Share

บทที่ 3

Penulis: นิรนาม
หลายวันต่อมา หลังได้รับการดูแลเอาใจใส่ของทุกคนในครอบครัว กู้เสี่ยวหลิงก็ออกจากโรงพยาบาล

แม่วุ่นวายอยู่กับการเก็บของ พ่อรีบขับรถมารอที่หน้าโรงพยาบาลล่วงหน้าเพราะกลัวว่าลูกสาวจะเดินเยอะเกินไป ส่วนพี่ชายยิ่งแม้แต่รองเท้าก็ยังไม่ยอมให้เธอใส่เอง

ระหว่างทางกลับบ้าน แม่บ่นด้วยความโมโหว่า “กู้เสี่ยวเชี่ยนนี่มันใช้ไม่ได้จริง ๆ จนน้องออกจากโรงพยาบาลแล้วยังไม่มาเยี่ยมสักครั้ง อย่าว่าแต่ขอโทษเลย คอยดูนะกลับถึงบ้านฉันจะจัดการมันยังไง!”

พ่อปรายตามองแม่แวบหนึ่ง “ผมบอกแล้วไง ให้มันอยู่ในบ้านก็มีแต่จะเป็นภัย สักวันต้องเกิดเรื่องแน่”

พอได้ยินคำว่า ‘จัดการ’ ความรู้สึกของฉันก็สับสนปนเปกันไปหมด

ความทรงจำอันยาวนานพรั่งพรูเข้ามาในหัว

ตั้งแต่เด็ก แม่ก็ลำเอียงรักแต่น้อง และให้ฉันยอมน้องทุกอย่าง

เพียงเพราะวันที่น้องคลอด ฉันเผลอทำน้ำหกจนทำให้แม่ลื่นล้มและคลอดก่อนกำหนด

น้องที่ต้องอยู่ในตู้อบ ทำให้ทุกคนในบ้านปวดใจกันไปหมด

พ่อถึงกับตบหน้าฉันฉาดใหญ่จนแก้วหูทะลุ “ตัวซวยจริง ๆ น้องเพิ่งคลอดก็เกือบจะตายเพราะแกแล้ว”

แม่ที่นอนอยู่บนเตียงคนไข้ปรือตาขึ้นมาอย่างอ่อนแรง แววตาเต็มไปด้วยความผิดหวังในตัวฉัน

และตอนประถม เพียงเพราะฉันแย่งตุ๊กตาบาร์บี้กับกู้เสี่ยวหลิง ฉันก็ถูกพ่อตีจนลุกจากเตียงไม่ได้ถึงสามวัน

นั่นเป็นของเล่นที่ฉันชอบที่สุด

ถึงแม้มันจะเป็นแค่ของแถมตอนที่พ่อซื้อของขวัญมาฝากกู้เสี่ยวหลิงหลังจากกลับจากดูงาน แต่มันก็เป็นของสุดรักของฉัน

ทั้งที่กู้เสี่ยวหลิงมีตุ๊กตาผ้าเต็มลังตั้งหลายใบ แต่กลับจงใจมาแย่งกับฉัน

ระหว่างยื้อแย่งกัน จู่ ๆ เธอก็กรีดร้องแล้วร้องไห้โฮ

แม่รีบเข้ามากอดน้องด้วยความเจ็บปวดใจ ร้องไห้ตะคอกใส่ฉันว่า “กู้เสี่ยวเชี่ยน น้องต้องรับกรรมเพราะแกมาตั้งเท่าไหร่ แกยังจะทำอะไรน้องอีก”

“หนูเปล่า...”

ยังไม่ทันที่ฉันจะอธิบาย กู้เสี่ยวหลิงก็รีบบีบน้ำตาออกมาแล้วพูดว่า “แม่คะอย่าโกรธเลย หนูผิดเอง หนูไม่ควรสร้างเรื่องไปแย่งของเล่นกับพี่เลย”

ส่วนพ่อที่รีบกลับมา พอเห็นภาพนี้ก็กระชากตัวฉันไปตีทันที

“เด็กนิสัยเย็นชาอย่างแกน่าจะเอาไปทิ้งซะให้รู้แล้วรู้รอด เก็บไว้ในบ้านก็เป็นภัยเปล่า ๆ”

ฉันร้องไห้อ้อนวอนขอให้พ่อหยุดตี แต่ยิ่งฉันร้อง พ่อก็ยิ่งคิดว่าฉันเสแสร้ง แล้วยิ่งลงมือหนักขึ้นเรื่อย ๆ

แม่กับพี่ชายยิ่งเพียงแค่ยืนมองอย่างเย็นชาอยู่ห่าง ๆ

ราวกับต้องให้ศัตรูอย่างฉันถูกพ่อตีให้ตายคามือถึงจะพอ!

นับตั้งแต่วันนั้น ขอแค่ฉันทำน้องร้องไห้ ก็จะถูกพ่อแม่ด่าทอและทุบตี

นานวันเข้า ฉันก็ไม่กล้าไปแย่งชิงความรักใด ๆ กับน้องอีก ไม่กล้าแก้ตัว และไม่กล้าเข้าใกล้

จนถึงตอนนี้ ที่พวกเขาทิ้งร่างฉันไว้บนเตียงผ่าตัดอันเย็นเฉียบ
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ฉันเจ็บเจียนตาย แต่แม่กลับเลือกเธอ   บทที่ 9

    การได้เห็นคนที่ทำร้ายฉันวิญญาณแตกสลายไม่ได้ไปผุดไปเกิด ก็ถือว่าได้ระบายความแค้นออกไปเปราะหนึ่งแม่ต้องทนทุกข์ทรมานทางจิตใจในฐานะแม่อยู่ในคุกทุกวัน เดี๋ยวร้องไห้ เดี๋ยวหัวเราะ เดี๋ยววิ่งพล่าน เดี๋ยวก็คุ้มคลั่ง บางครั้งก็ทำร้ายผู้คน อาการหนักเข้าถึงขั้นทำร้ายตัวเอง ตำรวจสองสามคนยังดึงไม่อยู่ต่อมาตำรวจจนปัญญาต้องเชิญหมอจากโรงพยาบาลจิตเวชมาตรวจ แม่ถูกวินิจฉัยว่าป่วยทางจิตอันเนื่องมาจากบาดแผลทางใจ จึงถูกส่งตัวไปโรงพยาบาลจิตเวชภายหลังอาการของแม่ก็หนักขึ้นเรื่อย ๆ เจอใครก็บอกว่า “ลูกสาวฉันชื่อกู้เสี่ยวเชี่ยน สอบติดปริญญาโทมหาวิทยาลัยระดับโลก ตอนนี้กำลังเรียนอยู่เมืองนอกนะ”“รอเขากลับมาฉันจะพามาหาพวกเธอ เขาหน้าตาสะสวย ว่านอนสอนง่ายมาตั้งแต่เด็ก”บางครั้งแม่ก็ได้สติกลับมาช่วงสั้น ๆ ทุกครั้งที่เป็นแบบนั้นแม่จะนั่งมองหน้าต่างเงียบ ๆ บนเตียง อาจเป็นเพราะสายใยแม่ลูก ฉันเหมือนจะสัมผัสได้ว่าเวลานั้นแม่กำลังดิ้นรนและทรมานอยู่บนเส้นด้าย เวลาที่ล่วงเลยไปล้วนกลายเป็นความรู้สึกผิดที่กัดกินใจแม่อย่างไม่มีที่สิ้นสุดก่อนที่ฉันจะไปเกิดใหม่ แม่ยังคงนั่งเงียบ ๆ อยู่ริมเตียงเหมือนเดิม เพียงแต่ครั้งนี้แม

  • ฉันเจ็บเจียนตาย แต่แม่กลับเลือกเธอ   บทที่ 8

    พ่อแม่และพี่ชายที่รู้ความจริงต่างมองกู้เสี่ยวหลิงด้วยสายตาไม่อยากจะเชื่อ ทุกคนตกอยู่ในความเงียบงันแม่ที่ตั้งสติได้พุ่งเข้ามา กระชากเสื้อกู้เสี่ยวหลิงไว้แน่น “กู้เสี่ยวหลิง นังฆาตกร ทำไมแกถึงได้อำมหิตขนาดนี้ แม้แต่พี่สาวแท้ ๆ แกยังลงมือได้ลงคอ”แม่ยิ่งพูดยิ่งใส่อารมณ์ เงื้อมือจะตบกู้เสี่ยวหลิง ตำรวจเห็นท่าไม่ดีรีบเข้ามาขวางไว้นี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่ฉันเห็นแม่ลงไม้ลงมือกับเธอกู้เสี่ยวหลิงเห็นว่าเรื่องมาถึงจุดที่แก้ไขไม่ได้แล้ว ก็เงยหน้าหัวเราะร่าหันมามองแม่ แววตาไร้ซึ่งความอบอุ่น “หนูอำมหิตเหรอ ทั้งหมดนี้ไม่ใช่แม่สอนมาหรือไง หนูเป็นฆาตกรเหรอ วันที่ประสบอุบัติเหตุ คนที่เรียกหมอทั้งหมดไปที่ห้องพักฟื้นจนพี่เขาไม่ได้รับการผ่าตัดทันเวลาไม่ใช่แม่เหรอ ถ้าไม่ใช่เพราะแม่ หนูจะฆ่าพี่ได้ราบรื่นขนาดนี้เหรอ”คำพูดของกู้เสี่ยวหลิงเหมือนเข็มแหลมทิ่มแทงหัวใจแม่ ร่างกายเธอแข็งทื่อไปในทันที ราวกับความผิดพลาดในอดีตรัดรึงวิญญาณเธอไว้ ความรู้สึกผิดถาโถมเข้าใส่ ความละอายใจที่มีต่อฉันค่อย ๆ คืบคลานเข้าเกาะกุมหัวใจแม่ขยี้ผมตัวเองอย่างแรง เบิกตากว้าง ส่ายหน้าไปมาอย่างบ้าคลั่ง “ขอโทษนะเสี่ยวเชี่ยน

  • ฉันเจ็บเจียนตาย แต่แม่กลับเลือกเธอ   บทที่ 7

    หลายวันต่อมา ด้วยความรู้สึกผิด แม่จึงจัดงานศพที่ถือว่าพอใช้ได้ให้ฉันนอกจากญาติสนิทมิตรสหายแล้ว ยังมีหมอจากโรงพยาบาลของแม่มาร่วมงานด้วยพยาบาลที่เคยช่วยฉันก็มา เธอถือช่อดอกไม้เดินมาที่หลุมศพฉัน “ขอโทษนะคะ ถ้าตอนนั้นฉันกล้ากว่านี้อีกนิด คุณคงไม่ตาย”ในบรรดาคนเหล่านี้ เธอเป็นคนเดียวที่เคยช่วยฉัน แต่กลับเป็นคนเดียวที่ขอโทษฉัน ในทางกลับกันแม่ของฉันไม่มีความรู้สึกผิดเลยสักนิด ยังบ่นว่าฉันอีก ราวกับทำแบบนี้แล้วจะล้างบาปได้ “เสี่ยวเชี่ยนน่ะ เด็กคนนี้ดื้อมาแต่เด็ก ครั้งนี้ก็เพราะยังผูกใจเจ็บเรื่องในอดีต คิดจะทำร้ายน้องสาว สุดท้ายเลยต้องรับกรรมเอง”ทุกคนรู้ดีว่าแม่ลำเอียงรักน้อง และรู้ดีว่าหลายปีมานี้ฉันต้องเจอเรื่องน้อยเนื้อต่ำใจแค่ไหน แต่ไม่มีใครอยากหาเรื่องใส่ตัว จึงได้แต่แสร้งทำเป็นปลอบใจแม่ท่ามกลางเสียงจอแจ จู่ ๆ เสียงไซเรนรถตำรวจก็ดังขึ้น ตำรวจกลุ่มหนึ่งแหวกฝูงชนเดินตรงมาหาแม่กับน้องสาวแม่ยืนงงอยู่กับที่ “คุณตำรวจ มาหาใครเหรอคะ”ตำรวจที่เป็นหัวหน้าหยิบรูปถ่ายขึ้นมาเทียบ “ขอโทษนะครับ คุณคือคุณหลิวเสี่ยวเฟิ่งใช่ไหมครับ”แม่พยักหน้าอย่างงุนงงตำรวจชูหมายจับขึ้นตรงหน้าแม่ “งั้นเชิญ

  • ฉันเจ็บเจียนตาย แต่แม่กลับเลือกเธอ   บทที่ 6

    สาเหตุที่ฉันดูเหมือนมีสภาพจิตใจปกติดี ก็เป็นเพราะอวัยวะภายในของฉันฉีกขาดจนใกล้จะไม่ไหวแล้ว อะดรีนาลีนในร่างกายจึงพุ่งขึ้นจนถึงขีดสุดถ้าแม่ที่เป็นถึงผู้อำนวยการโรงพยาบาลใส่ใจสักนิดก็คงจะดูออก แต่น่าเสียดายที่แม่มัวแต่ห่วงน้องสาว ตั้งแต่ต้นจนจบจึงไม่เคยปรายตามองฉันเลยสักครั้งพ่อเองก็ยื่นสองมือออกมาหมายจะลูบใบหน้าของฉัน บางทีอาจเป็นเพราะสภาพศพของฉันดูน่าเกลียดเกินไป มือที่ยื่นออกมานั้นจึงชะงักค้างอยู่กลางอากาศเมื่อทราบข่าว กู้เสี่ยวหลิงกับพี่ชายก็รีบตามมาทันทีกู้เสี่ยวหลิงเห็นท่าทางซึมเศร้าของพ่อกับแม่ก็ตระหนักว่าสถานการณ์ไม่สู้ดี ทันทีที่ก้าวเข้ามาก็พุ่งไปคุกเข่าลงข้างเตียงฉัน แล้วตะโกนเสียงดังว่า “พี่คะ ทำไมพี่ถึงโง่แบบนี้ แค่เพราะตอนนั้นหนูแย่งโควตาเรียนต่อของพี่ไป พี่ถึงกับต้องแค้นหนูขนาดนี้เลยเหรอ พี่ถึงกับต้องทำร้ายตัวเองจนตายเพื่อแก้แค้นหนูเลยเหรอ”หลังจากร้องไห้ฟูมฟายยกใหญ่ กู้เสี่ยวหลิงก็แสร้งทำเป็นรู้สึกผิด ทรุดตัวนั่งลงกับพื้น “หนูขอโทษค่ะพี่ เป็นความผิดของหนูเอง ถ้าไม่ใช่เพราะหนู พี่ก็คงไม่เป็นแบบนี้...”พูดจบเธอก็เริ่มตบหน้าตัวเองอย่างแรงพ่อแม่และพี่ชายที่เห็นภาพน

  • ฉันเจ็บเจียนตาย แต่แม่กลับเลือกเธอ   บทที่ 5

    แม่ได้ยินคำพูดเหล่านั้นก็ยืนอึ้งอยู่กับที่ รูม่านตาขยายกว้างเธอนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์รถชนวันนั้นด้วยความไม่เชื่อ พลางขมวดคิ้วแล้วพูดอย่างมั่นใจ “เป็นไปไม่ได้ เธอกับเสี่ยวหลิงนั่งรถคันเดียวกัน เสี่ยวหลิงออกจากโรงพยาบาลแล้ว เธอจะเจ็บหนักขนาดนั้นได้ยังไง”“อย่าคิดว่าฉันดูไม่ออกนะว่าเธอใช้ลูกไม้ตื้น ๆ แบบนี้ เพื่อแค่จะแย่งความรักกับน้อง อยากให้ฉันสนใจใช่ไหมล่ะ”“ฉันขอเตือนพวกเธอสองคนนะว่าอย่ามารวมหัวกันก่อเรื่องไร้สาระไม่จบไม่สิ้น!!! ไม่งั้นอย่าหาว่าฉันไม่เกรงใจ!!!”พยาบาลเห็นว่าไม่ว่าอย่างไรแม่ก็ไม่ยอมเชื่อคำพูดของเธอ จึงถอนหายใจเบา ๆ แล้วพูดอย่างจนใจ “ท่านผอ.คะ ดิฉันไม่ได้โกหกท่านจริง ๆ ถ้าไม่เชื่อท่านลองไปดูที่ห้องดับจิตด้วยตาตัวเองก็จะรู้ค่ะ”แม่เริ่มมีท่าทีตึงเครียด เดินวนไปวนมาในห้องด้วยฝีเท้าที่หนักหน่วงและเร่งรีบ “นังพวกตัวดี รวมหัวกันมาหลอกฉัน ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงซะแล้ว!”ยังไม่ทันที่พยาบาลจะพูดต่อ แม่ก็จิ้มหน้าจอแรง ๆ เพื่อวางสายด้วยความโมโหพ่อคงจะได้ยินเสียงแม่ระเบิดอารมณ์ จึงเปิดประตูห้องเข้ามา “เจ๋อหมิงยังอยู่นะ คุณมาตะโกนโวยวายอะไรในห้อง”แม่กุมมือถือแนบอกไว้แน่น หั

  • ฉันเจ็บเจียนตาย แต่แม่กลับเลือกเธอ   บทที่ 4

    ทันทีที่ก้าวเข้าบ้าน กู้เสี่ยวหลิงก็ทิ้งตัวลงนอนบนโซฟา พอเอ่ยปากบ่นว่าหิว พี่ชายก็รีบวิ่งเข้าครัวอย่างกระตือรือร้น บอกว่าจะโชว์ฝีมือทำอาหารเมนูใหม่ที่เพิ่งเรียนมาให้กู้เสี่ยวหลิงพี่ชายที่มักอ้างตัวว่าเป็นลูกผู้ชายและไม่เคยแตะงานบ้านเลยสักนิด กลับเปิดมือถือดูวิธีทำอาหารเพื่อสุขภาพต่าง ๆ ด้วยความกลัวว่าจะทำให้กู้เสี่ยวหลิงไม่สบายตรงไหนพ่อหยิบเครื่องเกมหรูรุ่นล่าสุดออกมา บอกว่าเป็นของขวัญฉลองที่เธอออกจากโรงพยาบาลและรอดตายมาได้ในครั้งนี้ส่วนแม่ก็จัดการทำความสะอาดห้องของกู้เสี่ยวหลิงทุกซอกทุกมุม ประดับด้วยต้นไม้สมุนไพรบำรุงสุขภาพนานาชนิด บอกว่าการสูดอากาศบริสุทธิ์เยอะ ๆ จะช่วยให้เธอฟื้นตัวได้เร็วขึ้นกู้เสี่ยวหลิงเพียงแค่นอนเล่นเกมอย่างสบายใจอยู่บนโซฟาก็กุมหัวใจของคนทั้งบ้านไว้ได้และสิ่งที่ตามพวกเขากลับมาด้วยก็คือดวงวิญญาณของฉัน สถานที่ที่คุ้นเคยที่สุดสำหรับฉันแห่งนี้ กลับทำให้ฉันรู้สึกหนาวเหน็บอยู่เสมอแบบนี้ทันใดนั้นเสียงกริ่งประตูก็ดังขึ้น ฉันเห็นร่างที่คุ้นตา เขาคือเวินเจ๋อหมิง แฟนหนุ่มของฉันพอเดินเข้ามา เขาก็เป็นห่วงสุขภาพของกู้เสี่ยวหลิงทันที “คุณลุงคุณป้าครับ ผมได้ข่าวว่า

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status