LOGINหานหมิงอวี่ “...”“แต่ชีเยว่เป็นลูกชายของคุณ นี่เป็นความจริงที่ไม่อาจโต้แย้งได้” น้ำเสียงของชีหมิงเสวียนหนักแน่น “ชีเยว่ฉลาดมาก คุณพาเขากลับไปกราบไหว้บรรพบุรุษเข้าตระกูลเถอะ ปู่หานกับย่าหานอายุมากแล้ว พวกท่านรออุ้มเหลนมาตั้งกี่ปี ก็ถือว่าทำเพื่อพวกท่านเถอะนะ”“แผนโจ่งแจ้งดีนี่” หานหมิงอวี่แสยะยิ้มเย็นชา “ก้าวแรกคือกลับเข้าตระกูล ก้าวที่สองคือแม่พลอยได้ดิบได้ดีเพราะลูก รู้ว่าผมไม่มีทางแต่งงานกับคุณ ก็เลยคิดจะใช้ลูกชายมาบีบให้ผู้ใหญ่ตระกูลหานบังคับผมแต่งงานกับคุณ ชีหมิงเสวียน เลิกเอาลูกไม้ในแวดวงธุรกิจพวกนั้นมาใช้บีบผมเถอะ ผมบอกคุณชัด ๆ ตรงนี้เลยว่า ผมไม่มีวันแต่งงานกับคุณ ชาตินี้คุณตัดใจซะเถอะ!”“คุณเข้าใจผิดแล้ว” สีหน้าของชีหมิงเสวียนราบเรียบ “ฉันไม่ได้คิดอะไรกับคุณแล้ว คุณไม่ต้องกลัวว่าฉันจะใช้ชีเยว่มาตามตอแยคุณ ฉันแค่รู้สึกว่าชีเยว่ควรจะมีครอบครัวที่ปกติ เทียบกับตระกูลชีแล้ว ตระกูลหานเหมาะกับการเติบโตของเด็กมากกว่า”หานหมิงอวี่ขมวดคิ้วมองเธอ เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง “คุณบอกว่าไม่ก็คือไม่เหรอ? ชีหมิงเสวียน คุณมันเจ้าเล่ห์เพทุบายเกินไป เพื่อให้บรรลุเป้าหมายของตัวเอง คุณทำได้ทุกอย่าง
“เกี่ยวสิ”ชีหมิงเสวียนยิ้มเย็นชา “ฉี่ซือเหนียนเห็นคุณเป็นพี่น้องจากใจจริง แต่คุณกลับคิดจะจีบเขา! หานหมิงอวี่ คุณจะให้ฉี่ซือเหนียนทำยังไง? เขากลัวว่าถ้าพูดไปแล้วจะทำลายศักดิ์ศรีของคุณ พวกเราเลยคิดหาวิธีที่ได้ผลดีกับทั้งสองฝ่าย คุณลองนึกย้อนดูให้ดี หลังจากวันนั้น ฉี่ซือเหนียนเริ่มบอกคุณว่าเขาชอบฉันใช่ไหม?”หานหมิงอวี่จ้องมองชีหมิงเสวียนอย่างตะลึงงันเรื่องราวในอดีตที่ถูกปิดผนึกมาเนิ่นนาน ซึ่งเขาจัดวางให้เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยในชีวิต ในเวลานี้ กลับค่อย ๆ ผุดขึ้นมาอีกครั้ง...ใช่แล้ว ความคึกคะนองในวัยหนุ่ม เขาเคยได้รับอิทธิพลจากแนวคิดต่างประเทศ ทำให้เข้าใจผิดคิดว่าความรู้สึกพี่น้องและความผูกพันที่มีต่อฉี่ซือเหนียนคือความรักแต่เขาคิดมาตลอดว่า นั่นเป็นเพียงช่วงเวลาแห่งความสับสนที่คนคนหนึ่งต้องเผชิญแค่ชั่วครู่ชั่วยามช่วงเวลานั้น ภายในใจเขาทรมานเจ็บปวด ถึงขั้นคิดว่าชาตินี้ตัวเองคงไม่สามารถแต่งงานมีลูกได้ตามปกติอีกแล้ว ดังนั้น เขาจึงทำเรื่องโง่ ๆ ลงไปเรื่องหนึ่งเขาแอบไปติดต่อสถาบันผู้เชี่ยวชาญเพื่อฝากสเปิร์มเอาไว้...ทันใดนั้น หานหมิงอวี่ก็เข้าใจเรื่องราวทั้งหมด!“หรือว่าคุณ...”
หานหมิงอวี่ล้วงกระเป๋ากางเกงข้างหนึ่ง ยืนห่างจากเตียงคนไข้ไปสามเมตรกว่า เขาหรี่ตาลงเล็กน้อย มองชีหมิงเสวียนที่อยู่บนเตียงคนไข้ด้วยสายตาจากมุมสูงชีหมิงเสวียนหน้าซีดเผือด ดวงตาคู่หนึ่งจ้องมองเขา ไร้ซึ่งเครื่องสำอางอย่างที่เคย แววตาของเธอจึงดูไม่มีความก้าวร้าวรุนแรงขนาดนั้น ยามมองผู้คน ภายใต้ความสงบนิ่งกลับแฝงความเปราะบางให้เห็นลาง ๆเปราะบางเหรอ?หานหมิงอวี่หัวเราะสองคำนี้ไม่มีทางเกี่ยวข้องกับชีหมิงเสวียนเลย“ชีหมิงเสวียน ผมบอกคุณไปตั้งนานแล้ว ว่าอย่าใช้แผนเจ็บตัวบ่อยนัก เดี๋ยวจะพลาดท่าเข้าสักวัน”น้ำเสียงของชายหนุ่มเยือกเย็น ทุกถ้อยคำล้วนเต็มไปด้วยอคติและความรังเกียจที่มีต่อเธอเมื่อก่อนชีหมิงเสวียนคงจะตอกกลับเขาไปแล้ว ต่อให้ถูกเข้าใจผิด เธอก็ยังคงเป็นคุณหนูผู้ภาคภูมิแห่งตระกูลชี ไม่ยอมอ่อนข้อ ไม่คิดจะอธิบายเพราะเธอรู้มาตลอดว่า การไปโต้เถียงกับผู้ชายที่ไม่ได้รักตัวเอง ซ้ำยังกังขาในนิสัยใจคอของตัวเองมาโดยตลอดนั้น เป็นการลดคุณค่าของตัวเอง!ถึงแม้เธอจะรักผู้ชายคนนี้มาก แต่ก็ไม่เคยละทิ้งศักดิ์ศรีของตัวเองแต่ตอนนี้ไม่เหมือนเดิมแล้วตายไปแล้วหนหนึ่งความยึดติดบางอย่าง ในชั่วพร
เสิ่นชิงซูยอมตามใจชีหมิงเสวียนในที่สุดตอนที่หานหมิงอวี่มาถึง ก็เป็นเวลาสองทุ่มครึ่งแล้วฟู่ซือเหยียนยืนอยู่หน้าห้องพักผู้ป่วย เสิ่นชิงซูอยู่ข้างในเป็นเพื่อนชีหมิงเสวียนหานหมิงอวี่เห็นเขา ก็ยังคงไม่มีท่าทีดี ๆ ให้เหมือนเดิมนับดูแล้ว พวกเขาคือศัตรูหัวใจกันถึงแม้ว่าสำหรับเสิ่นชิงซูแล้ว หานหมิงอวี่จะถูกคัดออกไปนานแล้วก็ตามหานหมิงอวี่เดินเข้ามา กวาดตามองประตูห้องพักผู้ป่วยที่ปิดสนิท แสยะยิ้มเย็นชา “ฟู่ซือเหยียน ผมประเมินคุณต่ำไปจริง ๆ”ฟู่ซือเหยียนยกยิ้มมุมปากบาง ๆ “ประธานหาน แพ้ให้ผม คุณไม่ต้องเจ็บใจหรอก”“คุณก็แค่อาศัยว่ามีลูกสองคนคอยรั้งอาซูไว้ไม่ใช่หรือไง!” หานหมิงอวี่เหน็บแนม “ฟู่ซือเหยียน ความซาบซึ้งกับความรักมันไม่เหมือนกันนะ ต่อให้อาซูเลือกจะกลับไปคบกับคุณ แต่คุณอย่าได้ใจไปหน่อยเลย ในใจของเธอ ฟู่ซือเหยียนคุณมันก็แค่ไอ้หมาขี้ประจบตัวหนึ่งเท่านั้นแหละ!”ฟู่ซือเหยียนเลิกคิ้ว ไม่สะทกสะท้าน “แล้วไงล่ะ? อย่างน้อยตอนนี้อาซูก็ยอมให้ผมประจบ แล้วคุณล่ะ?”หานหมิงอวี่กัดฟันกรอด“คุณบอกว่าผมอาศัยว่ามีลูกสองคน แล้วคุณล่ะ?” ฟู่ซือเหยียนจ้องหานหมิงอวี่ “คุณเองก็ฉวยโอกาสซ้อนแผนใช้ประ
ผู้ดูแลหญิงกำลังป้อนน้ำอุ่นให้ชีหมิงเสวียน พอเห็นเสิ่นชิงซูกับฟู่ซือเหยียน เธอก็ทักทายว่า “คุณเสิ่น คุณฟู่”เสิ่นชิงซูพยักหน้านิดหนึ่ง เดินไปที่เตียง มองดูชีหมิงเสวียน “ตอนนี้รู้สึกยังไงบ้างคะ?”ชีหมิงเสวียนหมดสติไปนานกว่าครึ่งเดือน ร่างกายซูบผอมลงไปมาก เพิ่งฟื้นขึ้นมาเรี่ยวแรงยังไม่ฟื้นตัว แต่สติสัมปชัญญะแจ่มชัดดีเธอมองเสิ่นชิงซู ริมฝีปากซีดเซียวยกยิ้มมุมปาก “ฉันเล่นงานคุณขนาดนั้น แต่คุณกลับทำดีด้วย จ่ายเงินจ้างผู้ดูแลให้ฉัน แถมยังช่วยเลี้ยงลูกชายให้ฉันอีก เสิ่นชิงซู มีใครเคยบอกไหมว่าคุณใจอ่อนเกินไป?”เสิ่นชิงซูยิ้มบาง ๆ “พูดรวดเดียวได้เยอะขนาดนี้ ดูท่าคงไม่เป็นไรแล้วจริง ๆ”ชีหมิงเสวียนชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะออกมา หันไปมองฟู่ซือเหยียนที่ยืนอยู่ข้างกายเสิ่นชิงซู “ฟู่ซือเหยียน เธอรู้จักใช้ความอ่อนโยนสยบความแข็งกร้าวเก่งนะเนี่ย คุณน่ะ รอโดนเธอปราบได้เลย”ฟู่ซือเหยียนยกยิ้มมุมปาก “อาซูพูดถูกแล้ว”ชีหมิงเสวียนมองพวกเขารับลูกกันเป็นปี่เป็นขลุ่ย ก็หลุดขำออกมา “รู้น่าว่าพวกคุณถ่านไฟเก่าคุโชนกำลังตัวติดกันเป็นปาท่องโก๋ แต่ต่อหน้าคนเจ็บอย่างฉัน ช่วยเพลา ๆ หน่อยเถอะ”ความจริงแล้
ถนนหนทางพลุกพล่าน ช่วงเวลาหนึ่งทุ่มกว่า เป็นชั่วโมงเร่งด่วนของเมืองพอดีรถเบนท์ลีย์สีดำแล่นไปอย่างช้า ๆภายในรถเปิดดนตรีฟังสบายคลอเบา ๆ แม้เสิ่นชิงซูจะเลิกงานแล้ว แต่ตลอดทางที่ผ่านมาไม่ถึงสิบนาที เธอรับสายไปแล้วถึงสามสายล้วนเป็นเรื่องงานทั้งสิ้นพอวางสายที่สาม ฟู่ซือเหยียนก็ชำเลืองมองเธอ “ช่วงนี้ฮ่วนซิงผลประกอบการดีขนาดนี้เลยเหรอ?”“ลงทุนสร้างภาพยนตร์สารคดีเรื่องหนึ่ง ถ่ายทำที่ภูเขาหิมะ อยู่ในช่วงเตรียมงาน รายละเอียดเยอะมากต้องคอยตรวจสอบค่ะ” เสิ่นชิงซูนวดต้นคอ “บทก่อนหน้านี้ไม่ผ่านการพิจารณา วันนี้เพิ่งจะหานักเขียนบทดี ๆ ได้คนหนึ่ง”ฟู่ซือเหยียนเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “คนที่เพิ่งแอดแชตคุณเหรอ?”“อื้ม” เสิ่นชิงซูขานรับ พอพูดถึงหนานจื่ออี้ แววตาของเธอก็ฉายแววชื่นชมออกมาอย่างอดไม่ได้ “โครงเรื่องและการวางพล็อตของเขาประณีตมาก ได้ยินว่าเขาเริ่มมาจากการเขียนนิยายออนไลน์ หาได้ยากอยู่นะคะ”ฟู่ซือเหยียนเม้มปาก มือที่จับพวงมาลัยกระชับแน่นขึ้นเล็กน้อย “คุณชื่นชมเขาขนาดนี้เลย”“เขาขยันมาก แล้วก็ถือว่ามีพรสวรรค์ค่ะ” เสิ่นชิงซูไม่ทันสังเกตเห็นความผิดปกติของฟู่ซือเหยียน เพียงแค่รู้สึกว่าหาได้ยา







