พลิกชะตาชีวิตหลังเป็นทาสมาสามปี

พลิกชะตาชีวิตหลังเป็นทาสมาสามปี

Par:  โม่เสียวชี่En cours
Langue: Thai
goodnovel4goodnovel
9.09
231 Notes. 231 commentaires
1719Chapitres
599.7KVues
Lire
Bibliothèque

Partager:  

Report
Overview
Catalog
Scanner le code pour lire sur l'application

[ทรมานก่อนแล้วค่อยสะใจ] เฉียวเนี่ยนเป็นแก้วตาดวงใจของจวนโหวมาสิบห้าปี แต่วันนั้นจู่ๆ ก็ได้รับแจ้งว่าตัวเองเป็นแค่บุตรสาวตัวปลอม ตั้งแต่นั้นมา พ่อแม่ที่รักและทะนุถนอมนางก็กลายเป็นของหลินยวน พี่ชายที่รักและทะนุถนอมนางก็ผลักนางลงจากเรือนเพื่อหลินยวน แม้แต่คู่หมั้นของนาง แม่ทัพเซียว ที่ถูกแต่งตั้งเพราะผลงานก็ยังเลือกที่จะยืนอยู่ข้างหลินยวน เพื่อหลินยวน พวกเขาได้แต่มองดูนางถูกใส่ร้ายอย่างไม่สะทกสะท้าน ปล่อยให้นางถูกปรับให้เป็นทาสในกรมซักล้างเป็นเวลาสามปีเต็ม ไม่ถามไม่ไถ่เลย ใครจะคิดว่าวันหนึ่งหลังจากสามปีผ่านไป ท่านโหวและภรรยาของเขากลับร้องไห้ต่อหน้านาง “เนี่ยนเนี่ยน พ่อกับแม่ทำผิดแล้ว กลับบ้านกับพ่อและแม่เถอะนะ” ท่านโหวน้อยที่หยิ่งผยองมาตลอดคุกเข่าอยู่นอกประตูของนางทั้งคืน "เนี่ยนเนี่ยน เจ้าให้อภัยพี่ได้ไหม?" แม่ทัพเซียวผู้มีผลงานยอดเยี่ยมทางด้านรบยิ่งเดินมาหานางพร้อมกับบาดแผลที่ชุ่มโชกไปด้วยเลือด “เนี่ยนเนี่ยน เจ้าสงสารข้าหน่อย มองข้าอีกสักครั้งจะได้ไหม?” แต่หัวใจของนางได้ตายไปในวันและคืนที่นับไม่ถ้วนในช่วงสามปีที่ผ่านมาแล้ว ปวดใจหรือ? เฮอะ ตายเป็นขี้เถ้าสิถึงจะดี! หลังจากนั้น เฉียวเนี่ยนก็ได้พบกับผู้ชายที่ในดวงตาเต็มไปด้วยนาง มองท่าทางที่มีความสุขของนางแล้ว แต่คนรู้จักเก่าเหล่านั้นกลับไม่กล้าเข้าใกล้แม้แต่ก้าวเดียว เพราะกลัวว่าในอนาคต พวกเขาจะไม่ได้เห็นหน้านางแม้กระทั่งยืนมองจากที่ไกลๆ ...

Voir plus

Chapitre 1

บทที่ 1

แคว้นจิ้ง ยี่สิบแปดเดือนสิบสอง

มันเป็นวันที่อากาศกำลังหนาวเย็นพอดี

เฉียวเนี่ยนซักเสื้อผ้าชุดสุดท้ายในตอนเช้าเสร็จ ยังไม่ทันเช็ดมือที่หนาวจนชาให้แห้งก็ได้ยินนางกำนัลอาวุโสจากกรมซักล้างตะโกนเรียกนางว่า “เฉียวเนี่ยน เร็วเข้า จวนโหวมีคนมารับเจ้าแล้ว!”

นางยืนอึ้งอยู่ที่เดิม

จวนโหว ช่างเป็นคําที่ทั้งคุ้นเคยและไม่คุ้นเคยยิ่งนัก

นางเคยเป็นคุณหนูผู้สูงศักดิ์ของจวนโหวมาสิบห้าปี แต่เมื่อสามปีก่อนกลับได้รับแจ้งว่าตนเองเป็นตัวปลอม

เป็นมามาอาวุโสที่ทําคลอดในตอนนั้นที่เห็นแก่ตัว นำลูกของตัวเองกับคุณหนูของจวนโหวแลกเปลี่ยนกัน และก่อนตายก็ค้นพบมโนธรรมและบอกความจริงออกมา

เฉียวเนี่ยนจําได้แม่นว่าวันนั้นที่ท่านโหวสองสามีภรรยาได้รู้จักกับหลินยวนลูกสาวแท้ๆ นั้นตื่นเต้นแค่ไหน พวกเขากอดกันทั้งร้องไห้ทั้งหัวเราะ ส่วนนางยืนมองอยู่ข้างๆ อย่างทําอะไรไม่ถูก ไม่เข้าใจว่าพ่อแม่ที่ตัวเองเรียกมาสิบห้าปี ทําไมจู่ๆ ถึงไม่ใช่พ่อแม่ของตัวเองแล้ว

อาจเป็นเพราะมองเห็นความผิดหวังของนาง ท่านโหวหลินจึงสัญญากับนางว่า นางยังคงเป็นคุณหนูของจวนโหว และยังให้หลินยวนเรียกนางว่าพี่หญิง แม้แต่ฮูหยินหลินก็ยังบอกว่า พวกเขายังคงรักนางเหมือนลูกสาวแท้ๆ

แต่วันนั้นพวกเขาเห็นหลินยวนทําถ้วยขององค์หญิงแตกด้วยตาตัวเอง เห็นสาวใช้ของหลินยวนผลักความผิดนี้มาที่นาง เห็นนางถูกองค์หญิงตําหนิ เห็นนางถูกส่งมาเป็นทาสรับใช้ที่กรมซักล้างแห่งนี้ พวกเขากลับยืนปกป้องหลินยวนอยู่ข้างๆ ไม่พูดสักคําตั้งแต่ต้นจนจบ

นางก็รู้แล้วว่านางไม่สามารถเป็นลูกสาวของพวกเขาได้อีกต่อไปแล้ว

“เฉียวเนี่ยน มัวนิ่งอยู่ทําไม? อย่าให้ท่านโหวน้อยรอจนร้อนใจสิ!” เสียงเร่งเร้าของนางกำนัลอาวุโสดึงความคิดเฉียวเนี่ยนกลับมา

นางเงยหน้าขึ้นมองไปทางประตูกรมซักล้าง ก็เห็นร่างสูงตระหง่านยืนอยู่ด้านนอก แสงแดดในฤดูหนาวส่องกระทบร่างของเขาจนดูราวกับมีประกายส่องมาจากตัวเขา

เมื่อเห็นใบหน้าที่ทั้งคุ้นเคยและไม่คุ้นเคยนั้น หัวใจของเฉียวเนี่ยนที่ไม่รู้สึกอะไรมานานก็บีบรัดอย่างเจ็บปวดโดยไม่ทันตั้งตัว

เป็นหลินเย่ว์

พี่ชายที่นางเรียกมาสิบห้าปี พี่ชายที่เคยเดินทางไปเจียงหนานที่อยู่แสนไกลเพื่อตามหาไข่มุกราตรีที่หายากที่สุดในโลก และพี่ชายที่ผลักนางลงจากชั้นสองเพื่อหลินยวน

ไม่ได้เจอกันสามปี ความรู้สึกคับข้องใจที่หายไปสามปีนั้นพลันพรั่งพรูออกมา

เฉียวเนี่ยนหายใจเข้าลึกๆ และระงับความคับข้องใจนั้นไว้ ใบหน้ายังคงไร้อารมณ์ใดๆ

นางเดินไปหาหลินเย่ว์ เดินเข้าไปใกล้ด้านหน้าแล้วคุกเข่าลงทําความเคารพ น้ำเสียงราบเรียบ แฝงไปด้วยความห่างเหิน “บ่าวคารวะท่านโหวน้อยเจ้าค่ะ”

ก่อนมา หลินเย่ว์ก็เคยเพ้อฝันถึงฉากที่พวกเขาพี่น้องได้พบกัน

คิดไปคิดมา ตามนิสัยเดิมของนาง ไม่ก็โผเข้ากอดเขา ออดอ้อนไปพลางร้องไห้พลางบ่นน้อยใจตลอดหลายปีที่ผ่านมา ไม่ก็เต็มไปด้วยความเกลียดชัง ไม่ยอมพบเขาแม้แต่ครั้งเดียว

คาดไม่ถึงว่านางจะเดินมาหาเขาอย่างใจเย็นและคุกเข่าลง

นี่คือน้องสาวที่เขาตามใจมาสิบห้าปีเชียวนะ!

ความดื้อรั้นและเอาแต่ใจของนาง ความเย่อหยิ่งของนางล้วนถูกตามใจโดยเขา

ทําไมตอนนี้กลับ...

หลินเย่ว์รู้สึกเพียงว่าหัวใจของตัวเองถูกมือที่มองไม่เห็นฉีกกระชากอย่างรุนแรง มือที่ไพล่หลังกําแน่น ลําคอเหมือนถูกมือข้างหนึ่งจับไว้ เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วจึงเอ่ยปาก “ท่านย่าคิดถึงเจ้ามาก ฮองเฮาเห็นแก่ความชราของนาง อนุญาตให้เจ้าออกไปจากที่นี่ได้”

พูดจบประโยค หลินเย่ว์ก็รู้สึกว่าน้ำเสียงแข็งกระด้างเกินไป เขาขมวดคิ้วแล้วโน้มตัวไปข้างหน้าเพื่อประคองเฉียวเนี่ยนให้ลุกขึ้น จงใจพูดอย่างอ่อนโยนว่า “ตามพี่กลับบ้านเถอะ!”

ดวงตาที่ก้มต่ำของเฉียวเนี่ยนพลันสั่นไหวระริก

ตามพี่กลับบ้านเถอะ!

ใครจะรู้ว่าประโยคสั้นๆ นี้นางรอคอยมานานแค่ไหนแล้ว

ช่วงที่มากรมซักล้างครั้งแรกนั้น นางเฝ้ารอคอยหลินเย่ว์มารับนางกลับบ้านแทบทั้งวันทั้งคืน

แต่วันแล้ววันเล่า ความหวังก็กลายเป็นความผิดหวัง จนถึงตอนนี้นางไม่มีความเพ้อฝันใดๆ เกี่ยวกับการกลับจวนโหวอีกแล้ว

ไม่คิดว่าเขาจะมา

นางถอยหลังไปหนึ่งก้าว สะบัดมือหลินเย่ว์ออกอย่างเงียบๆ ก้มตัวลงทําความเคารพ “บ่าวขอบพระทัยที่ฮองเฮาทรงเมตตา ขอบคุณที่ฮูหยินเฒ่าเมตตา”

น้ำเสียงของนางจริงใจและท่าทางก็ดูเคารพมาก แต่ความห่างเหินที่ออกมาจากทุกคําและทุกประโยคนั้นทําให้หัวใจของหลินเย่ว์รู้สึกอึดอัดมากขึ้นเรื่อยๆ

เขาชักมือกลับ หัวคิ้วขมวดเป็นปม น้ำเสียงเต็มไปด้วยความโกรธอย่างบอกไม่ถูก “ท่านพ่อไม่เคยถอดฐานะของเจ้าออก แม้เจ้าจะอยู่ในกรมซักล้างมาสามปี แต่ทะเบียนก็ยังอยู่ในจวนโหว เจ้าไม่เคยเป็นทาสรับใช้อะไรทั้งนั้น”

เด็กสาวบอบบางที่เขาโปรดปรานตั้งแต่เด็กจะเป็นทาสได้ยังไงกัน?

แต่เมื่อได้ยินคําพูดนี้ เฉียวเนี่ยนกลับรู้สึกประชดประชัน

สามปีที่ผ่านมา ทุกวันนางต้องตื่นมาซักผ้าก่อนฟ้าสาง ซักจนพระอาทิตย์ตกดิน ซักจนมือทั้งสองเปื่อยยุ่ย

นางกำนัลอาวุโสที่ดูแลกรมซักล้างเอะอะก็ตีหรือด่าใส่นาง ฐานะของนางที่นี่แม้แต่ทาสชั้นต่ำก็ยังสู้ไม่ได้

ฐานะ? ทะเบียนบ้าน?

จะมีประโยชน์อะไรกัน?

เมื่อเห็นเฉียวเนี่ยนไม่พูดไม่จา หลินเย่ว์จึงทําได้เพียงสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อระงับความโกรธที่อธิบายไม่ได้นั้น แล้วพูดว่า “ในบ้านมีทุกอย่าง เจ้าก็ไม่ต้องไปเก็บอะไรอีกแล้ว ไปเถอะ อย่าทําให้ท่านย่าต้องรอนาน”

พูดจบก็หันตัวจากไปก่อน

เดินไปได้ไม่นานเขาก็จะหันกลับมา เห็นเฉียวเนี่ยนเดินตามไปอย่างไม่ใกล้ไม่ไกล สายตามองตรงไปตลอดทาง ไม่มองเขาแม้แต่น้อย นึกถึงท่าทางออดอ้อนออดอ้อนของนางในอดีต พลันความโกรธในใจยังไงก็ระงับไว้ไม่อยู่แล้ว

จนทําให้ฝีเท้าเร็วขึ้นโดยไม่รู้ตัว

หลังจากเฉียวเนี่ยนถูกหลินเย่ว์ผลักตกเรือนไปเมื่อสามปีก่อน ข้อเท้าก็บาดเจ็บจนตกเป็นโรคเก่า ตอนนี้จึงตามไม่ทัน เมื่อเดินมาถึงประตูวัง หลินเย่ว์ก็นั่งในรถม้าของจวนโหวไปนานแล้ว

คนขับรถม้าเป็นคนเก่าคนแก่ของจวน จึงรู้จักเฉียวเนี่ยน

เมื่อเห็นเฉียวเนี่ยนเดินเข้ามา ก็ทําความเคารพ “บ่าวคารวะคุณหนูขอรับ”

เฉียวเนี่ยนโค้งตัวคํานับกลับ แล้วขึ้นรถม้าไปนั่งข้างคนขับรถม้า

คนขับรถม้าประหลาดใจเล็กน้อย “คุณหนูไม่เข้าไปนั่งหรือขอรับ?”

เฉียวเนี่ยนส่ายหน้า “ผิดระเบียบน่ะ”

เพิ่งสิ้นเสียง ในรถม้าพลันมีเท้าข้างหนึ่งยื่นออกมา เตะเฉียวเนี่ยนจนล้มลงกับพื้นอย่างแรง

หลินเย่ว์เปิดม่านรถออกด้วยความโกรธแค้น “เพิ่งพบหน้าก็ไม่รู้จักไว้หน้าซะแล้ว ไม่ยอมกลับจวนโหวก็ไสหัวกลับไปเป็นทาสรับใช้ที่กรมซักล้างของเจ้าต่อไปซะ!”

เฉียวเนี่ยนขมวดคิ้วแน่น ใบหน้าเจ็บปวดจนเริ่มซีด ข้อเท้าของนางเกรงว่าคงจะบิดอีกแล้ว

แต่เมื่อได้ยินหลินเย่ว์ถามอย่างเย็นชาว่า "หรือว่าเจ้ารู้สึกน้อยใจและจงใจชักสีหน้าให้ข้า หลินเนี่ยน เจ้าได้เสวยสุขแทนยวนเอ๋อร์มาสิบห้าปีแล้ว ตอนนี้แค่ต้องทนทุกข์ทรมานแทนนางเป็นเวลาสามปีเท่านั้น มีอะไรต้องน้อยใจหรือไง?”

“ในเมื่อไม่ยอมนั่งรถกลับจวน งั้นเจ้าก็เดินกลับไป ระหว่างทางก็ลองคิดดูดีๆ ว่าตัวเองเป็นใครกันแน่ มีคุณสมบัติอะไรที่จะมาวางท่าแบบนี้ให้ข้าดู! จะได้ไม่ต้องกลับไปเจอหน้าท่านย่าที่จวนแล้วยังทําหน้าจะเป็นจะตายแบบนี้อีก มีแต่ซ้ำเติมความโชคร้ายเปล่าๆ”

หลินเย่ว์พูดจบก็สะบัดม่านรถออก ส่งเสียงเย็นชาใส่คนขับรถม้า “กลับจวน!”

คนขับรถม้าไม่กล้าขัดคําสั่ง มองเฉียวเนี่ยนอย่างกังวลแล้วก็ขับรถออกไป

เมื่อเห็นรถม้าที่จากไปไกล ในใจของเฉียวเนี่ยนก็ไม่ได้รู้สึกอะไรมากนัก

ยังไงซะ นางก็ถูกคนที่นางรักมากที่สุดทิ้งไปเมื่อสามปีก่อนแล้ว

นางสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พยายามตะเกียกตะกายลุกขึ้น เดินกระโผลกกระเผลกไปยังทิศทางของจวนโหว

ไม่นานหลังจากนั้น รถม้าคันหนึ่งก็หยุดลงตรงหน้านาง

นิ้วมือที่มีข้อต่อชัดเจนเลิกม่านรถขึ้น ดวงตาทั้งคู่เย็นชาห่างเหิน “แม่นางหลิน?”
Déplier
Chapitre suivant
Télécharger

Dernier chapitre

Plus de chapitres

Notes

10
74%(170)
9
0%(1)
8
2%(4)
7
1%(3)
6
3%(8)
5
0%(1)
4
2%(5)
3
0%(1)
2
5%(11)
1
12%(27)
9.09 / 10.0
231 Notes · 231 commentaires
Écrire une critique

commentairesPlus

Mizuki.
Mizuki.
นางเอกรับจบ สะบักสะบอมมากเรื่องนี้ พ่อแม่ก็จำลูกตัวเองไม่ได้เหตุเกิดจาก หลินเนี่ยนหน้าไม่เหมือนพ่อแม่ ส่วนหลินยวนหน้าเหมือนแม่หลินเนี่ยน สรุปหลินยวนไม่ใช่ลูกแท้ๆ หลินเนี่ยนคือลูกสาวตัวจริงพีคไปอี๊ก หลินยวนคือศีลธรรมมันไปไหนหมดรึว่าไม่มีตั้งแต่แรกกก อินเกินไปหน่อย🥲
2026-07-31 09:03:12
1
0
ket.sa
ket.sa
สรุปหลินยวนตัวปลอมไหมคะ สปอยล์หน่อยค่ะ มันอ่านข้ามตอนไม่ได้ค่ะ รบกวนด้วยนะคะ
2026-07-24 14:57:01
0
1
anneng.ka
anneng.ka
ใครก็ได้ช่วยสปอยดีค่ะ หลินยวนเป็นลูกตระกูลนี้จริงๆหรือเปล่าคะ แล้วนางเอกลูกจริงหรือลูกหลอกคะ พลีสสสสส...
2026-07-18 09:39:04
0
1
You Euro
You Euro
ไม่จบซะที จนขี้เกียจตามแระ สรุปพี่ไป๋ของฉันเป็นพระเอกป่ะ
2026-06-02 17:37:08
1
0
ลาภิศธนา อินทร์ผลสุข
ลาภิศธนา อินทร์ผลสุข
สนุกดี อยากทราบว่าองค์หญิงซูหยวนจะถูกกำจัดหรือไม่ เป็นตัวละครที่น่ารำคาญมากยิ่งกว่าหลินยวนซะอีก
2026-05-30 00:16:30
0
0
1719
บทที่ 1
แคว้นจิ้ง ยี่สิบแปดเดือนสิบสองมันเป็นวันที่อากาศกำลังหนาวเย็นพอดีเฉียวเนี่ยนซักเสื้อผ้าชุดสุดท้ายในตอนเช้าเสร็จ ยังไม่ทันเช็ดมือที่หนาวจนชาให้แห้งก็ได้ยินนางกำนัลอาวุโสจากกรมซักล้างตะโกนเรียกนางว่า “เฉียวเนี่ยน เร็วเข้า จวนโหวมีคนมารับเจ้าแล้ว!”นางยืนอึ้งอยู่ที่เดิมจวนโหว ช่างเป็นคําที่ทั้งคุ้นเคยและไม่คุ้นเคยยิ่งนักนางเคยเป็นคุณหนูผู้สูงศักดิ์ของจวนโหวมาสิบห้าปี แต่เมื่อสามปีก่อนกลับได้รับแจ้งว่าตนเองเป็นตัวปลอมเป็นมามาอาวุโสที่ทําคลอดในตอนนั้นที่เห็นแก่ตัว นำลูกของตัวเองกับคุณหนูของจวนโหวแลกเปลี่ยนกัน และก่อนตายก็ค้นพบมโนธรรมและบอกความจริงออกมาเฉียวเนี่ยนจําได้แม่นว่าวันนั้นที่ท่านโหวสองสามีภรรยาได้รู้จักกับหลินยวนลูกสาวแท้ๆ นั้นตื่นเต้นแค่ไหน พวกเขากอดกันทั้งร้องไห้ทั้งหัวเราะ ส่วนนางยืนมองอยู่ข้างๆ อย่างทําอะไรไม่ถูก ไม่เข้าใจว่าพ่อแม่ที่ตัวเองเรียกมาสิบห้าปี ทําไมจู่ๆ ถึงไม่ใช่พ่อแม่ของตัวเองแล้วอาจเป็นเพราะมองเห็นความผิดหวังของนาง ท่านโหวหลินจึงสัญญากับนางว่า นางยังคงเป็นคุณหนูของจวนโหว และยังให้หลินยวนเรียกนางว่าพี่หญิง แม้แต่ฮูหยินหลินก็ยังบอกว่า พวกเขายังคงรั
Read More
บทที่ 2
เฉียวเนี่ยนชะงักงัน หัวใจที่คิดว่าไม่รู้สึกอะไรอีกแล้วยังคงเต้นผิดจังหวะเพราะเสียงที่คุ้นเคยนั้นนางค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มในรถม้าเป็นแม่ทัพหนุ่มที่ถูกแต่งตั้งผู้นั้น อดีตคู่หมั้นของนาง เซียวเหิงนางแทบจะคุกเข่าลงทันที “บ่าวคารวะแม่ทัพเซียวเจ้าค่ะ”คิ้วของเซียวเหิงขมวดเข้าหากันเล็กน้อย สายตากวาดมองข้อเท้าของนางแวบหนึ่ง เอ่ยถามเสียงเรียบว่า “แม่นางหลินจะกลับจวนเหรอ?”เฉียวเนี่ยนหลุบตามองเข่าทั้งสองข้างของตัวเอง แล้วพยักหน้า “เจ้าค่ะ”สิ้นเสียงก็เงียบไปพักหนึ่งเซียวเหิงรอให้นางพูดต่อเพราะเมื่อก่อน ต่อหน้าเขานางมักมีเรื่องพูดไม่จบตลอดเขาไม่ชอบคนพูดมาก แต่เห็นแก่มิตรภาพของทั้งสองตระกูลจึงไม่ตําหนินางมากเกินไป แต่ก็ไม่เคยปิดบังความเบื่อหน่ายของตัวเองบางครั้งถูกรบกวนจนรําคาญจริงๆ ก็จะหยิบขนมกล่องหนึ่งออกมาอุดปากนาง ทุกครั้งที่ถึงเวลานั้น นางมักจะดีใจเหมือนเด็กๆ แต่ปากที่หนวกหูนั้นอย่างมากก็อุดได้แค่ครึ่งก้านธูปเท่านั้นนึกไม่ถึงว่าไม่ได้เจอกันสามปี นางจะตอบแค่คําสั้นๆ คําเดียวเซียวเหิงลงจากรถม้า ไม่ได้เข้าไปประคองนาง เพียงกล่าวอย่างเย็นชาว่า “ข้าเข้าวังมารายงานพอดี แม่
Read More
บทที่ 3
เรือนเก่าของเฉียวเนี่ยนมีชื่อว่าเรือนลั่วเหมยในเรือนเต็มไปด้วยดอกเหมยต่างๆ ตั้งแต่ต้นฤดูหนาว ดอกเหมยในเรือนดอกเหมยจะบานสะพรั่งอย่างแข่งกัน จนกระทั่งต้นฤดูใบไม้ผลิก็ยังไม่เหี่ยวเฉาดอกเหมยเหล่านั้น ล้วนเป็นท่านโหวหลินส่งคนไปตามหาจากทั่วแคว้นจิ้งด้วยตนเอง เพียงเพราะเฉียวเนี่ยนในวัยเด็กเคยกล่าวไว้ว่า ดอกไม้ที่โปรดปรานที่สุดในชีวิตนี้ก็คือดอกเหมยจวนโหวต้องใช้เงินหลายร้อยตําลึงในการบํารุงรักษาดอกเหมยเหล่านั้นทุกปีแต่หลังจากหลินยวนกลับมาในปีนั้น ก็บอกแค่ว่าดอกเหมยในสวนของพี่หญิงสวยมาก เรือนดอกเหมยนั้นก็กลายเป็นของหลินยวนแล้วเฉียวเนี่ยนในตอนนั้นเต็มไปด้วยความเคียดแค้น ตอนนี้พอนึกขึ้นได้กลับไม่มีอารมณ์ใดๆหลินยวนต่างหากที่เป็นลูกสาวแท้ๆ ของจวนโหว ของในบ้านนี้ก็ดี คนก็ดี ล้วนเป็นของหลินยวนทั้งนั้นและนางก็เป็นเพียงคนนอกที่มาครอบครองก็เท่านั้นสาวใช้ที่นําทางกลับกระตือรือร้น “สาวใช้ที่เคยรับใช้คุณหนูแต่งงานไปแล้ว ฮูหยินให้บ่าวติดตามคุณหนูต่อไป บ่าวชื่อหนิงซวง ต่อไปหากคุณหนูมีเรื่องอะไรก็สั่งบ่าวได้เลย”หนิงซวงมีใบหน้าอ่อนเยาว์ แก้มอวบอิ่ม เฉียวเนี่ยนเห็นนางคุ้นตาจึงถามว่า “เจ้าเป็นค
Read More
บทที่ 4
เมื่อเห็นเจตนาดีของหลินยวนถูกเฉียวเนี่ยนตอกกลับ หลินเย่ว์ก็เก็บความรู้สึกผิดในใจกลับทันที เอ่ยเสียงเย็นชาว่า “เจ้าไม่ต้องมาทําตัวเช่นนี้เลย ร่างกายบาดเจ็บทําไมไม่บอกตั้งแต่แรก! ไม่มีปากเหรอ?ถ้านางพูดก่อนหน้านี้ เขาจะไปโรงหมอหลวงเพื่อขอยามาให้นางอย่างแน่นอน!“เมื่อครู่อยากบอกอยู่ แต่ท่านโหวน้อยไม่ให้โอกาส” เฉียวเนี่ยนพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ในที่สุดก็ดึงมือทั้งสองกลับมาจากมือของฮูหยินหลินดวงตาของหลินเย่ว์มืดหม่นลง นางกลับจวนไปแล้ว ยังไม่ยอมเรียกเขาว่าพี่ใหญ่อีกความโกรธในใจไม่ลดลง เขาตะคอกเสียงต่ำว่า “ข้าก็อยากถามเหมือนกัน ถึงอย่างไรเจ้าก็เป็นคุณหนูสูงศักดิ์ของจวนโหวของข้า ตั้งแต่เด็กก็ฝึกวรยุทธ์กับอาจารย์วรยุทธ์ของจวนนี้ ในกรมซักล้างนั้นมียอดฝีมือคนไหนกันแน่ที่ทําร้ายเจ้าได้ถึงเพียงนี้?”คําพูดเพียงประโยคเดียวทําให้เฉียวเนี่ยนใจหายวาบนางหลุบตาลงดึงแขนเสื้อลง น้ำเสียงอ่อนโยนกลับแฝงไว้ด้วยความหนาวเหน็บที่ทําให้คนตัวสั่นเทิ้ม “ตอนแรกก็เคยต่อต้าน เหมือนที่ท่านโหวน้อยกล่าวไว้ นางบ่าวในวังเหล่านั้นล้วนไม่ใช่คู่ต่อสู้ของข้าจริงๆ แต่พวกนางสู้ข้าไม่ได้ก็จะใช้เล่ห์เหลี่ยมในที่มืด! อย่
Read More
บทที่ 5
เซียวเหิงหลุบตามองกล่องของขวัญที่ใส่สมุนไพรในมือ ไม่ได้พูดอะไรหลินเย่ว์กลับยิ่งกระวนกระวายใจ “วันนี้เจ้าไม่ได้รับหมายเรียก เจตนาไปรับนางที่หน้าประตูวังเหรอ?”เซียวเหิงยังคงไม่พูดอะไรหลินเย่ว์เติบโตมาด้วยกันกับเขา จะไม่รู้ได้อย่างไรว่านี่เป็นการยอมรับโดยปริยายจึงกดเสียงลงต่ำ “เซียวเหิง เจ้าบ้าไปแล้วเหรอ? เมื่อก่อนตอนที่นางติดเจ้า เจ้ากลับไม่สนใจ แต่ตอนนี้เจ้ากลายเป็นคู่หมั้นของยวนเอ๋อร์แล้ว เจ้ากลับสนใจนางขึ้นมาหรือ? ข้าเตือนเจ้านะ ข้ามีแค่น้องสาวสองคนนี้ เจ้าอย่าบังคับให้ข้าเป็นพี่น้องกับเจ้าไม่ได้”ได้ยินดังนั้น เซียวเหิงกลับยิ้มหยัน เงยหน้าขึ้นมองหลินเย่ว์ เต็มไปด้วยการเยาะเย้ย “พี่หลินพูดแบบนี้ กลับทําให้ท่านดูเหมือนกําลังสนใจเนี่ยนเนี่ยนอยู่นะ”แต่เห็นได้ชัดว่าเขาเป็นคนที่ใช้คำพูดทิ่มแทงเนี่ยนเนี่ยนเองแท้ๆเพียงประโยคเดียวก็ทําให้ความโกรธของหลินเย่ว์จุกอยู่ในลําคอเขาจ้องมองเซียวเหิงอย่างเอาเป็นเอาตาย พยายามเค้นสมองคิดแต่พูดออกมาเพียงประโยคเดียวว่า “แล้วเจ้าดีกว่าตรงไหนกัน? อย่าลืมว่าเมื่อสามปีก่อนเจ้าก็อยู่ที่นี่ด้วย นางเกลียดข้าและเกลียดเจ้าเช่นกัน”“ข้ารู้” น้ำเสีย
Read More
บทที่ 6
คืนนั้นเฉียวเนี่ยนนอนไม่หลับจนถึงรุ่งเช้านางก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทําไมอาจเป็นเพราะเตาอุ่นในห้องนั้นร้อนเกินไป ไม่เหมือนกับบ้านไม้ที่มีลมและฝนรั่วและชื้นที่นางนอนมาสามปีหรือผ้าห่มแห้ง คลุมตัวทั้งนุ่มและอบอุ่นถึงอย่างไรทุกอย่างก็สวยงามจนทําให้เฉียวเนี่ยนรู้สึกเหมือนอยู่คนละโลก ไม่เหมือนความจริงเป็นอย่างยิ่งนางคิดว่านางจะอยู่ในกรมซักล้างตลอดชีวิตจนกระทั่งดวงอาทิตย์ที่อบอุ่นขึ้นในวันรุ่งขึ้นส่องเข้ามาในห้อง นางจึงได้เข้าใจว่านางกลับมาแล้วจริงๆฮูหยินหลินได้เตรียมเสื้อผ้าใหม่ให้กับนาง นางน่าจะซื้อมาจากร้านเสื้อผ้าสําเร็จรูป มันยังคงไม่พอดีตัว แต่อย่างน้อยแขนเสื้อของนางก็สามารถปกปิดบาดแผลที่แขนของนางได้ดังนั้นนางจึงไปที่เรือนของฮูหยินเฒ่าตั้งแต่เช้าเวลานี้ฮูหยินเฒ่ากําลังไหว้พระ เฉียวเนี่ยนจึงยืนอยู่นอกประตูอย่างเรียบร้อย ไม่คิดจะรบกวนแต่ราวกับมีความรู้สึกบางอย่าง ทันใดนั้นฮูหยินเฒ่าก็หันหน้ามา จากนั้นดวงตาทั้งคู่ก็แดงก่ำ“กลับมาแล้วเหรอ?”คําพูดแค่ไม่กี่คำ กลับเผยให้เห็นถึงความเศร้าโศกที่ไม่มีที่สิ้นสุดเฉียวเนี่ยนก็อดตาแดงไม่ได้ พอเข้าไปในห้องก็คุกเข่าลง “หลานสาวอกตัญญ
Read More
บทที่ 7
หลินเย่ว์มองเฉียวเนี่ยนอย่างไม่เชื่อสายตา เขาอยากจะตําหนิเฉียวเนี่ยนว่าโกหกโดยไม่รู้ตัว แต่เมื่อเห็นแม่ของเขานั่งอยู่ข้างๆ ก้มหน้าลงและไม่คิดจะพูดอะไร เขาก็ได้คําตอบในใจแล้วแต่จะเป็นไปได้อย่างไร?ท่านพ่อชอบเนี่ยนเนี่ยนมากที่สุดตั้งแต่เด็กนี่นา!จะให้นางเปลี่ยนแซ่ได้ยังไงล่ะ?ความรู้สึกที่หัวใจถูกบางสิ่งฉีกกระชากอย่างรุนแรงจนทําให้หลินเย่ว์หายใจติดขัดอีกครั้งเขาเพียงรู้สึกรําคาญมาก มองคนเต็มห้อง แต่กลับไม่มีสักคนที่ถูกตา จึงสะบัดแขนเสื้อเดินจากไปการจากไปของเขาทําให้เซียวเหิงค่อนข้างอึดอัดเขาก้าวเข้าไปทําความเคารพ “เซียวเหิงคารวะฮูหยินเฒ่าหลินขอรับ”สําหรับเขา ฮูหยินเฒ่าหลินกลับใจดีแม่ทัพหนุ่มที่ถูกแต่งตั้ง มีความกล้าหาญและวางแผน ไม่ว่าเวลาไหนก็สุภาพเรียบร้อย สุภาพเรียบร้อยแบบนี้ จะไม่ถูกใจผู้ใหญ่ได้อย่างไรกัน?ฮูหยินเฒ่ารีบยกมือขึ้นทักทาย “แม่ทัพเซียวรีบนั่งลงเถอะ! เมื่อวานเจ้าเพิ่งส่งสมุนไพรล้ำค่ามากมายมา เป็นข้าเองที่ต้องไปขอบคุณถึงจะถูก”เซียวเหิงนั่งลงตรงข้ามหลินยวน มองฮูหยินเฒ่าด้วยสีหน้าอ่อนโยน “พ่อแม่ของข้ากําลังอยู่ในวัยฉกรรจ์ ไม่จําเป็นต้องใช้ของเหล่านั้น โสมเขา
Read More
บทที่ 8
อีกด้านหนึ่ง เฉียวเนี่ยนประคองฮูหยินเฒ่าเพิ่งกลับห้อง อาการป่วยของฮูหยินเฒ่าก็กำเริบแล้วก็เหมือนกับที่ฮูหยินหลินกล่าวไว้ สุขภาพของฮูหยินเฒ่าไม่ดีเท่าเมื่อก่อนแล้วจริงๆแม้ว่าวันนี้จะตั้งใจควบคุมอารมณ์ของตัวเองแล้ว แต่ก็ยังใช้อารมณ์เกินไป หลังจากนอนลงก็หอบหายใจอย่างหนักดีที่ซูมามาที่ปรนนิบัติฮูหยินเฒ่าคาดการณ์ไว้ก่อนแล้ว จึงเรียกหมอมาเฝ้าอยู่นอกห้องของฮูหยินเฒ่า รอจนฮูหยินเฒ่าล้มตัวลงนอนจึงฝังเข็มและนวดให้ ผ่านไปหนึ่งก้านธูป ฮูหยินเฒ่าถึงค่อยรู้สึกดีขึ้นกระบวนการนี้ไม่ถือว่าน่าหวาดเสียวมากนัก แต่เฉียวเนี่ยนที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็ยังตกใจจนทําอะไรไม่ถูกอยู่ดีเมื่อเห็นสีหน้าตื่นตระหนกของเฉียวเนี่ยน ฮูหยินเฒ่านั่งพิงหัวเตียงและกวักมือเรียกนางจมูกของเฉียวเนี่ยนแดงเล็กน้อย แต่ก็กลัวว่าหากตัวเองมีอารมณ์รุนแรงจะทําให้ฮูหยินเฒ่าล้มป่วยอีก จึงฝืนกลั้นน้ำตาแล้วเดินไปที่ข้างเตียงของฮูหยินเฒ่า“ตกใจหมดเลยสินะ?” ฮูหยินเฒ่ายิ้มอย่างอบอุ่นเฉียวเนี่ยนสูดจมูกฟุดฟิด จับมือของฮูหยินเฒ่าไว้แน่น “ท่านย่ารับปากเนี่ยนเนี่ยนว่าจะมีอายุยืนยาวเป็นร้อยปีนะเจ้าคะ”นางเหลือแต่ท่านย่าแล้วฮูหยินเฒ่ามองเฉีย
Read More
บทที่ 9
เมื่อได้ยินคําถามนี้ น้ำตาในดวงตาของหลินยวนก็ไหลออกมาในที่สุด นางส่ายหัวซ้ำแล้วซ้ำเล่า"ไม่ใช่ ข้าไม่เคยทําร้ายพี่หญิงเลย ตอนนั้นเป็นข้าที่ทําถ้วยแตก เป็นความผิดของข้าเอง แต่คนที่ใส่ร้ายพี่หญิงคือเสี่ยวชุ่ย...”นางพยายามอย่างยิ่งที่จะบอกเฉียวเนี่ยนว่าตัวเองไม่เคยทําร้ายนางแต่ไม่คิดเลยว่า เฉียวเนี่ยนจะพิงอยู่ข้างประตู ถามนางอย่างอ่อนโยนว่า “แล้วทําไมเจ้าไม่บอกเมื่อสามปีก่อนล่ะ?”หลินยวนอึ้งไปชั่วขณะ ไม่ทันได้เข้าใจว่าคําพูดของเฉียวเนี่ยนหมายความว่าอย่างไร?มุมปากของเฉียวเนี่ยนก็โค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มเย้ยหยันอย่างรุนแรง “เจ้าเป็นคนทําถ้วยแตกเอง ประโยคนี้ เมื่อสามปีก่อนต่อหน้าฮองเฮากับองค์หญิง ทําไมเจ้าถึงไม่พูด?”หลินยวนถอยหลังไปก้าวหนึ่งราวกับยืนไม่มั่น “ข้า ข้าไม่กล้า... นั่นเป็นครั้งแรกที่ข้าเข้าวัง เป็นครั้งแรกที่เจอคนสูงศักดิ์มากมายขนาดนั้น ข้า ตอนนั้นข้ากลัวมาก ข้า...”“แล้วตอนนี้เจ้าจะมาพูดอะไรกับข้าอีกล่ะ?” เฉียวเนี่ยนขัดจังหวะคําพูดของหลินยวนอีกครั้งต้องพูดอะไรกันแน่ถึงจะให้นางทําเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นตลอดสามปีที่ผ่านมาหลินยวนร้องไห้สะอึกสะอื้น ก้มหน้าลง ไม่กล้ามองเฉียวเ
Read More
บทที่ 10
เฉียวเนี่ยนไม่ทันแม้แต่จะคลุมเสื้อนอกที่เพิ่งถอดออกก็รีบวิ่งออกไป"เกิดอะไรขึ้น? ใครตะโกนอยู่?”หนิงซวงเองก็เดินตามหลังเฉียวเนี่ยนอย่างร้อนใจพลางส่ายหน้า “บ่าวก็ไม่ทราบเจ้าค่ะ เพิ่งได้ยินเสียงเรียก คุณหนูสวมเสื้อผ้าสักชุดเถิดเจ้าค่ะ ข้างนอกหนาวมาก”แต่เฉียวเนี่ยนไหนเลยจะมีกะจิตกะใจใส่เสื้อผ้าหลินยวนตกน้ำ จะตกที่ไหนได้อีกก็คือสระบัวของเรือนฟางเหอไม่ใช่เหรอ?ตอนนั้นหลินยวนทําถ้วยแตกใบเดียวนางก็ถูกทรมานอยู่ถึงสามปี ถ้าหลินยวนเกิดเรื่องขึ้น ไม่ต้องพูดถึงคนอื่น แค่หลินเย่ว์คนเดียวคงตีนางจนตายแน่เมื่อเฉียวเนี่ยนมาถึง หลินยวนยังคงกระโผลกกระเผลกอยู่ในน้ำผิวน้ำที่กลายเป็นน้ำแข็งได้แตกเป็นรูใหญ่รูหนึ่งแล้วบนสะพานหินมีสาวใช้และเด็กรับใช้จํานวนไม่น้อยกําลังเฝ้าดูอยู่เฉียวเนี่ยนก้าวเท้ายาวๆ วิ่งเข้าไป"พวกเจ้าทุกคนว่ายน้ำไม่เป็นเหรอ? ทําไมไม่ช่วยคน?!”กลับเห็นเด็กรับใช้หลายคนทําหน้าลําบากใจ “พวกบ่าวช่วยได้ก็จริง แต่ถ้าทําลายความบริสุทธิ์ของคุณหนูรองจะทําอย่างไรขอรับ?”“ความบริสุทธิ์ยังสําคัญกว่าชีวิตอีกเหรอ?” เฉียวเนี่ยนถลึงตาใส่เด็กรับใช้ที่กําลังพูดอยู่อย่างดุร้าย แล้วกระโดดลงไปใน
Read More
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status