Mag-log inแบบนี้จริง ๆ แล้วก็ดีเหมือนกันหลายปีมานี้ชีหมิงเสวียนเอาแต่วางแผนต่อสู้แย่งชิง ถ้าไม่ใช่เพราะชีเยว่ เธอคงยืนหยัดมาไม่ได้“ไปพักผ่อนหย่อนใจบ้างก็ดีค่ะ” เสิ่นชิงซูพูด “แต่ต้องคอยติดต่อกันนะ อย่าไปที่ที่อันตรายเกินไป”ชีหมิงเสวียนยิ้ม “รู้น่า เพราะงั้นเพื่อช่วยให้ความต้องการของฉันเป็นจริง คุณช่วยเกลี้ยกล่อมผู้ชายของคุณหน่อยสิ ให้ช่วยฉันดูแลหรงฮ่าวกรุ๊ป ฉันจะได้ไปเที่ยวให้สนุกสุดเหวี่ยงโดยไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลัง!”ยังไม่ทันที่เสิ่นชิงซูจะตอบกลับ ฟู่ซือเหยียนก็ชิงพูดขึ้นก่อน “ชีหมิงเสวียน ตอนนั้นคุณนอนหมดสติ ชีเยว่ไม่มีใครดูแล ผมกับอาซูถึงได้ยอมรับการจัดการของคุณ แต่ตอนนี้ในเมื่อพ่อของชีเยว่คือหานหมิงอวี่ ถ้าคุณเหนื่อยไม่อยากดูแลหรงฮ่าวกรุ๊ปแล้ว คุณก็ไปหาหานหมิงอวี่ให้เขาช่วยสิ ตอนนี้ผมมีลูกมีเมียแล้ว ไม่เหมาะสมหรอก”ชีหมิงเสวียนเงียบไป“ประธานชี ฉันคิดว่าฟู่ซือเหยียนพูดมีเหตุผลนะคะ” เสิ่นชิงซูพูดขึ้น “ในเมื่อหานหมิงอวี่เป็นพ่อแท้ ๆ ของชีเยว่ ให้เขามาดูแลหรงฮ่าวกรุ๊ป ย่อมมีความชอบธรรมมากกว่าฟู่ซือเหยียนอยู่แล้ว”“ฉันกับเขาเป็นไปไม่ได้แล้ว” น้ำเสียงของชีหมิงเสวียนเด็ดขาด “ชีเยว่เป็นล
เรื่องที่ฟู่ซือเหยียนทำอาหารเป็นไม่ใช่เรื่องแปลกอีกต่อไปแล้วช่วงที่เสิ่นชิงซูป่วยหนัก ฝีมือการทำอาหารของฟู่ซือเหยียนพัฒนาขึ้นแบบก้าวกระโดดเริ่มจากต้มโจ๊ก ต่อมาก็ทำอาหารผัดง่าย ๆ จนตอนนี้พวกเมนูเส้นและอาหารในบ้านทั่วไป ชายหนุ่มล้วนทำได้อย่างคล่องแคล่วตอนนั้น พวกเขากลัวว่าจะรอไขกระดูกไม่ไหว แม้จะไม่เคยถอดใจ แต่ลึก ๆ แล้วต่างก็ทำใจใช้ชีวิตในแต่ละวันให้เหมือนวันสุดท้ายฟู่ซือเหยียนแค่คิดว่า เขาต้องทำอะไรให้มากกว่านี้ สร้างความทรงจำของครอบครัวเราสี่คนให้มากขึ้นอีกหน่อย มากขึ้นอีกนิดตอนนี้เสิ่นชิงซูรอดชีวิตกลับมาได้ ถือเป็นโชคดีที่สุดวันคืนที่ต่อสู้กับมัจจุราชเหล่านั้น มืดมนและสิ้นหวัง ยามนึกย้อนกลับไป ยังคงทำให้รู้สึกจุกแน่นในอก……ในห้องครัว ฟู่ซือเหยียนจ้องมองน้ำเดือดในหม้อ ดึงความคิดกลับมาหยิบเส้นบะหมี่ออกมา ใส่ลงในหม้อตอนที่เสิ่นชิงซูลงมาจากชั้นบน ฟู่ซือเหยียนกำลังยกบะหมี่ที่เพิ่งลวกเสร็จเดินออกมาพอดีบะหมี่ไข่น้ำใส ใส่ผักกวางตุ้ง ราดน้ำมันต้นหอม เรียบง่ายแต่กลับทำให้เจริญอาหารยิ่งนักเสิ่นชิงซูนั่งลงที่โต๊ะอาหาร“คุณกินก่อนเลย” ฟู่ซือเหยียนวางชามบะหมี่ลงตรงหน้าเธอ
หานหมิงอวี่ “...”“แต่ชีเยว่เป็นลูกชายของคุณ นี่เป็นความจริงที่ไม่อาจโต้แย้งได้” น้ำเสียงของชีหมิงเสวียนหนักแน่น “ชีเยว่ฉลาดมาก คุณพาเขากลับไปกราบไหว้บรรพบุรุษเข้าตระกูลเถอะ ปู่หานกับย่าหานอายุมากแล้ว พวกท่านรออุ้มเหลนมาตั้งกี่ปี ก็ถือว่าทำเพื่อพวกท่านเถอะนะ”“แผนโจ่งแจ้งดีนี่” หานหมิงอวี่แสยะยิ้มเย็นชา “ก้าวแรกคือกลับเข้าตระกูล ก้าวที่สองคือแม่พลอยได้ดิบได้ดีเพราะลูก รู้ว่าผมไม่มีทางแต่งงานกับคุณ ก็เลยคิดจะใช้ลูกชายมาบีบให้ผู้ใหญ่ตระกูลหานบังคับผมแต่งงานกับคุณ ชีหมิงเสวียน เลิกเอาลูกไม้ในแวดวงธุรกิจพวกนั้นมาใช้บีบผมเถอะ ผมบอกคุณชัด ๆ ตรงนี้เลยว่า ผมไม่มีวันแต่งงานกับคุณ ชาตินี้คุณตัดใจซะเถอะ!”“คุณเข้าใจผิดแล้ว” สีหน้าของชีหมิงเสวียนราบเรียบ “ฉันไม่ได้คิดอะไรกับคุณแล้ว คุณไม่ต้องกลัวว่าฉันจะใช้ชีเยว่มาตามตอแยคุณ ฉันแค่รู้สึกว่าชีเยว่ควรจะมีครอบครัวที่ปกติ เทียบกับตระกูลชีแล้ว ตระกูลหานเหมาะกับการเติบโตของเด็กมากกว่า”หานหมิงอวี่ขมวดคิ้วมองเธอ เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง “คุณบอกว่าไม่ก็คือไม่เหรอ? ชีหมิงเสวียน คุณมันเจ้าเล่ห์เพทุบายเกินไป เพื่อให้บรรลุเป้าหมายของตัวเอง คุณทำได้ทุกอย่าง
“เกี่ยวสิ”ชีหมิงเสวียนยิ้มเย็นชา “ฉี่ซือเหนียนเห็นคุณเป็นพี่น้องจากใจจริง แต่คุณกลับคิดจะจีบเขา! หานหมิงอวี่ คุณจะให้ฉี่ซือเหนียนทำยังไง? เขากลัวว่าถ้าพูดไปแล้วจะทำลายศักดิ์ศรีของคุณ พวกเราเลยคิดหาวิธีที่ได้ผลดีกับทั้งสองฝ่าย คุณลองนึกย้อนดูให้ดี หลังจากวันนั้น ฉี่ซือเหนียนเริ่มบอกคุณว่าเขาชอบฉันใช่ไหม?”หานหมิงอวี่จ้องมองชีหมิงเสวียนอย่างตะลึงงันเรื่องราวในอดีตที่ถูกปิดผนึกมาเนิ่นนาน ซึ่งเขาจัดวางให้เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยในชีวิต ในเวลานี้ กลับค่อย ๆ ผุดขึ้นมาอีกครั้ง...ใช่แล้ว ความคึกคะนองในวัยหนุ่ม เขาเคยได้รับอิทธิพลจากแนวคิดต่างประเทศ ทำให้เข้าใจผิดคิดว่าความรู้สึกพี่น้องและความผูกพันที่มีต่อฉี่ซือเหนียนคือความรักแต่เขาคิดมาตลอดว่า นั่นเป็นเพียงช่วงเวลาแห่งความสับสนที่คนคนหนึ่งต้องเผชิญแค่ชั่วครู่ชั่วยามช่วงเวลานั้น ภายในใจเขาทรมานเจ็บปวด ถึงขั้นคิดว่าชาตินี้ตัวเองคงไม่สามารถแต่งงานมีลูกได้ตามปกติอีกแล้ว ดังนั้น เขาจึงทำเรื่องโง่ ๆ ลงไปเรื่องหนึ่งเขาแอบไปติดต่อสถาบันผู้เชี่ยวชาญเพื่อฝากสเปิร์มเอาไว้...ทันใดนั้น หานหมิงอวี่ก็เข้าใจเรื่องราวทั้งหมด!“หรือว่าคุณ...”
หานหมิงอวี่ล้วงกระเป๋ากางเกงข้างหนึ่ง ยืนห่างจากเตียงคนไข้ไปสามเมตรกว่า เขาหรี่ตาลงเล็กน้อย มองชีหมิงเสวียนที่อยู่บนเตียงคนไข้ด้วยสายตาจากมุมสูงชีหมิงเสวียนหน้าซีดเผือด ดวงตาคู่หนึ่งจ้องมองเขา ไร้ซึ่งเครื่องสำอางอย่างที่เคย แววตาของเธอจึงดูไม่มีความก้าวร้าวรุนแรงขนาดนั้น ยามมองผู้คน ภายใต้ความสงบนิ่งกลับแฝงความเปราะบางให้เห็นลาง ๆเปราะบางเหรอ?หานหมิงอวี่หัวเราะสองคำนี้ไม่มีทางเกี่ยวข้องกับชีหมิงเสวียนเลย“ชีหมิงเสวียน ผมบอกคุณไปตั้งนานแล้ว ว่าอย่าใช้แผนเจ็บตัวบ่อยนัก เดี๋ยวจะพลาดท่าเข้าสักวัน”น้ำเสียงของชายหนุ่มเยือกเย็น ทุกถ้อยคำล้วนเต็มไปด้วยอคติและความรังเกียจที่มีต่อเธอเมื่อก่อนชีหมิงเสวียนคงจะตอกกลับเขาไปแล้ว ต่อให้ถูกเข้าใจผิด เธอก็ยังคงเป็นคุณหนูผู้ภาคภูมิแห่งตระกูลชี ไม่ยอมอ่อนข้อ ไม่คิดจะอธิบายเพราะเธอรู้มาตลอดว่า การไปโต้เถียงกับผู้ชายที่ไม่ได้รักตัวเอง ซ้ำยังกังขาในนิสัยใจคอของตัวเองมาโดยตลอดนั้น เป็นการลดคุณค่าของตัวเอง!ถึงแม้เธอจะรักผู้ชายคนนี้มาก แต่ก็ไม่เคยละทิ้งศักดิ์ศรีของตัวเองแต่ตอนนี้ไม่เหมือนเดิมแล้วตายไปแล้วหนหนึ่งความยึดติดบางอย่าง ในชั่วพร
เสิ่นชิงซูยอมตามใจชีหมิงเสวียนในที่สุดตอนที่หานหมิงอวี่มาถึง ก็เป็นเวลาสองทุ่มครึ่งแล้วฟู่ซือเหยียนยืนอยู่หน้าห้องพักผู้ป่วย เสิ่นชิงซูอยู่ข้างในเป็นเพื่อนชีหมิงเสวียนหานหมิงอวี่เห็นเขา ก็ยังคงไม่มีท่าทีดี ๆ ให้เหมือนเดิมนับดูแล้ว พวกเขาคือศัตรูหัวใจกันถึงแม้ว่าสำหรับเสิ่นชิงซูแล้ว หานหมิงอวี่จะถูกคัดออกไปนานแล้วก็ตามหานหมิงอวี่เดินเข้ามา กวาดตามองประตูห้องพักผู้ป่วยที่ปิดสนิท แสยะยิ้มเย็นชา “ฟู่ซือเหยียน ผมประเมินคุณต่ำไปจริง ๆ”ฟู่ซือเหยียนยกยิ้มมุมปากบาง ๆ “ประธานหาน แพ้ให้ผม คุณไม่ต้องเจ็บใจหรอก”“คุณก็แค่อาศัยว่ามีลูกสองคนคอยรั้งอาซูไว้ไม่ใช่หรือไง!” หานหมิงอวี่เหน็บแนม “ฟู่ซือเหยียน ความซาบซึ้งกับความรักมันไม่เหมือนกันนะ ต่อให้อาซูเลือกจะกลับไปคบกับคุณ แต่คุณอย่าได้ใจไปหน่อยเลย ในใจของเธอ ฟู่ซือเหยียนคุณมันก็แค่ไอ้หมาขี้ประจบตัวหนึ่งเท่านั้นแหละ!”ฟู่ซือเหยียนเลิกคิ้ว ไม่สะทกสะท้าน “แล้วไงล่ะ? อย่างน้อยตอนนี้อาซูก็ยอมให้ผมประจบ แล้วคุณล่ะ?”หานหมิงอวี่กัดฟันกรอด“คุณบอกว่าผมอาศัยว่ามีลูกสองคน แล้วคุณล่ะ?” ฟู่ซือเหยียนจ้องหานหมิงอวี่ “คุณเองก็ฉวยโอกาสซ้อนแผนใช้ประ







