เข้าสู่ระบบ‘เปิดตำหนักลับฉบับวายป่วง’ สำนักข่าวเถียนเถียนรายงานสดจากตำหนักจินหลวน นักข่าวนิรนาม : “มีคนบ่นว่าพระเอกเรื่องนี้ไม่เหมือนพระเอกจริงหรือไม่ขอรับ” สวีจิ้งเฟิ่ง : “ผู้ใดบอกให้นักเขียนผู้นั้นให้บทเด่นกับท่านพ่อมากเกินไปเล่า” สวีจิ้งเฟิ่งแบมืออย่างช่วยไม่ได้ นักเขียน : “C £ C
"หยางหยาง! เจ้าไปไหน..." ไป่ชิงถงยังไม่ทันซักไซ้ไล่เลียง สวีจิ้งเฟิ่งก็ตรงดิ่งเข้าหาภรรยาด้วยความยินดี "ชีชี เจ้าอยู่นี่เอง ข้าตามหาเจ้าเสียทั่ว มากับข้าเร็วเข้า" สวีจิ้งเฟิ่งอุ้มสวีชิงเทียนให้ท่านย่า จูงมือภรรยาออกไปท่ามกลางเสียงโวยวายอย่างไม่รู้ต้นสายปลายเหตุของไป่ชิงถง "หยางหยางเจ้า
"เจ้าชอบแบบนี้เองหรอกหรือ" สวีจิ้งเฟิ่งขยับกายเข้าออกเนิบช้า บดคว้านโพรงรักจนถ้วนทั่วสลับกับตอกตรึงหนักเน้นลึกจนถึงแก่น "เปล่านะ ไม่ใช่อย่างนั้นสักหน่อ...ย อ่ะ" ไป่ชิงถงส่ายหน้าไม่อยากจะยอมรับเลยว่าสวีจิ้งเฟิ่งทำแบบนี้เขายิ่งเสียวซ่านมากกว่าเดิมขึ้นไปอีก "งั้นหรือ แล้วแบบนี้เล่า" สวีจิ
"อย่าว่าลูก! จ้ำม่ำแบบนี้สิดี กอดแล้วนุ่มนิ่มจะตาย แล้วที่ว่าไม่เหมือนเจ้า ไม่เหมือนตรงไหน ดูผมนี่สิ หน้าก็เหมือนกันแทบจะถอดเค้ามาจากเจ้า มีแค่ตาสีมรกตคู่นี้ที่เหมือนข้า" ไป่ชิงถงประท้วง มองสามีตาเขียว ลูกเหมือนสวีจิ้งเฟิ่งขนาดนี้ เขาไม่เห็นจะว่าอะไรเลย แค่ชอบกินเหมือนเขานิดหน่อยทำมาเป็นโวยวาย
ด้วยความเพียรพยายามมุมานะอุตสาหะกกไข่แทนภรรยาของสองพ่อลูกแซ่สวี ในที่สุดไข่ใบน้อยก็เริ่มกะเทาะเปลือกออกมาแล้ว "อีกนิด ลูกทำได้ เจาะเปลือกบนหัวออกก่อนแบบนั้นแหละ" เสียงพ่อลูกแซ่สวีให้กำลังใจลูกน้อยดังขึ้นเป็นระยะ ไม่นานหงส์ทองตัวน้อยกับมังกรเหมันต์ก็โผล่ศีรษะเล็กๆ ออกมา ดวงตาใสแจ๋วสองคู่มองคนน
"ไม่ค่อยดี" สวีเฟยหลงมีสีหน้าวิตกอย่างเห็นได้ชัด "ข้าจะเข้าไปดูหน่อย" "หยางเอ๋อร์..." สวีเฟยหลงห้ามไม่ทัน ร่างสูงของบุตรชายหายเข้าไปในห้องเสียแล้ว "ท่านตาเสร็จหรือยัง ชีชีจะคลอดแล้วเหมือนกันนะ" "รอก่อน ข้าทำคลอดมารดาเจ้าอยู่ อย่ามาวุ่นวาย" หลินไท่หน้าซีด ถ่ายพลังให้หลินเส
“จำได้หรือไม่ว่าต้องพูดอย่างไร” “รู้น่า แค่เอ่ยคำว่า 'ขอโทษ' ง่ายจะตายไป” “ดี ไหนลองพูดดูซิ” “ขอโทษ” “เข้าไปแล้วห้ามก่อเรื่อง เข้าใจหรือไม่” “เข้าใจแล้วน่า ข้าไม่ใช่เด็กแล้วนะ อายุมากกว่าเจ้าด้วย” เฉินซือหยางกับจ้าวลี่หมิงยืนเถียงกันอยู่หน้าห้องบรรทมในตำหนักหยางซิ
“ฝ่าบาททรงเป็นอะไรมากหรือไม่” “โรคทางใจยากรักษา" เฉินซือหยางถอนหายใจอุ้มร่างเล็กขึ้นมานั่งตักกว้าง สูดดมกลิ่นอายหอมหวานของเซียวเฉ่าหรือกลิ่นวานิลลาที่ติดกายจ้าวลี่หมิงคลายความเหนื่อยล้า "ช่วงนี้อาจไม่ได้ไปหาเจ้าบ่อยๆ เป็นเด็กดีและรอข้าอยู่ที่เรือน นอกจากไปสำนักศึกษาแล้วอย่าไปเที่ยวเล่นที่ไหนเ
จ้าวลี่หมิงนอนขลุกอยู่ในห้องจนสายโด่ง พอตื่นขึ้นมาก็พบว่าคนตัวโตที่นอนอยู่เคียงข้างลุกออกไปนานแล้ว จ้าวลี่หมิงเรียกจางกงกงเข้ามาปรนนิบัติ พอได้อาบน้ำล้างหน้าก็รู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่าขึ้นไม่น้อย “ต้าซือทานอาหารเช้าแล้วหรือยัง” “ยังเลยพ่ะย่ะค่ะ เห็นต้าซือบอกว่าจะรอให้พระชายาตื่นก่อนค
“พูดจาอย่างกับคนแก่” “ถึงจะแก่ก็สามีเจ้า โอ๊ย!” “ไหนลองพูดอีกครั้งสิ เมื่อกี้ท่านว่าอะไรนะ ข้าได้ยินไม่ค่อยชัด” จ้าวลี่หมิงเลิกคิ้วมองเฉินซือหยาง ใช้สายตาข่มขู่ราวกับแมวน้อยกำลังกางกรงเล็บข่วนเจ้าของเบาๆ เฉินซือหยางเลยทำทีเป็นหวาดกลัวเพื่อให้คนร่างบางได้ใจไปก่อน “ไม่มีอะไร ข้าไม







