Se connecter"ยาคุมนี่เก็บไว้กินตอนฉันเสร็จ ฉันไม่ใส่ถุงยางให้เสียอารมณ์หรอกในเมื่อเธอยังซิง" ปาริฉัตร วัย 22 ปี ลูกหนี้สาวแสนสวย เพราะพี่ชายซึ่งการพนันงอมแงมจนต้องกู้หนี้ยืมสิน และได้ขโมยโฉนดที่ดินของตายายมาเป็นหลักประกันการกู้ยืม เธอจึงต้องทำทุกวิถีทางเพื่อที่จะนำโฉนดกลับคืนมาจึงได้เข้าไปเจรจาต่อรองกับเขา เสี่ยภาคินทร์ วัย 32 ปี เจ้าหนี้หนุ่มสุดเหลี่ยมจัด เขาผู้ไม่เคยขาดทุนในการลงทุนเลยสักครั้ง จะธุรกิจใดก็ต้องคิดถึงส่วนได้ส่วนเสียเสมอ เขาอยากได้เธอมาครอบครองจึงได้ยื่นข้อเสนอที่เธอมิอาจปฏิเสธได้ ในเมื่อเธอมาขอร้องไม่ให้เขายึดที่ดิน เธอก็ต้องมีข้อแลกเปลี่ยนที่เขาพึงพอใจ และที่เขามักทำประจำกับลูกหนี้สาว ๆ นั่นก็คือการ เก็บดอก แต่ไม่ใช่เก็บดอกเงินตราทว่าเป็นการเก็บดอกบนเตียง นิยายชุดพิศวาสรัก 1. พิศวาสรักลูกหนี้ (เสี่ยภาคินทร์ + ปาริฉัตร) 2. พิศวาสรักเด็กหมอ (หมอชวิณ + แก้มใส) 3. พิศวาสรักเด็กฝาก (ภูริช + พลอยลลินณ์) 4. พิศวาสรักเมียแต่ง (ธันวา + รินรดา)
Voir plusหมอหนุ่มใช้เวลาไม่นานในการจัดการชำระคราบเหงื่อไคลและน้ำคาวทั้งของตัวเองและหญิงสาว จะให้เสียเวลาอาบน้ำนานได้อย่างไรก็ในเมื่อลำท่อนของเขาพร้อมที่จะออกรบอีกรอบ หลังจากที่ซับหยดน้ำออกจากตัวแล้วเขาก็รีบอุ้มคนตัวนิ่มมายังเตียงกว้างทันที “จะทำอีกจริง ๆ เหรอคะ รอบเดียวก็พอแล้วมั้ง” แก้มใสพูดขึ้นขณะที่ขยับถอยหลังไปกลางเตียง มือน้อยดึงชายผ้าห่มมาคลุมร่างเปลือยของตัวเองเพราะรู้สึกหนาวเย็นจากไอเครื่องปรับอากาศ “บอกแล้วว่าคืนนี้พี่ต้องเอาให้คุ้ม ถ่างขาหน่อยสิครับ” หมอชวิณเอ่ยเสียงนุ่มน่าฟังน่าคล้อยตาม ร่างใหญ่คลานเข้ามาแทรกยังหว่างขาเรียวใช้มือใหญ่จับเข่าเล็กแบะออกจนสุด ขยับสะโพกเข้าไปให้ปลายบานหัวเห็ดเข้าไปใกล้กับร่องแดงช้ำ “อีกรอบเดียวได้ไหมคะ หนูเหนื่อย..” แก้มใสต่อรอง ดวงตาสั่นไหวระริกในตอนที่ก้มมองปลายบานสีแดงถูอยู่กับปากทางรัก “แต่พี่ไม่เหนื่อย” พูดจบก็กระแทกสะโพกอัดความใหญ่โตเข้ามาจนสุดความยาว “อ๊า!” “อ๊ะ พะ..พอแล้ว หนูไม่ไหว..แล้ว” แก้มใสที่อยู่ในท่าคว่ำหน้าอยู่กับหมอนใบใหญ่พูดขึ้นโดยที่สะโพกของเธอถูกยกสูงโดยฝีมือของคนด้านหลัง เธอโดนคนตัวโตจับพลิกคว่ำพลิกหงายมามากกว่าสามชั่วโมงแ
"ตรงนี้มันแฉะหมดแล้วนะ" หมอชวิณพูดขึ้นในตอนที่มือหนาลูบไปมาอยู่เป้ากางเกงสีขาวของภรรยาสาวโดยที่ริมฝีปากยังคงติดอยู่กับยอดไตแข็ง ลมหายใจอุ่นยามเขาเอื้อนเอ่ยมากระทบที่เนื้อเปียกชื้นทำเอาเธอถึงกับขนลุกซู่ หมอหนุ่มหงายฝ่ามือแล้วสอดเข้าไปในขอบกางเกงในตัวจิ๋วของภรรยา สะกิดติ่งเนื้อกลางกลีบอูมเพียงนิดร่างบางก็สั่นสะท้านผวาเข้ากอดศีรษะเขาแน่น จนใบหน้าของเขาจมเข้าไปในอกอวบนุ่มนิ่ม "อื้อ!" แก้มใสกัดเม้มปากแน่นเมื่อคนตัวโตส่งสองนิ้วเข้ามาในร่องเนื้อ มือน้อยออกแรงขยุ้มผมสั้นของหมอหนุ่มเมื่อเขาเริ่มชักนิ้วเข้าออกโพรงนิ่ม ขยับเรียวขาออกจากกันเพื่อให้นิ้วของเขาได้เข้ามาสร้างความเสียงซาบซ่าให้ตัวเองได้ง่ายขึ้น หมอชวิณขืนตัวยืดตัวขึ้นเมื่อเห็นว่าตัวเองใกล้ขาดใจตายจากแรงกดของหญิงสาว ริมฝีปากบางฉกวูบเข้าที่ปากน้อยที่กำลังเผยอคราง แทรกลิ้นหนาเข้าไปกวาดเอาความหอมหวานจากโพรงปากน้อย ตวัดลิ้นหยอกล้อกับลิ้นน้อยขณะที่ด้านล่างก็ออกแรงกระตุกข้อมือบดปลายนิ้วเข้าที่ปุ่มกระสันด้านในโพรงร้อนจนร่างบางเกร็งสะท้านไปทั้งตัว เสียงฝ่ามือยามเขากระแทกเข้าใส่ร่องแดงเปียกแฉะดังออกมาให้ทั้งคู่ได้ยิน "อื้อ!" แก้มใสกรีดร้องใ
ติ๊ง! "ขอบคุณนะคะ" แก้มใสที่ได้ยินเสียงข้อความเข้าจากโทรศัพท์เครื่องหรูของตัวเองที่วางอยู่บนโต๊ะหัวเตียงเอ่ยขอบคุณ ละสายตาจากลูกน้อยในอกหันไปยิ้มหวานปานน้ำผึ้งผสมยาพิษให้แก่ผู้จ่ายเงินค่าเจ็บคลอดลูก รอยยิ้มนั้นทำให้หมอหนุ่มถึงกับขนลุกซู่ จากนั้นแก้มใสก็หันกลับไปค่อย ๆ ดึงเต้านมออกจากปากลูกน้อยเมื่อเห็นว่าเด็กชายนั้นได้หลับไปแล้วจึงค่อย ๆ ขยับตัวออกห่างอย่างระวังเพราะกลัวว่าการขยับเขยื้อนจะรบกวนการหลับนอนของลูกชาย "มา พี่อุ้มลูกไปนอนเปลเอง" หมอชวิณพูดขึ้นพลางคลานขึ้นมาบนเตียงแล้วช้อนตัวลูกชายขึ้นอย่างทะนุถนอม ร่างสูงถอยหลังกลับลงจากเตียงไปแล้ววางลูกชายลงในเปลเด็กที่อยู่ข้างเตียงใหญ่ "ทำไมไม่ให้ลูกนอนบนนี้ล่ะคะ?" แก้มใสพูดขึ้นขณะที่ชะเง้อมองดูลูกน้อยว่าพ่อของเขาได้ห่มผ้าให้เรียบร้อยดีหรือเปล่า "เห็นทีว่า คืนนี้คงให้ลูกนอนบนเตียงกับเราไม่ได้" หมอหนุ่มเอ่ยขณะที่เดินอ้อมเตียงไปฝั่งที่เมียรักนอนอยู่ ร่างใหญ่คลานขึ้นไปคร่อมร่างเล็กกักตัวเธอเอาไว้ใต้ร่าง "ทะ..ทำไมคะ?" แก้มใสถึงกับพูดตะกุกตะกักเมื่อได้จ้องมองกล้ามเนื้อแน่นหนั่นของสามี การที่ทั้งคู่อยู่ในท่านี้ทำให้เธอนึกไปถึงตอนร่วมรั
ห้าสัปดาห์ผ่านไป คุณแม่ลูกอ่อนกำลังนอนตะแคงข้างอยู่บนเตียงใหญ่ ในอ้อมอกของเธอนั้นมีทารกตัวอ้วนจ้ำม่ำกำลังดูดดุนสูบน้ำนมจากอกเต่งตึงของแม่อย่างเอร็ดอร่อย หนูน้อยชานนท์ตอนนี้อายุได้เดือนกว่าแล้ว เขาเป็นเด็กที่เลี้ยงง่ายไม่ค่อยงอแง พอได้กินนมอิ่มท้องก็จะหลับปุ๋ยทันทีแก้มใสจึงไม่ค่อยเหนื่อยเท่าไร เพียงแต่ว่าในตอนกลางคืนเธอต้องตื่นมาให้นมทุก ๆ 2-3 ชั่วโมงจึงมีอาการง่วงหนาวหาวนอนในตอนกลางวัน โชคดีที่มีแม่บ้านคอยทำงานบ้านอยู่แล้วเธอจึงไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลัง แค่คอยดูแลลูกและได้งีบหลับพร้อมกับลูกในตอนที่นอนให้นมลูก หน้าตาของเธอจึงอิ่มเอิบไม่ทรุดโทรมเหมือนแม่ลูกอ่อนที่ส่วนใหญ่ต้องทำงานบ้านเองสารพัด แกรก.. "กลับมาแล้วเหรอคะ?" แก้มใสเอ่ยทักผู้ที่เปิดประตูห้องนอนเข้ามา เธอเงยหน้าไปส่งยิ้มหวานให้สามีรูปหล่อเพียงนิดจากนั้นก็ก้มลงมองลูกน้อยที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะดื่มนมอิ่ม มือน้อยของเธอมีผ้าขนหนูผืนเล็กปิดไว้ที่จุกไตยอดอกใหญ่ข้างที่ทารกไม่ได้ดูดกินเพื่อคอยซับน้ำนมที่ไหลในตอนที่เต้านมคัดจากการที่โดนลูกน้อยดูดกระตุ้นอีกข้าง "เลี้ยงลูกเหนื่อยไหมวันนี้?" หมอชวิณถามผู้เป็นภรรยาอย่างห่วงใย แทนที่หญิ
ณ โรงพยาบาลC เนื่องว่าวันนี้เป็นวันหยุด การสัญจรบนถนนจึงไม่แออัด อิฐใช้เวลาไม่นานก็พาคนทั้งห้ามาถึงยังหน้าโรงพยาบาล เมื่อรถตู้ยี่ห้อหรูจอดสนิทแล้ว บุรุษพยาบาลก็ดันรถเข็นมารอรับถึงประตูรถ "สวัสดีค่ะท่าน" หมอน้ำยกมือขึ้นพนมไหว้เมื่อเหลือบไปเห็นนายแพทย์ชรัญที่กำลังจะลงมาจากที่นั่งโดยสารตอนหลังในขณ
"อืม" เสียงครางทุ้มดังขึ้นในลำคอเมื่อลิ้นน้อยของคนใต้ร่างตวัดเกี่ยวลิ้นตอบจูบของเขาอย่างเงอะ ๆ งะ ๆ รู้สึกพอใจที่เธอเริ่มที่จะโต้ตอบการร่วมรัก นิ้วยาวเร่งสะกิดยอดไตแข็งที่อยู่ด้านบนก้อนเนื้ออวบหยุ่นมือเพื่อดึงให้อารมณ์สวาทของหญิงสาวพุ่งสูงขึ้นยิ่งกว่าเดิมพร้อมทั้งป้อนรสจูบที่หนักหน่วงไปให้ ความหอม
"อื้อ!" แก้มใสกัดปากล่างแน่นในตอนที่ท่อนเนื้อปูดชำแรกผ่านปุ่มเนื้อเข้ามาจนสุดความยาว ความคับตึงตรงปากทางรักทำให้เธอต้องขยับขาแยกออกจนสุดความกว้างอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทำให้คนตัวโตได้แนบหน้าท้องแกร่งชิดกับท้องเนียนนุ่มของเธอสนิทยิ่งกว่าเดิม "อา แน่นฉิบ!" หมอชวิณครางเสียงแตกพร่าอยู่ข้างใบหูเล็กที่
"พี่วิณ.." เสียงที่หลุดออกมาจากปากนั้นช่างเบาหวิวลอยไปบนอากาศราวกับปุยเมฆ ผิดกับดวงใจที่หนักอึ้งหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อเธอได้เห็นภาพบาดตาบาดใจตรงหน้า พยายามควบคุมมือน้อยซึ่งยังจับค้างอยู่ที่มือจับประตูไม่ให้สั่นเทา "แก้มใส!" หมอชวิณเรียกชื่อหญิงสาวด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก ร่างสูงลุกขึ้นยืนพรวดพ
commentairesPlus