LOGINฉันกับน้องสาวประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์พร้อมกัน หัวใจของฉันฉีกขาด จำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดอย่างเร่งด่วน แต่แม่ที่เป็นถึงผู้อำนวยการโรงพยาบาลกลับเรียกหมอทุกคนไปรวมตัวกันที่ห้องพักฟื้นของน้องสาว เพื่อตรวจร่างกายอย่างละเอียดให้น้องที่ได้รับบาดเจ็บเพียงแค่รอยถลอกเล็กน้อย ฉันอ้อนวอนขอให้แม่ช่วยชีวิต แต่แม่กลับตะคอกใส่ด้วยสีหน้าเต็มไปด้วยความรำคาญ “แกจะเรียกร้องความสนใจช่วยดูเวล่ำเวลาหน่อยได้ไหม รู้หรือเปล่าว่าน้องเกือบจะเจ็บถึงกระดูกอยู่แล้ว!” สุดท้ายฉันก็นอนตายอย่างโดดเดี่ยวในมุมที่ไม่มีใครสังเกตเห็น
View Moreการได้เห็นคนที่ทำร้ายฉันวิญญาณแตกสลายไม่ได้ไปผุดไปเกิด ก็ถือว่าได้ระบายความแค้นออกไปเปราะหนึ่งแม่ต้องทนทุกข์ทรมานทางจิตใจในฐานะแม่อยู่ในคุกทุกวัน เดี๋ยวร้องไห้ เดี๋ยวหัวเราะ เดี๋ยววิ่งพล่าน เดี๋ยวก็คุ้มคลั่ง บางครั้งก็ทำร้ายผู้คน อาการหนักเข้าถึงขั้นทำร้ายตัวเอง ตำรวจสองสามคนยังดึงไม่อยู่ต่อมาตำรวจจนปัญญาต้องเชิญหมอจากโรงพยาบาลจิตเวชมาตรวจ แม่ถูกวินิจฉัยว่าป่วยทางจิตอันเนื่องมาจากบาดแผลทางใจ จึงถูกส่งตัวไปโรงพยาบาลจิตเวชภายหลังอาการของแม่ก็หนักขึ้นเรื่อย ๆ เจอใครก็บอกว่า “ลูกสาวฉันชื่อกู้เสี่ยวเชี่ยน สอบติดปริญญาโทมหาวิทยาลัยระดับโลก ตอนนี้กำลังเรียนอยู่เมืองนอกนะ”“รอเขากลับมาฉันจะพามาหาพวกเธอ เขาหน้าตาสะสวย ว่านอนสอนง่ายมาตั้งแต่เด็ก”บางครั้งแม่ก็ได้สติกลับมาช่วงสั้น ๆ ทุกครั้งที่เป็นแบบนั้นแม่จะนั่งมองหน้าต่างเงียบ ๆ บนเตียง อาจเป็นเพราะสายใยแม่ลูก ฉันเหมือนจะสัมผัสได้ว่าเวลานั้นแม่กำลังดิ้นรนและทรมานอยู่บนเส้นด้าย เวลาที่ล่วงเลยไปล้วนกลายเป็นความรู้สึกผิดที่กัดกินใจแม่อย่างไม่มีที่สิ้นสุดก่อนที่ฉันจะไปเกิดใหม่ แม่ยังคงนั่งเงียบ ๆ อยู่ริมเตียงเหมือนเดิม เพียงแต่ครั้งนี้แม
พ่อแม่และพี่ชายที่รู้ความจริงต่างมองกู้เสี่ยวหลิงด้วยสายตาไม่อยากจะเชื่อ ทุกคนตกอยู่ในความเงียบงันแม่ที่ตั้งสติได้พุ่งเข้ามา กระชากเสื้อกู้เสี่ยวหลิงไว้แน่น “กู้เสี่ยวหลิง นังฆาตกร ทำไมแกถึงได้อำมหิตขนาดนี้ แม้แต่พี่สาวแท้ ๆ แกยังลงมือได้ลงคอ”แม่ยิ่งพูดยิ่งใส่อารมณ์ เงื้อมือจะตบกู้เสี่ยวหลิง ตำรวจเห็นท่าไม่ดีรีบเข้ามาขวางไว้นี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่ฉันเห็นแม่ลงไม้ลงมือกับเธอกู้เสี่ยวหลิงเห็นว่าเรื่องมาถึงจุดที่แก้ไขไม่ได้แล้ว ก็เงยหน้าหัวเราะร่าหันมามองแม่ แววตาไร้ซึ่งความอบอุ่น “หนูอำมหิตเหรอ ทั้งหมดนี้ไม่ใช่แม่สอนมาหรือไง หนูเป็นฆาตกรเหรอ วันที่ประสบอุบัติเหตุ คนที่เรียกหมอทั้งหมดไปที่ห้องพักฟื้นจนพี่เขาไม่ได้รับการผ่าตัดทันเวลาไม่ใช่แม่เหรอ ถ้าไม่ใช่เพราะแม่ หนูจะฆ่าพี่ได้ราบรื่นขนาดนี้เหรอ”คำพูดของกู้เสี่ยวหลิงเหมือนเข็มแหลมทิ่มแทงหัวใจแม่ ร่างกายเธอแข็งทื่อไปในทันที ราวกับความผิดพลาดในอดีตรัดรึงวิญญาณเธอไว้ ความรู้สึกผิดถาโถมเข้าใส่ ความละอายใจที่มีต่อฉันค่อย ๆ คืบคลานเข้าเกาะกุมหัวใจแม่ขยี้ผมตัวเองอย่างแรง เบิกตากว้าง ส่ายหน้าไปมาอย่างบ้าคลั่ง “ขอโทษนะเสี่ยวเชี่ยน
หลายวันต่อมา ด้วยความรู้สึกผิด แม่จึงจัดงานศพที่ถือว่าพอใช้ได้ให้ฉันนอกจากญาติสนิทมิตรสหายแล้ว ยังมีหมอจากโรงพยาบาลของแม่มาร่วมงานด้วยพยาบาลที่เคยช่วยฉันก็มา เธอถือช่อดอกไม้เดินมาที่หลุมศพฉัน “ขอโทษนะคะ ถ้าตอนนั้นฉันกล้ากว่านี้อีกนิด คุณคงไม่ตาย”ในบรรดาคนเหล่านี้ เธอเป็นคนเดียวที่เคยช่วยฉัน แต่กลับเป็นคนเดียวที่ขอโทษฉัน ในทางกลับกันแม่ของฉันไม่มีความรู้สึกผิดเลยสักนิด ยังบ่นว่าฉันอีก ราวกับทำแบบนี้แล้วจะล้างบาปได้ “เสี่ยวเชี่ยนน่ะ เด็กคนนี้ดื้อมาแต่เด็ก ครั้งนี้ก็เพราะยังผูกใจเจ็บเรื่องในอดีต คิดจะทำร้ายน้องสาว สุดท้ายเลยต้องรับกรรมเอง”ทุกคนรู้ดีว่าแม่ลำเอียงรักน้อง และรู้ดีว่าหลายปีมานี้ฉันต้องเจอเรื่องน้อยเนื้อต่ำใจแค่ไหน แต่ไม่มีใครอยากหาเรื่องใส่ตัว จึงได้แต่แสร้งทำเป็นปลอบใจแม่ท่ามกลางเสียงจอแจ จู่ ๆ เสียงไซเรนรถตำรวจก็ดังขึ้น ตำรวจกลุ่มหนึ่งแหวกฝูงชนเดินตรงมาหาแม่กับน้องสาวแม่ยืนงงอยู่กับที่ “คุณตำรวจ มาหาใครเหรอคะ”ตำรวจที่เป็นหัวหน้าหยิบรูปถ่ายขึ้นมาเทียบ “ขอโทษนะครับ คุณคือคุณหลิวเสี่ยวเฟิ่งใช่ไหมครับ”แม่พยักหน้าอย่างงุนงงตำรวจชูหมายจับขึ้นตรงหน้าแม่ “งั้นเชิญ
สาเหตุที่ฉันดูเหมือนมีสภาพจิตใจปกติดี ก็เป็นเพราะอวัยวะภายในของฉันฉีกขาดจนใกล้จะไม่ไหวแล้ว อะดรีนาลีนในร่างกายจึงพุ่งขึ้นจนถึงขีดสุดถ้าแม่ที่เป็นถึงผู้อำนวยการโรงพยาบาลใส่ใจสักนิดก็คงจะดูออก แต่น่าเสียดายที่แม่มัวแต่ห่วงน้องสาว ตั้งแต่ต้นจนจบจึงไม่เคยปรายตามองฉันเลยสักครั้งพ่อเองก็ยื่นสองมือออกมาหมายจะลูบใบหน้าของฉัน บางทีอาจเป็นเพราะสภาพศพของฉันดูน่าเกลียดเกินไป มือที่ยื่นออกมานั้นจึงชะงักค้างอยู่กลางอากาศเมื่อทราบข่าว กู้เสี่ยวหลิงกับพี่ชายก็รีบตามมาทันทีกู้เสี่ยวหลิงเห็นท่าทางซึมเศร้าของพ่อกับแม่ก็ตระหนักว่าสถานการณ์ไม่สู้ดี ทันทีที่ก้าวเข้ามาก็พุ่งไปคุกเข่าลงข้างเตียงฉัน แล้วตะโกนเสียงดังว่า “พี่คะ ทำไมพี่ถึงโง่แบบนี้ แค่เพราะตอนนั้นหนูแย่งโควตาเรียนต่อของพี่ไป พี่ถึงกับต้องแค้นหนูขนาดนี้เลยเหรอ พี่ถึงกับต้องทำร้ายตัวเองจนตายเพื่อแก้แค้นหนูเลยเหรอ”หลังจากร้องไห้ฟูมฟายยกใหญ่ กู้เสี่ยวหลิงก็แสร้งทำเป็นรู้สึกผิด ทรุดตัวนั่งลงกับพื้น “หนูขอโทษค่ะพี่ เป็นความผิดของหนูเอง ถ้าไม่ใช่เพราะหนู พี่ก็คงไม่เป็นแบบนี้...”พูดจบเธอก็เริ่มตบหน้าตัวเองอย่างแรงพ่อแม่และพี่ชายที่เห็นภาพน





