เข้าสู่ระบบอวี้มั่วซวินคร้านเกินกว่าจะพูดเรื่องนี้ต่อ จึงเปลี่ยนไปคุยสัพเพเหระแทนว่า “พรุ่งนี้ก็หยุดแล้ว มีแผนจะทำอะไรหรือยัง?”หรงฉือยิ้ม “ยังไม่มีแผนเลย แล้วฉันก็ไม่มีที่ที่อยากไปเป็นพิเศษ คิดว่าคงจะพักผ่อนอยู่ที่บ้านสักสองวันก่อน”อวี้มั่วซวินพยักหน้า “ก็ดี”หรงฉือเองก็ไม่ได้มีแผนจะทำอะไร แต่ว่า...คืนนั้น ขณะกลับถึงบ้าน เธอโทรศัพท์หาเฟิงจิ่งซิน ทางฝั่งเฟิงจิ่งซินก็รับสายเธออย่างรวดเร็ว “คุณแม่”“จ้ะ” หรงฉือขับรถไปด้วย ขณะเดียวกันก็ถามเสียงอ่อนโยนไปด้วยว่า “พรุ่งนี้เป็นวันหยุดวันชาติจีนแล้ว มีแผนจะทำอะไรไหม?”เฟิงจิ่งซินพูดเสียงอ่อย “ไม่มีค่ะ”“แม่ก็ไม่มีแผนเหมือนกัน หนูมีที่ที่อยากจะไปไหม? ให้แม่พาหนูไปดีไหม?”เฟิงจิ่งซินลังเลเล็กน้อย ก่อนจะพูดว่า “ค่ะ”“งั้นพรุ่งนี้เช้าแม่ไปรับหนูนะ?”เมื่อได้ยินแบบนั้น เฟิงจิ่งซินก็ชะงักไปเล็กน้อย ราวกับมีอะไรอยากจะพูด หรงฉือสังเกตเห็นแล้ว กำลังจะถามว่าเธอเป็นอะไรหรือเปล่า เฟิงจิ่งซินก็เอ่ยปากขึ้นเสียก่อนว่า “โอเคค่ะ เจอกันพรุ่งนี้นะคะ”“จ้ะ เจอกันพรุ่งนี้”พวกเธอไม่ได้พูดคุยอะไรกันต่อ ก็วางสายแล้วเช้าวันรุ่งขึ้น หรงฉือก็ออกเดินทางไปรับเฟิงจิ่
หลังจากที่เธอวางสาย ซุนเยว่ชิงก็ถาม “ใครโทรมา? เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือเปล่า?”หลินอู๋เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้ฟังอย่างคร่าว ๆ พอคนตระกูลซุนและตระกูลหลินฟังจบ ก็ประหลาดใจอย่างมากซุนลี่เหยาตื่นเต้นจนกระโดดตัวลอย ดีใจถึงขั้นขอบตาแดงก่ำ “ฉันรู้อยู่แล้ว! ในใจพี่เขยรักแค่พี่คนเดียวเท่านั้น! หรงฉือไม่ได้มีความสำคัญอะไรเลย!”เซี่ยงหรูฟางก็อดพูดคล้อยตามไม่ได้ว่า “ใช่แล้ว ต่อให้หรงฉือจะยอดเยี่ยมแค่ไหน ก่อนหน้านี้ถิงเซินไม่รักเธอ ตอนนี้ก็ไม่มีวันรักเธอเช่นกัน!”ซุนเยว่ชิงก็ยิ้มเล็กน้อยพูดตามตรง เรื่องที่หรงฉือเป็นผู้ถือหุ้น แล้วยังเป็นลูกศิษย์ของหนานจื้อจือ ทั้งสองเรื่องนี้ทำให้เธอตกใจมากจริง ๆ จะอย่างไรเธอก็คิดไม่ถึงว่า หรงฉือ...จะมีวาสนาได้ดีแบบนี้หรงฉือในตอนนี้ได้รับความสนใจจากทุกคนอย่างแท้จริงเมื่อเห็นว่าตอนนี้หรงฉือทั้งเก่งกาจและประสบความสำเร็จแบบนี้ เธอกังวลจริง ๆ ว่าเฟิงถิงเซินจะเกิดความรู้สึกที่ต่างไปจากเดิมกับหรงฉือเพราะเรื่องนี้ ถึงอย่างไร ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา เพราะความโดดเด่นของหรงฉือ ท่าทีที่เฟิงถิงเซินมีต่อหรงฉือได้เปลี่ยนไปจากเมื่อก่อนแล้วดังนั้น ตลอดช่วงหลายเดือนที่
คืนนั้น จนกระทั่งงานเลี้ยงสิ้นสุดลง ระหว่างหรงฉือกับเฟิงถิงเซินก็ยังไม่มีปฏิสัมพันธ์ใด ๆ ต่อกันทั้งหมดนี้ คนอื่น ๆ ที่อยู่ในงานล้วนเห็นอยู่ในสายตาตอนที่งานเลี้ยงสิ้นสุดลง หรงฉือและอวี้มั่วซวินออกจากงานไปก่อน ส่วนเฟิงถิงเซิน เฮ่อฉางปั่วและคนอื่น ๆ ก็เดินตามหลังพวกเขาออกไปคืนนั้น พอเห็นเงาร่างที่จากไปของหรงฉือและอวี้มั่วซวินอยู่ไม่ไกล เฮ่อฉางปั่วหันไปมองทางเฟิงถิงเซิน “ถิงเซิน เรื่องของนายกับหลินอู๋...”เฟิงถิงเซิน “เรื่องของฉัน ฉันจัดการเองได้”ฉีอวี้หมิงรู้ว่า เฟิงถิงเซินดูออกว่าเขากับเฮ่อฉางปั่วคิดจะพูดอะไรแต่ท่าทีแบบนี้ของเฟิงถิงเซิน เห็นได้ชัดมากว่าไม่คิดจะฟังคำตักเตือนของพวกเขาฉีอวี้หมิงขมวดคิ้ว “ถิงเซิน บางทีนายควรจะ...”เฟิงถิงเซิน “นี่ก็ดึกมากแล้ว ทุกคนรีบกลับไปพักผ่อนเถอะ”ในเมื่อเฟิงถิงเซินปฏิเสธที่จะรับฟัง ฉีอวี้หมิงรู้ว่าต่อให้เขาพูดมากแค่ไหนก็ไม่ได้ช่วยอะไร จึงทำได้เพียงพูดว่า “...ก็ได้”เฮ่อฉางปั่วเห็นแบบนั้น ก็ไม่ได้เกลี้ยกล่อมอะไรอีกในขณะเดียวกันหลินอู๋ที่เพิ่งกลับถึงบ้าน กลับได้รับโทรศัพท์หลายสายและพวกเขาที่โทรศัพท์หาเธอ นึกไม่ถึงเลยว่าล้วนแต่ต้องกา
เหรินจี่เฟิงและเหยาซินปั๋วเพิ่งมาถึงบังเอิญเห็นท่าทีที่เฟิงถิงเซินกับหรงฉือต่างก็ทำเหมือนไม่อยากข้องเกี่ยวกันเมื่อครู่นี้พอดีเหยาซินปั๋วอดกระซิบไม่ได้ว่า “หรงฉือยอดเยี่ยมขนาดนั้น เฟิงถิงเซินกลับยังดื้อดึงไม่ยอมเปลี่ยนใจ ก่อนหน้านี้รู้แค่ว่าเขาดีต่อคุณหลินมาก แต่ตอนนี้เพิ่งรู้ว่าเขายังเป็นคนรักเดียวใจเดียวขนาดนี้อีก ดูไม่ออกเลยจริง ๆ นะเนี่ย”เหรินจี่เฟิงไม่ได้พูดอะไรหรงฉือเป็นคนที่ยอดเยี่ยมขนาดนั้น เฟิงถิงเซินยังไม่มีความรู้สึกในเชิงชู้สาวกับเธอเช่นเดิม เขาไม่คิดว่านั่นเป็นเรื่องแปลกอะไร แต่...เมื่อพิจารณาถึงปัญหาร้ายแรงในเรื่องนิสัยและคุณธรรมของหลินอู๋กับคนในครอบครัวเธอ เฟิงถิงเซินกลับยังคงมีความรู้สึกต่อหลินอู๋ไม่เปลี่ยนแปลง...ในความคิดของเขา ทัศนคติสามด้านและหลักคุณธรรมคือบรรทัดฐานขั้นต่ำสุดอาจเป็นเพราะเขาไม่เคยมีความรักจริง ๆ ก็ได้ เขาถึงไม่เข้าใจความรู้สึกที่เฟิงถิงเซินมีต่อหลินอู๋สักเท่าไรเหยาซินปั๋วพูดอีกว่า “ตอนนี้พวกเขาคงจะยังไม่ได้หย่ากันสินะ? ตามที่ชิงเยว่บอกเมื่อก่อนหน้านี้ พวกเขาสองคนหย่ากันมาปีกว่าแล้วไม่ใช่เหรอ? แล้วอย่างนี้อีกนานแค่ไหนถึงจะหย่ากันอย่างเป็นท
ท่ามกลางเสียงกระซิบกระซาบของผู้คน เฟิงถิงเซินก็เดินเข้าไปหาดร.ลู่ “คุณลุงลู่”เฮ่อฉางปั่วและฉีอวี้หมิงก็ทักทายดร.ลู่แล้วเช่นกันดร.ลู่ขานรับ เหลือบมองเฟิงถิงเซินแวบหนึ่ง จากนั้นก็มองไปทางหรงฉือ แค่นเสียงแล้วพูดว่า “เห็นตาปลาเป็นไข่มุกแบบนี้ คุณไม่รู้สึกเสียดายเลยสักนิดจริง ๆ เหรอ?”เฟิงถิงเซินไม่ได้มองหรงฉือ และเปลี่ยนเรื่องคุย “ผมนึกว่าคุณจะสนใจโปรเจกต์ที่ผมเคยพูดกับคุณเมื่อครั้งก่อนมากกว่าเสียอีก”ดร.ลู่ “...”เขาสนใจจริง ๆ ในเมื่อเฟิงถิงเซินหลีกเลี่ยงที่จะพูดถึงเรื่องระหว่างเขากับหรงฉือ เขาก็คร้านจะซักถามให้มากความแล้วเช่นกันถึงอย่างไร ความสัมพันธ์ระหว่างคนหนุ่มสาวเหล่านั้น ก็ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับเขาเขาแค่คิดว่าหรงฉือโดดเด่นขนาดนี้ ยังไม่เข้าตาเฟิงถิงเซิน นั่นทำให้เขารู้สึกขุ่นเคืองใจและเสียดายเท่านั้นเอง เขาไม่พูดถึงเรื่องระหว่างหรงฉือกับเฟิงถิงเซินอีก แต่เปลี่ยนไปพูดคุยเรื่องโปรเจกต์กับเฟิงถิงเซินแทนบทสนทนาของพวกเขา เฮ่อฉางปั่วและฉีอวี้หมิงไม่อาจเข้าไปสอดแทรกได้ หลังจากทักทายกับดร.ลู่แล้ว ก็เดินออกไปฉีอวี้หมิงมองไปทางหรงฉือ นึกถึงท่าทีของเฟิงถิงเซินที่ไม่อยากพูด
ในคืนที่วันหยุดเทศกาลไหว้พระจันทร์สิ้นสุดลง หรงฉือและอวี้มั่วซวินได้รับเชิญให้เข้าร่วมงานเลี้ยงงานหนึ่งบนรถ อวี้มั่วซวินพูดว่า “งานเลี้ยงในวันนี้ เฟิงถิงเซินก็น่าจะมาด้วยเหมือนกัน”หรงฉือ “อืม ฉันรู้”“นี่เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่งานเลี้ยงของดร.ลู่ ที่คุณกับเขาอยู่ในงานเดียวกันแบบนี้ งานเลี้ยงคืนนี้คาดว่าคงจะคึกคักไม่น้อย”หรงฉือ “อืม”ท้ายที่สุดแล้ว ก็แค่คนไม่กี่คนที่ยังสงสัยเรื่องระหว่างเธอกับเฟิงถิงเซิน อย่างมากที่สุดก็แค่ถูกคนอื่นมองมากกว่าปกติ ซึ่งเธอไม่ได้ใส่ใจอยู่แล้วเมื่อถึงโถงงานเลี้ยง เพิ่งจะคุยกับเจ้าภาพจัดงานเลี้ยงไม่กี่คำ ดร.ลู่ก็มาถึงแล้วหรงฉือและอวี้มั่วซวินต่างนึกไม่ถึงว่าดร.ลู่จะมางานนี้ด้วยหลังจากเรื่องในคืนนั้น พวกเขายังหาโอกาสพูดขอโทษกับดร.ลู่ดี ๆ ไม่ได้เลย เมื่อเห็นเขามา หลังจากที่พวกเขาคุยกับคนรอบตัวเสร็จ ก็เดินไปหาดร. ลู่“ดร.ลู่”ดร.ลู่เห็นพวกเขา ก็พยักหน้าเล็กน้อย “พวกคุณก็มาด้วยเหรอ?”“ค่ะ” หรงฉือพูดขึ้นก่อน “เรื่องในคืนนั้นต้องขอโทษด้วยจริง ๆ นะคะ ก่อนหน้านี้เดิมทีตั้งใจจะหาเวลาเลี้ยงข้าวคุณสักมื้อเพื่อขอโทษอย่างเป็นทางการ แต่ผู้ช่วยคุณบอกว่าคุณไป







