Se connecterใครจะคิดว่า รุ่นพี่คนที่เธอแอบหลงรักตั้งแต่สมัยมัธยม จะกลายมาเป็น ลุงรหัสสุดหล่อ สายหิ่นตัวพ่อ แถมยังเรียนมหาลัยเดียวกันอีก! และเมื่อ โชคชะตาเล่นตลก ให้ต้องใกล้ชิดกันทุกวัน เรื่องร้อนๆ ก็เริ่มปะทุ ความลับในใจ ที่เริ่มเผยออกมาและ ความสัมพันธ์ต้องห้ามในสายรหัส ก็กำลังจะกลายเป็นรักที่แสนซาบซ่าน
Voir plusเสียงเพลงเบสหนักกระแทกผนังร้านเหล้ากึ่งบาร์สลัว ผู้คนคลาคล่ำด้วยกลิ่นแอลกอฮอล์ น้ำหอม และความกระหายยามค่ำคืนหลังจบกิจกรรมรับน้อง
หลังพิธีรับสายรหัสประจำคณะเสร็จสิ้น หนุ่มๆ ในสายของ โจ โจนาธาน รวมถึง กวิน พี่รหัสของหลานสาวหน้าใหม่ และ เตชินท์ ปู่รหัสผู้เงียบขรึม ต่างพากันออกมาปาร์ตี้กันต่ออย่างไม่ต้องนัดหมาย เพราะอย่างไรคืนนี้ก็ต้องฉลอง "หลานรหัสคนแรกของสายที่เป็นผู้หญิง" “ไงล่ะพี่สยบคำล่ำลือได้แล้วนะว่า ‘สายเราไม่มีผู้หญิง’ ” เสียงของ กวิน ดังขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ เขากระดกเบียร์ก่อนจะเหลือบตาไปมองร่างบางที่กำลังเดินเข้าร้านมา “ที่แน่ ๆ ...หลานพี่โคตรสวยเลยล่ะ” โจ ไม่พูดอะไรมาก เขาเพียงเหลือบตาขึ้นจากแก้ววิสกี้ และปรายตามองหลานรหัสคนใหม่ด้วยสายตาที่ไม่ได้เหมาะจะมองเด็กในสายรหัสเท่าไหร่ นิสา หรือ วนิสา หญิงสาวผมยาวตรงดกดำคิ้วสวยผิวเนียนขาวเดินเข้ามาในร้านด้วยเสื้อครอปสีดำกับกางเกงยีนเอวต่ำ ริมฝีปากแดงสดของเธอทำเอาโต๊ะสายรหัสถึงกับเงียบ “อืม...แล้วนี่ยัยนั่นจะคออ่อนมั้ยล่ะ?” เสียงทุ้มต่ำของโจเอ่ยขึ้นเรียบ ๆ “ไม่รู้สิพี่ นี่อย่าบอกนะว่าจะมอมน้องมันน่ะ” เขาไม่ตอบอะไร เพียงแค่ยกแก้วกระดกต่อ .... “ว่าไงนิสา แกไปคนเดียวได้ใช่ป่ะ?” เสียงของ พลอยชมพู เพื่อนสนิทดังขึ้นข้างหู ขณะทั้งคู่เดินแยกกันที่หน้าร้าน “แกนั่นแหละ อย่าเมาแล้วโทรหาผิดคนล่ะ” วนิสายิ้มขำ เพราะเพื่อนของเธอมาส่งไว้ที่ร้านนี้ และจากนั้นพลอยชมพูก็จะไปอีกร้านซึ่งไม่ไกลกันมาก สายรหัสของเธอจองโต๊ะที่ร้านที่ว่า “โทรศัพท์แก แบตอย่าให้หมด เอาให้ฉันติดต่อได้ตลอด โอเค๊!!” ที่ต้องบอกกันเพราะยัยเฉิ่มเบ๊อะนี่เธอเคยดื่มเหล้าซะที่ไหน มันเลยทำให้พลอยชมพูอดเป็นห่วงไม่ได้ จากนั้นวนิสาก็ยกโทรศัพท์ขึ้นดู “แบตเต็ม 86 เปอร์เซนต์ สบายใจหายห่วงจ้าแม่” แล้วส่งยิ้มให้เพื่อนสาวก่อนจะก้าวเข้าไปในร้านอย่างมั่นใจ ในขณะที่เธอไม่รู้เลย...ว่าภายในโต๊ะสายรหัส มีสายตาของชายสามคนเฝ้ามองอยู่ ทั้งลุงรหัส พี่รหัส และปู่รหัส แต่ละคนตัวตึงกันทั้งนั้น “นู่นพี่ เธอเดินมานี่แล้ว” กวินเอ่ยขึ้นอย่างดีใจ เพราะเหมือนเธอจะสวยสุดในร้านนี้ซะแล้ว “โอ้ว หลานปู่ นี่มันนางฟ้าชัดๆ กินหลานนี่มันผิดผีมั้ยวะ” ฮ่าๆๆ ในโต๊ะมีเพียงแค่สองหนุ่มเท่านั้นที่หัวเราะลั่น ส่วนโจนาธานเอาแต่ขรึม ยอมรับว่าเธอสวยพาใจสั่นมาก สักพักหญิงสาวก็เดินมาถึงโต๊ะพอดี แล้วพี่รหัสอย่างกวินก็ทำตัวเป็นพี่รหัสผู้ใจดี แนะนำทุกคนให้เธอได้รู้จัก “น้องนิสา นี่พี่โจ ลุงรหัสเราแหนะรูปหล่อ พ่อรวย กรวยใหญ่ และนี่ก็พี่เต ปู่รหัสสุดเฟี้ยวทำเอาสาวๆ เยี่ยวแตก” กวินเอ่ยให้ทุกคนรู้จักกันอย่างเป็นทางการ จนวนิสาใบหน้าแดงก่ำด้วยขบขันปนเขินอาย จะว่าไป สายรหัสของเธอก็หล่อจริงไรจริง แต่ตรงนั้นจะใหญ่มั้ยน่ะหรอ อันนี้ก็ไม่ทราบได้ “สวัสดีค่ะลุงรหัส สวัสดีค่ะปู่รหัส นิสา วนิสานะคะ” พูดแล้วก็ยิ้มพิมพ์ใจไปหนึ่งกรุป ก่อนที่สายตาจะเบนไปหยุดอยู่ที่คนคนหนึ่ง เขา…หล่อดูดีมากกกก แบบ กอไก่สามร้อยล้านตัว ‘บ้าไปแล้วยัยนิสา เขาคงจำแกไม่ได้แล้วป่ะ’ เธอบ่นว่ากบตัวเอง “เอ้อ..” กวินทำท่าอึกอัก ก่อนจะพูดต่ออีกว่า “น้องนิสานั่งข้างลุงโจนะครับ” แล้วเขาก็ทำท่าซุบซิบเสียงเบา “พอดีแฟนพี่อยู่โต๊ะหน้าหน้านู้น มันขี้หึง” พูดพร้อมทำปากยื่นออกมาไปยังโต๊ะที่ว่า ซึ่งวนิสาก็เข้าใจ ทุกคนก็หัวเราะออกมาอย่างชอบใจกับท่าทางขบขัน จะมีก็แค่โจนาธานเท่านั้นที่หัวเราะน้อยกว่าใครเพื่อน จนวนิสารู้สึกเหมือนจะมวนท้องแปลกๆ “มาคนเดียวเหรอ” เขาถามเมื่อหญิงสาวนั่งข้างกันเรียบร้อยแล้ว นอกจากเสียงทุ้มต่ำจะเอ่ยข้างหู ร่างสูงของโจโน้มตัวมาหาเธอใกล้ๆ มือใหญ่ของเขาวางพาดหลังพนักเก้าอี้ ทำให้เธอเหมือนตกอยู่ในวงล้อมของเขาโดยไม่ทันตั้งตัว “อ่า…ค่ะ...มาคนเดียวค่ะ” เธอหันมายิ้มตาหวานให้ลุงรหัส โดยไม่รู้เลยว่าแค่ลมหายใจของเธอที่เป่ารินผ่านใบหน้าคมสันปราดเปรี่ยวของเขา ริมฝีปากสีแดงสดที่เขากำลังเพ่งมองนั้น...ก็เล่นเอาลุงรหัสสะดุดลมหายใจของตัวเองถี่ๆ เหมือนกัน แล้วกลิ่นน้ำหอมจางๆ เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวจากเรือนกายของหญิงสาวก็ลอยคละคลุ้งเตะเข้าที่สันจมูกโด่งของเขาอย่างจัง คนใจเตลิดถึงกับต้องลอบถอนใจยาวยกใหญ่ “น้องนิสา...มีแฟนรึยัง?” แล้วเสียงนุ่มลึกจากเตชินท์ดังขึ้นพร้อมแววตารู้ทัน “พวกพี่จะได้...ทรีทถูกหน่อยน่ะ แบบว่าจะได้ดูแลถูกทาง” คำพูดของปู่รหัสนั้นถามกันตรงๆ แต่ดาเมจรุนแรงจนวนิสาเลิกคิ้วสูงนิดๆ ก่อนที่เสียงแซวของกวินจะโพล่งขัดขึ้น “น้องรหัสผมยังโสดนะคร้าบ แต่หนุ่มๆ ตามจีบเพียบเลย โดยเฉพาะพวกปีสองน่ะ ผมหวงจนพวกปีสองลงชื่อต่อแถวจองแทบไม่ทัน” พี่รหัสอวด คนถูกแซวถึงกับหน้าแดงก่ำ เธอหลบตากวิน หันไปยกแก้วขึ้นจิบกลบเกื่อนความเขินอาย แต่แล้วประโยคถัดมาของ เตชินท์ ก็ทำเอาเธอแทบสำลัก “ก็แหงล่ะ สวยซะขนาดนั้น นี่ถ้าไม่ติดว่าปู่มีแฟนนะ จะจีบซะแล้วนิ่” หญิงสาวถึงกับสำลักน้ำแค่กๆ “พอเลยๆ พี่เต แฟนพี่อ่ะโหดยังกับ…” กวินละไว้ในฐานที่เข้าใจก่อนจะพูดต่ออีกว่า “บังเอิญจังเลยนะคร้าบ...ลุงรหัสเราก็โสดซะด้วยสิ…ถ้าไม่ติดว่าเป็นสายรหัสกันนะ พี่คงจะ...ยุแยงตะแคงรั่วไปแล้ว” เสียงเขาเอ่ยเนิบๆ พร้อมยกแก้วขึ้นจิบวิสกี้ แต่แววตายังคงจ้องไม่วางจากริมฝีปากเธอ “เขาห้ามไม่ให้จีบสายรหัสกันรึไง” เตชินท์อดถามไม่ได้ “ก็มันจะผิดผีมั้ยล่ะพี่” กวินเอ่ยขำๆ โจหัวเราะเบาๆ กวินหัวเราะลั่น ส่วนเตชินท์แค่แค่นยิ้มมุมปากเหมือนไม่คิดอะไรมาก...แต่ใครๆ ก็สัมผัสได้ว่า บรรยากาศบนโต๊ะเริ่มไม่ธรรมดา เพราะดูลุงกับหลานแอบชำเลืองมองกันบ่อยแปลกๆ วนิสายกมือเสยผม ก้มหน้าเล็กน้อย แก้มแดงระเรื่อจากแอลกอฮอล์หรือจากคำพูดที่ชวนคิดกันแน่ ก็ไม่มีใครรู้ “พวกพี่นี่หยอกเก่งจังนะคะ...” เสียงเธอหวานแต่เบาลงอย่างน่ารัก ทำให้โจนาธานยิ่งอยากแกล้ง “ทำไมล่ะครับ...หรือว่าหลานรหัสเขินจริง?” เขาถาม ตามมาด้วยมือใหญ่ยื่นมาปัดไรผมข้างแก้มของวนิสาเบาๆ อย่างไม่ได้ขออนุญาต ร่างบางถึงกับสะดุ้งนิดๆ เธอเผลอหดคอโดยไม่ได้ตั้งใจกับสัมผัสที่อ่อนโยนจากปลายนิ้วเรียวของเขา แต่นั่นก็ทำให้หัวใจเต้นเธอเต้นส่ำไม่เป็นจังหวะเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน “จะกินอะไรสั่งสิ” เสียงทุ้มต่ำของคนข้างๆ ดังขึ้น มือหนาเอื้อมไปเปิดเมนูแล้วเลื่อนมาตรงหน้าเธอ “สั่งไปเลยนิสา บ้านพี่โจเขารวยจะตาย เชื่อพี่ สั่งได้ไม่อั้น!” กวินรีบเสริมทัพพร้อมหัวเราะชอบใจ มืออีกข้างตบโต๊ะเบาๆ สร้างบรรยากาศชวนให้เด็กใหม่อย่างเธอใจเต้น ผู้หญิงเพียงคนเดียวภายในโต๊ะยิ้มแห้งเขินๆ เธอเลื่อนนิ้วดูเมนูช้าๆ แต่ไม่ได้เปิดมองจริงจังนัก เพราะจู่ๆ สายตาก็สะดุดเข้ากับแววตาของ ลุงรหัส ที่มองเธออยู่ข้างๆ ไม่ได้เร่ง ไม่ได้ขัด สักพักเธอก็เลือกเมนูไปสองอย่าง ผ่านไปไม่นาน กวิน ก็หยิบมือถือขึ้นมาแล้วเอ่ยเสียงดัง “เฮ้ย! เดี๋ยวพี่ทำไลน์กลุ่มให้สายเรานะ จะได้อัปเดตกันง่ายๆ เผื่อว่าจะมีใครสนใจคนแถวนี้” เสียงแซวของเขาทำเอาทุกคนหัวเราะลั่นอีกครั้ง ไม่ถึงสองนาที กลุ่มชื่อ “สายรหัสหล่อหลานรหัสสวย” ก็ปรากฏขึ้น พร้อมกับแอดทุกคนเข้ามาเรียบร้อย แน่นอนว่า วนิสา ถูกดันให้เป็นรูปโปรไฟล์กลุ่มในทันทีโดยไม่ทันตั้งตัว “ผู้หญิงรุ่นแรกของสายก็ต้องเด่นหน่อยสิ” เตชินท์ว่า ขณะส่งอิโมจิหน้ายิ้มเจ้าเล่ห์ในกลุ่ม สักพักแฟนของกวินที่อยู่โต๊ะหน้าก็เดินมารับและกลับพร้อมกัน ส่วนสักพักแฟนของปู่รหัสก็ตามมาติดๆ เหลือทิ้งไว้แค่เธอ กับเขา เพียงสองคน ตอนนี้ทั้งคู่เริ่มเมามากแล้ว วนิสาก็ใบหน้าแดงก่ำอย่างเห็นได้ชัด “ไหวมั้ยเนี่ยเรา” เสียงทุ้มของลุงรหัสที่คอแข็งพอประมาณเอ่ยถาม “น่าจะไหวนะคะ” “พี่ว่าน่าจะไม่ไหว งั้นเช็กบิลเลยละกันนะ” “ก็ดีค่ะ” ไม่นานนักพวกเขาก็เดินออกมาด้านนอกร้านด้วยกัน โดยที่คนตัวสูงราว 195 เซนติเมตรก็ยังอยู่กับเธอไม่ไปไหน “พลอย...แกอยู่ไหนอะ” เธอพึมพำขณะยกโทรศัพท์ขึ้นโทรซ้ำเป็นรอบที่สาม ไม่มีการรับสาย ไม่มีข้อความตอบกลับ และที่หนักสุดกุญแจห้องเธอก็อยู่กับพลอย “เอาไงดีล่ะเนี่ย” เสียงเธอเบาเหมือนพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะได้ยินเสียงทุ้มต่ำดังข้างหู “ไม่มีใครมารับเหรอ?” โจนาธานยืนพิงกรอบประตูร้าน มือซุกกระเป๋ากางเกง สีหน้าสบายๆ แต่แววตายังคอยจับจ้องใบหน้าสวย มองเธออยู่ตลอดเวลา “ใช่ค่ะ ยัยพลอยไม่รับสายนิสาเลย…” เสียงหวานแผ่วลงเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ยังสั่นน้อยๆ ปนสะอึก ทำให้โจนาธานต้องขยับตัวเข้ามาใกล้กว่าเดิม “ไม่เป็นไร เดี๋ยวเรานั่งแกรปไป เดี๋ยวพี่ไปส่งเราก่อน” เขาเสนอออกไป แต่สายตายังไม่ละจากใบหน้าสวยเลยแม้แต่นิด เขาลอบสำรวจดวงหน้างาม แล้วสายตาก็มาหยุดตรงริมฝีปากสีสวย เมื่อเห็นว่าวนิสาเริ่มเซไปเซมา สีหน้ากังวลแบบจะล้มแหล่ไม่ล้มแหล่ เขาเลยเอ่ยถามเธอขึ้นมาอีกครั้ง “ทำไมหรอ?” “กะ...ก็ กุญแจห้องน่ะสิคะ...” เธอพึมพำ ลิ้นพันกันนิดหน่อย “ยังไม่ได้ปั๊มเพิ่ม มีแค่...อะ อึก...ดอกเดียว...แล้วมันก็อยู่กับยัยพลอย...” คนตัวสูงถอนหายใจช้าๆ ก่อนจะพูดอย่างไม่ลังเล “งั้นไปคอนโดพี่ก่อน” “ค๊ะ!!” วนิสาตกใจเงยหน้าขึ้นสบตาเขาฉับ แม้ในแววตาจะพร่าเบลอจากแสงไฟและกึ่มเมา...ถึงจะประหม่า แต่เธอก็ยังเห็นความจริงใจในนั้นอย่างชัดเจน ‘คิดเข้าข้างตัวเองอีกแล้วสินะ’ แล้วครั้งนี้เธอจะได้มีโอกาสรู้จักกับเขาแบบจริงจังไหมนะ แล้วความคิดนั้นก็สะดุดลงเมื่อคนตัวสูงพูดต่อ “ไปตั้งหลักก่อน” เขาย้ำ “เราคงไม่คิดจะยืนรอเพื่อนให้ยุงกัดอยู่ตรงนี้ทั้งคืนหรอกนะ?” หญิงสาวนิ่งไปชั่วครู่ ก่อนพยักหน้าอย่างยอมจำนนในสถานการณ์ “งั้น…” เธอคิดอยู่สักพักก่อนตอบออกไปว่า “ก็ได้ค่ะ…”คนตัวเล็กเดินดุ่มๆ ลงจากตึกเรียนตรงไปยังลานจอดรถใต้ตึกสถาปัตย์ ที่มุมค่อนข้างลับตา ผู้คนก็ไม่พลุกพล่านเท่าไหร่นักในช่วงพักกลางวันแบบนี้ อีกอย่างคนเจ้าเล่ห์ก็น่าจะเลือกมุมที่ดูลับตาคนที่สุดเสียงรองเท้าคัทชูเล็กกระทบพื้นดังเบาๆ แต่ไม่เบาพอจะหลุดพ้นจากสายตาเพื่อนสนิท“นิสา แกจะไปไหนน่ะ?”เสียงพลอยชมพูเอ่ยถามขึ้นจากด้านหลังวนิสาชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะหันมาตอบ“พอดี…จะไปเอาของที่รถพี่โจน่ะ”“อ้อเหรอ… ให้ฉันไปเป็นเพื่อนมั้ย?”น้ำเสียงเธอฟังดูใสซื่อแต่สายตาก็จับจ้องเพื่อนรักอย่างไม่ไว้ใจ คนถูกถามมีท่าทีอึกอักเล็กน้อย ก่อนหลบตาแล้วตอบเบา ๆ“ไม่เป็นไรจ้ะพลอย พี่โจ…มีเรื่องจะคุยกับฉันด้วยนิดหน่อย”“อื้อหือออ…แค่นั้นเองน่ะหราา…”พลอยชมพูทำตาวาวเหมือนรู้ทันทุกอย่าง ก่อนจะหัวเราะคิกอย่างคนรู้ทัน“บ้า…”“เอ๊า!! มาว่าคนที่รู้ทันแกซะงั้น”“ยัยพลอย!!”“โอเคๆ …งั้นตามสบายเลยนะ ฉันจะไปกินข้าวกับแม็กซ์กับจีพอดี” แล้วพลอยชมพูก็โน้มตัวมากระซิบข้างหูเพื่อนรัก “ไปนาน ๆ เลยก็ได้นะ…” ยิ้มล้อเลียนแบบนางร้ายสายซัพพอต“บ้า!”วนิสาหันไปค้อนแรงแต่หน้าแดงระเรื่ออย่างปิดไม่มิด….เสียงฝีเท้าคนตัวเล็กชะงักลงเมื่อเห็น
ร่างบอบบางที่นั่งทับความขึงขังลำหนาใหญ่ มันบดเบียดก้นงอนงามของเธอและเด้งสู้อยู่ใต้น้ำ ชายหนุ่มจับเธอให้หันหลังให้กันก่อนจะยกก้นเธอขึ้น ร่างบอบบางรู้สึกได้ถึงมวลกล้ามท้องของเขาที่ชนแผ่นหลังของเธอ มือหนายังคงกอบกุมเคล้นคลึงกับยอดทรวงอย่างเอาแต่ใจ ปากหนาร้ายก็เม้มดูดไปทั่วซอกคอขาวอย่างหื่นกระสัน“อื้ม…”ร่างหนายิ่งบดเบียดเสียดสีถูไถก้นเธอมากขึ้น มันทั้งแข็งและแผ่ขยายใหญ่ในเวลาเดียวกัน“โคตรเสียวเลยเมียจ๋า…”“ซี้ดด…” ปากหยักหนาครางสั่น“จับมันกดเข้าไปข้างในของเมียจ๋าหน่อยสิ บดเข้ามาลึกๆ จนสุดลำเลยนะยาหยี”ร่างของเธอแนบลงกับอกเขา กล้ามท้องแข็งตึงสั่นสะท้านเมื่อเธอขยับเอวบดเบียดลงมา ลมหายใจของเขากระชั้นรัวข้างหู เสียงครางกระเส่าหนัก“...โคตรทรมานเลยที่รัก อย่าทรมานพี่แบบนี้”เธอหลับตา ยกสะโพกขึ้นเพียงน้อย ก่อนจะค่อยๆ กดลงในจังหวะเดียวกับที่มือของเขารั้งเอวเธอไว้แน่น เสียงน้ำกระเซ็นพร้อมเสียงครางต่ำในลำคอ“โคตรเสียวเลยเมียจ๋า…บดแรงๆ…ซี้ดดด….”เขาช่วยพยุงเอวบางขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะออกแรงกดสะโพกสวนกระแทกเข้ามาจากด้านล่างอย่างหนักหน่วงในแต่ละจังหวะ เสียงเนื้อกระทบกันกลางอ่างน้ำดังก้องพร้อมกับแรงส
ครืดด…เอี๊ยดด…เสียงเบรกของรถยนต์คันหรูดังกระแทกพื้นลานจอดจนร่างบางแทบหัวทิ่ม ดีที่เข็มขัดนิรภัยยังคาดอยู่ ไม่งั้นเธอคงได้ฝังหน้าลงคอนโซลแน่ๆ“พี่โจ!”เธอร้องขึ้นด้วยความตกใจ แต่ไม่มีเสียงตอบกลับใด ๆ จากเขา ประตูฝั่งคนขับเปิดออกอย่างแรง เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นคอนกรีตดังกังวาน ไม่กี่วินาทีต่อมา ประตูฝั่งเธอก็เปิดออก แล้วร่างหนาก็โน้มเข้ามาหาเธอ“พี่จะทำอะไร!?”เธอเบิกตากว้าง ยังไม่ทันตั้งตัว ร่างบางก็ถูกเขาอุ้มขึ้นพาดบ่าอย่างง่ายดายราวกับตุ๊กตาตัวเบาหวิว“ว้าย! พี่โจ!!”เธอทั้งทุบ ทั้งดิ้น ทั้งหวีดร้องเบา ๆ ด้วยความตกใจและอับอาย“อย่าดิ้น!!”เขาพูดเสียงเรียบลอดไรฟัน…แต่เสียงนั้นแหบพร่าและเครียดขึงจนน่ากลัว ฝ่ามือหนาตีก้นเธอกลับเบา ๆ มือหนาบีบที่ต้นขาอย่างจงใจ เขาเดินดิ่งเข้าตึกโดยไม่สนใจว่าใครจะมอง ไม่สนว่ากล้องวงจรปิดจะจับภาพไว้ ไม่สนแม้แต่สายตาของพนักงานที่ลอบหันมามองอย่างตกตะลึงและเพียงไม่นานหลังประตูห้องก็ถูกปิดลง“ปึก!”แผ่นหลังเธอก็แนบชิดกับบานประตู มือหนาตรึงข้อมือเธอไว้ทั้งสองข้างด้วยมือของเขาเพียงข้างเดียว“คิดจะหนี?”เสียงของเขาต่ำพร่า ดวงตาร้อนระอุราวกับไฟ ใบหน้าคมก้มต่ำ
เสียงเพลงอิเล็กทรอนิกส์ดังกระแทกจังหวะหัวใจในผับหรูใจกลางเมือง แสงไฟหมุนวนเหนือศีรษะ สาดส่องลงมาที่โต๊ะวีไอพีซึ่งเต็มไปด้วยเหล่าคนสวยแต่งตัวจัดจ้านวนิสาอยู่ในชุดเดรสสีดำผ่าข้าง ส้นสูงห้าคูณห้า เรียกได้ว่าฟาดฟันทุกสายตาในร้าน หญิงสาวสวยสะกดมาก ข้างเธอคือแม็กซ์เวล ที่แทบจะกลายเป็นร่างแปะส่วนตัว ชายหนุ่มยิ้มกรุ้มกริ่มไม่ห่าง และข้างเธออีกฝั่ง...พลอยชมพู ในชุดเดรสสีชมพูอมส้มสุดจี๊ด แต่งหน้าโทนแซ่บสะท้านใจ มือหนึ่งถือแก้วไวน์ อีกมือกอดอกมองแม็กซ์เวลอย่างจับผิด“แม็กซ์ นายจะเข้าไปใกล้เพื่อนฉันเกินไปละนะ”เสียงเธอดังพอจะได้ยินชัดในจังหวะเพลงเว้นวรรค“โห่...เพื่อนกันก็ยังหวง”แม็กซ์เวลกระซิบพลางมองวนิสา แต่เจอสายตาคาดโทษจากอีกคนจ้องกลับจนต้องยิ้มกลบเกลื่อนเสียงฮือฮาจากหน้าประตูร้านดังขึ้นเบาๆ ก่อนจะแรงขึ้นเรื่อยๆ เมื่อคนตัวสูงหน้าตาดีเดินเข้ามาพร้อมกับสาวสวยอีกคนเขาอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีดำสบายๆ กางเกงสแลคเข้ารูป ผมเซ็ทเนี้ยบ เคียงข้างเขา...คือสาวสวยคนหนึ่งคนนี้… อลิสสินะ… ผู้หญิงที่ขึ้นชื่อว่า “รักแรก” ที่ใครๆ ก็พูดถึง เธออยู่ในชุดเดรสแดงเพลิง ริมฝีปากแดงจัด และท่าทางที่ “มากกว่าเพื่อน”สาย