หอมกรุ่นอุ่นรัก

หอมกรุ่นอุ่นรัก

last updateLast Updated : 2026-09-07
Language: Thai
goodnovel4goodnovel
Not enough ratings
24Chapters
26views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

จากฟู้ดบล็อกเกอร์สายกินแหลก ตื่นมาอีกทีกลับกลายเป็น ‘พระชายาเอกผู้ถูกลืม’ ที่ถูกส่งไปอยู่เรือนร้างท้ายจวน แถมอาหารมื้อแรกยังมีเพียงข้าวต้มใสจนเห็นก้นชามกับผักดองไม่กี่ชิ้น หลินเสี่ยวเยว่ไม่สนหรอกว่าสามีจะเย็นชาเพียงใด ขอแค่อย่าให้หิวก็พอ เมื่อต้องเอาตัวรอด นางจึงจับของเหลือในครัวมาปรุงเป็นสารพัดเมนู ทั้งต้มแซ่บ ไก่ย่างหม่าล่า หมูกระทะ ชานมไข่มุก และหม้อไฟรสเด็ด ใครจะคิดว่า กลิ่นอาหารจากเรือนท้ายจวนจะลอยไปตก ‘เจิ้งอ๋อง’ แม่ทัพปีศาจผู้หวาดระแวงอาหารจนแทบไม่แตะต้องสิ่งใดมานานหลายปีเข้าอย่างจัง จากแอบปีนกำแพงมาขอกินหนึ่งคำ กลายเป็นส่งวัตถุดิบมาทุกวัน จากพระชายาผู้ถูกลืม กลายเป็นคนที่ท่านอ๋องตามหาในทุกมื้อ และเมื่อหัวใจเย็นชาของอ๋องปีศาจเริ่มถูกเยียวยาด้วยอาหารร้อนๆ กับรอยยิ้มของนาง สัญญาแลกเปลี่ยนง่ายๆ ก็เริ่มเปลี่ยนไป เขาจ่ายวัตถุดิบ นางจ่ายความอร่อย แต่สุดท้ายดูเหมือนคนที่ต้องจ่ายหนักที่สุด จะเป็นท่านอ๋องที่เผลอยกทั้งคลังสมบัติและหัวใจให้นางไปเสียหมด

View More

Chapter 1

1

ความรู้สึกแรกที่ปลุกวิญญาณของ ‘หลินเสี่ยวเยว่’ ให้ตื่นขึ้นมา ไม่ใช่ความทรงจำอันเจ็บปวดจากการถูกรถชนในศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ด ไม่ใช่ความหวาดหวั่นต่อโลกหลังความตาย หากแต่เป็นเสียงท้องร้องประท้วงดังสนั่นประหนึ่งกลองศึกกลางสนามรบ

โครก... คราก...

“หิว... หิวจนไส้จะขาดอยู่แล้ว”

ร่างเล็กบางบนเตียงไม้เก่าค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นอย่างยากลำบาก เสี่ยวเยว่ยกมือกุมหน้าผากที่ปวดตุบ ก่อนความทรงจำสายหนึ่งจะไหลบ่าเข้ามาในสมองอย่างรวดเร็ว

นางไม่ใช่ฟู้ดบล็อกเกอร์สาวสายกินแหลก เจ้าของช่องยอดวิวหลักล้านอีกต่อไปแล้ว แต่กลายเป็น ‘หลินเสี่ยวเยว่’ บุตรสาวขุนนางตกอับที่ถูกพระราชทานสมรสให้แก่ ‘เซียวจิ้งเหยา’ หรือ ‘เจิ้งอ๋อง’ แม่ทัพหนุ่มผู้เย็นชาและขึ้นชื่อว่าเข้าถึงได้ยากที่สุดคนหนึ่งในราชสำนัก

การแต่งงานครั้งนี้เป็นเพียงหมากตัวหนึ่งบนกระดานการเมือง

หลินเสี่ยวเยว่คนเดิมเป็นสตรีขี้ขลาด อ่อนแอ ไม่กล้าสู้คน เมื่อก้าวเข้ามาในจวนอ๋องได้เพียงวันเดียวก็ถูกส่งตัวมาอยู่ ‘เรือนไผ่เขียว’ เรือนเก่าท้ายจวนที่แทบไร้เงาผู้คน ซ้ำยังถูกเหล่าบ่าวไพร่ที่เห็นว่านางไร้อำนาจหนุนหลังตัดทอนเบี้ยหวัดและเสบียงอาหารจนแทบไม่พอยาไส้

ร่างเดิมตรอมใจ ทั้งยังขาดอาหารมาหลายวัน ร่างกายอ่อนแอลงเรื่อย ๆ จนสุดท้ายก็สิ้นใจอย่างเงียบงัน เปิดทางให้วิญญาณของนางเข้ามาแทนที่

เสี่ยวเยว่นิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนก้มมองร่างกายผอมบางของตัวเองแล้วถอนหายใจ

“สวรรค์ ให้ข้ามภพมาทั้งที ส่งมาเป็นพระชายาเอกแต่กลับไม่มีข้าวกินเนี่ยนะ!”

นางบ่นพึมพำพลางกวาดสายตามองไปรอบห้อง

สภาพห้องนอนทรุดโทรมจนน่าใจหาย ม่านเตียงสีซีดจนแทบมองไม่ออกว่าเดิมเป็นสีอะไร ฝุ่นจับตามขอบหน้าต่างหนาเตอะ เครื่องเรือนมีเพียงตู้ไม้เก่ากับโต๊ะตัวเล็กกลางห้อง และบนโต๊ะนั้นมีถาดไม้ใบหนึ่งวางอยู่

ดวงตาของเสี่ยวเยว่พลันเป็นประกาย

อาหาร…

นางรีบก้าวลงจากเตียง ก่อนพุ่งตรงไปเปิดฝาครอบถาดด้วยความหวังอันริบหรี่ แต่ทันทีที่เห็นสิ่งที่อยู่ด้านใน ความหวังทั้งหมดก็พังทลายลงในพริบตา

ชามดินเผาเนื้อหยาบใบหนึ่งบรรจุข้าวต้มเหลวจนแทบกลายเป็นน้ำ เมล็ดข้าวต้มจนเละและมีอยู่น้อยเสียจนนับเม็ดได้ ข้างกันเป็นจานใบเล็กใส่ผักกาดดองแห้งกรังสีคล้ำเพียงสามสี่ชิ้น ส่งกลิ่นเปรี้ยวฉุนชวนให้หมดความอยากอาหารยิ่งกว่าเดิม

เสี่ยวเยว่จ้องสำรับตรงหน้าอยู่หลายอึดใจ ก่อนเท้าสะเอว

“นี่มันอาหารคนหรือน้ำล้างหม้อกันแน่”

สำหรับอดีตฟู้ดบล็อกเกอร์ผู้มีความสุขที่สุดในชีวิตยามได้กินของอร่อย เรื่องอื่นนางอาจพอทนได้ แต่เรื่องกินไม่ได้เด็ดขาด

“ข้าหลินเสี่ยวเยว่ยอมเหนื่อย ยอมลุยไฟ แต่จะไม่ยอมอดตายเด็ดขาด”

ในขณะนั้นเอง ประตูไม้เก่าก็ถูกผลักเปิดพร้อมเสียง เอี๊ยด แผ่วเบา

เด็กสาววัยราวสิบสี่สิบห้าปีในชุดสาวใช้ซอมซ่อเดินก้มหน้าเข้ามา ในมือถือตะกร้าผ้าใบเก่า นางคือ ‘เสี่ยวชุน’ สาวใช้เพียงคนเดียวที่ติดตามหลินเสี่ยวเยว่มาจากตระกูลหลิน

ทันทีที่เห็นคนบนเตียงลุกขึ้นยืนได้ เสี่ยวชุนก็เบิกตากว้าง

“พระ... พระชายา พระองค์ฟื้นแล้วหรือเพคะ!”

ตะกร้าผ้าในมือถูกวางลงแทบจะทันที เด็กสาวรีบวิ่งเข้ามากุมมือเจ้านาย ดวงตาแดงก่ำจนมีหยาดน้ำเอ่อคลอ

“บ่าวคิดว่าพระองค์จะไม่ตื่นขึ้นมาเสียแล้ว ฮือ... บ่าวไปขอแบ่งข้าวต้มจากโรงครัวใหญ่ แต่พวกบ่าวใจดำพวกนั้นกลับไล่บ่าวออกมา ซ้ำยังให้เพียงข้าวต้มเย็นชืดนี่มาเท่านั้น”

เสี่ยวเยว่มองเด็กสาวตรงหน้าด้วยความอ่อนโยน ความทรงจำของร่างเดิมบอกชัดว่า ในจวนแห่งนี้มีเพียงเสี่ยวชุนที่ยังซื่อสัตย์ต่อนางอย่างแท้จริง

นางยกมือลูบศีรษะอีกฝ่ายเบาๆ

“ช่างเถอะเสี่ยวชุน ข้าไม่เป็นไรแล้ว เจ้าหยุดร้องไห้ก่อน” เสี่ยวเยว่สูดหายใจลึก ๆ ก่อนกวาดตามองร่างผอมแห้งของเด็กสาวที่แทบไม่ต่างจากตน 

“คนเรามีมือมีเท้า ในเมื่อโรงครัวใหญ่ไม่ให้ข้าวกิน เราก็ต้องหาทางกินให้อิ่มด้วยตัวเอง”

เสี่ยวชุนกะพริบตาปริบๆ

“แต่... แต่ท้ายจวนไม่มีเสบียงเลยนะเพคะ”

“ไม่มีก็หาเอาสิ พาข้าออกไปดูหลังเรือนเดี๋ยวนี้”

“หลังเรือนหรือเพคะ”

“ใช่ ไปเร็ว ข้าหิวจนมองโต๊ะเป็นขาหมูแล้ว”

เสี่ยวชุนยังไม่ทันตั้งตัวก็ถูกเจ้านายดึงมือกึ่งลากกึ่งจูงออกจากเรือนไผ่เขียว

บริเวณหลังเรือนเป็นลานกว้างที่ถูกปล่อยทิ้งร้างมานาน วัชพืชขึ้นสูงเกือบถึงหัวเข่า เถาวัลย์เลื้อยพันตามแนวรั้วจนดูรกตา สำหรับคนทั่วไปสถานที่แห่งนี้อาจเป็นเพียงสวนร้างไร้ประโยชน์ แต่สำหรับอดีตฟู้ดบล็อกเกอร์ที่เคยตระเวนชิมอาหารมาสารพัดกลับไม่ต่างจากขุมทรัพย์

เสี่ยวเยว่เดินไปได้ไม่กี่ก้าว ดวงตาก็พลันเป็นประกาย

“นั่นมันขิง” นางรีบตรงเข้าไป ก่อนย่อตัวลงสำรวจต้นไม้ตรงหน้า แล้วหันไปอีกด้านอย่างตื่นเต้น

“ตรงนั้นมีข่าด้วย”

เสี่ยวชุนรีบตามมา 

“พระชายา พวกนี้เป็นเพียงของป่าที่ขึ้นเองนะเพคะ”

“ของป่าแล้วอย่างไร ของกินก็คือของกิน”

เสี่ยวเยว่ใช้นิ้วขยี้ใบสมุนไพรเบาๆ แล้วดมกลิ่น ก่อนสายตาจะสะดุดเข้ากับต้นพริกที่ขึ้นแทรกอยู่ใกล้แนวรั้ว ผลเล็กสีแดงสดห้อยอยู่เต็มต้น

“พริกด้วยหรือ สวรรค์ยังไม่ทอดทิ้งข้าจริงๆ”

เสี่ยวชุนมองเจ้านายด้วยสีหน้าประหลาดใจ 

“พระชายา ของพวกนี้กินได้จริงหรือเพคะ ทั้งเผ็ดทั้งร้อน บ่าวกลัวว่าจะทำให้ปวดท้อง”

“กินได้สิ แถมอร่อยมากด้วย พวกนี้ต่างหากคือของวิเศษแห่งรสชาติ”

เสี่ยวเยว่พับแขนเสื้อขึ้นอย่างกระฉับกระเฉง รอยยิ้มสดใสปรากฏบนใบหน้า

“เสี่ยวชุน เจ้าช่วยข้าขุดขิง ข่า เก็บตะไคร้ แล้วก็เด็ดพริกพวกนี้ไว้ ข้าจะไปดูครัวร้างข้างเรือนสักหน่อย”

“พระชายาจะทำอาหารเองหรือเพคะ”

“ถ้ารอคนอื่นทำให้กิน พรุ่งนี้เจ้าคงได้จัดงานศพให้ข้าจริงๆ แล้ว”

เสี่ยวชุนหลุดหัวเราะทั้งที่ดวงตายังแดง ก่อนรีบพยักหน้า

“เพคะ บ่าวจะเก็บให้หมดเลย”

เสี่ยวเยว่จึงเดินตรงไปยังเรือนครัวเก่าข้างเรือนไผ่เขียว ที่นี่เคยเป็นครัวเล็กสำหรับเรือนท้ายจวน แม้ภายในจะเต็มไปด้วยฝุ่นและหยากไย่ แต่เตาฟืนดินเผายังคงอยู่ในสภาพใช้งานได้ หม้อดินเผาใบใหญ่กับกระทะเหล็กมีฝุ่นจับหนาแต่ไม่แตกร้าว

นางเปิดตู้เก็บของเก่าไล่ดูทีละช่อง ไม่นานก็พบไหเกลือเม็ดหยาบ น้ำมันหมูเหลืออยู่เล็กน้อย และโถซีอิ๊วหมักพื้นบ้านที่เปิดฝาแล้วมีกลิ่นหอมเค็มลอยออกมา

“มีเครื่องปรุงพื้นฐาน ครัวก็ใช้ได้ เหลือแค่เนื้อ”

เสี่ยวเยว่พึมพำ ก่อนนำหม้อดินเผาไปล้างที่บ่อน้ำหลังเรือน ขัดอยู่พักใหญ่จนสะอาดเอี่ยม แล้วจึงหันไปเห็นถังไม้เก่าใบหนึ่งวางอยู่ตรงมุมกำแพงด้านที่ติดกับโรงครัวใหญ่ของจวน

ด้วยความสงสัย นางจึงเดินเข้าไปชะโงกดู

ภายในมีเศษกระดูกหมูติดเนื้อ กระดูกซี่โครงและข้อต่อหลายชิ้น เป็นของเหลือที่โรงครัวใหญ่คัดทิ้งไว้เตรียมนำออกไปกำจัดนอกจวน

ดวงตาเสี่ยวเยว่สว่างวาบ

“คนพวกนี้ตาไม่ถึงจริงๆ”

นางย่อตัวลงเลือกดูอย่างระมัดระวัง ก่อนหัวเราะเบาๆ

“กระดูกข้อหมูกับซี่โครงติดเนื้อพวกนี้ต่างหากที่เอาไปต้มน้ำซุปแล้วหวานที่สุด ทิ้งได้อย่างไรกัน เสียดายของ”

เพื่อความปลอดภัย เสี่ยวเยว่เลือกเฉพาะกระดูกที่ยังสด ไม่มีกลิ่นผิดปกติ ก่อนนำมาล้างน้ำสะอาดหลายรอบจนหมดคราบเลือด จากนั้นตั้งน้ำให้เดือดแล้วลวกกระดูกหมูเพื่อขจัดกลิ่นคาวและสิ่งสกปรก

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
24 Chapters
1
ความรู้สึกแรกที่ปลุกวิญญาณของ ‘หลินเสี่ยวเยว่’ ให้ตื่นขึ้นมา ไม่ใช่ความทรงจำอันเจ็บปวดจากการถูกรถชนในศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ด ไม่ใช่ความหวาดหวั่นต่อโลกหลังความตาย หากแต่เป็นเสียงท้องร้องประท้วงดังสนั่นประหนึ่งกลองศึกกลางสนามรบโครก... คราก...“หิว... หิวจนไส้จะขาดอยู่แล้ว”ร่างเล็กบางบนเตียงไม้เก่าค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นอย่างยากลำบาก เสี่ยวเยว่ยกมือกุมหน้าผากที่ปวดตุบ ก่อนความทรงจำสายหนึ่งจะไหลบ่าเข้ามาในสมองอย่างรวดเร็วนางไม่ใช่ฟู้ดบล็อกเกอร์สาวสายกินแหลก เจ้าของช่องยอดวิวหลักล้านอีกต่อไปแล้ว แต่กลายเป็น ‘หลินเสี่ยวเยว่’ บุตรสาวขุนนางตกอับที่ถูกพระราชทานสมรสให้แก่ ‘เซียวจิ้งเหยา’ หรือ ‘เจิ้งอ๋อง’ แม่ทัพหนุ่มผู้เย็นชาและขึ้นชื่อว่าเข้าถึงได้ยากที่สุดคนหนึ่งในราชสำนักการแต่งงานครั้งนี้เป็นเพียงหมากตัวหนึ่งบนกระดานการเมืองหลินเสี่ยวเยว่คนเดิมเป็นสตรีขี้ขลาด อ่อนแอ ไม่กล้าสู้คน เมื่อก้าวเข้ามาในจวนอ๋องได้เพียงวันเดียวก็ถูกส่งตัวมาอยู่ ‘เรือนไผ่เขียว’ เรือนเก่าท้ายจวนที่แทบไร้เงาผู้คน ซ้ำยังถูกเหล่าบ่าวไพร่ที่เห็นว่านางไร้อำนาจหนุนหลังตัดทอนเบี้ยหวัดและเสบียงอาหารจนแทบไม่พอยาไส้ร่างเดิมตรอมใจ
last updateLast Updated : 2026-09-07
Read more
2
ยิ่งสายลมพัดพากลิ่นหอมนั้นเข้ามาในห้องมากเท่าไร สมาธิที่ควรจดจ่ออยู่กับฎีกาบนโต๊ะก็ยิ่งแตกกระเจิงมากขึ้นเท่านั้นแม่ทัพหนุ่มพยายามอ่านตัวอักษรตรงหน้าอยู่ครู่หนึ่ง แต่สายตากลับกวาดผ่านประโยคเดิมซ้ำไปซ้ำมาโดยไม่รู้เนื้อความสุดท้ายมือเรียวยาวก็วางพู่กันลงอย่างหงุดหงิด ปลายลิ้นที่เคยแห้งผากและด้านชาจากการไม่อยากอาหารมานาน กลับเริ่มรับรู้ถึงน้ำลายที่หลั่งออกมาโดยไม่รู้ตัวเซียวจิ้งเหยาขมวดคิ้วหนักกว่าเดิม อาหารพรรค์ใดกัน ถึงได้ทำให้เขาเสียสมาธิถึงเพียงนี้ทางด้านเรือนไผ่เขียวท้ายจวน บนโต๊ะไม้เก่าที่ถูกเช็ดจนสะอาดเอี่ยมมีชามดินเผาสองใบวางอยู่ตรงกลาง ไอร้อนสีขาวลอยกรุ่นขึ้นเหนือชาม ส่งกลิ่นหอมฟุ้งตัดกับสายลมเย็นยามบ่ายอย่างชัดเจนเสี่ยวเยว่นั่งลงอย่างอารมณ์ดี ก่อนเงยหน้ามองสาวใช้ที่ยังยืนกุมมืออยู่ข้างโต๊ะ“เสี่ยวชุน มานั่งสิ จะยืนมองให้ท้องร้องทำไม”เสี่ยวชุนสะดุ้งเล็กน้อย รีบส่ายหน้า“บ่าว... บ่าวไม่กล้าเพคะ พระชายาเป็นถึงเจ้านาย บ่าวเป็นเพียงสาวใช้ จะร่วมโต๊ะกับพระองค์ได้อย่างไร”“ช่างเรื่องยศถาบรรดาศักดิ์ไปก่อนเถอะน่า” เสี่ยวเยว่หัวเราะเบาๆ ก่อนคว้าตะเกียบไม้ยัดใส่มือเด็กสาว“ท้ายจวนร้า
last updateLast Updated : 2026-09-07
Read more
3
‘หากมิใช่เพราะได้รับคำสั่งจากท่านอ๋อง ข้าคงกระโดดลงไปถามแล้วว่าเหลือให้ชิมสักชามหรือไม่’เขาจับตามองอยู่ครู่ใหญ่ จนเห็นพระชายากับสาวใช้ซดน้ำแกงจนเกลี้ยง ไม่เหลือแม้แต่น้ำซุปก้นชาม จึงถอนสายตาอย่างแสนเสียดาย ก่อนใช้วิชาตัวเบาทะยานกลับไปยังตำหนักหย่งอันทันทีเมื่อโม่เฉินกลับถึงห้องหนังสือ ภาพแรกที่เห็นคือเซียวจิ้งเหยากำลังเดินวนไปมาอยู่ไม่ไกลจากโต๊ะเสียงเคาะขอบหน้าต่างเบาๆ ดังขึ้น ก่อนองครักษ์หนุ่มจะก้าวเข้ามาท่านอ๋องหยุดฝีเท้าทันที“ได้ความว่าอย่างไร ผู้ใดเป็นคนทำอาหารส่งกลิ่นรบกวนเปิ่นหวาง” น้ำเสียงยังคงเข้มขรึมดังเดิม แต่แววตากลับมีความอยากรู้อยากเห็นซ่อนอยู่จนโม่เฉินสังเกตได้“ทูลท่านอ๋อง กลิ่นนั้นมาจากเรือนไผ่เขียวท้ายจวนพ่ะย่ะค่ะ”คิ้วกระบี่ของเซียวจิ้งเหยาขมวดเข้าหากัน“เรือนไผ่เขียว นั่นมิใช่ที่พักของพระชายาเอกหรือ”“พ่ะย่ะค่ะ”เซียวจิ้งเหยานิ่งไปเล็กน้อย ก่อนถามต่อ“สตรีอ่อนแอผู้นั้นทำอาหารเป็นด้วยหรือ”“พระชายาเป็นผู้ลงมือทำด้วยพระองค์เองพ่ะย่ะค่ะ” โม่เฉินตอบ ก่อนเผลอเล่าด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้นขึ้นอย่างไม่รู้ตัว“พระชายานำกระดูกหมูที่โรงครัวคัดทิ้งมาต้มกับสมุนไพรและพริกเม็ด
last updateLast Updated : 2026-09-07
Read more
4
เซียวจิ้งเหยาขมวดคิ้วมุ่น เขาตั้งใจมาแอบดูว่านางกำลังทำสิ่งใด แต่กลับถูกสตรีตัวเล็กย้อนถามด้วยวาจาไม่เกรงใจเช่นนี้ ศักดิ์ศรีของเจิ้งอ๋องผู้บัญชาการทหารทำให้เขาเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย พยายามรักษามาดน่าเกรงขามเอาไว้“เปิ่นหวางจะเดินไปที่ใดก็เป็นเรื่องของเปิ่นหวาง” น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยอย่างเยือกเย็น“เจ้าต่างหาก ดึกดื่นป่านนี้ไม่ยอมหลับยอมนอน กลับมาจุดเตาปิ้งย่างส่งกลิ่นควันไปทั่วจวน รู้ตัวหรือไม่ว่ารบกวนผู้อื่นเพียงใด”เสี่ยวเยว่เลิกคิ้วเล็กน้อย แต่ยังไม่ทันได้ตอบ สายตาคมกริบของเซียวจิ้งเหยากลับเหลือบไปมองไม้ไก่ย่างในมือนางโดยไม่รู้ตัวเนื้อไก่ส่วนสะโพกติดหนังถูกย่างจนผิวเหลืองสวยและมีรอยเกรียมบางๆ ไขมันใสหยดลงบนถ่านแดงก่ำเกิดเสียง ฉ่า เบาๆ ควันหอมกรุ่นลอยขึ้นพร้อมกลิ่นเครื่องเทศที่นางดัดแปลงจากของที่หาได้ ทั้งพริกแห้งคั่วบด ยี่หร่าและพริกเสฉวนกลิ่นหอมเผ็ดร้อนเจือความชาพุ่งเข้าปะทะจมูกของเซียวจิ้งเหยาเต็มแรงต่อมรับรสที่เงียบงันมานานพลันถูกปลุกขึ้นมาอีกครั้งโครก...เสียงท้องร้องดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ เซียวจิ้งเหยาชะงัก สีหน้าที่เคยเย็นชาพลันแข็งค้างไปชั่วขณะเสี่ยวเยว่ได้ยินเต็มสองหู นา
last updateLast Updated : 2026-09-07
Read more
5
เสี่ยวเยว่เกือบหลุดหัวเราะออกมาเสียงดัง“เพคะ หม่อมฉันรับบัญชา”เซียวจิ้งเหยามองรอยยิ้มล้อเลียนบนใบหน้านางแล้วรู้สึกเสียหน้าอย่างบอกไม่ถูก จึงไม่คิดจะอยู่ต่อแม้แต่น้อยร่างสูงทะยานขึ้นเหนือกำแพงด้วยวิชาตัวเบา ก่อนหายลับเข้าไปในความมืดอย่างรวดเร็วเสี่ยวเยว่ยืนกะพริบตาปริบๆ มองตามไป ก่อนหัวเราะเบาๆ พลางหันกลับไปพลิกไก่บนเตา“ปากบอกพอกินได้ แต่ยังนัดมื้อถัดไปเสียแล้ว ท่านอ๋องผู้นี้ปากแข็งกว่าที่คิดแฮะ”นางหยิบไก่ย่างขึ้นมาอีกไม้ กัดกินอย่างอารมณ์ดีโดยไม่รู้เลยว่าอาหารเพียงไม้เดียวในคืนนี้ กำลังค่อยๆ ทำลายกำแพงความหวาดระแวงที่เซียวจิ้งเหยาสร้างขึ้นมานานหลายปีส่วนอีกด้านหนึ่งหลังจากกลับถึงตำหนักหย่งอัน เซียวจิ้งเหยาไม่ได้ตรงเข้าห้องบรรทมทันทีเขายืนอยู่ใต้ชายคาเงียบๆ แล้วก้มมองไม้เสียบไก่ที่ยังถืออยู่ในมือไม้ธรรมดาไร้ค่า ไม่มีสิ่งใดพิเศษแม้แต่น้อยทว่าเขากลับไม่ได้โยนมันทิ้งเซียวจิ้งเหยามองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเก็บไม้ชิ้นนั้นเข้าไปในแขนเสื้ออย่างเงียบงันเมื่อเดินเข้าไปด้านใน โม่เฉินที่กำลังเข้าเวรเงยหน้าขึ้นทันที“ท่านอ๋อง เสด็จไปที่ใดมาหรือพ่ะย่ะค่ะ”เซียวจิ้งเหยาชะงักฝีเท้า“เรื่องของ
last updateLast Updated : 2026-09-07
Read more
6
“ลงมาเถอะ กลิ่นหม่าล่าของท่านลอยไปถึงหลังคาแล้ว” ร่างสูงกระโดดลงมาอย่างไร้เสียง สีหน้ายังคงเคร่งขรึม แต่สายตากลับจับจ้องไม้หมูย่างแทบไม่กะพริบเสี่ยวเยว่ยื่นให้สี่ไม้ใหญ่“บอกว่าสองสามไม้ แต่วันนี้ข้าอารมณ์ดี แถมให้อีกหนึ่ง” โม่เฉินรับไปอย่างรวดเร็ว“พระชายาทรงพระเมตตายิ่งพ่ะย่ะค่ะ”“ถ้าชอบก็กินเถอะ อย่าเผลอทำตกจากหลังคาก็พอ”โม่เฉินค้อมกาย ก่อนทะยานกลับขึ้นไปบนยอดไม้พร้อมของกินในมือ รวดเร็วเสียจนเสี่ยวเยว่ได้แต่ส่ายหน้าขำไม่นาน เสียงฝีเท้าหนักแน่นก็ดังเข้ามาในลานเรือนไผ่เขียวเซียวจิ้งเหยาปรากฏกายในชุดคลุมผ้าไหมสีน้ำเงินเข้ม ใบหน้าหล่อเหลายังคงเรียบนิ่งดุจเดิม แต่สายตากลับมองตรงไปยังจานเนื้อวัวผัดพริกไทยดำบนโต๊ะอย่างปิดไม่มิดเสี่ยวเยว่ยิ้มต้อนรับ“ท่านอ๋อง มาตรงเวลาจังเลยนะเพคะ อาหารว่างตามที่รับสั่งเตรียมไว้พร้อมแล้ว”เซียวจิ้งเหยากวาดตามองโต๊ะอาหาร ก่อนเลิกคิ้วเล็กน้อย“อาหารว่างหรือ” เขามองข้าวสวยหนึ่งชาม เนื้อวัวจานใหญ่ และต้มจืดตรงหน้าอีกครั้งเสี่ยวเยว่ยิ้มอย่างไม่รู้สึกรู้สา“หม่อมฉันกลัวท่านอ๋องตรวจนานจนหิว จึงเตรียมไว้เผื่อนิดหน่อยเพคะ” เซียวจิ้งเหยานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนเดิ
last updateLast Updated : 2026-09-07
Read more
7
“พระชายาจะทำสิ่งใดหรือเพคะ วัตถุดิบมากมายขนาดนี้ จะต้มน้ำแกงอีกหรือเพคะ”เสี่ยวเยว่ส่ายหน้า“ต้มน้ำแกงอย่างเดียวธรรมดาไป วันนี้เราจะย่างและต้มไปพร้อมกัน”“ย่างกับต้มพร้อมกันหรือเพคะ”“ใช่ วันนี้ข้าจะให้เจ้ารู้จักของดีที่กินคนเดียวไม่ได้ ต้องนั่งล้อมวงถึงจะอร่อย”พูดจบ เสี่ยวเยว่ก็พับแขนเสื้อขึ้นแล้วเริ่มลงมือเตรียมของอย่างคล่องแคล่วหมูสามชั้นถูกหั่นเป็นชิ้นบางกำลังดีเพื่อให้สุกง่ายและมีทั้งสัมผัสกรอบกับนุ่มในคำเดียว ส่วนเนื้อสะโพกหมูถูกหมักด้วยน้ำมันงา ไข่ไก่ ซีอิ๊วหมัก และพริกไทยป่น คลุกเคล้าจนเนื้อนุ่มขึ้นผักกาดขาว ผักใบเขียวที่เก็บได้จากสวน และเห็ดหอมถูกล้างจนสะอาด ก่อนจัดเรียงใส่กระจาดไม้เป็นระเบียบ แต่หัวใจสำคัญของมื้อนี้กลับไม่ใช่เนื้อสัตว์เสี่ยวเยว่หยิบถ้วยเครื่องปรุงมาวางเรียงตรงหน้า“เสี่ยวชุน จำไว้นะ ของย่างจะอร่อยหรือไม่ บางครั้งอยู่ที่น้ำจิ้มมากกว่าตัวเนื้อเสียอีก”“น้ำจิ้มหรือเพคะ”“ใช่ นี่ต่างหากของเด็ด”ในยุคที่ไม่มีน้ำจิ้มสุกี้สำเร็จรูป เสี่ยวเยว่จึงต้องดัดแปลงจากวัตถุดิบที่มี นางเคี่ยวน้ำตาลอ้อยกับน้ำส้มสายชูหมักจากข้าว เติมพริกตำ กระเทียมสับและเต้าหู้ยี้บดละเอียด
last updateLast Updated : 2026-09-07
Read more
8
“เพคะ” นางถอยออกไปอย่างรู้หน้าที่ ทว่าก่อนจากยังแอบเหลือบมองหมูชิ้นที่ตนเกือบได้กินด้วยสายตาเสียดายเซียวจิ้งเหยานั่งลงตรงที่ว่างอย่างเป็นธรรมชาติ ก่อนดึงชามกับตะเกียบชุดใหม่ที่วางอยู่ข้างๆ มาถือไว้ในมือ“เปิ่นหวางตรวจฎีกาเสร็จเร็วกว่าปกติ เห็นว่ายังมีเวลา จึงแวะมาตรวจความเรียบร้อย”เสี่ยวเยว่เหลือบมองตะเกียบในมือเขา“ตรวจความเรียบร้อยพร้อมตะเกียบหรือเพคะ”เซียวจิ้งเหยาชะงักเพียงเล็กน้อย ก่อนตอบเสียงเรียบ“เห็นเจ้ากำลังทดลองทำอาหารแปลกประหลาด เปิ่นหวางเกรงว่าจะมีควันพิษหรือรสชาติไม่ได้ความ จึงต้องเสียสละช่วยทดสอบ”เสี่ยวเยว่กะพริบตาปริบๆ ท่านอ๋องผู้ยิ่งใหญ่นั่งหน้าตายอยู่ตรงหน้า แต่ท่าทางเตรียมพร้อมกินเต็มที่จนไม่รู้จะฟอร์มไปเพื่อสิ่งใด นางจึงยิ้มกวนๆ“เสียสละหรือเพคะ ถ้าเช่นนั้น ท่านอ๋องผู้เสียสละจะลองชิมหมูกระทะดินเผาของหม่อมฉันดูสักคำไหม”เซียวจิ้งเหยาพยักหน้าอย่างสุขุม“ในเมื่อเจ้าขอร้อง เปิ่นหวางจะสงเคราะห์ให้”พูดยังไม่ทันขาดคำ ตะเกียบในมือก็ขยับรวดเร็วเขาคีบหมูสามชั้นชิ้นที่ย่างจนเหลืองเกรียม จุ่มลงในถ้วยน้ำจิ้มสีแดงส้มจนชุ่ม ก่อนส่งเข้าปากทันทีความหอมมันของหมูย่างกระจายไปทั่
last updateLast Updated : 2026-09-07
Read more
9
เสี่ยวเยว่นำไปต้มในน้ำเดือดจนเม็ดแป้งสุกและลอยขึ้นมา เนื้อด้านนอกเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเข้มมันวาว นางตักขึ้นมาพักในน้ำเย็นเพื่อให้เนื้อหนึบขึ้น ก่อนนำไปคลุกกับน้ำเชื่อมน้ำตาลอ้อยอีกครั้งเม็ดไข่มุกแต่ละลูกเคลือบด้วยน้ำเชื่อมจนเงาวับ ส่งกลิ่นหอมหวานชวนให้เสี่ยวชุนหยิบขึ้นมาชิมเสียตั้งแต่ยังไม่ทันประกอบเป็นเครื่องดื่ม“ห้ามแอบกินหมดนะ”เสี่ยวเยว่เหล่มอง เสี่ยวชุนรีบชักมือกลับ“บ่าวเพียงจะช่วยชิมว่าใช้ได้หรือยังเพคะ”“ข้ออ้างเหมือนโม่เฉินไม่มีผิด”อีกด้านหนึ่ง เสี่ยวเยว่ต้มน้ำให้เดือดแล้วใส่ชาแดงลงไปแช่จนได้น้ำชาสีเข้ม หอมชัด ก่อนกรองกากออกส่วนนมแพะ นางนำมาต้มให้ร้อนเพื่อความปลอดภัยและช่วยลดกลิ่นเฉพาะตัว เติมขิงแก่ลงไปเพียงเล็กน้อยเพื่อแต่งกลิ่น จากนั้นจึงผสมกับน้ำชาและน้ำตาลอ้อยตามสัดส่วนกลิ่นชาเข้มข้นผสานกับความหอมหวานของนมและน้ำตาลลอยอบอวลไปทั่วเรือนไผ่เขียวเสี่ยวเยว่ชิมหนึ่งคำแล้วพยักหน้า“ใช้ได้”“แล้วไข่มุกใส่ตอนไหนเพคะ” เสี่ยวชุนรีบถาม“นี่แหละจุดสำคัญ” เสี่ยวเยว่ตักไข่มุกใส่ก้นกระบอกไม้ไผ่ ก่อนเทชานมลงตามนางยังให้เสี่ยวชุนไปตัดก้านกกที่ลำต้นกลวงขนาดเหมาะสม ล้างและต้มฆ่าเชื้อจนสะ
last updateLast Updated : 2026-09-07
Read more
10
“ด้วยการดื่มให้หมด”“เพื่อความรอบคอบพ่ะย่ะค่ะ”คราวนี้เสี่ยวเยว่หัวเราะออกมาจริงๆ“เอาเถอะ ข้าเตรียมกระบอกนี้ไว้ให้ท่านอยู่แล้ว ใส่ไข่มุกเพิ่มเป็นสองเท่า”สีหน้าของโม่เฉินแม้ยังนิ่ง แต่แววตาพลันเป็นประกายทันทีเขารับกระบอกไม้ไผ่ไปด้วยสองมือ“ขอบพระทัยพระชายาพ่ะย่ะค่ะ”จากนั้นจึงดูดชานมเข้าไปคำใหญ่ ไข่มุกหลายเม็ดไหลตามขึ้นมาพร้อมชานมหอมหวาน โม่เฉินเคี้ยวช้าๆ เพียงไม่กี่ครั้ง สีหน้าที่เคยเคร่งขรึมก็ผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัดเขาดูดอีกคำทันที แล้วอีกคำเสี่ยวเยว่ยืนกอดอกมอง“เป็นอย่างไร ทดสอบแล้วมีพิษหรือไม่”โม่เฉินกลืนลงคอ ก่อนตอบด้วยสีหน้าจริงจังอย่างที่สุด“ปลอดภัยมากพ่ะย่ะค่ะ”“ต้องดื่มต่ออีกหรือ”“เพื่อให้แน่ใจพ่ะย่ะค่ะ”เหล่าทหารยามพากันหันหน้าหนีกลั้นหัวเราะโม่เฉินไม่สนใจ ยังคงดูดชานมจนเกือบหมดกระบอก เมื่อความสุขจากของหวานลงท้องเรียบร้อย เขาจึงลดเสียงลงเล็กน้อย“พระชายาพ่ะย่ะค่ะ”“ว่าอย่างไร”โม่เฉินเหลือบมองรอบตัว ก่อนขยับเข้าใกล้อีกนิด“นับจากนี้ หากท่านอ๋องมีรับสั่งจะมาที่เรือนไผ่เขียวก่อนเวลา หรือคิดจะมาแย่งอาหารของพระชายาอีก กระหม่อมจะส่งข่าวให้ทราบล่วงหน้าพ่ะย่ะค่ะ”เสี่ยวเ
last updateLast Updated : 2026-09-07
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status