Short
วันที่ฉันตาย แฟนฉันยังไปคั่วกิ๊กอยู่

วันที่ฉันตาย แฟนฉันยังไปคั่วกิ๊กอยู่

By:  ชีวิตล่องลอยดั่งความฝันCompleted
Language: Thai
goodnovel4goodnovel
10Chapters
2.8Kviews
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

ในวันที่ฉันตาย แฟนฉันยังไปคั่วกิ๊กอยู่ เขาเป็นผู้ชายที่ฉันช่วยออกมาจากกลุ่มเศรษฐีนี โดยมีเงื่อนไขว่าให้อยู่เป็นแฟนฉันสามปี ซึ่งเขาตกลง ฉันให้เงินเขาใช้ ช่วยเรื่องการลงทุน ส่งให้เขากลายเป็นคนดัง เขากลับบอกฉันว่าเราเป็นแฟนกันไม่ได้ แต่อีกด้านกลับไปสร้างกระแสจับคู่กับหญิงอื่นไม่เลือก คู่จิ้นของเขาฝากข้อความไว้ให้ฉัน ’ถ้าไม่ใช่หวังไต่เต้า ใครจะมาสนใจหล่อน จืดชืดยังกะอะไรดี’ แต่ทำไมพอฉันตาย เขากลับคลุ้มคลั่งเสียอย่างงั้น

View More

Chapter 1

บทที่ 1

บทที่ 1: ดอกไม้ป่ากับพญาครุฑจำแลง

ณ ในเขตแดนลับตาที่รอยต่อระหว่างสวรรค์และป่าหิมพานต์บรรจบกัน ชัญษร พญาครุฑหนุ่มได้บินลงมาจำแลงกายยังบนโลกมนุษย์.. ชัญษรไม่ใช่พญาครุฑที่ชอบมองแต่ท้องฟ้าสูงเสียดฟ้าเหมือนผู้อื่น เขาชอบความสงบของผืนป่าชั้นนอกมากกว่า ณ ที่นั้นเอง เขาได้พบกับ แสงจันทร์ หญิงสาวชาวบ้านป่าผู้มีรอยยิ้มที่ทำให้ใจของนักรบผู้แข็งแกร่งเต้นผิดจังหวะ

แสงจันทร์ไม่ได้งดงามด้วยเครื่องทองอย่างนางอัปสรบนสวรรค์ แต่ความงามของเธอคือความเรียบง่าย แววตาของเธอเปี่ยมด้วยความอ่อนโยน และกลิ่นกายของเธอก็หอมกรุ่นเหมือนดอกไม้ป่าที่ผลิบานหลังฝนตก

ทุกวัน ชัญษรจะแอบแปลงกายเป็นหนุ่มชาวป่าเพื่อมาเฝ้ามองเธอเก็บสมุนไพร เขาเริ่มจากความสงสัย กลายเป็นความชื่นชม และลงเอยด้วยการ "ตกหลุมรัก" อย่างถอนตัวไม่ขึ้น

ในผืนป่าหิมพานต์ชั้นนอกมักอบอวลไปด้วยความเงียบสงบ แสงจันทร์ หญิงสาวชาวป่าผู้มีใบหน้าอ่อนหวานและรอยยิ้มที่บริสุทธิ์ ใช้เวลาแต่ละวันหมดไปกับการเก็บสมุนไพร เธอไม่เคยรู้เลยว่า ทุกย่างก้าวของเธอนั้นอยู่ในสายตาของ 'ใครบางคน' มาตลอด

ชัญษร พญาครุฑหนุ่มผู้เบื่อหน่ายกับชีวิตบนยอดเขาสูง เขาชื่นชอบการจำแลงกายเป็นชายหนุ่มชาวบ้านธรรมดาเพื่อลงมาเดินป่า วันแรกที่เขาเห็นแสงจันทร์กำลังก้มๆ เงยๆ เก็บดอกไม้ริมลำธาร ความสง่างามของเธอกลับทำให้หัวใจที่แข็งกระด้างของพญาครุฑเต้นระรัวผิดจังหวะ

เขาไม่ได้เข้าไปหาเธอทันที แต่เริ่มจากการปรากฏตัวให้เห็นในระยะไกล คอยแอบช่วยขัดขวางสัตว์ร้ายที่อาจทำอันตรายเธอ หรือแอบนำผลไม้ป่ารสเลิศไปวางไว้บนก้อนหินที่เธอต้องเดินผ่านจนกระทั้งต่อมา เขาก็กล้าที่ออกไปพบเจอหญิงสาวที่เขารัก

วันเวลาผ่านไป ความขี้เล่นในตัวชัญษรก็เริ่มแสดงออกมา เขาเริ่มกล้าเข้าใกล้เธอมากขึ้น

"เจ้ามาทำอะไรในที่เปลี่ยวๆ คนเดียวแบบนี้ทุกวันไม่กลัวเสือหรือ" ชัญษรโผล่ออกมาจากหลังต้นไม้ใหญ่ขณะที่เธอกำลังก้มเก็บรากไม้ แสงจันทร์สะดุ้งสุดตัว ก่อนจะหันมามองชายแปลกหน้าที่มีแววตาคมกริบแต่ทว่าดูใจดี

"ข้าโตที่นี่ จะกลัวอะไร... แล้วเจ้าล่ะ มาแอบดูข้าอยู่นานแล้วนะ" แสงจันทร์ตอกกลับอย่างไม่ยอมแพ้ ทำเอาพญาครุฑหนุ่มหัวเราะร่าด้วยความถูกใจ

ตั้งแต่นั้นมา ชัญษรก็แวะมาหาเธอทุกเย็น เขามักจะหยิบเอาดอกไม้งามที่เขาอุตส่าห์บินไปหามาจากยอดเขาสูงลิบลิ่วมามอบให้เธอเสมอ แกล้งหยอกล้อด้วยการแอบดึงปลายสไบ หรือแกล้งทำเป็นเดินสะดุดให้เธอหัวเราะ

ทุกยามเย็นเมื่อแสงตะวันเริ่มคล้อยต่ำ กลิ่นอายของผืนป่าหิมพานต์ชั้นนอกจะอบอวลไปด้วยความสุขของ แสงจันทร์ หญิงสาวชาวป่าผู้มีผิวพรรณผุดผ่องดุจหยวกกล้วย และในทุกเย็นเช่นกัน... ชายหนุ่มแปลกหน้าผู้มีนัยน์ตาคมกริบแต่ทว่าแฝงความขี้เล่นจะปรากฏตัวขึ้น

เขาคือชัญษร... ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งที่มักจะสวมชุดผ้าฝ้ายดิบๆ แต่ท่วงท่ากลับดูสง่างามราวกับไม่ได้มาจากที่นี่

"เจ้าอีกแล้วนะ!" แสงจันทร์เอ่ยพลางยิ้มเขิน เมื่อเห็นชายหนุ่มกระโดดลงมาจากกิ่งไม้ใหญ่ในมือถือดอกมณฑาทองช่อโตที่หาได้ยากยิ่งนัก

"ดอกไม้สวยๆ ย่อมคู่กับคนที่งามยิ่งกว่า... ข้าอุตส่าห์ปีนไปเก็บมาให้เจ้าจากยอดเขาสูงเชียวนะ แม่คนงาม" ชัญษรยิ้มกว้าง แววตาของเขาที่มักจะดูดุดันเวลาจ้องมองศัตรู กลับอ่อนโยนลงเหลือเพียงความเอ็นดูเมื่อมองสบตาหญิงสาว

เขาไม่เพียงแต่เอาดอกไม้มาให้ แต่เขายังมักจะหยอกเย้าด้วยการแอบดึงผ้าสไบของเธอเบาๆ หรือไม่ก็แกล้งหยอกให้เธอโมโหจนแก้มแดง ก่อนจะแก้คืนด้วยการนั่งดีดใบไม้เป็นท่วงทำนองเพลงเกี้ยวสาวพื้นบ้านที่หวานหูจนคนฟังแทบละลาย

“ยามจันทร์กระจ่างฟ้า... พี่มองเห็นแต่หน้าเจ้าลอยเด่นในใจ

ดอกไม้ป่ากลิ่นหอมหวลชื่นใจ... สู้กลิ่นกายเจ้ามิได้เลยแม้เพียงน้อย

ให้พี่เป็นนกไร้ปีก... ขอยอมสละทุกสิ่งเพียงได้เคียงคู่เจ้า... แสงจันทร์ของพี่”

เสียงทุ้มต่ำของเขาขับขานถ้อยคำเกี้ยวพาราสี แม้จะเป็นทำนองชาวบ้าน แต่ชัญษรใส่ความตั้งใจลงไปในทุกตัวโน้ต แสงจันทร์นั่งฟังอยู่บนแคร่ไม้ไผ่ พลางแกล้งทำเป็นก้มหน้าคุดคู้หลบสายตาที่ร้อนแรงนั้น แต่รอยยิ้มที่มุมปากไม่อาจปิดบังความรู้สึกที่เกิดขึ้นในใจได้เลย

"เจ้าคนปากหวาน... วันหลังไม่ต้องมาร้องเพลงหรอก ข้าจะขัดหูเอา" เธอเอ่ยเสียงอ้อมแอ้ม

ชัญษรหัวเราะร่า ก่อนจะขยับเข้าไปใกล้ "ข้าไม่ได้แค่ปากหวานหรอก... หากเจ้าอยากรู้ว่าใจพี่หวานเพียงใด ให้ลองมาหยิบไปดูสิ"

เขาทำเป็นหยอกเย้า แกล้งขยับมือไปแตะมือเธอเบาๆ ความอบอุ่นที่แผ่ออกมาจากตัวเขานั้นแปลกประหลาด แต่มันทำให้แสงจันทร์รู้สึกปลอดภัย... ปลอดภัยจนเธอลืมไปว่า ชายหนุ่มคนนี้มีความลับบางอย่างที่ซ่อนอยู่ภายใต้รอยยิ้มนั้น

หลังจากที่หัวใจของทั้งสองหลอมรวมเป็นหนึ่ง ชัญษรตัดสินใจปลูกกระท่อมไม้ไผ่หลังเล็กๆ ขึ้นที่ชายป่าหิมพานต์ที่ห่างไกลจากสายตาผู้คน เขาละทิ้งร่างจำแลงที่ดูหรูหรา และยอมใช้ชีวิตแบบชายชาวป่าธรรมดาอย่างเต็มตัว

ภาพชีวิตที่เรียบง่ายกลายเป็นความสุขที่สุดที่พญาครุฑหนุ่มเคยได้รับ... ยามเช้า ชัญษรจะคอยหุงหาอาหารและนำผลไม้หวานฉ่ำจากยอดเขามาวางไว้ให้ ส่วนแสงจันทร์ก็ทำหน้าที่แม่บ้านแม่เรือน ดูแลบ้านเรือนให้สะอาดตาด้วยรอยยิ้ม

"เจ้าไปเก็บของพวกนี้มาจากไหนรึ? ดอกไม้พวกนี้แปลกตา แถมผลไม้นี่ก็หวานหอมกว่าที่ข้าเคยเห็นในป่าแถบนี้เสียอีก" แสงจันทร์ถามพลางวางสำรับอาหารลงบนโต๊ะไม้

ชัญษรหัวเราะในลำคอพลางมองคนรักด้วยสายตาหวานเชื่อม "ข้าก็แค่หาไปเรื่อยตามประสาคนอยากเอาใจเมีย... เจ้าชอบก็พอแล้ว"

เขาไม่เคยบอกความจริงว่าเขาต้องบินขึ้นไปสูงแค่ไหนหรือฝ่าอันตรายอะไรมาบ้างเพื่อของเพียงไม่กี่อย่าง สิ่งเดียวที่เขาสนใจคือการได้นั่งมองเธอทานอาหาร และได้เห็นเธอมีความสุขในชีวิตที่แสนเรียบง่ายนี้

ยามเย็นเมื่อแสงสีทองอาบไล้ไปทั่วกระท่อม ทั้งคู่มักจะนั่งดูพระอาทิตย์ตกดินด้วยกัน แสงจันทร์ชอบเอนศีรษะลงบนตักของเขา ชัญษรจะคอยลูบผมเธอเบาๆ และขับขานเพลงเกี้ยวสาวที่เขามักจะร้องให้เธอฟังเสมอ แววตาของเขาที่เคยมองฟ้ากว้าง บัดนี้กลับมีเพียงแสงจันทร์คนเดียวที่จับจองพื้นที่หัวใจทั้งหมด

"หากวันหนึ่งมีคนมาพรากเราออกจากกัน เจ้าจะทำอย่างไร?" แสงจันทร์ถามขึ้นลอยๆ สายตามองไปที่ท้องฟ้าสีส้ม

ชัญษรชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น "ตราบใดที่ลมหายใจของข้ายังอยู่ ไม่มีอำนาจใดในใต้หล้าที่พรากเจ้าไปจากข้าได้... จำไว้เถิดแสงจันทร์ ไม่ว่าสวรรค์หรือนรกหากขวางทางรักของเรา ข้าก็จะทำลายมันด้วยมือคู่นี้เอง"

แม้คำพูดจะดูดุดัน แต่สัมผัสที่เขามอบให้เธอนั้นกลับอ่อนโยนและนุ่มนวลที่สุด ในห้วงเวลานั้น ทั้งสองไม่รู้เลยว่าคำสาบานนั้นกำลังจะกลายเป็นคำสาปที่เปลี่ยนชีวิตของพวกเขาไปตลอดกาล.....

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
10 Chapters
บทที่ 1
ฉันออกจากโรงพยาบาลมา ในมือถือผลตรวจร่างกายที่หมอให้มาหมอบอกว่าฉันจะอยู่ได้อีกไม่นานเป็นโรคกรรมพันธุ์ประจำตระกูล ไม่มีทางรักษาให้หายขาดได้ฉันหยิบโทรศัพท์ออกมาดู เผื่อมีใครส่งข้อความมา[พระเอกคนดังและสาวน้อยหน้าใสแอบเดินควงกลางดึก]ฉันเลื่อนดูคอมเม้นต์ต่างๆ ที่อยู่ด้านล่าง แฟนคลับบางส่วนสนับสนุนก็จริง แต่ส่วนใหญ่มักเป็นเสียงแอนตี้มากกว่ารอจนคนขับรถมารับแล้ว ฉันเก็บผลตรวจที่อยู่ในมือ ไว้เคลียร์เรื่องราวทางนี้หมดเมื่อไหร่ ฉันจะไปรักษาตัวที่ต่างประเทศฉันส่งข้อความไปหาจี้ชิงหย่วน ถามว่าเขาอยู่ไหน พอมีเวลากลับบ้านสักหน่อยไหมรออยู่ประมาณครึ่งชั่วโมง ยังไม่มีวี่แววจะตอบกลับฉันโทรศัพท์ไปหาเขาหลายสาย ไม่ผิดจากที่คิด เขาติดสายอื่นอยู่ทั้งสิ้นฉันวางมือถือลง พร้อมนวดขมับเบาๆคนขับรถปลอบใจว่าคุณชายชิงหย่วนอาจจะติดงานอยู่ อีกซักครู่คงจะโทรกลับมาฉันฟังแล้วอดสมเพชไม่ได้[ช่างมีงานยุ่งจริงๆ มากกว่าท่านประธานอย่างฉันซะอีก ตั้งนานก็ไม่ยอมรับโทรศัพท์สักสาย]ฉันบอกคนขับรถว่าทีหลังไม่ต้องเรียกเขาว่าคุณชายชิงหย่วนอีก ให้เรียกจี้ชิงหย่วนแทน จะได้รู้สภาพแท้จริงของตัวเองซะบ้างจนฉันกลับถึง
Read more
บทที่ 2
กว่าเขาจะนอนตื่นมาก็เป็นเวลากลางคืนแล้ว ฉันเข้าบริษัทไปรอบหนึ่งและเพิ่งกลับมาฉันถามเขาว่าเรามาคุยกันหน่อยดีไหม เขานั่งลง สื่อความหมายว่าให้ฉันพูดได้[จี้ชิงหย่วน ฉันอยากเปิดเผยเรื่องของเรา ความรักที่หลบๆ ซ่อนๆ ทำให้ฉันรู้สึกเหนื่อยมาก]ท่าทีเขาเหมือนหมาที่โดนเหยียบหาง เต้นผางขึ้นมาทันที[ไม่ได้ งานผมตอนนี้กำลังรุ่ง จะเปิดเผยเรื่องผู้หญิงได้ยังไง ถ้าให้พวกแฟนคลับรู้เข้า สิ่งที่ผมทำมามิเสียเปล่าหรอกหรือ]ฉันไม่เข้าใจ เขาเปิดเผยเรื่องความรักกับฉันไม่ได้ แต่สามารถเป็นคู่จิ้นกับผู้หญิงอื่นได้อย่างโจ่งแจ้ง[อันนั้นเป็นไปตามผลงานที่แสดง แต่คุณไม่เหมือนกัน]เขาปลอบใจฉัน บอกฉันว่าให้รอเขาอีกสองปี หลังจากนั้นแล้วเขาจะเปิดเผยเรื่องของเรา[ตั้งสองปีเชียวหรือ? ฉันคงรอไม่ได้ถึงขนาดนั้น]ท่าทางเขาเหมือนได้ยินเรื่องน่าขำบางอย่าง ถามฉันว่าทำไมถึงรอไม่ได้ ไหนๆ ก็รอมาหนึ่งปีแล้ว ก็แค่รออีกหน่อยเท่านั้นเขายังสาบานกับฉันอีกทำให้ฉันต้องกล้ำกลืนเรื่องที่จะพูดกับเขาไว้ก่อนเขาขลุกอยู่บ้านสองสามวัน จากนั้นก็บอกว่าต้องรีบไปเข้ากองอีก[ถ้าอยากไปเยี่ยมผมที่กองถ่ายก็ได้นะ]หลังจากเขาไปแล้ว ฉันจึงใ
Read more
บทที่ 3
ตอนนั้นพ่อแม่ฉันทยอยจากไปภายในปีเดียว ฉันรับภาระหนักอึ้งจากพวกท่านมา จู่ๆ วันนั้นรู้สึกเครียดจัด เพื่อนรักเลยชวนไปรีแลกซ์บ้าง เราไปเที่ยวบาร์แห่งหนึ่ง ได้เจอจี้ชิงหย่วนซึ่งถูกผู้จัดการส่วนตัวบังคับให้ดื่มเหล้ากับแขกหน้าตาเขาตอนนั้นน่าสงสารมาก ฉันรู้สึกใจอ่อนเลยพาเขาออกไปแต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีเงื่อนไขซะทีเดียว ฉันบอกให้เขามาเป็นแฟนฉันสามปีแรกเริ่มเราต่างทำตามสัญญาเคร่งครัด แต่ยิ่งนานวันก็รู้สึกมีใจให้กัน เขาบอกว่าจะพยายามหาเงินให้มาก แล้วมาแต่งงานกับฉันแต่มาถึงวันนี้ ฉันอดน้ำตาไหลไม่ได้เขากลับไปกองถ่ายอีกครั้ง และคุยเรื่องนี้กับผู้กำกับ ผู้กำกับโทรมาหาฉัน สุดท้ายฉันก็ใจอ่อนยอมตามที่เขาขอจนกว่าซีรี่ย์เรื่องนี้จะปิดกล้อง จี้ชิงหย่วนถึงกลับบ้านมา นั่นก็ผ่านไปห้าเดือนกว่าแล้วเป็นช่วงเวลาที่สุขภาพฉันย่ำแย่เต็มที ฉันส่งต่องานที่ค้างคาให้ผู้บริหารระดับสูงหลายคนในบริษัท และเริ่มรับเด็กใหม่มาฝึกงานในบริษัทมากขึ้นหลังจากปิดกล้อง จี้ชิงหย่วนกลับมาถึงบ้าน เล่าเหตุการณ์ตอนนั้นให้ฉันฟัง พร้อมกับขอโทษฉัน[ขอเวลาอีกหนึ่งปี ผมสัญญา จะเปิดเผยเรื่องของเรา]ฉันส่ายหน้า ปล่อยให้เขาพูดไปมีคนส
Read more
บทที่ 4
งานเปิดตัวสินค้าใหม่ใช้วิธีไลฟ์สดทางออนไลน์ มีสื่อทุกแขนงมาร่วมงานพร้อมหน้าฉันเป็นคนกล่าวเปิดงาน มีการเปิดตัวสินค้าใหม่และผู้สืบทอดกิจการคนใหม่ของเราด้วยเมื่องานจบลงก็ต่อด้วยงานเลี้ยงในเวลากลางคืน ซึ่งทุกปีฉันมักจะออกงานคนเดียวเสมอ แต่ปีนี้ได้พบเด็กหนุ่มหน้าใหม่คนหนึ่งมาด้วย เป็นน้องชายของเพื่อนสนิทฉันเอง เขาบอกว่าอยากเข้าวงการบันเทิง แต่พ่อแม่ไม่เห็นด้วยก็เลยมาลุยด้วยตัวเอง เพื่อนฉันกลัวว่าเขาตัวคนเดียวจะถูกรังแก จึงไหว้วานให้ฉันช่วยดูแลน้องชายหน่อยทันทีที่เขาปรากฏตัว สปอตไลท์ของสื่อทุกแขนงก็ไปอยู่ที่เขาหมดคืนนั้นเขากลายเป็นดาวเด่นของงาน ถึงขั้นมีสื่อบางรายตั้งคำถามว่าเขาเป็นแฟนฉันใช่หรือเปล่า[ไม่ใช่ แต่เป็นน้องชายของเพื่อนรักฉัน บอกให้ช่วยพามาออกงานหน่อย]แต่นักข่าวกลับไม่คิดอย่างนั้น วันรุ่งขึ้นข่าวที่ออกมาจึงมีการแซวเล็กๆ ให้คนคิดไปต่างๆ นานาผ่านไปหลายวัน ฉันพาเขาไปร่วมงานประมูลสินค้า จนได้ของเก่ามาให้เขาหลายชิ้น แถมยังเปิดบริษัทเอ็นเตอร์เทนเมนต์ให้เขาอีกรอจนทุกอย่างเรียบร้อย ร่างกายฉันก็แทบไม่ไหวแล้วจริงๆ จนต้องรีบจองตั๋วเครื่องบินเพื่อไปต่างประเทศคืนวันหนึ่ง
Read more
บทที่ 5
เพื่อนถามฉันว่าได้บอกจี้ชิงหย่วนหรือไม่ ฉันบอกว่าเปล่า เพราะไม่อยากให้เขาเป็นห่วง[เธอเป็นถึงขนาดนี้แล้วยังจะห่วงเขาอีก แต่เขาไม่เคยคิดถึงเธอเลย]ฉันขึ้นเครื่องบินไปแล้ว จึงไม่ได้ยินประโยคสุดท้ายของเพื่อนรักฉันได้ไหว้วานเพื่อนอีกเรื่องหนึ่ง ให้เธอเอาสัญญาระหว่างฉันกับจี้ชิงหย่วนไปหาเขาในเมื่อแต่แรกมาไม่ใช่สิ่งที่เรายินยอมพร้อมใจ การจากกันแบบนี้ก็ถือว่าปลดปล่อยทั้งสองฝ่ายเถอะฉันไปต่างประเทศ หาผู้เชี่ยวชาญในการรักษาโรคร้าย แต่น่าเสียใจที่ว่า เขาไม่อาจรักษาโรคของฉันได้เพื่อนรักส่งข่าวมาว่าเธอไม่ได้ช่วยฉันทำงานเรื่องนั้น ให้ฉันกลับมาแล้วไปทำเอง[แต่ฉันคงทำไม่ได้แล้ว]ฉันปลดล็อคชื่อจี้ชิงหย่วนออกจากการบล็อก หวังว่าก่อนตายจะเหลือความทรงจำบางอย่างให้เขาบ้าง ฉันคิดอย่างเห็นแก่ตัวแต่ฉันก็ไม่อาจส่งข้อความถึงเขาได้ช่างเถอะ[ลาก่อน ชาตินี้ไม่ต้องพบกันอีกแล้ว]
Read more
บทที่ 6
ฉันพยายามจะใช้แรงเฮือกสุดท้าย แต่มือถือก็ยังตกจากมือไปคลับคล้ายคลับคลาได้ยินเสียงคนร้องเรียกหาหมอวิญญาณฉันล่องลอยออกจากร่าง แต่เพราะยังตัดขาดโลกนี้ไม่ได้ ลืมคนบางคนไม่ได้ จึงกลับไปยังบ้านที่เราเคยอยู่ด้วยกัน เบื้องฉันกำลังฉายภาพเรื่องราวที่เกิดขึ้นอยู่ด้านนอกฉันเห็นเพื่อนสนิทพอรู้ข่าวการตายของฉันก็ร้องห่มร้องไห้จวนเจียนจะเป็นลมเห็นจี้ชิงหย่วนถือโทรศัพท์อยู่ในมือ ถามฉันว่าคราวนี้จะมาไม้ไหนอีก[จะใช้วิธีไหนมาผูกมัดผมไว้อีก]เขาลบข้อความที่ฉันส่งไป จากนั้นก็ไปถ่ายหนังต่อเพื่อนสนิทฉันไปที่บ้าน หยิบสัญญาระหว่างฉันกับจี้ชิงหย่วนไปหาเขาที่กองถ่าย[ฉันมาหาจี้ชิงหย่วน]ผู้จัดการส่วนตัวของจี้ชิงหย่วนออกมาพาเพื่อนฉันเข้าไป เห็นเขากำลังต่อบทอยู่เดิมทีเพื่อนฉันคิดจะเข้าไปขัดจังหวะ แต่ไม่รู้ทำไมจู่ๆ ก็หยุดเดิน รอให้เขาถ่ายจบก่อนค่อยเรียกให้มาพบพอเขาเห็นเพื่อนฉันก็รีบถามว่าฉันจะใช้วิธีอะไรไปผูกมัดเขาไว้อีกเพื่อนโยนสัญญาให้เขาดู[เป็นสัญญาที่เซี่ยอวิ้นฝากมาให้เธอ บอกว่าขอยุติสัญญาเพียงเท่านี้]ฉันเห็นจี้ชิงหย่วนตกตะลึง คงไม่คาดคิดว่าฉันจะทำแบบนี้จากนั้นก็หยิบปากกาขึ้นมา รีบลง
Read more
บทที่ 7
จากนั้นเขาไม่ยอมถ่ายหนังต่ออีก รีบกลับมายังบ้านที่เราเคยอยู่ใส่รหัสเหมือนเดิมแต่ปรากฏว่าเปิดประตูไม่ได้ จึงรีบเคาะประตู[พี่อวิ้น เปิดประตูเร็ว ผมรู้ว่าพี่ยังไม่ตาย พวกเขาโกหกผม เปิดประตูเดี๋ยวนี้]ประตูถูกเปิดออก คนที่มาเปิดคือยายแก่คนหนึ่ง[คนที่คุณมาหา เขาย้ายออกนานแล้ว][วันก่อนคุณก็เคยมาหนหนึ่ง แต่ตอนนั้นคุณเมามาก][พ่อหนุ่ม ของที่เสียไปแล้วค่อยมาตามหา มันจะสายเกินไป]ยายแก่ปิดประตูใส่โดยไม่ไว้หน้า เขารู้สึกคล้ายกับอ่อนแรงไปทั้งตัวไม่รู้ว่ากลับถึงบ้านตนเองได้อย่างไรมีคนโทรศัพท์ไปหาเขา ตอนเขาหยิบมือถือขึ้นมาฉันก็เห็น นั่นคือไป๋จื่อ เป็นหล่อนอีกแล้วแต่ครั้งนี้จี้ชิงหย่วยไม่ได้รับสายเหมือนเขาจะนึกอะไรขึ้นมาได้ จึงรีบวิ่งออกไป จนมาถึงบริษัทของฉันเมื่อก่อนเขาเข้าบริษัทบ่อยอยู่แล้ว ยามรักษาความปลอดภัยจึงไม่ได้ขัดขวางเขาวิ่งมาถึงห้องทำงานของประธานบริษัท[เซี่ยอวิ้น ผมรู้ว่าพวกเขาโกหกทั้งนั้น]ประธานคนใหม่ที่กำลังทำงานตกอกตกใจ พร้อมเงยหน้ามองเขาด้วยความสงสัย[ท่านประธานเซี่ยลาออกไปนานแล้ว คุณไม่รู้หรือ?][แล้วเขาอยู่ไหน]ประธานคนใหม่กำลังจะตอบ จู่ๆ ก็มีข่าวเข้ามา
Read more
บทที่ 8
[เขาบอกคุณให้รู้ แต่ทำไมไม่ยอมบอกผม]ผู้จัดการส่วนตัวไม่ยอมตามใจเขา บังคับให้อาบน้ำแต่งตัวใหม่ แล้วพาไปส่งกองถ่ายตามเดิม[คุณต้องถ่ายให้จบ หนังใกล้จะปิดกล้องแล้ว แล้วต่อไปจะทำอะไรฉันจะไม่ยุ่งด้วยอีก]ถึงเขาจะยอมทำงานต่อไป แต่ก็เป็นในลักษณะซังกะตายบริษัทแถลงข่าวการเสียชีวิตของฉัน หลายคนนึกเสียดายแทน เพราะฉันอายุยังน้อย ยังไม่ได้ใช้ชีวิตให้เต็มที่เลยมีคนไปขุดคุ้ยว่าหลายปีนี้ฉันได้ทำงานกุศลไว้มาก พวกเขาก็ยิ่งเสียใจ ในสังคมออนไลน์ถึงขั้นมีกระแสว่ารำลึกถึงฉันมีคนจำได้ว่าก่อนฉันจะตาย มีความสนิทสนมกับน้องชายของเพื่อนสนิทเป็นพิเศษ เหล่าบรรดาแฟนคลับจึงพากันไปปลอบใจเขาว่าอย่าเสียใจมากนัก[ยังมีพวกเราอยู่เป็นเพื่อนคุณนะ]เขาได้แต่ยืนยันอีกครั้งว่าเรามีความสัมพันธ์เป็นเพียงพี่น้อง แต่คนอื่นน่าจะไม่เชื่อแล้วจี้ชิงหย่วนถ่ายคิวในวันนี้จนครบ เปิดดูคลิปต่างๆ เขาทนไม่ไหวแล้ว เพราะคนที่อยู่กับฉันคือเขาต่างหาก[ผมต่างหากเป็นแฟนเซี่ยอวิ้น หลายคนเป็นพยานได้]ผู้จัดการส่วนตัวไม่นึกว่าเขาจะกล้าถึงเพียงนี้ ตอนอนุญาตให้เขาเปิดเผยเขากลับไม่พูด มาตอนนี้กลับมาแฉซะเองจี้ชิงหย่วนถึงขั้นเปิดเผยสัญญาร
Read more
บทที่ 9
หลังจากถูกช่วยจนฟื้นมา ข้างกายเขาแทบไม่มีคนอื่น ที่มาเยี่ยมก็มีแต่ผู้จัดการส่วนตัวเท่านั้นผู้จัดการอยู่กับเขาหลายวัน เพราะกลัวว่าเขาจะคิดสั้นอีก จึงจ้างแม่บ้านมาคนหนึ่ง เพื่อให้ดูแลเขาโดยเฉพาะจี้ชิงหย่วนมองดูมือถือ เห็นข้อความที่ไป๋จื่อส่งมา จู่ๆ เขาเหมือนได้รับยากระตุ้นเข้า ดึงเข็มออกยืนยันจะออกจากโรงพยาบาลให้ได้[เธอจะทำอะไรอีก พ่อคุณทูนหัว สมัยก่อนฉันไม่น่ารับเธอมาดูแลเลย]จี้ชิงหย่วนออกจากโรงพยาบาลก็ตรงไปบ้านไป๋จื่อทันทีผู้จัดการส่วนตัวได้แต่ติดตามไป เพราะกลัวว่าเขาจะทำเรื่องผิดกฎหมายเข้าไป๋จื่อไม่ได้เจอหน้าจี้ชิงหย่วนนานแล้ว ต้องบอกว่าตั้งแต่คราวก่อนที่เข้าโรงพยาบาล เธอก็ไม่ได้ติดต่อกับเขาอีกเพราะจี้ชิงหย่วนไม่สนใจเธออีกเลยตอนนี้เธอถูกทุกคนแอนตี้ กำลังจะหาลู่ทางใหม่ เพื่อทำให้เธอได้แจ้งเกิดอีกครั้งไม่ต้องสงสัยเลยว่าจี้ชิงหย่วนเหมาะจะเป็นสะพานให้เธอไต่เต้าที่สุดเมื่อเห็นจี้ชิงหย่วนมาเยือน เธอจึงเปลี่ยนชุดที่คิดว่าสวยที่สุดและแต่งหน้าให้ดูงดงามด้วย[ชิงหย่วน คุณยอมมาแล้วหรือ]จี้ชิงหย่วยไม่ได้สนใจเธอ มีเพียงขอโทรศัพท์มือถือของเธอมาดูเขาเปิดดูแชทการพูดคุยระหว่าง
Read more
บทที่ 10
จี้ชิงหย่วนถูกพาตัวกลับมาที่บริษัท ผู้จัดการส่วนตัวรีบยกเลิกสัญญากับเขา[ต่อไปนี้คุณจะทำอะไร ฉันจะไม่ยุ่งด้วยอีก คุณดูแลตัวเองไปแล้วกัน]เขากลับมาบ้านฉันอีกครั้ง ฉันเห็นเขาตรงไปยังห้องอาบน้ำ จากนั้นก็ออกแรงขัดผิวตามร่างกายตัวเอง คล้ายกับว่าได้แปดเปื้อนสิ่งสกปรกนับไม่ถ้วนครั้งแล้วครั้งเล่า ฉันมองดูเขาขัดผิวตัวเองจนแทบมีเลือดออก[ทำไมขัดเท่าไหร่ก็ไม่สะอาดเสียที ทำไมถึงได้สกปรกอย่างนี้][ต้องโทษเราคนเดียว ไม่รู้จักรักดี ถูกทอดทิ้งก็สมน้ำหน้าแล้ว]เขาอยู่ในห้องอาบน้ำสามชั่วโมงกว่า เมื่อออกมานั่งลงบนโซฟาไม่ทันไร เขาก็ลุกขึ้นอีก[เราเป็นคนสกปรก ไม่อยากให้โซฟาของพี่อวิ้นแปดเปื้อนด้วย]ที่พูดแบบนี้เพราะเขาคิดว่าเป็นคนทำให้บ้านหลังนี้สกปรกจากนั้นเขาก็ดมตัวเอง รู้สึกว่าตัวเองมีกลิ่นเหม็น แม้เพิ่งอาบน้ำเสร็จก็เข้าไปอาบใหม่อีกครั้งจวบจนออกมาอีกครั้ง พร้อมทั้งตัวมีแต่ละอองน้ำ ซ้ำยังแลดูแดงเถือกไปหมดเขาเจอยานอนหลับของตัวเอง กินไปหลายเม็ดแล้วขึ้นไปนอนบนเตียงซีรี่ย์ที่เขาร่วมแสดงกับไป๋จื่อกำลังจะออนแอร์ นายทุนจึงเชิญพวกเขาไปร่วมโปรโมตแต่จี้ชิงหย่วนไม่มีกะจิตกะใจจะทำงานอีก วันๆ เขาอ
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status