Masuk“อายุเท่าไร”
คำพูดแรกที่ติณพูดกับเด็กสาวที่ถูกพามาให้เขาถึงที่ พอเดือนพราวเชิดเงินหนีไปออสเตรเลีย ทิ้งงานแต่งงานเรียบ ๆ ที่เขาตั้งใจเตรียมไว้ให้เธออย่างไม่ไยดี เดิมที ‘รักร้อย’ มารดาของเดือนพราวและดาวนิลก็ตั้งใจจะทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ แต่พอเจอกับความโกรธและอิทธิพลของติณ รักร้อยก็แก้ปัญหาง่าย ๆ ด้วยการโยนลูกสาวคนเล็กที่เขาไม่เคยเจอมาก่อนให้ถึงเตียง
“สิบแปดค่ะ”
ชายหนุ่มขมวดคิ้ว นึกขัดใจท่าทางตื่น ๆ และน้ำเสียงที่เบาจนจับใจความไม่ได้ เขาต้องถามซ้ำอีกครั้งจึงจะได้ยินว่าเด็กสาวตรงหน้าอายุสิบแปดปีแล้ว โตพอที่เขาจะไม่ต้องไปนอนคุกหากจับเด็กนุ่มนิ่มนี่กดกับเตียงเสียคืนนี้
ติณวางแก้ววิสกี้แล้วพิจารณาเด็กสาวตรงหน้า สวย…แต่เป็นความสวยกันคนละแบบกับเดือนพราวอย่างสิ้นเชิง เดือนพราวเหมือนดอกกุหลาบสีแดงสด สวยฉูดฉาดด้วยหน้าตาและรูปร่างของสาวลูกครึ่ง ในขณะที่อีกคนกลับเหมือนดอกแก้วละมุนละไมราวจะหลุดออกมาจากภาพวาดของนางในวรรณคดี อรชรอ้อนแอ้น อ่อนหวานเหมือนน้ำตาลที่เคี่ยวปานจะหยด ที่สำคัญไม่มีลักษณะลูกครึ่งลูกผสมแบบพี่สาวของเธอเลย
ชายหนุ่มหรี่ตาลง ประเมินบางอย่างอยู่ในใจ ลูกสาวที่ดูอ่อนต่อโลก อ่อนแอจนราวกับจะพ่ายแพ้ให้กับทุกสิ่งทุกอย่าง เหมือนกับว่าดอกไม้ ใบหญ้า ก้อนกรวดเล็ก ๆ ตามรายทางก็สามารถรังแกเด็กสาวคนนี้ให้สะดุดล้มลงไปได้ทุกเมื่อ เด็กแบบนี้พ่อแม่ที่ไหนจะตัดใจผลักไสออกห่างอ้อมอกได้ลงคอ
“ลูกแท้ ๆ ของคุณรักร้อยหรือเปล่า หรือว่าลูกเลี้ยง”
คิดถึงความเจ้าเล่ห์ของสองแม่ลูกคู่นั้น ติณจำเป็นต้องถามให้แน่ชัด แต่เด็กสาวตรงหน้ากลับตัวสั่นสะท้านขึ้นทันทีคล้ายกับโดนจี้ในจุดอ่อนไหวที่สุด ดวงตาแวววาวเหมือนลูกแก้วเล่นไฟในยามนี้ฉาบทับไปด้วยน้ำ ยิ่งเพิ่มความ
น่าสงสารและกระตุ้นให้ผู้ชายทุกคนโดดเข้าไปกางแขนป้องไว้ใต้ปีก…เพียงแต่ไม่ใช่ผู้ชายที่เต็มไปด้วยความโกรธแบบติณในค่ำคืนนี้ แต่กระนั้นชายหนุ่มก็ไม่ได้พาลจนถึงขนาดจะเอาคืนกับเด็กคนหนึ่งโดยไม่รู้ที่มาที่ไป“ลูกแท้ ๆ ค่ะ”
“หือ?” เหมือนจะไม่เชื่อ แต่เด็กคนนี้มีเค้าหน้าของรักร้อยผู้เป็นมารดาอยู่ อาจจะมากกว่าพี่สาวของเธอที่เป็นลูกครึ่งด้วยซ้ำ
“คนละพ่อกับพี่เดือนค่ะ” เด็กสาวบอกเสียงแผ่ว ขยายความให้กับคนที่จับจ้อง ประเมินสินค้าถึงที่มาที่ไป
“เต็มใจหรือเปล่า” พอรู้ว่าเด็กคนนี้เป็นลูกสาวแท้ ๆ ของรักร้อย ไม่ใช่ลูกเลี้ยงที่ถูกแม่เลี้ยงใจร้ายรังแกเพื่อช่วยลูกของตัวเอง ติณกลับบอกไม่ถูกว่าควรจะรู้สึกอย่างไร เขาไม่ต้องรู้สึกผิดเพราะเด็กคนนี้มีส่วนเกี่ยวข้องทางสายเลือดกับผู้หญิงเจ้าเล่ห์ ขี้โกงอย่างเดือนพราวกับรักร้อย อาจจะมีส่วนกินใช้ไปกับเงินที่พี่สาวเธอโกงเขาไป แต่อีกมุมหนึ่งเขากลับเวทนาเด็กคนนี้ขึ้นไปอีก
แม่แท้ ๆ กำลังขายเธอให้กับผู้ชายแปลกหน้า ทดแทนกับความผิดของลูกสาวอีกคน ต้องเป็นลูกที่ถูกชิงชังขนาดไหน ถึงได้ถูกทำเหมือนไร้ค่ากว่าสัตว์เลี้ยงตัวหนึ่ง ติณคิดว่าตนเองเข้าใจความรู้สึกของเด็กสาวคนนี้ดีกว่าใคร ความรู้สึกของลูกที่ไม่เป็นที่รัก
“ถ้ากลัว เธอกลับไปได้ นี่เป็นเรื่องที่แม่กับพี่สาวเธอก่อขึ้น ไม่เกี่ยวกับเด็กอย่างเธอ” น้ำเสียงของชายหนุ่มอ่อนลงโดยไม่รู้ตัว ดาวนิลจับได้ถึงความเบาลงของกระแสอารมณ์ ความกดดันและเย็นเยียบจากตอนต้นเริ่มเปลี่ยนเป็นอบอุ่นขึ้นจนทำให้เด็กสาวรวบรวมความกล้าหาญกึ่งถามกึ่งวิงวอน
“คุณจะไม่เอาเรื่องและปล่อยพวกเราไปหรือคะ”
“ฉันไม่ใจดีขนาดนั้น” เด็กขี้ตื่นเบิกตาขึ้น เปลือกตาสั่นไหวจนขนตางอนหนากระพือเหมือนปีกนก น่ารักจนทำให้คนใจร้อนยอมอธิบายต่ออย่างใจเย็น “ปล่อยได้แค่เธอ แต่ไม่ใช่พี่สาวกับแม่ของเธอนะหนูน้อย เพราะฉะนั้นกลับไปซะตอนที่ยังมีโอกาส”
มุมปากที่ยกขึ้นน้อย ๆ คล้ายจะยิ้ม แต่ไปไม่ถึงดวงตาดำเข้มข้นคู่นั้น ดาวนิลคิดถึงเสือร้ายที่ซุ่มหมอบรอยคอยเหยื่ออันโอชะอย่างอดทน สงบนิ่งแต่ถ้ากระโจนออกมาเมื่อไร ไม่มีทางปล่อยให้สิ่งใดหลุดมือ ผู้ชายตรงหน้ายิ่งกว่าเสือร้ายเสียอีก เขาทำร้ายและเอาคืนครอบครัวเธอได้มากมาย แม่บอกว่านอกจากความร่ำรวย เขายังมีอิทธิพล
“ดาวอยู่กับคุณแทนพี่เดือนได้ไหมคะ”
“แทนกันไม่ได้หรอก กับพี่สาวเธอฉันจะแต่งงานด้วย แต่กับเธออย่างมากก็แค่นางบำเรอ นอนด้วยจนกว่าจะเบื่อแล้วก็ทิ้ง เรียกร้องสถานะไม่ได้ เธอเข้าใจไหม” ติณสงสัยตัวเองเหมือนกันว่าจำเป็นต้องมานั่งอธิบายไป สอนสั่งไปกับเด็กสาวแปลกหน้าที่ถูกส่งขึ้นเตียงแบบนี้ไหม
“ดาว…”
“คิดดี ๆ คนโง่ไม่น่าสงสารหรอกนะ” แต่คนสวยมันทำให้ใจอ่อนยวบได้เหมือนกัน เขาอยากโยนเด็กนี่ขึ้นเตียงแล้วจัดการทำในสิ่งที่ผู้ชายควรทำกับเธอเสียที แต่อีกใจหนึ่งกลับเอาใจช่วยอยู่ลึก ๆ หวังให้เธอรู้จักแข็งข้อกับที่บ้าน ติณหวังให้เธอปฏิเสธแม้กลิ่นหอมของหญิงสาวและแอลกอฮอล์ที่แทรกซึมแผดเผาในเลือด จะปลุกสัญชาตญาณดิบของสัตว์เพศผู้ขึ้นมาแล้วก็ตาม
“ขอเพียงคุณยอมปล่อยแม่กับพี่เดือนไป ดาวยอมได้ทุกอย่าง” ดาวนิลไม่มีทางเลือก ถ้าเธอเดินออกจากห้องนี้ไป ติณอาจจะปล่อยเธอแต่เขาไม่มีวันปล่อยแม่กับพี่สาว รักร้อยไม่มีเงินแล้ว ถ้าติณไม่รับข้อเสนอ มารดาต้องพาเธอไปเร่ขายให้กับผู้ชายคนอื่นเพื่อเอาเงินมาคืนเขาอยู่ดี แล้วมันจะต่างอะไรกัน…
เธอไม่มีสิทธิ์เลือกและปีกอ่อนเกินกว่าจะช่วยเหลือดิ้นรนด้วยหนทางอื่น มากกว่านั้นเธอรักมารดาที่ไม่ได้รักเธอเลย
ชีวิตที่ไม่มีใครรัก แต่ก็รักเป็น…
ดาวนิลคงทนไม่ได้หากมารดาต้องตกระกำลำบากต่อหน้าต่อหน้า บางทีการที่เธอยอมทำขนาดนี้ แม่อาจจะเห็นเธอมีประโยชน์และเห็นเธออยู่ในสายตาขึ้นมาบ้าง อีกอย่างผู้ชายตรงหน้าก็ไม่ได้ผิดอะไรเลย เขาเป็นคนที่อกหัก ถูกพี่สาวเธอทอดทิ้ง เขาน่าสงสาร…
“ให้ดาวอยู่กับคุณนะคะ” หน้าขาวซีดเผือด พยายามยิ้มออกมาจาง ๆ แต่ที่ทำให้หัวใจของติณกระตุกคือแววตาที่หวาดกลัวของเธอมันมองเขาด้วยความสงสาร เห็นใจ คล้ายมีความอบอุ่นที่อยากเจือจานให้กับหัวใจที่ปกคลุมไปด้วยน้ำแข็ง
ก็ดี…แล้วอย่ามาเสียใจทีหลังแล้วกันนะเด็กน้อย อยากแบกรับความโกรธแค้นแทนคนอื่น ก็ขอให้รับให้ไหวก็แล้วกัน
ชายหนุ่มยื่นมือใหญ่ออกมาข้างหน้า ดวงตานิ่งสนิทยากจะคาดเดา ดาวนิลรู้โดยสัญชาตญาณว่าเขาตัดสินใจกระโจนออกมาตะครุบเหยื่อเรียบร้อยแล้วและเขาคงไม่ปรานีต่อไปอีก
“มานี่ซิดาวนิล”
ชายหนุ่มใช้ดาวดวงน้อยดามหัวใจที่เจ็บปวดแทนพระจันทร์ที่เขาเคยปรารถนา ในห้องที่เย็นเฉียบจากเครื่องปรับอากาศ ค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นเร่าร้อน…จวบจนสิ้นเสียงคำรามในคืนไร้แสงจันทร์ เขาเห็นดวงดาวสวยที่สุดเป็นประกายในดวงตาของเธอ…
จากตัวแทนสู่ที่หนึ่งในหัวใจท้องฟ้าภายนอกยังเป็นสีดำอยู่ทั้งที่เป็นเวลาใกล้รุ่งสางแล้ว ติณหยิบรีโมทแอร์มาปรับอุณหภูมิให้สูงขึ้นเล็กน้อยเพราะหญิงสาวซุกตัวลงกับอกของเขาอย่างหาความอบอุ่นติณกระชับร่างภรรยาให้แนบชิด สูดกลิ่นหอมอ่อนหวานอันคุ้นเคยที่ทำให้เขาหลงใหลมิรู้คลาย ผ่านมาจนถึงวันนี้ที่ดาวนิลมีตาหนูตะวันและอีกไม่นานก็จะคลอดลูกสาวให้เขาอีกหนึ่งคน ผู้หญิงคนนี้เป็นความมหัศจรรย์ในชีวิตของเขา ติณย้อนกลับไปนึกถึงวันแรกที่เขาพบดาวนิล ทุกสิ่งทุกอย่างกระจ่างชัดราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน…“อายุเท่าไร”คำพูดแรกที่ติณพูดกับเด็กสาวที่ถูกพามาให้เขาถึงที่ พอเดือนพราวเชิดเงินหนีไปออสเตรเลีย ทิ้งงานแต่งงานเรียบ ๆ ที่เขาตั้งใจเตรียมไว้ให้เธออย่างไม่ไยดี เดิมที ‘รักร้อย’ มารดาของเดือนพราวและดาวนิลก็ตั้งใจจะทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ แต่พอเจอกับความโกรธและอิทธิพลของติณ รักร้อยก็แก้ปัญหาง่าย ๆ ด้วยการโยนลูกสาวคนเล็กที่เขาไม่เคยเจอมาก่อนให้ถึงเตียง“สิบแปดค่ะ”ชายหนุ่มขมวดคิ้ว นึกขัดใจท่าทางตื่น ๆ และน้ำเสียงที่เบาจนจับใจความไม่ได้ เขาต้องถามซ้ำอีกครั้งจึงจะได้ยินว่าเด็กสาวตรงหน้าอายุสิบแปดปีแล้ว โตพอที่เขาจะไม่
ดาวนิลเป็นคนท้องที่สวยมาก ทั้งที่ปกติมักจะมีคนบอกว่าถ้าแม่ผิวพรรณเปล่งปลั่งจะได้ลูกสาว แต่จากการตรวจหมอยืนยันว่าเธอตั้งท้องลูกชาย ติณเห่อหนักถึงขนาดเตรียมหาชื่อมงคลออกมาเป็นหางว่าว ของเล่นต่างก็ขนซื้อจนเต็มห้องเด็กที่จัดไว้รอลูกชายคนนี้ หนักเข้าดาวนิลต้องดุให้เขาเพลา ๆ ลงบ้าง ไม่อย่างนั้นบ้านจะกลายเป็นโชว์รูมของเล่นเอาส่วนคุณย่าต้องตากับคุณป้าตุลยาก็ปรึกษาซินแสประจำตระกูลเรื่องฤกษ์ยาม ตอนแรกติณเหมือนจะไม่สนใจ ลูกชายเขามาเกิดวันไหน เวลาไหน นั่นคือฤกษ์ซูเปอร์มงคล แต่พอถูกผู้เป็นย่าและป้าชักจูงโน้มน้าวบ่อย ๆ รวมถึงหัวใจคนเป็นพ่อที่อยากจะเลือกสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อลูกโดยไม่มีข้อแม้ คนมั่นใจในตนเองอย่างติณก็เขวไปเหมือนกัน ถึงขนาดระดมหาซินแสชื่อดังมาช่วยดูเวลาคลอดให้ดาวนิลได้แต่ส่ายหัวให้กับหลาย ๆ อย่างที่เธอไม่คาดคิดว่าจะได้เห็นจากชายหนุ่มที่แสนจองหองและดื้อรั้น เชื่อแค่ตนเองแบบติณ ถือว่าลูกชายคนนี้ช่วยให้เธอได้เปิดหูเปิดตาจนเห็นอีกด้านของบ้านตระการเกียรติเช่นกัน“ดาวมาดื่มนมหน่อยครับ” ชายหนุ่มเตรียมนมอุ่น ๆ มาให้ภรรยาดื่มก่อนนอนทุกคืน ตั้งแต่อ่านข้อมูลว่าคนท้องจะถูกดึงแคลเซียมไปให้กับลูกเ
เสียงอาเจียนที่ดังขึ้นแทบทุกเช้าเป็นเวลาเกือบเดือนแล้ว ชายหนุ่มร่างสูงที่เคยดูกร้าวแกร่งไปทั้งตัวตามลักษณะของชายวัยฉกรรจ์ที่ดูแลตนเองอย่างดีมาตลอดกลับมีสภาพคอพับคออ่อน นั่งแปะลงไปบนพื้นห้องน้ำ กอดโถชักโครกไว้แน่นเหมือนเป็นของสำคัญดาวนิลตามเข้ามาในห้องน้ำ ค่อย ๆ ลูบแผ่นหลังเปลือยเปล่าของติณจากบนลงล่าง หวังว่ามันจะช่วยบรรเทาอาการอาเจียนอย่างเอาเป็นเอาตายของสามีลงได้บ้าง จากที่ในช่วงแรกตัวเธอเองก็ขำและแอบสมน้ำหน้าที่ชายหนุ่มมีอาการแพ้ท้องแทนเมียแบบที่คนอื่น ๆ บอก ตอนนั้นยังนึกไปว่าติณคงเห่อและตื่นเต้น สักพักอาการแพ้ท้องเหล่านี้ก็คงหายไป ที่ไหนได้ ผ่านมาเป็นเดือนแล้วติณก็ยังไม่ดีขึ้น แถมดูจะยิ่งแย่ลงกว่าเดิมอีกต่างหาก ในขณะที่ตัวเธอเองกลับกินได้นอนหลับ อ้วนท้วนสมบูรณ์จนน่าแปลกใจ“บ้วนปากหน่อยนะคะ คุณติณ” หญิงสาวส่งแก้วน้ำให้ชายหนุ่มกลั้วคอ ใช้ผ้าเย็นที่มีกลิ่นหอมอ่อนเช็ดหน้าที่ซีดเหมือนไก่ต้มของเขา“ดาวจ๋า ผมเวียนหัว ทรมานจังเลยครับที่รัก” ติณย้ายมือจากการกอดโถชักโครกโผเข้ามาสวมกอดหญิงสาวตัวนุ่มนิ่มหอมกรุ่นแทน ซุกหน้ากับซอกคอของดาวนิล ถูไถไปมาเหมือนลูกแมวตัวโตจอมขี้อ้อน ตั้งแต่ภรรยาสาวตั
กลับมาที่วงเหล้าอันครื้นเครงอีกครั้ง คราวนี้สีหน้าสีตาของติณดูผ่อนคลายขึ้นมาก จนถึงขนาดที่ไม่ดุหรือหัวเสียยามที่ปู่เชยรินเหล้าน้ำผึ้งให้หญิงสาวอีกจอกซึ่ง ๆ หน้า“ให้อีกแก้วเดียวนะ จะพากลับไปนอนแล้ว” หญิงสาวหน้าแดง ตาฉ่ำชวนให้มันเขี้ยว ติณมาทรุดนั่งลงข้างตัวคนขี้เมา ไหล่เกยไหล่จนคนอื่นอมยิ้มไปตาม ๆ กันตั้งแต่ติณมาอยู่ที่เกาะหยกคราม เขาสงบจนเงียบขรึม คนงานต่างสัมผัสถึงความเศร้าโศกจนดูอ้างว้าง กระทั้งวันนี้ทุกคนได้เห็นหญิงสาวที่นายน้อยเคยพามาด้วยกันครั้งก่อน ต่างมีความหวังว่าสาวน้อยคนนี้จะทำให้ติณยิ้มออก แม้ว่าตั้งแต่เย็นจนค่ำ เขาจะหน้าบูดบึ้ง ไม่พูดไม่จา“งั้นกลับดีกว่าค่ะ ดาวมึน ๆ แล้วเหมือนกัน” หญิงสาวดื่มไปแค่สองจอกเล็ก ๆ เพราะเธออยากคุยกับเขาให้รู้เรื่องเสียที เห็นหน้าจ๋อยคอตก ดาวนิลเองก็สงสาร“แต่ผมยังอยากดื่มต่ออยู่เลย ติดใจเหล้าน้ำผึ้ง” พินันท์บอกเบา ๆ“มึงอยู่ต่อแล้วกัน เดี๋ยวกูไปส่งดาวนิลแล้วค่อยกลับมา”“เหรอ อ่า ๆ” พินันท์เลิกคิ้ว เหมือนไม่อยากเชื่อ ดูตาแล้วพี่ชายคงไม่มีทางทิ้งเนื้อสาวมานั่งให้ยุงกัด ข้ออ้างที่เอ่ยปากก็เห็นไปถึงลิ้นไก่ ยิ่งมองตามหลังพี่ชายที่โอบเอวบางประคองไป
ติณนั่งมองปู่เชยที่หัวเราะกับดาวนิลและพินันท์โดยไม่ใส่ใจหรือเหลือบแลนายน้อยคนโปรดอย่างเขา อาหารทะเลหลายอย่างที่วางอยู่เริ่มพร่องไปบ้าง แต่ครู่เดียวก็ถูกยกมาเติมราวกับไม่มีวันหมดดาวนิลเหลือบมองชายหนุ่มที่นั่งหน้าบูดบึ้ง ไม่พูดไม่จา แต่ก็ยังยอมมาด้วยกัน หญิงสาวอยากจะหยิกแก้มคนที่ฟอร์มจัดแล้วทุบอีกสักหลายปึก รู้ว่าเขาแอบมองเธออยู่ตลอด พอเธอจับได้ เขาก็สะบัดหน้าหนีไปทางอื่นเหมือนสาวน้อยแสนงอนไม่มีผิด“ปู่เชยขา ดาวอยากดื่มเหล้าน้ำผึ้ง”“ไม่ได้” คราวนี้คนที่ไม่พูดกับใคร ขวางขึ้นทันที“ปู่ขาดาวจะดื่ม คุณพินันท์ก็อยากลองด้วย ใช่ไหมคะ” หญิงสาวหาพวก พอพินันท์พยักหน้า เหล้าน้ำผึ้งโหลใหญ่ก็ยกมาวางทันที“มาครับพี่ติณ มาดื่มด้วยกัน” พินันท์ยกเหล้าจอกแรกให้พี่ชาย แล้วส่งอีกจอกให้หญิงสาว พอกระดกของตนเองลงคอ เหล้าแรงก็ร้อนวาบ รสชาติแบบนี้ ดีกรีแรงไม่กี่จอกก็หัวทิ่มชัวร์“พอแล้วนะ จำครั้งที่แล้วไม่ได้เหรอว่าดื่มเหล้านี่แล้วเป็นยังไง” ติณยึดจอกเหล้าเล็ก ๆ ที่ว่างเปล่าของหญิงสาวไว้ เพราะเธอก็เพิ่งกระดกลงไปในทีเดียว“ก็เมาไงคะ” หญิงสาวลอยหน้าตอบ นัยน์ตาพราว มีหรือว่าเธอจะจำไม่ได้ ยิ่งเห็นหน้าคร้ามดูดซับส
กว่าจะข่มตาหลับลงได้ก็เกือบสว่าง กลิ่นหอมอ่อนๆ ของหญิงสาวปั่นป่วนจนเขาต้องควักบทสวดสารพัดขึ้นมาภาวนาอยู่ในใจ ดังนั้นตอนที่ดวงตาดำขลับงัวเงียลืมตาอีกครั้งก็สายโด่ง พลิกตัวมองที่นอนด้านข้าง เหลือแต่ความว่างเปล่า ดาวนิลคงลุกออกไปนานแล้วเพราะใช้มือลูบคลำ ไม่หลงเหลือไออุ่นจากร่างของเธออยู่ติณรีบผุดลุกขึ้นอาบน้ำแต่งตัว เมื่อคืนมัวแต่ตกตะลึงจนทำตัวไม่ถูก เช้านี้เขาต้องรีบหาคนงานผู้หญิงที่ไว้ใจได้มานอนเป็นเพื่อนหญิงสาว ก่อนที่เลือดกำเดาเขาจะไหลหมดตัว นี่มันเรื่องบ้าบออะไรกัน ไอ้พินันท์ส่งดาวนิลมาทำงานที่นี่ทำไม แขกเหรื่อเขาไม่ได้เปิดให้เข้ามาพัก มีแค่กลุ่มเพื่อนหรือวีไอพีที่ต้องการพักผ่อนซึ่งต้องให้เขาอนุญาตก่อน หรือไอ้พินันท์มันคิดว่าเขาเป็นพระโพธิสัตว์ที่ตัดกิเลส เลิกยุ่งเกี่ยวข้องแวะกับผู้หญิงที่อยู่ในหัวใจได้เด็ดขาดแล้วจริง ๆชายหนุ่มจัดการธุระส่วนตัวและตรงไปที่ตัวรีสอร์ตซึ่งอยู่ไม่ไกล มีพนักงานต้อนรับซึ่งก็เป็นลูกหลานคนงานในเกาะนั่นแหละที่ประจำการอยู่“ดาวนิลล่ะ”“คุณดาวทานอาหารเช้าอยู่ที่ห้องอาหารค่ะ คุณติณจะรับพร้อมกันเลยไหมคะ” ติณพยักหน้ารับ กินเสียพร้อมกัน พนักงานจะได้ไม่ลำบากและมัว







