LOGINสาวร่างอวบที่แอบรักพี่ชายคนสนิทมาตั้งนานแม้จะถูกปฎิเสธก็ตาม วันที่เรียนจบคือวันที่ผิดพลาด คำพูดที่ทำร้ายจิตใจทำให้เธอต้องจากไปพร้อมกับหนี่งชีวิต ห้าปีที่กลับมาเจอกันเขาไม่รู้เลยว่าเด็กน้อยคนนั้นคือลูก
View More“พี่เต รอแก้วด้วย อย่าเดินเร็วสิ แก้วเดินไม่ทัน”
ร่างอวบในชุดนักศึกษาวิ่งตามชายหนุ่มรูปหล่อที่ก้าวเท้ายาวๆ โดยไม่ได้เหลียวมองด้านหลังเลยสักนิด เธอเอาแต่ร้องตะโกนบอกให้เขาเดินช้าๆ เพราะขาป้อมสั้นของเธอก้าวตามไม่ทัน
ใบหน้าคม คิ้วเข้ม จมูกเป็นสันรับกับรูปปากหนา ได้แต่ย่นคิ้วแล้วถอนหายใจออกมา เท้าใหญ่หยุดนิ่งกะทันหันทำเอาแก้วขวัญที่วิ่งตามมาไม่ทันระวังจึงเบรกไม่อยู่ชนเข้ากับแผ่นหลังกว้างเต็มเปา
“โอ๊ย จะหยุด ทำไมไม่บอก”
มืออวบลูบหน้าปอยๆ จมูกโด่งเล็กเชิดขึ้นเล็กน้อย ดวงตาหวานเงยจ้องชายหนุ่มที่เธอวิ่งตามมาด้วยท่าทีไม่พอใจเล็กน้อย
“แล้วจะตามมาทำไม เลิกทำตัวน่ารำคาญได้ไหม”
เตวิชน์แยกเขี้ยวใส่เด็กสาวที่คอยเอาแต่ตามตื๊อเขา แม้จะถูกปฏิเสธหลายครั้ง แต่คนตรงหน้าก็ไม่ได้สนใจเลยแม้แต่น้อย แถมยังตามติดเขาเป็นเงาตามตัวเสียอีก
“ก็แก้วแค่อยากรู้นี่ ว่าพี่เตจะไปไหน ถามก็ไม่ยอมบอก แก้วก็ต้องวิ่งตามมาสิ”
น้ำเสียงแหลมเล็กราวกับนกแก้วถามออกไปโดยไม่ได้สนใจเสียด้วยซ้ำว่าชายตรงหน้าจะพอใจตอบหรือไม่
“พี่กำลังจะไปหาแฟน พอใจหรือยัง” เขาตะคอกน้ำเสียงออกมา
“ฟะ แฟน หมายความว่ายังไงคะ”
ใบหน้าอวบเศร้าลงเล็กน้อย รู้สึกเจ็บจี๊ดขึ้นมาตรงก้อนเนื้อหน้าอกข้างซ้าย สองมือกำเข้าหากันแน่น ผ่อนลมหายใจเบาๆ เพื่อตั้งสติ
ไม่ใช่แค่ครั้งแรกเสียหน่อยที่พี่ชายคนสนิทตรงหน้าจะมีคนรักเข้ามาครอบครองหัวใจ แต่เธอก็ยังคอยเป็นไม้กันหมา ตามเก็บกวาดผู้หญิงหลายคนจนออกไปจากชีวิตของเขา
“ใช่ แฟน และคนนี้พี่ก็จริงจังมาก อย่ามาขวางเพราะเราสองคนกำลังจะหมั้นกัน พ่อกับแม่พี่ก็เห็นด้วย แก้วควรเลิกรักพี่ได้แล้ว เพราะยังไงพี่ก็รักแก้วไม่ลง”
น้ำเสียงเข้มบวกใบหน้าที่จริงจังทำเอาแก้วขวัญถึงกับยืนอึ้งพูดอะไรไม่ออก ‘หมั้นงั้นเหรอ’
เตวิชน์ได้แต่ส่ายหน้าให้กับท่าทางนั้น แล้วก็เดินหันหลังจากไปด้วยความเร่งรีบ คราวนี้แก้วขวัญไม่ได้เดินตามไป
ดวงตากลมที่มีน้ำใส ๆ คลอกลั่นเป็นหยดไหลอาบลงสองแก้ม เธอได้แต่เม้มปากยกมืออวบขึ้นปาดน้ำตาออก
ตอนนี้ความรู้สึกเธอเหมือนกับกำลังจะสูญเสียคนสำคัญคนสุดท้ายในชีวิตไป นับจากวันที่พ่อกับแม่เธอได้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุไปเมื่อตอนที่เธอยังเรียนอยู่มัธยมตอนต้น
เตวิชน์คือคนเดียวที่คอยยืนอยู่ข้างๆ เมื่อเธอไม่เหลือใครแม้แต่ญาติพี่น้อง ที่มารุมทึ้งแย่งสมบัติที่พ่อแม่เธอทิ้งไว้แต่ยังโชคดีที่พวกท่านยังมีเงินสดหลายล้านเหลือทิ้งไว้ให้เธอได้เป็นทุนในการเรียนต่อจนถึงมหาวิทยาลัย
สมองว่างเปล่าจนไม่อยากรับรู้อะไรเลยจนกระทั่งเสียงข้อความจากโทรศัพท์ดังขึ้นเรียกสติของเธอให้กลับมามืออวบล้วงหยิบจากกระเป๋าสะพายหลัง
[อย่าลืมนัดฉลองเรียนจบนะยัยขวัญ คราวนี้ห้ามเบี้ยวนะ เพื่อนๆ ที่คณะมากันครบเลย ขาดแค่แกคนเดียวที่ยังไม่ให้คำตอบ]
แก้วขวัญกลืนน้ำลายเพื่อดันก้อนสะอื้นลงคอครั้งนี้เธอจะไม่ปฏิเสธงานเลี้ยงฉลอง เพราะเธอก็อยากรู้เหมือนกันที่คนเขาบอกว่าถ้าเราเมาจะลืมความเจ็บปวดนั้นมันจริงหรือเปล่า
ภายในร้านอาหารกึ่งผับด้านหน้าถูกแบ่งเป็นโซนสำหรับทานอาหารแต่ด้านหลังถูกปิดอย่างมิดชิดเป็นผับที่มีนักท่องเที่ยวมาสังสรรค์กันมากมาย
เตวิชน์นั่งอยู่ตรงบาร์น้ำพร้อมกับแก้วเหล้าในมือดวงตาคมคอยมองออกไปยังประตูทางเข้าเหมือนรอใครสักคนที่นัดเขาไว้ตั้งแต่ชั่วโมงที่แล้ว แต่ยามนี้เวลาก็ล่วงเลยไปเกือบสองชั่วโมงก็ยังไม่เห็นว่าเจ้าตัวจะโผล่มาเลยสักนิด
นาฬิกาบนข้อมือถูกยกขึ้นมาดูเวลาแล้วเวลาเล่าจนกระทั่งได้ยินกลุ่มคนคุยกันเสียงค่อนข้างดัง ทำให้ชายหนุ่มต้องละสายตาจากข้อมือหันไปมอง
ร่างอวบคุ้นตาที่เขาเพิ่งไล่ให้ไปจากชีวิตเมื่อช่วงเย็นกำลังถือแก้วเหล้ายกขึ้นดื่มราวกับน้ำเปล่าบริเวณโต๊ะที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกล
ชายหนุ่มเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยเพราะไม่เคยเห็นเธอดื่มแอลกอฮอล์มาก่อนตั้งแต่รู้จักกัน
“โอ้โห คุณแก้วขวัญครับ ตั้งแต่เรียนด้วยกันมาเพิ่งจะเห็นว่ากินเหล้าเบียร์เป็นเหมือนกันนะเนี่ย ดูดิ ยกเอา ยกเอา นึกว่ากินน้ำส้มอยู่หรือขอรับ”
พีระเพื่อนชายที่ถือว่าค่อนข้างจะสนิทกับแก้วขวัญเอ่ยแซวแล้วก็ยกแขนขึ้นโอบคอพร้อมกับเอาหน้าซบลงที่หัวไหล่
“มึงสองคนนี้นะ ซบกันอย่างกับผัวเมีย ถ้าไม่รู้ว่าสนิทกันมากพวกกูคิดว่าเป็นแฟนกันแล้ว”
พริมาเพื่อนผู้หญิงหนึ่งในกลุ่มเอ่ยพูดขึ้น ทุกคนต่างเฮโลเห็นด้วย เว้นเพียงแก้วขวัญเท่านั้นที่ยิ้มบางๆ แล้วยกนิ้วชี้ขึ้นจุ๊ที่ปากแล้วแค่นหัวเราะออกมา
“ไอ้คุณพี เป็นแค่เพื่อนโว้ย เพราะฉันรักใครไม่ได้อีกแล้วพวกแกก็รู้”
คราวนี้ใบหน้าแดงก่ำ น้ำตาเริ่มคลอ เพราะฤทธิ์สุราทำให้เธอเริ่มคุมสติไม่อยู่ความลับที่อยู่ภายในใจเริ่มค่อยๆ พรั่งพรูออกมา
“นี่แกยังไม่เลิกตามตื๊อพี่เขาอีกเหรอวะ เขาก็บอกชัดเจนแล้วว่าไม่ได้ชอบแก อย่าบอกนะว่าที่วันนี้ยอมมาเพราะโดนพี่เขาปฏิเสธมาอีกแล้ว”
“นั้นสิ ถึงยอมแดกเหล้าเมาเป็นหมาแบบนี้ ทำไมแกไม่ตัดใจวะแก้ว แกกับพี่เขาต่างกันราวฟ้ากับเหวเลยนะโว๊ย”
เมษญาเพื่อนอีกคนที่นั่งอยู่ไม่ไกลเอ่ยเสริม
สองเดือนผ่านไปเตวิชน์จัดการย้ายตัวเองพร้อมกับเมียและลูกมาอยู่ที่กรุงเทพฯเหมือนเดิมโดยส่งมอบงานให้กับผู้บริหารที่ไว้ใจไปดูแลโรงแรมแทน ส่วนตัวเขาเองก็มาบริหารงานที่บริษัทใหญ่แทนเพราะการทำงานของเขาก็พิสูจน์ให้ผู้ถือหุ้นเห็นแล้วว่าเขาสามารถทำได้“ต้นข้าว ทำไมหนูทำหน้าเหมือนไม่ได้นอนแบบนั้นล่ะลูก”คนเป็นย่าจับสังเกตอาการของหลานที่เอาแต่ยกมือปิดปากหาวไม่หยุดเลยตั้งแต่เดินลงมาร่วมโต๊ะอาหารเช้า“เมื่อคืนหนูไม่ได้นอนค่ะ เพราะหนูกลัว” หนูน้อยทำตาปริบ ๆ“ใครทำอะไรหนูลูก เมื่อคืนพ่อกับแม่ก็นอนอยู่ด้วย หนูกลัวอะไรทำไมไม่บอก”เตวิชน์เอ่ยถามระคนสงสัยว่าลูกสาวเป็นอะไร“เมื่อคืนมีแผ่นดินไหวค่ะ เตียงนอนก็สั่น คุณพ่อไม่รู้สึกเหรอคะ”หนูน้อยหันไปถามคนเป็นพ่อที่เอาแต่ทำหน้าเลิ่กลัก ส่วนคนเป็นแม่ก็สำลักน้ำประโยคใสซื่อที่หนูน้อยถามออกมาสร้างเสียงหัวเราะให้กับคนเป็นอา จนปู่กับย่าต้องเอ่ยปราม“เจ้าเต เรื่องแบบนี้แกไม่ควรทำตอนลูกอยู่นะ”“ผมขอโทษครับแม่ คราวหน้าผมจะระวัง” เขาก้มหน้ายอมรับผิด“คุณพ่อจะคอยระวังแผ่นดินไหวเหรอคะ”ต้นข้าวยังคงไม่คลายความสงสัยหันกลับไปถามคนเป็นพ่ออีกครั้ง“ใช่ครับ ต่อไปนี้พ่อจะระวัง
หลังจากที่เหตุการณ์เลวร้ายผ่านพ้นไปทุกอย่างก็กลับเข้าสู่ภาวะปกติแต่ที่ไม่ปกติเห็นจะมีอยู่แค่อย่างเดียวก็คงจะเป็นเตวิชน์ที่คอยเอาแต่สอดส่องคนเป็นน้องสาวกับเพื่อนรัก“พี่เต ดูอะไรอยู่เหรอคะ แก้วเห็นพี่ยืนดูอยู่ตั้งนานแล้ว”ทันทีที่วางถ้วยกาแฟหอมกรุ่นลงบนโต๊ะหญิงสาวก็เดินไปหยุดยืนอยู่ทางด้านหลังของชายหนุ่มพร้อมกับมองตามสายตาของเขาไป“จะดูอะไรได้ล่ะครับ ก็จับตาดูไอ้ธีร์นะสิ มันจะรุ่มร่ามกับยัยติวหรือเปล่า”“พี่เตจะไปจับตาดูเขาทำไมคะ ถ้าคนรักกันต่อให้เราเอาแม่น้ำมาขวางกั้นยังไงเขาก็หาวิธีข้ามผ่านไปได้อยู่ดี อีกอย่างพี่เองก็ต้องมั่นใจยัยติวสิคะ ทั้งเก่ง ทั้งฉลาด ยังไงก็คุมพี่ธีร์ได้อยู่แล้ว”“ก็จริงอย่างที่แก้วว่า เหมือนกับพี่ตอนนี้ใช่ไหม” เขาหันมาหาพร้อมกับเอื้อมมือป้อม ๆ ขึ้นมากุม“เหมือนกับพี่เต เหมือนยังไงคะ” เธอขมวดคิ้วไม่เข้าใจในสิ่งที่เขาพูด“ก็เหมือนตรงที่น้องแก้วคุมพี่เสียอยู่หมัดเลย ดูสิพี่ไปไหนไม่รอดแล้วเนี่ย”น้ำเสียงออดอ้อนพร้อมกับย่อตัวเอาหัวซบไหล่ราวกับเด็กน้อยทำเอาแก้วขวัญถึงกับหัวเราะออกมา“อย่ามาทำเนียนค่ะ ไปกินกาแฟได้แล้วเดี๋ยวจะเย็นเสียก่อน”เธอใช้มือผลักไปที่หัวเขาเบา ๆ
“หยุดนะ ลิน! ปล่อยต้นข้าว เด็กไม่เกี่ยวอะไรด้วย”น้ำเสียงแข็งกร้าวตะโกนบอกมาตั้งแต่ไกลโดยมีแก้วขวัญเดินตามมาติด ๆ เมื่อเห็นลูกถูกกระชากลากถูแบบนั้นหัวใจเธอแทบแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ “เต คุณตามฉันมาถูกได้ยังไง”“เรื่องนั้นคุณไม่ต้องรู้หรอก ปล่อยลูกผมมาเดี๋ยวนี้”“ไม่ ก็ดีเหมือนกันที่พวกแกมากันพร้อมหน้าจะได้ทรมาน ตอนที่ฉันฆ่ามันต่อหน้าต่อตาพวกแก”มิลินไม่พูดเปล่าแต่เลือกที่จะดึงปืนที่อยู่ในกระเป๋าออกมาจ่อไปที่หัวของเด็กน้อย แก้วขวัญกรีดร้องออกมาแทบขาดใจพร้อมกับทรุดเข่าลงยกมือขึ้นไหว้ขอร้องว่าอย่าทำอะไรลูกเธอเลย“ลิน อย่าทำแบบนี้เลยผมขอร้อง ปล่อยลูกผมไป ถ้าคุณจะทำอะไรให้ทำที่ผม แก้วกับลูกเขาไม่เกี่ยวอะไรด้วย”เห็นสายตาของลูกที่มองมาพร้อมกับเสียงสะอื้นร้องไห้ขอให้พ่อกับแม่ช่วยเธอด้วยแก้วขวัญทนเสียงลูกร้องไม่ไหวเธอลุกขึ้นกระโจนจะเข้าไปหาแต่ก็ช้ากว่ามิลินเธอยิงปืนขู่ไปที่พื้นหนึ่งครั้ง เตวิชน์วิ่งมากอดแก้วขวัญเพื่อเอาตัวเองบังเอาไว้“ท่าทางรักกันมากนี่ แล้วฉันล่ะ ฉันที่แกทำลายทุกอย่างจนไม่มีที่ยืนในสังคม ไปไหนก็มีแต่คนเกลียด....”เธอตวาดออกมาสุดเสียงด้วยความโกรธ เกลียด และน้อยใจในชะตาชีวิตของต
“สวัสดีค่ะ ฉันเป็นน้าของต้นข้าว แม่เขาให้มารับค่ะ”ร่างระหงที่พยายามปิดหน้าปิดตาด้วยหมวกและหน้ากากผ้าเดินเข้ามาบอกครูประจำชั้น“แต่ว่าตอนนี้ไม่ใช่เวลาเลิกเรียนนะคะ”ครูสาวย่นคิ้วด้วยความสงสัยพยายามเพ่งมองใบหน้าเพราะรู้สึกไม่คุ้นเคยและไม่เคยเห็นผู้หญิงคนนี้มาก่อน“พอดีว่าตอนนี้แก้วขวัญประสบอุบัติเหตุค่ะ เราเลยต้องมารับเด็กไปดูใจก่อน เรื่องนี้ด่วนมากจริง ๆ ค่ะ”“ตายจริง ถ้างั้นรอสักครู่นะคะ”ครูสาวทำสีหน้าท่าทางตกใจเล็กน้อยก่อนจะเดินหายไปในห้องเรียน ก็ประจวบเหมาะกับที่ต้นข้าวเดินกลับมาจากเข้าห้องน้ำ“อะไรนะคะ ใครไปรับต้นข้าวนะคะ” เสียงหวานจากปลายสายถามกลับมาด้วยท่าทีร้อนใจ“ดิฉันก็ไม่ทราบค่ะ พอดีเห็นว่ามีผู้หญิงสวย ๆ ปิดหน้าปิดตาครูเองก็มองไม่ออกว่าเป็นใคร เธอบอกว่าคุณแม่เกิดอุบัติเหตุ ก็เลยมารับก่อนกำหนด ครูไม่ค่อยไว้ใจเลยโทรถามดูก่อน”ครูสาวคุยโทรศัพท์ไปด้วยแล้วก็เดินออกมายังหน้าห้องเพื่อที่จะดูหน้าผู้หญิงที่มากล่าวอ้างแต่ทว่าก็ไม่เห็นเธออยู่ตรงนั้นเสียแล้ว แต่พอมองออกนอกอาคารไปยังถนนหน้าโรงเรียนก็เห็นว่าเธอกำลังจูงมือต้นข้าวขึ้นรถไป“ว้าย ตายแล้ว”“เกิดอะไรขึ้นเหรอคะ” แก้วขวัญที่ได้ย