Masuk“ใช่ไง ไหมก็อาบน้ำ พี่แค่พูดไม่หมดว่าพี่จะอาบด้วย” ธีธัชเอ่ยออกมาด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์“คนอะไรเจ้าเล่ห์ เหลี่ยมเยอะจัดจริงๆ” ทอไหมเอ่ยออกมาอย่างไม่ถือสาเท่าใดนัก“ก็เพราะว่าพี่ต้องการทำรักกับไหมที่นี่ไง บอกไปไหมก็ไม่ยอมมาสิ” ในที่สุดโจรก็เปิดเผยแผนร้ายของตนเองออกมา ทอไหมได้แต่ส่ายหน้าด้วยความระอา แต่
ความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นครั้งนี้มันน้อยนิด เมื่อเทียบกับการรุกรานครั้งนั้น เพราะเขาเล้าโลมเธอเป็นอย่างดี ทำให้เธอไม่ได้รู้สึกเจ็บปวดจากการตอกกระแทกของเขา แต่มันเป็นความเสียวซ่านมากกว่า และธีธัชก็ตอกกระแทกอาวุธอันใหญ่โตของเขาเข้าไปจนสุดลำ ทอไหมครางซีดส์ เมื่อเธอสัมผัสได้ว่าอาวุธของเขาตอกฝังเข้าไปยังช่อ
“ตกลงว่าไงครับ จะทำบุญทำทานกับเด็กยากไร้แบบพี่มั้ยครับ” ธีธัชเอ่ยออกมาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความปรารถนา ไม่ว่าวันนี้เธอจะห้ามเขายังไง เธอคิดว่าเขาคงจะไม่ยอมหยุดแน่ๆ“อืม” ทอไหมพยักหน้าด้วยความเขินอาย นั่นทำให้อีกฝ่ายดีใจเป็นอย่างมาก ใบหน้าสันซอกไซร้ที่ซอกคอขาวของหญิงสาว ก่อนที่มือของชายหนุ่มจะค่อยๆ
งานแต่งงานในช่วงเย็นถูกจัดขึ้นที่สวนของรีสอร์ทเช่นเดิม มีซุ้มดอกไม้ที่ถูกจัดขึ้นใหม่ในช่วงเย็นอีกครั้ง และก็มีเวทีที่เพิ่งจะเนรมิตขึ้นหลังจากที่จบงานช่วงเช้า เค้กปอนด์ใหญ่ตั้งอยู่ที่หน้าเวที ตอนนี้เจ้าบ่าวเจ้าสาวกำลังยืนอยู่บนเวที เพื่อรับโอวาทจากท่านประธานในพิธี ซึ่งท่านก็คือผู้ว่าราชการจังหวัดนั่น
เช้าวันต่อมา คุณธีราภรณ์และคุณทอฝันก็ไปพบพระอาจารย์ดำ เพื่อขอฤกษ์แต่งงานให้กับบุตรสาวและบุตรชายของทั้งสองท่าน พระอาจารย์ดำให้ฤกษ์แต่งงานที่เร็วที่สุด นั่นก็คืออีกสามสัปดาห์ต่อจากนี้ แม้ว่าจะเร็วเป็นอย่างมาก แต่ผู้ใหญ่ทั้งสองก็ต้องเอาฤกษ์นี้ เพราะไม่อย่างนั้นก็จะมีฤกษ์ดีอีกทีคือห้าเดือนข้างหน้า ซึ่งธ
“ใจร้ายที่สุด ถ้าใจร้ายแบบนี้ไม่ต้องไปหาหรอกครับฤกษ์แต่งงาน แต่งพรุ่งนี้ยังได้เลย” ธีธัชเถียงมารดาราวกับเด็กชายที่ไม่ได้ซื้อของเล่นที่ถูกใจ“บ๊ะ...ไอ้ลูกคนนี้ ทนมาตั้งนานยังทนได้ เก็บเป็นความลับกันมาตั้งนาน มาตอนนี้จะมาใจร้อน ตลกล่ะ” คุณธีราภรณ์สวนกลับบุตรชายพร้อมทั้งหัวเราะบุตรชายของตนเอง“ไม่อยากเ
หลังจากที่ล้างจานเสร็จ ทอไหมก็ออกมาดูอาการของคนป่วย ที่ตอนนี้มีอาการดีขึ้น จนแทบจะหายเป็นปกติแล้ว แต่ยังไม่ยอมทานข้าวต้มที่ทอไหมเตรียมไว้ไห้ ด้วยเพราะกลัวว่าตนเองจะอาเจียนออกมาอีกครั้ง“พี่ธัช รู้มั้ยว่าไหมกำลังสงสัยว่าพี่เป็นอะไร” ทอไหมเอ่ยออกมาด้วยท่าทางเคร่งเครียด เล่นเอาธีธัชหวั่นใจขึ้นมา ทอไหมส
“พี่ธัช ไปหาหมอเถอะนะ เดี๋ยวไหมพาไปก็ได้” น้ำเสียงของทอไหมไม่ได้เต็มไปด้วยอาการประชดประชันเหมือนเมื่อก่อน แต่ทว่ามันกลับเต็มไปด้วยความเป็นห่วง อย่างที่เจ้าตัวไม่รู้ตัวเลยสักนิด“ไม่เอาหรอก ไม่ไป พี่ไม่ได้เป็นอะไร” คนที่น้ำหูน้ำตาแตกเพราะอาเจียน แต่บอกว่าไม่ได้เป็นอะไร ทำให้ทอไหมส่ายหน้าด้วยความระอา
ระหว่างที่ทอไหมกุลีกุจอทำอาหารอยู่ในครัว ธีธัชก็กดโทรศัพท์บอกมารดาว่าเขามีธุระ เขาไปรับประทานอาหารเย็นด้วยไม่ได้ มารดาก็บ่นเล็กน้อย แต่ก็ยอมปล่อยเขา นี่ถ้ามารดาของเขารู้ว่าธุระของเขาคืออ้อนทอไหมนะ รับรองท่านไม่มีทางทำเสียงแบบนั้นแน่นอน“กินข้าวต้มก่อน ไม่อย่างนั้นไม่ต้องกินตำมะขาม” ทอไหมถือออกมาพร้อ
เพราะไม่ไว้ใจบุตรสาว ทำให้ตอนนี้คุณทอฝันมาพบคุณธีราภรณ์ที่บ้าน แน่นอนว่าหญิงสูงวัยทั้งสองคนถึงกับเข้าไปคุยกันสองคนในห้องทำงานของคุณธีราภรณ์ เพราะไม่อยากแหวกหญ้าให้งูตื่น ถ้าธีรนัยรู้เรื่องนี้ มันอาจจะไม่เป็นความลับอีกต่อไป“คุณพี่ น้องว่ามันยังไงอยู่นะคะลูกเราสองคน” คุณทอฝันเอ่ยออกมาด้วยใบหน้าหมกมุ่







