ในเมื่อตัดสินใจแล้วเธอก็ต้องทำตามที่พูด สร้อยทองบอกตัวเองหลังจากตกลงกับเจ้านายคนใหม่เรียบร้อย
ปัจจุบันเธอย้ายออกมาอยู่หอพักเพียงลำพัง เป็นหอพักราคาถูกซึ่งอยู่ไม่ห่างจากมหาวิทยาลัยเพื่อสะดวกในการไปเรียนและทำงานเสริม
ถึงแม้จะเป็นนักเรียนทุนได้เรียนฟรีทุกอย่างแต่ค่าใช้จ่ายอื่นๆ เธอก็ต้องหามาเองเนื่องจากบิดาไม่ได้ส่งเสีย เพราะท่านไม่สนับสนุนให้ลูกสาวเรียนหนังสือ
“ถึงแล้วค่ะ คุณคีตะนั่งรอแป๊บนึงหนูเก็บของไม่นาน”
ทำไมเธอต้องพูดแบบนี้ ก็เพราะเจ้าหนี้หนุ่มเกิดเปลี่ยนใจ ออกคำสั่งให้ลูกหนี้ย้ายไปคืนนี้เลย โดยให้เหตุผลว่ากลัวเธอหนี
สร้อยทองเป็นพวกไม่อยากมีปัญหาจึงตอบตกลง ไม่ว่าจะย้ายวันนี้หรือพรุ่งนี้ก็มีค่าเท่ากัน
คีย์ตะวันเดินเข้ามาในห้องอันแสนคับแคบของสร้อยทอง ก่อนจะหันมองรอบตัวด้วยความรู้สึกประหลาดใจ
นี่ห้องคนอยู่จริงดิ?
“เธอแน่ใจเหรอว่านี่คือห้องนอน ทำไมมันเล็กกว่าห้องน้ำของฉันอีก”
ถามไม่ใช่เพราะอยากดูถูกแต่เขาสงสัยจริงๆ ห้องของเธอเล็กมาก ถ้าเป็นเขาคงอยู่ไม่ได้หรอกอึดอัดตายเลย
แคบไม่พอร้อนอีกต่างหาก เข้ามาไม่นานเหงื่อก็เริ่มออกเจ้าของห้องจึงเดินไปเปิดพัดลมให้ชายหนุ่ม
“ก็หนูไม่ได้รวยเหมือนคุณคีตะ หาเงินมาเช่าห้องแบบนี้ได้ก็หรูแล้วค่ะ” มันคือเรื่องจริงเธอเป็นนักศึกษาทุนต้องหาเงินใช้จ่ายเอง
การจะให้ไปเช่าห้องราคาหลายพันต่อเดือนมันแพงเกินไป ได้ห้องแค่นี้ซุกหัวนอนก็ถือว่าเป็นบุญของชีวิตแล้ว
“เธออยู่คนเดียวเหรอ ครอบครัวไปไหนหมด”
เขานั่งบนเตียงตรงหน้าพัดลมก่อนจะเอ่ยถามด้วยความสงสัย ดูจากสภาพห้องแล้วไม่น่าจะมีคนอื่นอาศัยอยู่ด้วย
คำถามของชายหนุ่มทำให้หญิงสาวนิ่งไปชั่วครู่ ก่อนตอบตามจริง
“พวกเขาก็อยู่ด้วยกัน ส่วนหนูก็อยู่ที่นี่”
ครอบครัวเหรอ มีที่ไหนกัน หลังจากพ่อแต่งงานใหม่ลูกจากภรรยาเก่าก็กลายเป็นคนอื่น มีทุกวันนี้ได้ก็เพราะตัวเองใฝ่ดีและมองโลกในแง่ดี เธอพยายามขวนขวายเพื่อให้ชีวิตดีขึ้น
“...” คีย์ตะวันขมวดคิ้วไม่เข้าใจ สร้อยทองจึงอธิบายเพิ่มเติม
“พ่อ แม่แวว สเตฟาน อยู่ด้วยกันที่บ้านของปู่ค่ะ แต่หนูแยกออกมาอยู่คนเดียว หนูจะได้ไม่เป็นส่วนเกินของพวกเขา”
ถึงจะพูดเหมือนไม่ใส่ใจ แต่น้ำเสียงของสร้อยทองดูเศร้าไม่น้อยทำให้คีย์ตะวันรู้สึกสงสารจึงเปลี่ยนเรื่องคุย
“แล้วแฟนล่ะมีไหม ถ้าให้เดาคงไม่มีหรอก รูปร่างหน้าตาแบบนี้ใครเขาจะเอา”
มุมปากกระตุกขึ้นมาด้วยความชอบใจเมื่อเห็นเธอหันมามองตาขวาง เกิดเป็นคนมันต้องแบบนี้สิ ไม่ใช่ใครว่าอะไรก็ยอมหมด ใครฟาดเรามา เราก็ฟาดมันกลับ เอาให้ตายกันไปข้างหนึ่งเลย
“ดูถูกกันเกินไปแล้ว เห็นหนูอ้วนๆ แบบนี้ก็มีคนมาจีบเหมือนกันนะคะ แต่หนูไม่เอาเองแหละเพราะหนูเป็นเด็กดีตั้งใจเรียนหนังสือ”
เธอเชิดหน้าทำคอตั้งบอกเขาด้วยรอยยิ้มมั่นใจ ก่อนจะปัดผมออกจากไหล่ประหนึ่งคนสวยที่มีผู้ชายรุมจีบจนหัวกระไดไม่แห้ง
สร้อยทองไม่ได้โกหกมันคือเรื่องจริง เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นตอนเธอเรียนชั้นประถมสมัยที่นมยังไม่ตั้งเต้า ถึงแม้เวลาจะผ่านไปนานแต่เธอก็ยังจำได้ดี
“อมพระ อมโบสถ์ อมวัดมาพูดฉันก็ไม่เชื่อเธอหรอก หน้าเหมือนซาลาเปาอย่างเธอน่ะเหรอจะมีคนมาจีบ”
ชายหนุ่มส่ายหน้าพรืดไม่เชื่อเด็ดขาด ยัยอ้วนตรงหน้าของเขาเนี่ยนะมีคนมาจีบ ถ้าเป็นจริงผู้ชายคนนั้นคงไม่มีทางเลือกหรือไม่ก็ตาบอด
“ไม่เชื่อก็ตามใจ” หญิงสาวไม่อยากต่อล้อต่อเถียงจึงตั้งหน้าตั้งตาเก็บของที่จำเป็นใส่กระเป๋าเดินทาง
ส่วนคีย์ตะวันก็เดินไปสำรวจตรงระเบียงหลังห้อง ก่อนจะทำหน้าเบ้ด้วยความไม่ชอบใจ
สร้อยทองอยู่ห้องนี้เข้าไปได้ยังไง แออัดฉิบหาย ดูตึกสิอยู่ชิดติดกันไปหมด หายใจแทบไม่ออก
เขาคิดในใจพลางส่ายหัวขณะกวาดสายตามองตรงนั้นตรงนี้
“หนูเก็บของเสร็จแล้วค่ะ คุณคีตะเป็นอะไรไหมคะทำไมทำหน้าแบบนั้น”
เธอเห็นเขาทำหน้าประหลาดๆ จึงเอ่ยถาม ด้วยความที่เป็นคนประหยัดและมีรูปร่างเจ้าเนื้อ เงินจึงหมดไปกับค่ากินมากกว่าเสื้อผ้าข้าวของทำให้เธอไม่ค่อยมีสมบัติ ใช้เวลาเก็บของไม่นานก็เสร็จเรียบร้อย
“เธอไม่มีปัญญาหาหอที่มันดีกว่านี้อยู่เหรอ” ผู้ชายปากร้ายมองซ้ายมองขวาก่อนจะถอนหายใจแล้วถามด้วยน้ำเสียงใคร่รู้
คำถามของคีย์ตะวันไม่ได้สร้างความขุ่นเคืองใจให้สร้อยทองแม้แต่น้อย เธอเข้าใจเขาจึงยิ้มเล็กน้อยก่อนจะตอบด้วยความสัตย์จริง
“ตอบตามตรง ไม่มีค่ะ ที่นี่ค่าเช่าถูก อึดอัดนิดหน่อยแต่หนูอยู่ได้ คุณคีตะคิดดูสิคะ หนูตัวคนเดียวจะเอาอะไรมาก แค่มีที่ซุกหัวนอนแบบปลอดภัยก็บุญแล้วไม่ใช่เหรอ”
เพราะเป็นคนมองโลกในแง่ดี สร้อยทองจึงไม่เคยโทษโชคชะตา เวลาเหนื่อยหรือท้อก็จะเลือกมองคนที่แย่กว่าทำให้เธอมีแรงฮึดสู้
คีย์ตะวันไม่เคยเจอคนแบบนี้ถึงกับไปต่อไม่ถูก ถึงเขาจะปากร้ายแต่เนื้อแท้เป็นคนจิตใจดี เขาทนเห็นสร้อยทองอยู่หอแบบนี้ต่อไปไม่ไหวจริงๆ เมื่อสมองคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้จึงพูดว่า
“ช่างมันเถอะ ถ้าเธอทำงานดีหลังจากใช้หนี้หมด ฉันจะหาห้องพักดีๆ ให้ตอบแทนแล้วกัน แบบไม่เอาคืน ให้แล้วให้เลย”
ไม่ได้บอกส่งๆ เพื่อเอาหน้าแต่เขาจะทำจริงๆ หลังจากงานใช้หนี้จบลง
“ยินดีรับค่ะ ขอบพระคุณล่วงหน้านะคะ”
สร้อยทองยิ้มแป้นดีใจ ไม่รู้เขาจะให้จริงไหมแต่เธอไม่ปฏิเสธความหวังดี อนาคตค่อยว่ากันถ้าเขาให้เธอก็รับ ถ้าเขาไม่ให้เธอก็หาเอง
จากนั้นชายหนุ่มก็บอกให้ลูกน้อง ที่ยืนรออยู่ด้านนอกเข้ามาขนกระเป๋าของหญิงสาวที่มีอยู่เพียงสองใบ
ทั้งหมดเดินทางออกจากหอพักซอมซ่อไม่นาน ก็มาถึงคอนโดสุดหรูที่สร้างขึ้นมาเพื่อรองรับเหล่าบรรดาคนมีเงินเท่านั้น
คอนโดราคาแพงแห่งนี้ตั้งอยู่ย่านกลางเมืองทำเลทอง ติดรถไฟฟ้า ใกล้ห้างสรรพสินค้าและสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย
เป็นคอนโดในฝันของคนเมืองรวมถึงสร้อยทอง ที่แอบคิดอยู่บ่อยๆ สักวันเธอจะทำงานหาเงินแล้วมาผ่อนคอนโดแบบนี้ให้ได้ แต่คงยากหน่อยถ้าจะเอาแบบคีย์ตะวันเป๊ะ เพราะราคาแต่ละห้องคงไม่ต่ำกว่าร้อยล้าน ตายแล้วเกิดใหม่ยังไม่รู้จะมีปัญญาซื้อไหม
ชายหนุ่มซื้อห้องชั้นบนสุดซึ่งเป็นเพนต์เฮาส์ให้กับตัวเองและซื้อห้องชั้นล่างให้พวกลูกน้องคนสนิทอาศัย โดยไม่คิดค่าเช่าถือเป็นสวัสดิการอย่างหนึ่งจากเจ้านาย
ชั้นนี้ยังมีห้องว่าง เขาจึงให้เธออยู่ในระหว่างทำงานเป็นทาสรับใช้
“เป็นไงห้องของฉัน ดีกว่าห้องของเธอไหมล่ะ”
“ดีมากค่ะ มันต่างกันราวฟ้ากับเหว”
“...” ชายหนุ่มยักไหล่ ภูมิใจที่ได้เห็นอาการตื่นเต้นของสร้อยทอง ไม่แน่เขาอาจจะยกห้องนี้ให้เธอก็ได้ แต่ก็ต้องดูผลงานและความประพฤติก่อน
“แล้วคุณคีตะจะให้หนูเป็นทาสรับใช้นานแค่ไหนคะ”
“จนกว่าหนี้จะหมด”
เขานั่งลงบนโซฟาก่อนจะแจกแจงรายละเอียดการทำงาน ถึงจะให้เธอมาเป็นทาสใช่ว่าเขาจะไม่ให้เงินเดือน หลังจากหักหนี้เงินที่เหลือก็จะโอนให้เธอ
สร้อยทองรู้สึกชอบห้องนี้จึงขอให้เจ้านายหักหนี้เดือนละไม่เกินสองพัน เธอจะได้อยู่นานๆ อยู่จนฝึกงานเสร็จไปเลย ตอนนี้รู้สึกไม่อยากกลับไปอยู่ห้องเดิมแม้แต่น้อย
“อีกไม่กี่วันหนูจะต้องไปฝึกงาน คุณคีตะอนุญาตให้หนูไปไหมคะ”
ถามอย่างกล้าหาญถึงเธอจะเพิ่งรู้จักเขาแต่สัมผัสได้ถึงความใจดี เธอคิดว่าคีย์ตะวันคงไม่ใจร้ายถึงขั้นทำให้เธอเรียนไม่จบ
“ฉันไม่ได้ใจร้ายถึงขนาดตัดอนาคตเด็ก เธออยากทำอะไรก็ทำ แต่งานที่ฉันมอบหมายต้องไม่ขาดตกบกพร่อง เข้าใจไหม”
“รับทราบค่ะ หนูจะไม่ทำให้คุณคีตะผิดหวังแน่นอน”
“ไปข้างบน ไปดูห้องฉัน เธอจะได้รู้ว่าต้องทำอะไรบ้าง”
ชายหนุ่มเดินนำหญิงสาวขึ้นมายังห้องของตนเองที่มีขนาดใหญ่มากเพราะทั้งชั้นเป็นของเขาคนเดียว
สร้อยทองมองรอบๆ ตัวด้วยอาการตื่นตะลึง ห้องที่เขาให้เธอเข้าไปอยู่ก็ว่าใหญ่แล้วพอมาเจอห้องนี้ถึงกับต้องอุทาน Omg กันเลยทีเดียว
คุณพระคุณเจ้าทำไมมันถึงกว้างขวางขนาดนี้ เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นดูมีรสนิยมและราคาคงแพงหูฉี่ ถ้าเธอทำพังสักชิ้นมีหวังคงต้องหาเงินชดใช้ทั้งชีวิตแน่
“วิวโคตรสวยเลย สวยมาก”
สร้อยทองเอ่ยราวกับคนละเมอเมื่อหันไปเห็นบรรยากาศยามค่ำคืนของเมืองหลวง แสงไฟของแต่ละตึกให้ความรู้สึกน่าค้นหาจนเธอละสายตาไปไม่ได้
ไม่ต่างจากคีย์ตะวันที่ซื้อห้องนี้ก็เพราะชอบมองวิวยามค่ำคืน คนทั้งสองต่างตกอยู่ในโลกของตัวเองก่อนจะสะดุ้งตกใจกับเสียงเครื่องดูดฝุ่นที่เอ่ยทักทายเจ้านายราวกับเป็นหุ่นยนต์
เออก็ใช่น่ะสิมันคือหุ่นยนต์ดูดฝุ่นรุ่นใหม่ล่าสุดที่บริษัท SC ผลิตและวางจำหน่ายไปทั่วโลก ราคาต่อเครื่องแพงกว่า iPhone Pro Max ความจุ 1TB หลายเท่าจึงมีเพียงคนรวยเท่านั้นที่ซื้อ
“เธอไปพักเถอะ พรุ่งนี้ค่อยมาเริ่มงานตอนเช้า เดี๋ยวฉันจะให้แดนทำเรื่องสแกนหน้า เข้าออกลิฟต์ที่นี่ต้องสแกนหน้าเท่านั้น”
นอกจากวิวสวยแล้วระบบความปลอดภัยยังดีเยี่ยมทำให้เขายอมควักเงินซื้อห้องนี้
“รับทราบค่ะ”
สร้อยทองพยักหน้ารับทว่ายังมองภาพแสงไฟตรงหน้าไม่วางตา น่าแปลกไหมที่เธอชอบมองแสงไฟตอนกลางคืน
ใจดวงน้อยเจ็บแปลบยามคิดถึงครอบครัว มีแต่ก็เหมือนไม่มี ก่อนจะขอกลับห้องของตัวเอง
“งั้นหนูขอตัวก่อนนะคะ”
“อืม พรุ่งนี้ห้ามสายล่ะ”
“ไม่สายแน่นอน”
ใช่จะมีแค่เธอเพียงคนเดียวที่คิดถึงครอบครัวแล้วรู้สึกเจ็บปวด เขาเองก็ไม่ต่างกัน
คีย์ตะวันยืนมองความมืดของท้องฟ้า พลางหวนคิดถึงเรื่องราวในอดีต จวบจนเวลาผ่านไปครู่ใหญ่แดนดินก็เข้ามารายงานเรื่องที่เจ้านายให้ไปจัดการ
“ทุกอย่างเรียบร้อยแล้วครับบอส”
“พรุ่งนี้กูไม่ไปทำงาน มึงเข้าไปจัดการทุกอย่างแทนกูด้วย”
“บอสจะไปไหนครับ”
“กูจะอยู่แกล้งยัยอ้วน ดูสิจะทำตามที่กูสั่งได้ไหม”
“ดูบอสจะชอบสร้อยทองไม่น้อยนะครับ”
“ไม่ได้ชอบโว้ย แค่ถูกชะตา เด็กนี่ดูซื่อบื้อดี อีกอย่างกูอยากรู้ว่าเป็นคนดีจริงหรือมีจุดประสงค์อย่างอื่นแอบแฝง”
“แล้วคืนนี้บอสจะให้ผมนัดใครไหมครับ”
“ไม่ต้อง กูเบื่อ มึงกลับไปนอนเถอะ”
“ครับบอส” ลูกน้องค้อมตัวลงเล็กน้อยก่อนจะหายออกไปจากห้องสุดหรูของเจ้านาย
คีย์ตะวันยิ้มมุมปากยามที่คิดถึงประโยคคำพูดของสร้อยทอง
หนูทำเป็นทุกอย่างค่ะ
มันคือประโยคเอาตัวรอดหรือเรื่องจริงพรุ่งนี้คงได้รู้กัน
เช้าวันใหม่สร้อยทองตื่นขึ้นมาด้วยความสดชื่นแจ่มใสหลังจากได้นอนเต็มอิ่มบนเตียงหนานุ่ม แถมห้องนอนยังเย็นฉ่ำด้วยเครื่องปรับอากาศ
เธอเคยคิดว่า ถ้าได้นอนห้องแบบนี้จะนอนไม่ยอมตื่น แต่ไม่ตื่นก็ไม่ได้เพราะเจ้านายปากร้ายกำลังรออยู่ข้างบน ถ้าไปสายคงโดนด่าอีก วันนี้เธอไม่อยากโดนด่าตั้งแต่เริ่มงานวันแรก
“คุณแดนสวัสดีค่ะ ตื่นเช้าจัง”
คนอายุน้อยกว่าออกมาจากห้องไม่กี่ก้าว กำลังจะกดลิฟต์ขึ้นไปบนห้องเจ้านาย แต่เจอแดนดินเสียก่อนจึงทักทายอย่างผูกมิตร
“วันหลังไม่ต้องไหว้หรอก เรียกพี่แดนก็ได้” ลูกน้องหน้าหล่อตอบกลับอย่างมีไมตรี เขาไม่ใช่พวกเจ้ายศเจ้าอย่าง ไม่ค่อยชอบให้ใครเรียกคุณโดยเฉพาะคนใกล้ตัว
“โอเคค่ะ พี่แดนตื่นเช้ามากนี่เพิ่งจะหกโมงเอง” เธอถามต่อหลังจากก้มมองนาฬิกาข้อมือ
“พี่ชอบตื่นมาออกกำลังกาย แล้วเราจะไปไหน ขึ้นไปหาบอสเหรอ”
“ค่ะ หนูขึ้นไปหาคุณคีตะได้เลยใช่ไหม”
“ได้สิ เมื่อวานบอสให้พี่สแกนหน้าสร้อยเพื่อใช้เข้าออกห้องเรียบร้อยแล้ว แต่ระวังหน่อยนะเช้าๆ แบบนี้บอสน่าจะยังไม่ตื่น อย่าทำเสียงดัง”
“ขอบคุณที่เตือน หนูจะจำเอาไว้”
หญิงสาวพยักหน้าก่อนจะหายเข้าไปในลิฟต์ ไม่นานก็เข้ามาอยู่ในห้องของคีย์ตะวัน แต่เธอไม่รู้จะทำอะไรดีจึงยืนเก้ๆ กังๆ อยู่กลางห้อง ก่อนจะสะดุ้งโหยงเมื่อได้ยินเสียงแหบห้าวดังมาจากด้านหลัง
“จะยืนงงอยู่ตรงนั้นอีกนานไหมยัยอ้วน”
“โอ๊ยแม่ร่วง ตกใจหมดเลย”
“ทำเป็นขวัญอ่อนไปได้ เป็นฉันมากกว่าไหมที่ต้องตกใจ ดูสภาพเธอสิเหมือนกับศพเดินได้ไม่มีผิด”
วันนี้เจ้านายหนุ่มตื่นเช้ากว่าทุกวันเพราะมีเรื่องสนุกให้ทำ เขามองเธอตั้งแต่หัวจดเท้าด้วยสายตาดูแคลน
ยัยลูกหนี้ตัวกลมไม่คิดจะทาหน้าประแป้ง หรือเติมลิปสติกสักนิดเลยเหรอ ดูผ่านๆ นึกว่าศพซีดไปทั้งตัวอืดอีกต่างหาก
“บอสตื่นแล้วเหรอคะ เห็นพี่แดนบอกว่าบอสน่าจะยังไม่ตื่น”
“ถ้าไม่ตื่นเธอจะเห็นฉันไหมล่ะ”
“...” คำตอบของชายหนุ่มทำให้หญิงสาวยิ้มแห้งแต่ในใจกำลังด่าเจ้านายสารพัด ปากแบบนี้ไม่รู้เขารอดมาจนถึงตอนนี้ได้ยังไง ปากร้ายได้โล่ไม่สมกับหน้าตาเลย
“ฉันหิว ทำอะไรให้กินหน่อยสิ”
“แล้วบอสอยากกินอะไรคะ หนูจะได้ทำให้ถูก”
“อะไรก็ได้ ฉันเป็นคนไม่เรื่องมาก อืม เอากาแฟดำใส่น้ำตาลสองก้อน ไข่ดาวหนึ่งฟอง เอาแบบไข่แดงไม่สุกแต่กรอบนอก ไม่อมน้ำมัน ไส้กรอกอบในหม้อทอดเอาพองๆ แค่นี้แหละ ฉันอาบน้ำเสร็จ อาหารต้องเรียบร้อย”
“รับทราบค่ะ”
สร้อยทองตอบรับพลางบ่นในใจ คนบ้าอะไรบอกไม่เรื่องมาก แต่สั่งมาเป็นชุดจะเอาแบบนั้นจะเอาแบบนี้
โชคดีนะที่เธอเป็นคนมีความอดทนสูงและเจอคนประเภทนี้มาไม่น้อยจึงไม่ซีเรียส ในเมื่อคุณบอสอยากได้เดี๋ยวคุณทาสจัดให้ค่ะ รับรองประทับใจแน่นอน
สร้อยทองเดินไปเปิดตู้เย็นเห็นอาหารสดถูกแช่เอาไว้แต่ไม่มาก จากนั้นก็สำรวจอุปกรณ์ต่างๆ ก่อนจะทำการใช้งาน
เธอถอนหายใจเล็กน้อยหลังจากยืนมองเตาไฟฟ้ามาได้สักพัก ปกติใช้ถังแก๊สจึงไม่รู้วิธีใช้งาน
“ไหนล่ะ อาหารเช้าของฉัน”
เสียงของคีย์ตะวันทำให้ลูกหนี้หันมองคอแทบเคล็ด ไหนเขาว่าจะไปอาบน้ำไง ยังไม่ถึงสิบนาทีเลยนะอาบเสร็จแล้ว?
“เอ่อ บอสอาบน้ำเสร็จแล้วเหรอคะ เร็วจัง” ใจจริงเธออยากถามว่า เขาอาบน้ำหรือวิ่งผ่านน้ำกันแน่ ทำไมไวยิ่งกว่าตอนเธอนั่งเบ่งขี้อีกแต่ยั้งปากเอาไว้ได้ทัน
“ถามโง่ๆ อีกแล้ว ไม่เสร็จจะมาอยู่ตรงนี้ไหม” ตอบหน้าตายแต่คำพูดคมกริบยิ่งกว่ามีด ดีนะคนฟังคือสร้อยทองผู้มองโลกในแง่บวกเสมอ
“หนูใช้ครัวแบบนี้ไม่เป็น ปกติใช้แต่เตาแก๊สปิกนิก”
“พูดจริง? บ้านนอกมาก”
โดนด่าไปหนึ่งกรุบทำให้สร้อยทองหน้าชาไม่น้อย เออก็จริงของคีย์ตะวัน อุปกรณ์ทันสมัยแต่เธอกลับใช้ไม่เป็นก็สมควรแก่การต่อว่า
ชายหนุ่มจัดการสอนวิธีการใช้งานเสร็จก็เดินไปนั่งรอบนโซฟา เวลาผ่านไปครู่ใหญ่อาหารตามที่เขาต้องการก็ยกมาเสิร์ฟบนโต๊ะ หน้าตาน่ากินใช้ได้แต่รสชาติเป็นยังไงต้องว่ากันอีกที
หลังจากอาหารเข้าปากเขาก็แสดงสีหน้าพึงพอใจ
“เก่งนี่ ทำตามที่ฉันสั่งได้ รสชาติดีไม่น้อย”
“ขอบคุณที่ชมค่ะ นึกว่าจะปากร้ายอย่างเดียว” ประโยคหลังเธอพูดเบาทำให้เขาได้ยินไม่ถนัดจึงเอียงคอถาม
“เธอว่าไงนะ เมื่อกี้ฉันไม่ค่อยได้ยิน”
“อ้อ เอ่อคือหลังจากข้าวเช้าเสร็จ หนูต้องไปทำอะไรต่อคะ”
“ทำทุกอย่างตามที่ฉันสั่ง”
เขายิ้มร้ายหลังจากให้คำตอบ แล้วเธอก็ต้องทำทุกอย่างจริงๆ รวมถึงพับกางเกงในให้เป็นระเบียบ
สร้อยทองมีเหรอจะทำไม่ได้ สั่งมาเถอะเธอทำได้ทุกอย่าง แต่นั่งพับเพียบได้ไม่ถึงห้านาที โทรศัพท์ก็มีสายเข้าเป็นเบอร์ของแม่เลี้ยง เธอจึงกดรับแล้วเปิดลำโพงคุยเพราะมือไม่ว่าง
“แม่แววโทร.หาหนูมีอะไร”
“มึงได้นอนกับคุณคีตะหรือยัง”
“เรื่องของหนู แค่นี้นะ”
คีย์ตะวันเดินเข้ามาในห้องจึงได้ยินบทสนทนาพอดี
อะไรนะยัยแม่เลี้ยงถามว่า สร้อยทองได้ขึ้นเตียงกับเขาหรือยัง ถามจริงเอาสมองตรงไหนคิด รูปร่างหน้าตาอย่างสร้อยทองให้ฟรีเขาก็ไม่คิดจะเอาเด็ดขาด
เจ้าหนี้สุดหล่อยืนมองลูกหนี้ขี้เหร่อยู่ตรงประตูห้องก่อนจะส่ายหน้าทำเหมือนเธอคือตัวเชื้อโรคน่ารังเกียจ หารู้ไม่ว่าอีกไม่กี่วันต่อจากนี้เขาจะต้องกลืนน้ำลายตัวเอง