Masukเมื่อ "วันไนต์สแตนด์" คืนนั้น... กลายเป็น "พันธะ" ผูกมัดเขาและเธอไว้ตลอดกาล! "ห้าปี... ที่เขาไม่เคยรู้ว่ามีลูก" "ห้าปี... ที่เธอหนีหัวใจตัวเองไม่พ้น" "ห้าปี... ที่เขาไม่เคยรู้ว่ามีลูก" "ห้าปี... ที่เธอหนีหัวใจตัวเองไม่พ้น" แดเนียล มหโภคิน ซีอีโอหนุ่มลูกครึ่งเจ้าของอาณาจักรมหโภคินกรุ๊ป มีทุกอย่างที่ผู้ชายทุกคนใฝ่ฝัน ยกเว้น 'หัวใจ' ที่เขาปิดตายมาตลอด จนกระทั่งวันที่เขาได้กลับมาเจอกับ อัยย์ลดา หญิงสาวที่เคยมีความสัมพันธ์เร่าร้อนด้วยในคืนส่งท้ายปีเก่าเมื่อห้าปีก่อน แรงดึงดูดระหว่างกันยังคงรุนแรงจนไม่อาจต้านทาน แต่สิ่งที่แดเนียลไม่รู้คือ เธอไม่ได้ตัวคนเดียวอีกต่อไป... ความลับตัวน้อยวัยสี่ขวบที่ชื่อ 'น้องแทนคุณ' กำลังเติบโตขึ้นอย่างเงียบๆ ในตึกแถวเก่าๆ ย่านฝั่งธนฯ พร้อมกับใบหน้าและท่าทางที่ถอดแบบเขามาไม่มีผิดเพี้ยน! เมื่อความจริงถูกเปิดเผย... แดเนียลจะทำอย่างไร เมื่อรู้ว่าถูกปิดหูปิดตามาตลอด? เขาจะใช้อำนาจเงินตราแย่งชิงลูกไป หรือจะยอมศิโรราบใช้หัวใจแลกใจเพื่อทวงคืนทั้งลูกและเมีย?
Lihat lebih banyakแดเนียล
ผมรู้สึกถึงความเงียบเหงาที่ก่อตัวขึ้นในอกขณะทอดสายตาไปยังแสงสีตระการตาที่สว่างวาบทั่วท้องฟ้ากรุงเทพฯ ค่ำคืนส่งท้ายปีเก่า ช่วงเวลาที่ผมเคยเฝ้ารออย่างเปี่ยมสุขเมื่อครั้งยังเยาว์วัย ภาพความทรงจำในอดีตหวนคืนมา พ่อกับแม่มักจะเนรมิตเพนต์เฮาส์สุดหรู ณ มหโภคิน ทาวเวอร์ ให้สอดรับกับบรรยากาศการเฉลิมฉลองอันรื่นเริงของเมือง งานเลี้ยงอันหรูหราที่ซึ่งเหล่าตระกูลที่มั่งคั่งที่สุดในประเทศจะมารวมตัวกัน สมัยเด็กผมกับ นาตาลี น้องสาว จะวิ่งเล่นไปทั่วบ้าน ซึมซับไออุ่นและความสุขของเทศกาล มันเคยเป็นช่วงเวลาที่ผมโปรดปรานที่สุดในรอบปี
ทว่าบัดนี้ผมกลับทำได้เพียงจ้องมองแสงไฟที่ส่องประกายทั่วเมือง ผู้คนกำลังปาร์ตี้ เสียงดนตรีดังกระหึ่ม ทว่าสิ่งที่ผมสัมผัสได้ มีเพียงความเงียบงันของบ้านที่เกือบจะว่างเปล่า
นับตั้งแต่พ่อแม่จากไป เทศกาลวันหยุดก็ไม่ใช่วันแห่งเวทมนตร์สำหรับผมอีกต่อไป ไม่มีงานเลี้ยง ของประดับตกแต่งทั้งหมดถูกเก็บนิ่งอยู่ในกล่องเก็บของ
นาตาลีรักการเฉลิมฉลองและพยายามอย่างสุดความสามารถที่จะรักษาจิตวิญญาณนี้ไว้ แต่มันหนักหนาเกินไปสำหรับคนเพียงคนเดียว ในฐานะผู้กุมบังเหียนอาณาจักรมหโภคินกรุ๊ป ผมไม่มีเวลาสำหรับเรื่องไร้สารอย่างงานเลี้ยงฉลองวันหยุด มันเหมือนกับว่าพ่อแม่ได้พาความอบอุ่นของเทศกาลติดตัวพวกท่านไปด้วยในวันที่จากไป
ทั้งผมและนาตาลีต่างไม่มีครอบครัวของตัวเอง วันหยุดจึงมักจะจบลงที่การใช้เวลาร่วมกันสองคน หรือไม่ ผมก็ไปทำงาน ปล่อยให้น้องสาวอยู่ตามลำพัง
แต่ปีนี้ ด้วยกำหนดการเดินทางที่ใกล้เข้ามา ผมกลับตัดสินใจไม่ทำงานในคืนส่งท้ายปีเก่า ปกติแล้วผมจะใช้เวลาช่วงนี้ตามลำพังที่ออฟฟิศ ตรวจรายงานการเงิน แต่เมื่อปีนี้ทุกอย่างถูกจัดการเรียบร้อย ผมจึงได้แต่นั่งอยู่ที่นี่ นั่งจมอยู่กับความหลัง พลางเหม่อมองออกไปยังทิวทัศน์ของเมือง
อากาศภายนอกเย็นสบาย แต่ในเพนต์เฮาส์ที่กว้างขวางผมกลับรู้สึกอ้างว้าง ผมรู้สึกได้ว่านาตาลีกำลังตระเตรียมอะไรบางอย่างอยู่สุดโถงทางเดิน ทั้งที่ผมนึกว่าเธอจะใช้เวลาช่วงค่ำอยู่ที่นี่ด้วยกัน
ผมกำลังคิดจะสั่งอาหารเดลิเวอรีหรู ๆ สักอย่าง แต่ก็นึกไม่ออกว่าเธอชอบอะไร ผมจึงนั่งรอ ผมยอมรับว่าท่าทีที่ร่าเริงอยู่เสมอของเธอในช่วงเทศกาลเป็นสิ่งที่ช่วยปลอบประโลมใจผมได้
ผมเงยหน้าขึ้นเมื่อนาตาลีเดินเร็ว ๆ ออกมาจากห้อง คว้าเสื้อโค้ตตัวเก่งก่อนจะสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าผมยังคงนั่งอยู่ในห้องนั่งเล่น
“อ้าว” เธออุทานเบา ๆ “แดนพี่ยังอยู่เหรอค แน็ตนึกว่าพี่จะไปทำงานเหมือนทุกปีซะอีก”
“อีกไม่กี่วันพี่ก็จะเดินทางแล้ว เลยกะว่าจะเปลี่ยนบรรยากาศมาอยู่เป็นเพื่อนน้อง” ผมตอบ พลางสังเกตเห็นใบหน้าที่เกร็ง ๆ ของเธอ “แต่น้องดูเหมือนกำลังจะไปไหนนะ”
“ค่ คือแน็ตว่าจะไปเคาท์ดาวน์กับเพื่อน” เธอบอกพลางเดินมานั่งพิงที่เท้าแขนของเก้าอี้ ผมบอกได้ทันทีว่าความเงียบเหงาของบ้านหลังนี้กำลังเริ่มกัดกินเธอ และผมก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกผิดหวังกับความคิดที่จะต้องใช้เวลาคืนนี้เพียงลำพัง “แน็ตน่าจะบอกพี่ก่อน ขอโทษค่ะ คือแน็ตชินที่เห็นพี่ทำงานตลอดเลยไม่ได้คิดว่าจะต้องบอกอะไร”
ผมส่ายหน้า ไม่อยากทำให้เธอรู้สึกผิด ท้ายที่สุด เธอก็พูดถูก ผมไม่เคยแม้แต่จะหยุดงานวันเสาร์อาทิตย์ ใจหนึ่งผมอยากบอกว่าไม่เป็นไร แต่อีกใจก็อยากจะรั้งเธอไว้
“ถ้างั้นเอางี้นะคะ” เธอโพล่งขึ้นมา “เดี๋ยวแน็ตโทรเช็กกับเพื่อนก่อนว่าโอเคไหม แล้วเราก็ไปด้วยกันเลย”
ผมพยักหน้าและยิ้ม การไปใช้เวลาช่วงวันหยุดกับคนที่ไม่รู้จักก็ยังดีกว่าการต้องอยู่คนเดียว
ผมคว้าขวดวิสกี้ชั้นเลิศที่ซื้อมาสำหรับคืนนี้ และเราก็เดินลงไปยังโรงจอดรถ
ผมขับรถเอง รู้สึกงุนงงเล็กน้อยขณะขับรถออกจากย่านสาทรข้ามสะพานมาโผล่ที่ฝั่งธนฯ
มันแปลก ผมนึกว่านาตาลีจะไปปาร์ตี้เคาท์ดาวน์กับพวกลูกไฮโซที่โตมาด้วยกันเสียอีก
แต่เมื่อรถสปอร์ตหรูจอดสนิทหน้าตึกแถวเก่า ผมก็ตระหนักได้ในทันทีว่าเจ้าของบ้านหลังนี้มีฐานะที่แตกต่างจากเรามาก ผมรู้สึกเหมือนคนโง่ขึ้นมาตงิด ๆ ที่ดันสวมสเวตเตอร์กุชชี่กับเข็มขัดราคาแพงระยับมา
แดเนียลผมยืนรออยู่ที่หน้าซุ้มพิธี กวาดสายตามองแขกเหรื่อที่มาร่วมเป็นสักขีพยาน ผมรู้ดีว่าคงไม่มีใครคาดคิดว่าจะได้เห็นวันนี้ วันที่เพลย์บอยอย่างผมจะยอมลงหลักปักฐานมีภรรยามีครอบครัวเป็นตัวเป็นตนให้ตายสิ แม้แต่ตัวผมเองก็ยังแทบไม่อยากจะเชื่อสายตาแต่ตอนนี้ผมกำลังยืนอยู่ตรงนี้จริง ๆ มือข้างหนึ่งกุมมือมือน้อย ๆ ของน้องแทน ลูกชายสุดที่รักเอาไว้ และเฝ้ารอวินาทีที่แม่ของเขาจะเดินผ่านประตูเข้ามาอย่างใจจดใจจ่อตอนแรกอัยย์อยากให้น้องแทนเป็นคนเดินส่งตัวเธอ แต่เจ้าตัวเล็กกลับยืนกรานเสียงแข็งว่าเขาอยากเป็นเพื่อนเจ้าบ่าวยืนข้างพ่อมากกว่า หน้าที่อันทรงเกียร
อัยย์ลดาอุ่นใจเหลือเกินที่ได้กลับมาฉลองเทศกาลปีใหม่ที่บ้านของแม่ เผลอแป๊บเดียวก็ผ่านไปหนึ่งปีเต็มแล้วนับตั้งแต่แดเนียลกลับเข้ามาในชีวิตของเรา ฉันนึกไม่ออกเลยจริง ๆ ว่าชีวิตจะมีความสุขและลงตัวไปกว่านี้ได้ยังไงหลังจากที่เราตกลงเป็นครอบครัวเดียวกัน ฉันกับน้องแทนก็ย้ายเข้าไปอยู่ที่เพนต์เฮาส์ของเขา แม้ที่นั่นจะสะดวกสบายแค่ไหนแต่เราก็ยังยึดธรรมเนียมเดิมคือต้องกลับมานอนค้างที่บ้านแม่ในคืนส่งท้ายปีเก่าเพื่อรอนับถอยหลังเข้าสู่ปีใหม่ด้วยกันพร้อมหน้าพร้อมตาคืนนี้นาตาลีกับปัณณ์ก็มาร่วมวงด้วย บ้านตึกแถวหลังเล็กของเราเลยอัดแน่นไปด้วยความอบอุ่นและเสียงหัวเราะ 
แดเนียลริมฝีปากของเรายังคงบดเบียดแลกเปลี่ยนลมหายใจกันอย่างดูดดื่มขณะที่ผมค่อย ๆ ทาบทับร่างนุ่มนิ่มของอัยย์ลงกับผืนเตียงผมสอดมือเข้าไปใต้ชายเสื้อยืดตัวสวยของเธอ ลูบไล้ผิวเนื้อเนียนละเอียดที่ผมเฝ้าฝันถึงก่อนจะค่อย ๆ ถลกมันขึ้นดึงผ่านศีรษะเธอออกไปแล้วเหวี่ยงทิ้งลงข้างเตียงอย่างไม่ไยดี ผมเอื้อมมือไปด้านหลังปลดตะขอบราลูกไม้สีหวานด้วยความชำนาญ รั้งมันออกไปให้พ้นทาง ปล่อยให้ทรวงอกอวบอิ่มเป็นอิสระและตกอยู่ในการกอบกุมของผมเต็มสองมือผมผละริมฝีปากออกมาเพื่อจ้องมองใบหน้าหวานที่แดงซ่านและหอบสะท้าน ใช้นิ้วหัวแม่มือบดคลึงยอดอกสีสวยที่กำลังแข็งขึงสู้มือเรียกเสียงครางแผ่วหวานจากลำคอระหง ภาพตรงหน้าสวยงามยิ่งกว่างานศิลปะชิ้นไหนในโลก
อัยย์ลดาฉันไม่เคยคาดคิดเลยว่าการที่แดเนียลโผล่มาที่หน้าบ้านวันนี้จะทำให้โลกทั้งใบของฉันกลับตาลปัตรไปหมดแวบแรกที่เห็นหน้าเขาความโกรธมันพุ่งขึ้นหน้าจนตัวสั่น เขากล้าดียังไงคิดว่าแค่หอบของขวัญกองโตมาแล้วจะเดินดุ่ม ๆ เข้ามาในชีวิตของน้องแทนได้ง่าย ๆ งั้นเหรอ โดยที่ไม่คิดจะปรึกษาหรือขออนุญาตฉันสักคำเนี่ยนะฝันไปเถอะ ฉันไม่มีวันยอมให้เขาเข้ามาปั่นหัวเราสองแม่ลูกเล่นแน่ ๆ โดยเฉพาะเมื่อฉันยังระแวงว่าเขาอาจจะมีแผนร้ายอะไรซ่อนอยู่แต่พอได้ฟังสิ่งที่เขาพรั่งพรูออกมา ได้เห็นแววตาที่เจ็บปวดและสำนึกผิดของเขาจริง ๆ หัวใจที่พยายามจะแข็งกร้าวของฉันก็เริ่มอ