Mag-log in[ทรมานก่อน สะใจทีหลัง] แต่งงานกันตามข้อตกลงมาห้าปี แม้รู้ทั้งรู้ว่าฟู่ซือเหยียนเลี้ยงชู้รักสวยเย้ายวนยั่วใจไว้ข้างนอก เสิ่นชิงซูก็ยังคงเลือกที่จะกล้ำกลืนฝืนทน กระทั่งเธอค้นพบว่าลูกชายที่เธอเห็นเป็นลูกในไส้เกิดจากฟู่ซือเหยียนกับชู้รัก เธอถึงตระหนักว่าที่แท้การแต่งงานครั้งนี้เป็นการหลอกลวงตั้งแต่ต้น ชู้รักทำเหมือนตัวเองเป็นเมียหลวง บุกมาถึงบ้านพร้อมกับใบหย่าที่ฟู่ซือเหยียนร่างขึ้นมา ในวันนั้นเอง เสิ่นชิงซูตรวจสอบรู้ว่ากำลังตั้งครรภ์ ในเมื่อผู้ชายได้แปดเปื้อนไปแล้ว งั้นก็อย่าเอามันเลย ส่วนลูกชายที่เป็นลูกชู้ก็ส่งคืนให้ชู้ไปเสีย เสิ่นชิงซูที่ตัดขาดจากความรักและความสัมพันธ์ได้แสดงความสามารถอย่างเฉิดฉาย หาเงินเองอย่างสง่างามตามลำพัง ญาติใกล้ชิดที่เคยดูถูกเหยียดหยามเธอในวันวานนึกเสียใจแล้ว พยายามแย่งกันมาประจบเอาใจเธอกันยกใหญ่ บรรดาลูกหลานตระกูลเศรษฐีที่เคยหัวเราะเยาะเธอว่าพึ่งผู้ชายในการไต่เต้าก็นึกเสียใจแล้วเหมือนกัน ต่างพากันทุ่มเงินวิงวอนขอความรักจากเธอ เด็กน้อยซึ่งถูกหญิงอื่นสั่งสอนจนเสียผู้เสียคนก็เสียใจแล้วเหมือนกัน จึงร้องห่มร้องไห้พลางเรียกเธอว่าแม่ ...... กลางดึกในคืนนั้น เสิ่นชิงซูได้รับสายหนึ่งจากหมายเลขที่ไม่รู้จัก น้ำเสียงเมามายของฟู่ซือเหยียนดังมาจากปลายสาย “อาซู คุณจะตอบตกลงแต่งงานกับหมอนั่นไม่ได้นะ ผมยังไม่ได้เซ็นใบหย่า”
view moreเสียงหัวเราะร่าเริงของเด็ก ๆ ดังแว่วมาจากชั้นล่างวันนี้เป็นวันเสาร์ เด็กทั้งสองคนไม่ต้องไปโรงเรียนอนุบาลเสิ่นชิงซูนอนหงาย จ้องมองเพดานอย่างเหม่อลอยอยู่ครู่หนึ่งห้านาทีต่อมา เธอก็ลุกขึ้นนั่ง เลิกผ้าห่มลงจากเตียง แล้วเดินเข้าห้องน้ำไปล้างหน้าแปรงฟัน.........ที่ชั้นล่าง เสียงเจื้อยแจ้วไร้เดียงสาของเด็ก ๆ ราวกับนกน้อยที่มีความสุข ส่งเสียงจิ๊บ ๆ จั๊บ ๆ แทบไม่หยุดพักเมื่อเช้าตอนเจ็ดโมง หลังจากเนี่ยนอันกับเสี่ยวอันหนิงแปรงฟันเปลี่ยนชุดเสร็จเรียบร้อย ก็จูงมือน้อย ๆ เดินลงบันไดมาด้วยกันพอมาถึงห้องรับแขกก็เห็นฟู่ซือเหยียนนั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่บนโซฟา สองพี่น้องดีใจกันยกใหญ่!ทว่า พวกเขาก็สังเกตเห็นอย่างรวดเร็วว่ามือทั้งสองข้างของฟู่ซือเหยียนพันผ้ากอซไว้หนาเตอะถึงจะยังเป็นเด็กตัวเล็ก ๆ แต่ก็รู้จักสงสารพ่อ ต่างคนต่างจับมือพ่อคนละข้าง ยื่นปากจู๋ออกแรงเป่าลม ‘ฟู่ว ๆ’ ให้ท่าทางน่าเอ็นดูนั้นทำเอาป้าอวิ๋นและจางอวิ๋นที่เดินผ่านมาอดขำไม่ได้สองพี่น้องรุมถามฟู่ซือเหยียนว่ามือไปโดนอะไรมา?ฟู่ซือเหยียนตอบเพียงว่า “พ่อไม่ระวังเลยบาดเจ็บ อีกไม่กี่วันก็หายแล้ว”ถานอีอี้ในฐานะพยานเหตุการณ
ดูท่าทางแล้วคงจะถือช้อนไม่ได้จริง ๆ“งั้นช่างมันเถอะ” ฟู่ซือเหยียนวางมือลง “ผมไม่กินแล้ว คุณกลับห้องไปพักผ่อนเถอะ”เสิ่นชิงซูจ้องเขาเขม็ง “ฟู่ซือเหยียน คุณกำลังแกล้งทำตัวน่าสงสารเรียกคะแนนเห็นใจเหรอ”พอแผนตื้น ๆ ถูกจับได้ ฟู่ซือเหยียนก็หลุบตาลง กระแอมแก้เก้อเบา ๆ “โดนคุณมองออกซะแล้ว”เสิ่นชิงซูเม้มปากเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจ “ช่างเถอะ คุณกินยาแก้อักเสบอยู่ ยังไงก็ควรต้องกินโจ๊กสักหน่อย”พอได้ยินดังนั้น ฟู่ซือเหยียนก็เงยหน้ามองเธอขวับ แววตาร้อนแรงเสิ่นชิงซูเร่ง “นั่งลงสิ ฉันจะป้อน”หัวคิ้วของฟู่ซือเหยียนกระตุกวูบ แทบไม่อยากเชื่อว่าเสิ่นชิงซูจะยอมป้อนเขาจริงๆเขารีบเดินไปนั่งลงที่ขอบเตียงทันทีเสิ่นชิงซูเดินเข้าไป ยกชามโจ๊กเปล่าขึ้น ใช้ช้อนตักมาหนึ่งคำแล้วยื่นไปจ่อที่ริมฝีปากเขาฟู่ซือเหยียนรีบอ้าปากยื่นหน้าเข้ามา...เสิ่นชิงซูชะงัก รีบดึงช้อนกลับทันทีชายหนุ่มชะงัก มองเธออย่างไม่เข้าใจเสิ่นชิงซูขมวดคิ้ว “คุณต้องเป่าก่อนสิ โจ๊กเพิ่งต้มเสร็จ ร้อนมากนะ”ฟู่ซือเหยียนหัวเราะในลำคอ “ได้”เสิ่นชิงซูไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาขำอะไร เธอมองค้อนใส่เขาแวบหนึ่ง แล้วยื่นช้อนไปให้อีกค
ในตอนนั้นแม้ฟู่ซือเหยียนจะเป็นคนเย็นชา และใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับงาน แต่ขอแค่เขาอยู่ที่เมืองเป่ย ต่อให้ยุ่งแค่ไหนก็จะรีบกลับมาทานมื้อค่ำเป็นเพื่อนเธอกับฟู่ซืออวี่...พอคิดถึงฟู่ซืออวี่ เสิ่นชิงซูก็อดใจหายไม่ได้เด็กคนนั้นความจริงก็น่าสงสารมาก ตั้งแต่เกิดมาก็ถูกโจวอวี๋ชูใช้เป็นหมากเดินเกม...“คิดอะไรอยู่?”เงาร่างสายหนึ่งทาบทับลงมาตรงหน้า เสิ่นชิงซูเงยหน้าขึ้น สบเข้ากับดวงตาสีนิลคู่หนึ่งอย่างไม่ทันตั้งตัวร่างสูงโปร่งของชายหนุ่มโน้มตัวลงมาเล็กน้อยใบหน้าของทั้งสองอยู่ใกล้กันมาก ลมหายใจแผ่วเบาที่ปลายจมูกคล้ายมีคล้ายไม่มี พัวพันกันจาง ๆขนตาของเสิ่นชิงซูสั่นไหว ก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว แผ่นหลังชนเข้ากับตู้เสื้อผ้าหมดทางหนีแล้วหัวใจเต้นรัวแรง ไม่รู้ว่าเป็นของใครกันแน่“อาซู ผมดีใจมาก”เสิ่นชิงซูเม้มริมฝีปากแน่น แสร้งทำเป็นสงบจิตสงบใจขานรับในลำคอ“แล้วคุณล่ะ?” ฟู่ซือเหยียนก้มหน้าลง ปลายจมูกห่างจากปลายจมูกเธอเพียงนิดเดียวก็จะชนกันอยู่แล้ว “คุณดีใจไหม?”เสิ่นชิงซูรีบยื่นมือออกไป ใช้นิ้วสองนิ้วยันหน้าอกเขาไว้เบา ๆ “จะพูดก็พูดสิคะ อย่าเข้ามาใกล้ขนาดนี้!”ฟู่ซือเหยียนหรี่ต
ห้องรับแขกชั้นล่างฟู่ซือเหยียนนั่งอยู่บนโซฟา สองมือที่พันด้วยผ้าก๊อซหนาเตอะวางอยู่บนเข่าทั้งสองข้างเส้าชิงยืนสำรวมกิริยาอยู่ด้านข้างอย่างนอบน้อมได้ยินเสียงฝีเท้า ทั้งสองคนหันขวับไปมองทางบันไดพร้อมกันเส้าชิง “คุณเสิ่น!”ฟู่ซือเหยียนลุกขึ้นทันที ดวงตาสีนิลเรียวยาวทอดมองเธออย่างลึกซึ้งเสิ่นชิงซูเดินเข้ามา มองดูเส้าชิง “ป้าอวิ๋นบอกว่าสองสามวันนี้คุณติดธุระเรื่องงาน ไม่มีเวลาดูแลฟู่ซือเหยียนเหรอคะ?”เส้าชิงพยักหน้าอย่างแรง “ใช่ครับ! ยุ่งมาก! ยุ่งสุด ๆ! ดูแลคุณชายฟู่ไม่ไหวจริง ๆ! ต้องขอโทษด้วยครับ!”ทักษะการแสดงอันแข็งทื่อและน่าอึดอัดใจนี้...เสิ่นชิงซูนึกดีใจที่ตัวเองเป็นคนเส้นลึกเธอตีหน้าตาย แล้วเล่นตามน้ำไป “งั้นคุณก็ตั้งใจทำงานเถอะค่ะ ฟู่ซือเหยียนอยู่ที่นี่มีพวกป้าอวิ๋นคอยดูแล”ดวงตาของเส้าชิงเป็นประกาย หันไปมองฟู่ซือเหยียนทันควันความคิดทั้งหมดเขียนอยู่บนหน้าชัดเจนขนาดนั้น...ฟู่ซือเหยียนแทบทนดูไม่ได้ กระแอมไอเบา ๆ แล้วโบกมือไล่อย่างรังเกียจ “ในเมื่อนายยุ่ง ก็รีบไปเถอะ”“อ้อ ครับ ๆ ๆ ผมยุ่งจริง ๆ นั่นแหละ ผมต้องรีบกลับไปทำโอทีที่สำนักงานด้วย!” เส้าชิงโบกมือให้เสิ่นชิ
Mga Ratings
RebyuMore