีละคน จนไปเจอสร้อยทองที่กำลังทำตัวลีบเหมือนตัวเองผอมเพรียว ต่อให้หลบยังไงก็หลบไม่พ้นเพราะเธอตัวใหญ่กว่านักศึกษาที่ยืนข้างกัน
คีย์ตะวันทำเป็นไม่รู้จักสร้อยทอง จากนั้นก็ส่งไม้ต่อให้ลูกน้องจัดการ
“สวัสดีครับทุกคน พี่ชื่อแดนดินเป็นเลขาของท่านประธาน พี่อยากให้ทุกคนแนะนำตัว แต่ละคนมาจากมหาลัยไหน เรียนคณะอะไร มาฝึกงานแผนกไหน จบแล้วอยากไปทำงานอะไร”
แดนดินผายมือให้นักศึกษาที่อยู่สุดขอบโต๊ะเป็นคนเริ่มก่อน จากนั้นก็ตามมาเรื่อยๆ จนมาถึงภูริตากับสร้อยทอง หลังจากเพื่อนสาขาเดียวกันแนะนำตัวจบก็มาถึงเธอ
“สวัสดีค่ะหนูชื่อนางสาวสร้อยทอง ทองอุไร ชื่อเล่นสร้อยค่ะ เรียนคณะบริหารธุรกิจ สาขาการตลาด มหาวิทยาลัยXXX มาฝึกงานแผนกการตลาดค่ะ จบไปอยากทำงานเป็นเจ้าหน้าที่การตลาดของบริษัท SC ค่ะ”
แนะนำตัวด้วยน้ำเสียงฉะฉาน ไม่อายที่จะบอกความฝันของตนเอง เธอคิดว่าหลังจากเรียนจบจะลองมายื่นใบสมัครที่บริษัทนี้ดูเผื่อทางบริษัทรับ เพราะอย่างน้อยเธอก็มีภาษีเรื่องทุนการศึกษา
บริษัท SC กำลังเติบโตทำให้เป็นที่สนใจของนักศึกษาจบใหม่รวมถึงพนักงานที่ต้องการหางานใหม่ และสวัสดิการก็ดีกว่าอีกหลายบริษัท
“เราแนะนำตัวกันครบทุกคนแล้ว ไม่ทราบว่าท่านประธานมีอะไรจะคุยกับน้องๆ อีกไหมครับ”
“ผมขอให้การฝึกงานของทุกคนผ่านไปด้วยดี โลกแห่งการทำงานน่ากลัวกว่าโลกแห่งการเรียนเยอะ ถ้ามีอะไรไม่สบายใจหรือติดขัดตรงไหนก็มาบอกแดนดินได้ เดี๋ยวแดนดินจะบอกผมเอง หรือมาบอกผมได้ตรงๆ ไม่ต้องกลัว ผมไม่กัด ผมใจดี”
คำพูดของท่านประธานทำให้นักศึกษาสาวแทบจะกรี๊ดลั่นห้อง เหลือเพียงสร้อยทองคนเดียวที่ไม่อิน ไม่กัดน้อยสิแต่กัดมาก เธออยากกดไมค์ตรงหน้าแล้วพูดว่า
ทุกคนอย่าไปหลงกลความหล่อของคีย์ตะวันเด็ดขาด รู้ไหมว่าเขาปากหมาแค่ไหน แต่ทำไม่ได้จึงเก็บทุกประโยคที่อยากพูดเอาไว้ในใจ
“เห็นไหม ท่านประธานหล่อมาก ท่านโสดด้วยนะสร้อย”
ภูริตาเอี้ยวตัวมากระซิบข้างหูสร้อยทองด้วยอาการเคลิบเคลิ้ม เมื่อสักครู่เธอเห็นท่านประธานมองมาทางนี้ ไม่รู้ตกหลุมความสวยของเธอไหม
หารู้ไม่คีย์ตะวันไม่ได้มองภูริตาแต่มองสร้อยทองต่างหาก
“เรื่องหล่อเราไม่เถียง โสดไหมอันนี้เราไม่รู้ แต่ที่แน่ๆ ปากหมา”
“สร้อยว่าไงนะ เรามัวแต่มองหน้าท่าน CEO สุดหล่อ เมื่อกี้ได้ยินไม่ชัดอะไรหมาๆ”
“อ้อเราบอกว่า วันนี้เราเอาข้าวมา ตอนเที่ยงไปกินข้าวกับริต้าไม่ได้”
“โธ่นึกว่าอะไร ไม่มีปัญหา เราเข้าใจสร้อย” สองสาวนั่งซุบซิบก่อนจะได้ยินแดนดินบอกให้แยกย้ายกลับไปที่แผนกของตัวเอง
สร้อยทองเดินออกจากห้องประชุมเป็นคนสุดท้ายพร้อมกับความหนักใจ เมื่อสักครู่คีย์ตะวันส่งข้อความมากำชับว่า ห้ามเล่าเรื่องหนี้สินและการชดใช้หนี้ให้ใครรู้แม้แต่คนเดียว ระหว่างฝึกงานเราสองคนไม่รู้จักกัน ห้ามทำตัวสนิทสนมเด็ดขาด
“เอ็งทำได้สร้อย เอ็งต้องไม่ลืมตัว”
สร้อยทองสะกดจิตตัวเอง ทำไมต้องพูดแบบนี้ก็เพราะเธอมีนิสัยชอบทักทายคนอื่นก่อน กลัวลืมแล้วเผลอพูดเป็นกันเองกับเจ้าหนี้ปากร้าย
คีย์ตะวันทำงานไปจนถึงเย็นก็ถึงเวลาเลิกงาน เขาลุกขึ้นมายืดเส้นยืดสายก่อนจะปิดอุปกรณ์ต่างๆ ในห้องทำงานอย่างเช่นทุกครั้ง ทว่ายังไม่ทันจะได้ออกไปประตูห้องก็ถูกเคาะแล้วผลักเข้ามาอย่างเบามือ คนที่มาหาเขาก็คือสร้อยทอง
“เธอมาหาฉันในห้องทำงานทำไม” เขาถามเสียงเบาเหมือนกลัวใครจะได้ยิน ก่อนจะเดินไปล็อกห้อง เพราะไม่อยากให้ใครมาเห็นว่าตัวเองคุยกับนักศึกษาฝึกงานสองต่อสอง
บอกแล้วไงช่วงที่อยู่ในบริษัทเขาและเธอต้องทำเป็นไม่รู้จักกัน เขาไม่อยากเสียชื่อเสียงเพราะยัยแก้มซาลาเปา
“หนูขอโทษค่ะ แต่หนูมีเรื่องจะบอก”
ถ้าไม่สำคัญเธอก็ไม่อยากทำตัวลับๆ ล่อๆ เหมือนจะเข้ามาขโมยของในห้องท่านประธานแบบนี้หรอก
มันจำเป็นมาก ถ้าไม่บอกเดี๋ยวเขาหาว่าไร้ความรับผิดชอบต่อหน้าที่อีก
“บอกผ่านโทรศัพท์ก็ได้ไหม”
น้ำเสียงติดดุเล็กน้อย หลังจากมองหน้าสร้อยทอง หญิงสาวจึงเอามือถือเครื่องเก่าขึ้นมาจากกระเป๋าให้ชายหนุ่มดูก่อนจะอธิบายเพิ่มเติม
“โทรศัพท์แบตหมด ก่อนเข้ามาหนูดูแล้วค่ะ ไม่มีใครเห็น บอสสบายใจได้” ไม่มีใครเห็นแน่นอนเพราะห้องของท่านประธานอยู่ห่างจากผู้คนไม่น้อย
เธอหันซ้ายหันขวาก่อนจะผลักประตูเข้ามา มั่นใจล้านเปอร์เซ็นต์ไม่มีใครเห็นยกเว้นแดนดิน เพราะเธอถามเขาว่าห้องทำงานคีย์ตะวันอยู่ตรงไหน
“เข้าเรื่องเถอะ มาหาฉันมีอะไร”
เจ้าของห้องถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ในใจแอบสงสัย
“คือวันนี้หนูต้องไปทำงานพาร์ตไทม์หนูกลัวบอสจะรอกินข้าวเย็นค่ะ หนูขออนุญาตไม่ทำข้าวเย็นสักวัน แต่อย่างอื่นหนูกลับไปจัดการให้แน่นอน”
“...” เขาหรี่ตามองพลางใช้ความคิด
“นะคะบอส หนูจำเป็นต้องไป”
“ก็ได้ แล้วจะกลับกี่โมง ไม่ได้อยากรู้นะแค่ถามเฉยๆ ว่าไงกี่โมง”
“ห้าทุ่มค่ะ บอสนอนได้เลย หนูจะทำงานไม่ให้มีเสียงดัง”
คีย์ตะวันไม่คัดค้าน บอกแล้วไงเธอจะทำอะไรก็ทำแต่อย่าให้กระทบการงานที่เขามอบหมายก็พอ
หญิงสาวยกมือขึ้นมาขอบคุณด้วยความซาบซึ้งใจ ก่อนจะขอตัวออกไปด้วยท่าทางลับๆ ล่อๆ ราวกับเข้ามาขโมยของเหมือนตอนเข้ามาไม่มีผิด
สร้อยทองมาทำงานพิเศษเป็นเด็กเสิร์ฟที่ร้านอาหารในตลาดซึ่งเปิดเฉพาะกลางคืน
เธอรู้จักกับเจ้าของร้านเมื่อสามปีก่อน ตอนนั้นร้านยังเล็กมากไม่มีลูกจ้าง สร้อยทองเห็นว่าเจ้าของร้านเก็บโต๊ะไม่ทันจึงอาสาช่วยเหลือ
เจ้าของร้านรู้สึกถูกชะตาจึงชวนสร้อยทองมาทำงานด้วยกัน เด็กสาวดีใจมากจึงทำงานกับร้านนี้ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ทว่าต่อไปเธอคงต้องลาออกเพราะคีย์ตะวันคงไม่ใจดีแบบนี้บ่อยๆ
“สร้อยวันนี้คนเยอะ พี่จะปิดร้านช้าหน่อย เราโอเคไหม แต่เดี๋ยวพี่ให้เงินพิเศษ”
“ไม่มีปัญหาค่ะพี่โต้ง วันนี้ขายดีจังเลย วันเงินเดือนออกใช่ไหม”
“ใช่ วันศุกร์ เงินเดือนออก เป็นแบบนี้แหละ อีกหน่อยสร้อยไปทำงานเป็นพนักงานออฟฟิศก็จะเข้าใจความรู้สึก”
เด็กสาวพยักหน้าหงึกๆ ขณะนั่งล้างจานเพราะพนักงานลาหนึ่งคนเธอจึงรับหน้าที่ดูแลในส่วนนี้ด้วย
วันนี้คีย์ตะวันไม่ได้เข้าไปที่คลับหลังจากเลิกงานก็ตรงดิ่งกลับห้องทันที
เขากินข้าวเสร็จก็ทิ้งจานชามเอาไว้บนโต๊ะเพื่อให้สร้อยทองเป็นคนจัดการ ในเมื่อมีทาสรับใช้ทำไมต้องทำเอง ทว่าเมื่อถึงเวลาที่หญิงสาวรับปากไว้กลับไม่เห็นแม้แต่เงา
“ทำไมยังไม่กลับมาอีกนะ” คนปากร้ายกดโทรศัพท์มองเวลา อีกไม่กี่นาทีก็จะเที่ยงคืนแล้วแต่ยังไม่ได้ยินเสียงลูกหนี้เลย
เขานอนพลิกไปพลิกมาอยู่บนเตียงรู้สึกร้อนใจอย่างบอกไม่ถูก สุดท้ายทนไม่ไหวจึงกดโทร.หาเธอ
ไม่สามารถติดต่อเลขหมายปลายทางได้ในขณะนี้
กดไปกี่ครั้งก็ได้ยินเสียงข้อความแบบเดิมทำให้คีย์ตะวันเริ่มอยู่ไม่เป็นสุข
“ทำไมติดต่อไม่ได้ จริงสิยัยอ้วนบอกว่าโทรศัพท์แบตหมด”
เขาพึมพำยังไม่ทันจะโทร.หาแดนดินหูได้ยินเสียงกุกกักมาจากนอกห้องจึงรีบวาดขาลงจากเตียงแล้วออกไปดู เห็นสร้อยทองนั่งหมดแรงอยู่บนโซฟา ตัวเปียกเหมือนลูกหมาตกน้ำไม่มีผิด
“หนูทำให้บอสตื่นเหรอคะ” สร้อยทองสีหน้าอิดโรยไม่น้อยเพราะโดนฝนตั้งแต่ออกจากร้านจนกระทั่งมายืนรอรถเมล์ เหนื่อยสายตัวแทบขาด
“ไหนบอกจะกลับห้าทุ่ม นี่มันจะเที่ยงคืนแล้ว” คีย์ตะวันมองด้วยสายตาดุ น้ำเสียงห้วนไม่พอใจอย่างไม่รู้ตัว เมื่อสักครู่ตอนที่ติดต่อเธอไม่ได้เขาแทบจะขว้างโทรศัพท์ทิ้ง
“วันนี้ที่ร้านคนเยอะเลยเก็บร้านช้าค่ะ”
“แล้วยังไง”
“หนูก็เลยกลับมาช้า”
“โทรศัพท์ก็ติดต่อไม่ได้ แบตหมดทำไมไม่ชาร์จ”
“ชาร์จแล้วแต่แบตมันเสื่อมแป๊บเดียวก็หมด” เธอกลัวเขาจะไม่เชื่อจึงเอาโทรศัพท์ออกมาให้ดูพร้อมกับแบตสำรอง
คีย์ตะวันเห็นสภาพโทรศัพท์แล้วได้แต่ถอนหายใจ เห็นทีพรุ่งนี้เขาต้องให้แดนดินไปซื้อโทรศัพท์เครื่องใหม่ให้สร้อยทอง
เขารับไม่ได้มันโบราณเกินไป ตอนนี้ iPhone จะออกรุ่น 15 แต่เธอยังใช้รุ่น 6s สมควรแก่การแบตเสื่อม
“เอาเถอะ วันนี้ฉันปล่อยเธอไปก็ได้”
สภาพของสร้อยทองตอนนี้ดูไม่ได้เลย ถ้าเขายังดันทุรังจะใช้งานเธอก็ใจร้ายเกินไปแล้ว หากแต่หญิงสาวไม่ยอมจึงเด้งตัวลุกขึ้นมาคัดค้านด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ไม่ได้ค่ะ หนูเป็นคนมีความรับผิดชอบ หนูขอพักแป๊บเดียว รับรองงานที่บอสสั่งต้องเสร็จแน่นอน”
คนอย่างสร้อยทองรับปากแล้วก็ต้องทำให้ได้ แม้ว่าตัวเองจะเหนื่อยจนจะหมดแรงแต่ก็ยังใจสู้ แค่ล้างจานกับรีดผ้าทำไมจะทำไม่ได้
“ได้ ฉันให้เวลาเธอพักห้านาที ถ้าไม่ตื่นเจอดีแน่ ยัยอ้วน”
สร้อยทองไม่มีแรงจะเถียงกลับอยากทำอย่างเดียวคือหลับตา
คีย์ตะวันจึงปล่อยให้เธอหลับตามที่ต้องการ เขานั่งมองเธอไม่นานก็ผล็อยหลับตามไปด้วยคน
“แม่จ๋าอย่าทิ้งหนู แม่อย่าไป แม่ แม่”
เสียงละเมอของสร้อยทองทำให้คีย์ตะวันรู้สึกตัว เขาเห็นเธอนอนกระสับกระส่ายจึงรีบเข้าไปดูพร้อมกับเขย่าตัวเบาๆ
“ยัยอ้วนเป็นอะไร สร้อยทอง สร้อย”
เขย่าเบาไปเธอเลยไม่รู้สึกตัวเขาจึงเขย่าแรงขึ้น สร้อยทองลืมตามองคิดว่าเป็นคนร้ายจึงยกขาถีบอย่างรวดเร็ว
“กรี๊ดดด ออกไปนะไอ้โจรลามก”
เธอถีบเต็มแรงทำให้เขาล้มไปกองอยู่ที่พื้นอย่างน่าสงสาร
“ยัยอ้วนมาถีบฉันทำไมเนี่ย โอ๊ยยยหลังฉัน”
ชายหนุ่มนอนตัวงออยู่บนพื้น ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยมีใครกล้าทำร้ายร่างกายคุณคีย์ตะวันเลยสักคน
ขนาดคุณปู่สุดที่รักยังไม่เคยตีเขาเลย แล้วเธอเป็นใคร กล้าดียังไงถึงมาเตะจนหงายหลังแบบนี้
“คุณคีตะ! นะ...หนูขอโทษ”