Share

บทที่ 6

last update Huling Na-update: 2025-11-03 14:13:07

ฝ่ามือร้อนๆ หยาบกระด้างคลึงเคล้นที่บริเวณบั้นเอวเนียนนุ่ม ผิวเนื้อของเด็กสาวให้ความรู้สึกดีเหลือเกิน เหมือนกับเนื้อครีมชั้นดีที่ถูกตีจนขึ้นฟู ได้สัมผัสก็อยากจะยิ่งบีบเคล้นให้แหลกเหลวคาอุ้งมือ ติณสอดมือไล้ขึ้นตามชายโครงขึ้นไปเรื่อย ๆ …

“ดาวต้องไปเรียนเช้านะคะ” น้ำเสียงลนลานของหญิงสาว ปลุกติณให้รู้ว่าเขากำลังอยู่บนรถ แต่ดาวนิลในวันนี้ไม่ได้ดูแตกต่างจากคืนแรกที่เขาเจอ อ่อนแอ ขี้ตื่นเหมือนกระต่ายน้อยสีขาว กระปุกกระปุย…

“อ้อ” หลังจากนั้นก็กลายเป็นเสียงหัวเราะในลำคอ ฝ่ามือสากชะงักไปเพียงครู่ก่อนจะดึงออกจากเสื้อนักศึกษาแล้วย้อนไปรวบตัวแม่กระต่ายน้อยมากอดไว้

 “ตั้งใจเรียน อย่าคิดมากเกินเด็ก”

ชายหนุ่มปล่อย ‘เด็ก’ ออกจากวงแขนด้วยความเสียดายนิด ๆ พร้อมกับเอี้ยวตัวไปประจำที่คนขับ ตบไฟเลี้ยวออกสู่เส้นทางเพื่อมุ่งหน้าสู่มหาวิทยาลัยของดาวนิล แล้วค่อยพารถยุโรปคันหรูไปยังตึกสำนักงานของตนเอง

“อารมณ์ดีนะครับนายวันนี้” เอกสิทธิ์ทักเจ้านายยิ้มยากที่วันนี้อมยิ้มกริ่มเข้ามาทีเดียว

“เออ” คราวนี้หุบยิ้ม เปลี่ยนเป็นหน้าน้ำแข็งอีกครั้ง “คนที่นัดไว้มาหรือยัง”

“มาแล้วครับ รออยู่ในห้องรับรอง” เอกสิทธิ์ยื่นแฟ้มเอกสารให้กับเจ้านายเปิดดูคร่าว ๆ เขาเป็นเลขาให้ติณมาสี่ปี แต่เป็นบอดี้การ์ดเกินสิบปีแล้ว ในสายตาของเอกสิทธิ์ติณเป็นทั้งเจ้านายที่เขาผูกพันยิ่งกว่าญาติสนิท เด็กกำพร้าแบบเขาถ้าไม่ได้รับโอกาสและการศึกษาจากคุณต้องตาผู้เป็นย่าของเจ้านาย ชาตินี้ชีวิตเขาคงล่องลอย เกกมะเหรกเกเรอยู่ในมุมมืดของสังคมมากกว่าจะมายืนใส่สูทผูกไทในบริษัทชั้นนำแห่งนี้

และเพราะเห็นกันมานาน เอกสิทธิ์จึงมีทั้งความชื่นชมและเห็นใจในชีวิตที่ควรจะสมบูรณ์แบบ แต่กลับเต็มไปด้วยบาดแผล คนรวยก็มีปัญหา…บางทีอาจจะซับซ้อนและไร้เหตุผลเสียยิ่งกว่าคนจนอย่างเขา ที่ยื้อแย่งเพียงเพื่อกินอิ่มนอนหลับ

“มาก่อนเวลาเสียด้วย คงหวังเอาไว้มากจริง ๆ”

“แล้วนายจะทำให้ผิดหวังหรือสมหวังล่ะครับ” เลขาหนุ่มอดถามไม่ได้ แม้จะพอรู้คำตอบอยู่ราง ๆ

“มึงคิดว่าไงล่ะ” ไม่รอคำตอบ ชายหนุ่มร่างสูงก็ผลักประตูเข้าไปข้างในทันที

ในห้องรับรองแขกมีชายหนุ่มอายุราวยี่สิบหกยี่สิบเจ็ด หน้าตาสะอาดสะอ้าน เฟอร์นิเจอร์บนร่างกายราคาแพงแบบคนมีเงินและมีรสนิยม ถึงแม้ผ่านไปนานถึงสี่ปีแต่ติณก็ยังจำหนุ่มรุ่นน้องคนนี้ได้ดี

ศรัณย์…

“ไม่เจอกันนานพี่ติณ ยังหล่อเข้มเหมือนเดิมเลย สบายดีนะครับ” ศรัณย์ลุกขึ้นยืน และเป็นฝ่ายก้าวเข้ามาหาเพื่อแสดงความเป็นมิตร เขามาวันนี้เพราะมีจุดประสงค์ ไม่ว่าในอดีตเคยบาดหมางจนอยากจะฆ่ากันให้ตาย แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าผลประโยชน์มหาศาล ศรัณย์ต้องกลบความเกลียดชังไว้ด้วยท่าทีสุภาพ หวังว่าอีกฝ่ายจะมีมารยาทพอที่จะแสดงออกแบบเดียวกัน

“เรื่อย ๆ ตามประสา” ติณตอบยิ้ม ๆ แต่มันไปไม่ถึงดวงตาของเขาสักนิด ชั่วขณะนั้นศรัณย์เริ่มตระหนักว่าสิ่งที่เขาได้รับมอบหมายอาจไม่ง่าย เพราะถ้ามันง่าย โปรเจคนี้ควรจะจบได้หลายปีแล้ว ไม่ต้องรอให้ถึงมือเขาที่เพิ่งกลับเมืองไทยได้ไม่ถึงครึ่งปี

“ผมมาเรื่องที่ดินที่เกาะหยกคราม” ศรัณย์เข้าเรื่อง ติณกับเขาไม่ใช่เพื่อนกัน ภาพจำของศรัณย์ที่มีต่อติณคือวิศวกรรุ่นพี่ขาลุยตอนไปฝึกงาน เก่งแต่ก็ดูเข้าถึงง่าย ใครจะรู้ว่าที่แท้คนที่ใส่เสื้อช้อปกับกางเกงยีนเปื้อนฝุ่นจะกลายมาเป็นเจ้าของอาณาจักรใหญ่โต อยู่ในสังคมเดียวกันกับเขา และเพราะไม่มีใครรู้…ผู้หญิงคนนั้นถึงยอมทิ้งโอกาสที่จะเป็นเจ้าสาวผู้โชคดี มาตกระกำลำบากต่างบ้านต่างเมืองกับเขา

"ครับ ผมยังไม่มีแพลนจะพัฒนาหรือทำโครงการใหม่ ๆ ที่เกาะนั้น หมายถึงโครงการขนาดใหญ่แบบที่คุณจะอยากได้นะ"

"แต่ได้ข่าวว่าพี่ติณเพิ่งทำรีสอร์ตที่นั่น"

"แค่รีสอร์ตเล็ก ๆ ใกล้จะเสร็จแล้ว เอาไว้พักผ่อนในหมู่เพื่อนฝูง" ศรัณย์ยกมุมปากขึ้น เดาไม่ออกว่ายิ้มให้กับการถ่อมตัวหรือโอ้อวดของติณกันแน่

รีสอร์ตเล็ก ๆ น่ะใช่…แต่เกาะส่วนตัวกลางอ่าวไทยที่มีไว้พักผ่อนเล่น ๆ กับหมู่เพื่อน ต้องเศรษฐีมีเงินขนาดไหนถึงจะไม่สนใจต่อยอดพื้นที่ทำเลทอง ถ้าไม่ทำธุรกิจก็ขายต่อซะสิวะ จะเก็บไว้ฝังศพตอนตายหรือไง เพียงแต่สิ่งที่พูดออกไปกลับรอมชอมกว่านั้น

"ทางเราสนใจอยากจะร่วมทุนด้วย บอกตามตรงว่าเฮฟเว่น กรุปชอบทำเลของเกาะหยกครามมากจริง ๆ ฮะ ถึงขนาดที่ว่าถ้าพี่ติณไม่ถนัดธุรกิจโรงแรม แล้วอยากจะขายเกาะนั้นไปทำอย่างอื่น เราก็ยินดีให้ราคาเต็มที่"

เจ้าของเกาะเลิกคิ้วขึ้น นิ้วชี้เรียวยาวที่ถูกตัดเล็บจนสั้นเคาะเป็นจังหวะเหมือนกำลังใช้ความคิด แต่ดวงตาดำสนิทกลับฉายประกายรู้เท่าทัน

"ผมไม่คิดจะขาย"

" ครับ" ศรัณย์เองก็รู้ แต่อยากจะแยบเผื่อฟลุ๊ก

"แต่คุณศรัณย์พูดถูกอยู่อย่าง ผมไม่ถนัดธุรกิจจำพวกโรงแรม

รีสอร์ตเทือกนี้จริง ๆ บางทีถ้ามีพันธมิตรทางธุรกิจที่ดีมาช่วย น่าจะดีกว่า…

หรือเปล่า? "

ดวงตาของศรัณย์วาบขึ้น เป็นครั้งแรกที่ประตูทางธุรกิจกับติณไม่ได้ถูกปิดสนิท สงสัยว่าเขาจะก้าวขาออกจากบ้านตอนฤกษ์งามยามดี การเจรจาที่ดูไร้หนทางดันมีความหวังขึ้นเสียอย่างนั้น ถ้าเขาทำงานนี้สำเร็จ ผลงานครั้งนี้น่าจะเพียงพอให้ส่งขึ้นตำแหน่งผู้บริหารโดยไม่ถูกใครกังขาอีก

"แน่นอนฮะ ถ้าพี่ติณเปิดโอกาส เฮฟเว่น กรุปยินดีร่วมงานกับทางพี่เสมอ" ศรัณย์รีบตะครุบโอกาสที่อีกฝ่ายโยนให้

"เอาเป็นว่าคุณศรัณย์ลองกลับไปทำข้อเสนอที่น่าสนใจมาให้ผมก่อนดีกว่า เริ่มจากรีสอร์ตเล็ก ๆ ของผมก็ได้ ถือว่าดูใจกัน แล้วค่อยมาคุยงานใหญ่กันอีกที เราน่าจะได้เจอกันอีกแน่"

"ขอบคุณมากครับพี่ติณ" ศรัณย์รับคำอย่างเลื่อนลอยเพราะคาดไม่ถึงว่าเหตุใดเทพเจ้าแห่งโชคจะเข้าข้างกันขนาดนี้

ติณเองยกยิ้มมุมปาก มองศรัณย์ที่เดินกลับไปด้วยความหวังเต็มเปี่ยม นิ้วสากกระด้างเคาะโต๊ะเป็นจังหวะช้าแต่สม่ำเสมอ ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะวาดหวังไปขนาดไหน แต่เขาไม่ได้ให้สัญญาใด ๆ ทั้งสิ้น

เปิดโอกาสน่ะได้ แต่ "ให้" หรือ " ไม่ให้" มันอีกเรื่องหนึ่ง!

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • ดาวดามใจ   ตอนพิเศษ 3

    จากตัวแทนสู่ที่หนึ่งในหัวใจท้องฟ้าภายนอกยังเป็นสีดำอยู่ทั้งที่เป็นเวลาใกล้รุ่งสางแล้ว ติณหยิบรีโมทแอร์มาปรับอุณหภูมิให้สูงขึ้นเล็กน้อยเพราะหญิงสาวซุกตัวลงกับอกของเขาอย่างหาความอบอุ่นติณกระชับร่างภรรยาให้แนบชิด สูดกลิ่นหอมอ่อนหวานอันคุ้นเคยที่ทำให้เขาหลงใหลมิรู้คลาย ผ่านมาจนถึงวันนี้ที่ดาวนิลมีตาหนูตะวันและอีกไม่นานก็จะคลอดลูกสาวให้เขาอีกหนึ่งคน ผู้หญิงคนนี้เป็นความมหัศจรรย์ในชีวิตของเขา ติณย้อนกลับไปนึกถึงวันแรกที่เขาพบดาวนิล ทุกสิ่งทุกอย่างกระจ่างชัดราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน…“อายุเท่าไร”คำพูดแรกที่ติณพูดกับเด็กสาวที่ถูกพามาให้เขาถึงที่ พอเดือนพราวเชิดเงินหนีไปออสเตรเลีย ทิ้งงานแต่งงานเรียบ ๆ ที่เขาตั้งใจเตรียมไว้ให้เธออย่างไม่ไยดี เดิมที ‘รักร้อย’ มารดาของเดือนพราวและดาวนิลก็ตั้งใจจะทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ แต่พอเจอกับความโกรธและอิทธิพลของติณ รักร้อยก็แก้ปัญหาง่าย ๆ ด้วยการโยนลูกสาวคนเล็กที่เขาไม่เคยเจอมาก่อนให้ถึงเตียง“สิบแปดค่ะ”ชายหนุ่มขมวดคิ้ว นึกขัดใจท่าทางตื่น ๆ และน้ำเสียงที่เบาจนจับใจความไม่ได้ เขาต้องถามซ้ำอีกครั้งจึงจะได้ยินว่าเด็กสาวตรงหน้าอายุสิบแปดปีแล้ว โตพอที่เขาจะไม่

  • ดาวดามใจ   ตอนพิเศษ 2

    ดาวนิลเป็นคนท้องที่สวยมาก ทั้งที่ปกติมักจะมีคนบอกว่าถ้าแม่ผิวพรรณเปล่งปลั่งจะได้ลูกสาว แต่จากการตรวจหมอยืนยันว่าเธอตั้งท้องลูกชาย ติณเห่อหนักถึงขนาดเตรียมหาชื่อมงคลออกมาเป็นหางว่าว ของเล่นต่างก็ขนซื้อจนเต็มห้องเด็กที่จัดไว้รอลูกชายคนนี้ หนักเข้าดาวนิลต้องดุให้เขาเพลา ๆ ลงบ้าง ไม่อย่างนั้นบ้านจะกลายเป็นโชว์รูมของเล่นเอาส่วนคุณย่าต้องตากับคุณป้าตุลยาก็ปรึกษาซินแสประจำตระกูลเรื่องฤกษ์ยาม ตอนแรกติณเหมือนจะไม่สนใจ ลูกชายเขามาเกิดวันไหน เวลาไหน นั่นคือฤกษ์ซูเปอร์มงคล แต่พอถูกผู้เป็นย่าและป้าชักจูงโน้มน้าวบ่อย ๆ รวมถึงหัวใจคนเป็นพ่อที่อยากจะเลือกสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อลูกโดยไม่มีข้อแม้ คนมั่นใจในตนเองอย่างติณก็เขวไปเหมือนกัน ถึงขนาดระดมหาซินแสชื่อดังมาช่วยดูเวลาคลอดให้ดาวนิลได้แต่ส่ายหัวให้กับหลาย ๆ อย่างที่เธอไม่คาดคิดว่าจะได้เห็นจากชายหนุ่มที่แสนจองหองและดื้อรั้น เชื่อแค่ตนเองแบบติณ ถือว่าลูกชายคนนี้ช่วยให้เธอได้เปิดหูเปิดตาจนเห็นอีกด้านของบ้านตระการเกียรติเช่นกัน“ดาวมาดื่มนมหน่อยครับ” ชายหนุ่มเตรียมนมอุ่น ๆ มาให้ภรรยาดื่มก่อนนอนทุกคืน ตั้งแต่อ่านข้อมูลว่าคนท้องจะถูกดึงแคลเซียมไปให้กับลูกเ

  • ดาวดามใจ   ตอนพิเศษ 1

    เสียงอาเจียนที่ดังขึ้นแทบทุกเช้าเป็นเวลาเกือบเดือนแล้ว ชายหนุ่มร่างสูงที่เคยดูกร้าวแกร่งไปทั้งตัวตามลักษณะของชายวัยฉกรรจ์ที่ดูแลตนเองอย่างดีมาตลอดกลับมีสภาพคอพับคออ่อน นั่งแปะลงไปบนพื้นห้องน้ำ กอดโถชักโครกไว้แน่นเหมือนเป็นของสำคัญดาวนิลตามเข้ามาในห้องน้ำ ค่อย ๆ ลูบแผ่นหลังเปลือยเปล่าของติณจากบนลงล่าง หวังว่ามันจะช่วยบรรเทาอาการอาเจียนอย่างเอาเป็นเอาตายของสามีลงได้บ้าง จากที่ในช่วงแรกตัวเธอเองก็ขำและแอบสมน้ำหน้าที่ชายหนุ่มมีอาการแพ้ท้องแทนเมียแบบที่คนอื่น ๆ บอก ตอนนั้นยังนึกไปว่าติณคงเห่อและตื่นเต้น สักพักอาการแพ้ท้องเหล่านี้ก็คงหายไป ที่ไหนได้ ผ่านมาเป็นเดือนแล้วติณก็ยังไม่ดีขึ้น แถมดูจะยิ่งแย่ลงกว่าเดิมอีกต่างหาก ในขณะที่ตัวเธอเองกลับกินได้นอนหลับ อ้วนท้วนสมบูรณ์จนน่าแปลกใจ“บ้วนปากหน่อยนะคะ คุณติณ” หญิงสาวส่งแก้วน้ำให้ชายหนุ่มกลั้วคอ ใช้ผ้าเย็นที่มีกลิ่นหอมอ่อนเช็ดหน้าที่ซีดเหมือนไก่ต้มของเขา“ดาวจ๋า ผมเวียนหัว ทรมานจังเลยครับที่รัก” ติณย้ายมือจากการกอดโถชักโครกโผเข้ามาสวมกอดหญิงสาวตัวนุ่มนิ่มหอมกรุ่นแทน ซุกหน้ากับซอกคอของดาวนิล ถูไถไปมาเหมือนลูกแมวตัวโตจอมขี้อ้อน ตั้งแต่ภรรยาสาวตั

  • ดาวดามใจ   บทที่ 89

    กลับมาที่วงเหล้าอันครื้นเครงอีกครั้ง คราวนี้สีหน้าสีตาของติณดูผ่อนคลายขึ้นมาก จนถึงขนาดที่ไม่ดุหรือหัวเสียยามที่ปู่เชยรินเหล้าน้ำผึ้งให้หญิงสาวอีกจอกซึ่ง ๆ หน้า“ให้อีกแก้วเดียวนะ จะพากลับไปนอนแล้ว” หญิงสาวหน้าแดง ตาฉ่ำชวนให้มันเขี้ยว ติณมาทรุดนั่งลงข้างตัวคนขี้เมา ไหล่เกยไหล่จนคนอื่นอมยิ้มไปตาม ๆ กันตั้งแต่ติณมาอยู่ที่เกาะหยกคราม เขาสงบจนเงียบขรึม คนงานต่างสัมผัสถึงความเศร้าโศกจนดูอ้างว้าง กระทั้งวันนี้ทุกคนได้เห็นหญิงสาวที่นายน้อยเคยพามาด้วยกันครั้งก่อน ต่างมีความหวังว่าสาวน้อยคนนี้จะทำให้ติณยิ้มออก แม้ว่าตั้งแต่เย็นจนค่ำ เขาจะหน้าบูดบึ้ง ไม่พูดไม่จา“งั้นกลับดีกว่าค่ะ ดาวมึน ๆ แล้วเหมือนกัน” หญิงสาวดื่มไปแค่สองจอกเล็ก ๆ เพราะเธออยากคุยกับเขาให้รู้เรื่องเสียที เห็นหน้าจ๋อยคอตก ดาวนิลเองก็สงสาร“แต่ผมยังอยากดื่มต่ออยู่เลย ติดใจเหล้าน้ำผึ้ง” พินันท์บอกเบา ๆ“มึงอยู่ต่อแล้วกัน เดี๋ยวกูไปส่งดาวนิลแล้วค่อยกลับมา”“เหรอ อ่า ๆ” พินันท์เลิกคิ้ว เหมือนไม่อยากเชื่อ ดูตาแล้วพี่ชายคงไม่มีทางทิ้งเนื้อสาวมานั่งให้ยุงกัด ข้ออ้างที่เอ่ยปากก็เห็นไปถึงลิ้นไก่ ยิ่งมองตามหลังพี่ชายที่โอบเอวบางประคองไป

  • ดาวดามใจ   บทที่ 88

    ติณนั่งมองปู่เชยที่หัวเราะกับดาวนิลและพินันท์โดยไม่ใส่ใจหรือเหลือบแลนายน้อยคนโปรดอย่างเขา อาหารทะเลหลายอย่างที่วางอยู่เริ่มพร่องไปบ้าง แต่ครู่เดียวก็ถูกยกมาเติมราวกับไม่มีวันหมดดาวนิลเหลือบมองชายหนุ่มที่นั่งหน้าบูดบึ้ง ไม่พูดไม่จา แต่ก็ยังยอมมาด้วยกัน หญิงสาวอยากจะหยิกแก้มคนที่ฟอร์มจัดแล้วทุบอีกสักหลายปึก รู้ว่าเขาแอบมองเธออยู่ตลอด พอเธอจับได้ เขาก็สะบัดหน้าหนีไปทางอื่นเหมือนสาวน้อยแสนงอนไม่มีผิด“ปู่เชยขา ดาวอยากดื่มเหล้าน้ำผึ้ง”“ไม่ได้” คราวนี้คนที่ไม่พูดกับใคร ขวางขึ้นทันที“ปู่ขาดาวจะดื่ม คุณพินันท์ก็อยากลองด้วย ใช่ไหมคะ” หญิงสาวหาพวก พอพินันท์พยักหน้า เหล้าน้ำผึ้งโหลใหญ่ก็ยกมาวางทันที“มาครับพี่ติณ มาดื่มด้วยกัน” พินันท์ยกเหล้าจอกแรกให้พี่ชาย แล้วส่งอีกจอกให้หญิงสาว พอกระดกของตนเองลงคอ เหล้าแรงก็ร้อนวาบ รสชาติแบบนี้ ดีกรีแรงไม่กี่จอกก็หัวทิ่มชัวร์“พอแล้วนะ จำครั้งที่แล้วไม่ได้เหรอว่าดื่มเหล้านี่แล้วเป็นยังไง” ติณยึดจอกเหล้าเล็ก ๆ ที่ว่างเปล่าของหญิงสาวไว้ เพราะเธอก็เพิ่งกระดกลงไปในทีเดียว“ก็เมาไงคะ” หญิงสาวลอยหน้าตอบ นัยน์ตาพราว มีหรือว่าเธอจะจำไม่ได้ ยิ่งเห็นหน้าคร้ามดูดซับส

  • ดาวดามใจ   บทที่ 87

    กว่าจะข่มตาหลับลงได้ก็เกือบสว่าง กลิ่นหอมอ่อนๆ ของหญิงสาวปั่นป่วนจนเขาต้องควักบทสวดสารพัดขึ้นมาภาวนาอยู่ในใจ ดังนั้นตอนที่ดวงตาดำขลับงัวเงียลืมตาอีกครั้งก็สายโด่ง พลิกตัวมองที่นอนด้านข้าง เหลือแต่ความว่างเปล่า ดาวนิลคงลุกออกไปนานแล้วเพราะใช้มือลูบคลำ ไม่หลงเหลือไออุ่นจากร่างของเธออยู่ติณรีบผุดลุกขึ้นอาบน้ำแต่งตัว เมื่อคืนมัวแต่ตกตะลึงจนทำตัวไม่ถูก เช้านี้เขาต้องรีบหาคนงานผู้หญิงที่ไว้ใจได้มานอนเป็นเพื่อนหญิงสาว ก่อนที่เลือดกำเดาเขาจะไหลหมดตัว นี่มันเรื่องบ้าบออะไรกัน ไอ้พินันท์ส่งดาวนิลมาทำงานที่นี่ทำไม แขกเหรื่อเขาไม่ได้เปิดให้เข้ามาพัก มีแค่กลุ่มเพื่อนหรือวีไอพีที่ต้องการพักผ่อนซึ่งต้องให้เขาอนุญาตก่อน หรือไอ้พินันท์มันคิดว่าเขาเป็นพระโพธิสัตว์ที่ตัดกิเลส เลิกยุ่งเกี่ยวข้องแวะกับผู้หญิงที่อยู่ในหัวใจได้เด็ดขาดแล้วจริง ๆชายหนุ่มจัดการธุระส่วนตัวและตรงไปที่ตัวรีสอร์ตซึ่งอยู่ไม่ไกล มีพนักงานต้อนรับซึ่งก็เป็นลูกหลานคนงานในเกาะนั่นแหละที่ประจำการอยู่“ดาวนิลล่ะ”“คุณดาวทานอาหารเช้าอยู่ที่ห้องอาหารค่ะ คุณติณจะรับพร้อมกันเลยไหมคะ” ติณพยักหน้ารับ กินเสียพร้อมกัน พนักงานจะได้ไม่ลำบากและมัว

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status