LOGINเธอแค่อยากทำงานให้ดีที่สุด ไม่ได้ตั้งใจให้เขาสังเกตเห็น ไม่ได้ตั้งใจให้หัวใจเต้นทุกครั้งที่เขาเดินผ่าน และไม่ได้ตั้งใจ… ให้เรื่องมันมาถึงจุดนี้ แต่บางทีชีวิตก็ไม่ได้ถามก่อนค่ะ 🩷 นิยายฟีลกู้ด 18+ ที่จะทำให้คุณยิ้มจนแก้มปวดตลอดทาง
View Moreมือเล็กค่อยๆ ยกขึ้นปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของตัวเองออกทีละเม็ดจนถึงเม็ดที่สี่ เผยให้เห็นอกอวบอิ่มดันขึ้นจนโผล่พ้นเสื้อออกมา ดวงตาคมของเขาจ้องมองด้วยความกระหาย“เจ้าขา ป้อนนมให้พี่เมฆดีไหมคะ?” เธอเอ่ยพลางยกแขนเรียวขึ้นโอบรอบลำคอเขา พร้อมดึงเขาให้โน้มใบหน้าลงมาใกล้ริมฝีปากเล็กค่อยๆ ขบเม้มไปตามใบหูของเขาอย่างแผ่วเบา ก่อนจะเลื่อนไปตามซอกคอหอมสะอาด ลิ้นนุ่มสัมผัสอ้อยอิ่งไปทั่ว แม้แต่บริเวณลูกกระเดือกที่เคลื่อนไหวตามลมหายใจของเขาจนรู้สึกได้ ทำให้ลมหายใจเขาสะดุดวูบ เสียงหวานกระซิบแผ่วเบาที่ข้างหู“พี่เมฆ… ดูดนมให้เจ้าขาหน่อยได้ไหมคะ”ประกายตาคมมืดลงด้วยแรงปรารถนาที่ชัดเจน เขาอยากได้เธอมากๆ อยากกระแทกร่างเล็กบนตักแรงๆ ร่างสูงอดไม่ได้ที่จะโอบเธอเข้ามาแนบชิด คล้ายยินยอมให้เธอเป็นผู้ควบคุมทั้งหัวใจ และร่างกายของเขา“ตามคำบัญชาเมียครับ” เขากระซิบเบาๆใบหน้าคมคายโน้มลงไปแนบกับสองเ
พรุ่งนี้จะเป็นวันเปิดตัวสินค้าที่พวกเธอในฝ่ายการตลาดต่างเฝ้ารอ แม้จะไม่ได้ไปหน้างาน มีเพียงฝ่ายมีเดีย ฝ่ายสถานที่ ฝ่ายบริหาร และฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับสินค้าเท่านั้นที่ต้องเตรียมพร้อม แต่ชุติมณณ์ก็ตื่นเต้นที่จะได้ชมผลงานทั้งหมดผ่านสื่อออนไลน์งานจะจัดขึ้นที่ห้องบอลรูมของห้างบีเทน ซึ่งเป็นห้างสรรพสินค้าของบริษัท มีแขกสำคัญ ทั้งนักข่าว ดารา และอินฟลูเอนเซอร์สายแม่และเด็กเข้าร่วมมากมายเย็นวันนี้ที่โต๊ะอาหาร…“พรุ่งนี้ไปงานเปิดตัวสินค้าด้วยกันนะครับ” ปรเมศก์เอ่ยชวนระหว่างทานมื้อเย็นชุติมณณ์นิ่งไปเล็กน้อยก่อนตอบ“อย่าเลยค่ะ เจ้าขารอชมผ่านสื่อออนไลน์ดีกว่า” ความมั่นใจที่ยังมีไม่มากพอ ทำให้เธอยังไม่กล้าก้าวออกไปเคียงข้างเขาต่อหน้าคนอื่นปรเมศก์พยักหน้าอย่างเข้าใจ“ไม่เป็นไร ถ้าพร้อมเมื่อไหร่บอกพี่ได้เสมอ” เขากุมมือเธอเบาๆ เพื่อให้กำลังใจ“พรุ่งนี้เสร็จงานเปิดตัว พี่ต้องไปสนามบิน รอบหน้าไปด้วยกันนะครับ พี่ให้อัมพรเตรียมเรื่องเอกสารสำหรับเจ้าขาไว้เรียบร้อยแล้ว” ตั้งแต่มีเธออยู่เคียงข้าง เขารู้สึกว่าตัวเองพูดเยอะขึ้นเรื่อยๆ บางครั้งก็แทบไม่รู้ตัวร่างเล็กชะงักไปเล็กน้อย ก่อนยิ้มตอบรับอย่างออดอ้อ
“เย็นนี้ไปลองชาบูร้านใหม่ที่ห้างกันเถอะ ร้านนี้กำลังฮิตอยู่เลย” ไปรยาพูดขึ้นมาท่ามกลางบรรยากาศที่แผนกยังวุ่นวายอยู่กับงานชุติมณณ์เงยหน้าจากจอคอมฯ แวบหนึ่ง พลางพยักหน้าตอบอย่างรวดเร็ว“เอาสิ ไม่ได้กินชาบูมานานแล้วเหมือนกัน”ตั้งแต่ที่เขาเข้ามาช่วยดูแลเรื่องจัดการรายจ่ายของครอบครัว เธอก็รู้สึกเบาขึ้นมาก เหลือแค่หนี้บัตรเครดิตที่ยังผ่อนอยู่ ส่วนเงินเดือนก็สามารถใช้จ่ายและเก็บได้ตามใจบ้าง ทำให้รู้สึกสบายใจกับการออกไปสังสรรค์กับเพื่อน ๆ มากขึ้นศรรัณย์ที่ได้ยินก็หันมาร่วมวงทันที“งั้นเจ๊ขอพาพี่น๊อตไปด้วยนะ สามีสุดเลิฟของเจ๊จะได้ไปสนุกกัน” พูดไปพลางทำหน้าอินเลิฟอย่างมีความสุขเธอยิ้มรับอย่างยินดี “เอาสิคะ ไปหลายคนยิ่งสนุก”ตกเย็นหลังเลิกงาน ทุกคนก็มารวมตัวกันที่ลานจอดรถ รอขึ้นรถของศรรัณย์ แต่พอเห็นว่านอกจากพี่น๊อตแล
ปรเมศก์หันไปเรียกสุทินที่ยืนรออยู่ด้านนอกอย่างใจเย็น“สุทิน ขอเอกสารด้วย”ชลดา ซึ่งยืนมองสถานการณ์อยู่ใกล้ ๆ แสดงสีหน้าขุ่นเคืองและเอ่ยถามลูกสาวด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ“เจ้าขา แฟนแกจะทำอะไร มายุ่งวุ่นวายกับบ้านเราแบบนี้ทำไม”ขณะที่เธอพยายามจะอธิบาย ปรเมศก์กลับพูดแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ“ขอเวลาไม่นานครับ” เขารับเอกสารจากสุทิน และหันไปกล่าวต่อ“ขอใช้โต๊ะม้าหินหน้าบ้านสักครู่นะครับ”เขาจูงมือชุติมณณ์ไปนั่งด้วยกัน ขณะที่นพรัตน์ เจ้าของบ้านเช่าเดินตามมาด้วยท่าทีเงียบสงบ ส่วนชลดายืนมองจากระยะห่างด้วยสายตาเต็มไปด้วยความสงสัยและความไม่พอใจ“นี่คือโฉนดบ้านหลังนี้ครับ” นพรัตน์วางโฉนดและเอกสารอื่น ๆ ลงบนโต๊ะด้วยท่าทีสงบนิ่ง ปรเมศก์ตรวจสอบเอกสารอย่างละเอียด ก่อนจะหยิบเช็คมูลค่าหนึ่งล้านเก้าแสนบาทออก
“ไปซอยอินทามระนะคะ” เธอบอกสุทินแล้วถอยตัวกลับมานั่งเรียบร้อยปรเมศก์มองเธอเล็กน้อยก่อนจะหลับตาลง เขาทำเหมือนสงบนิ่ง แต่ในใจกลับเต้นระรัว ราวกับเป็นครั้งแรกที่มีใครทำให้เขาหวั่นไหวได้เช่นนี้ดวงตาคมมองตามเส้นทางที่รถเลี้ยวเข้าไปอย่างเงียบๆ ขณะสุทินขับไปตามที่อยู่ที่ชุติมณณ์บอก ในที่สุดก็ถึงหน้าหอพัก
ขณะอุ้มร่างเล็กที่ตัวเบาหวิวในอ้อมแขน ปรเมศก์เอ่ยเสียงทุ้มหนักแน่นกับอัมพรที่เดินตามหลังมา“บอกสุทินให้เอารถมารอหน้าร้าน เดี๋ยวผมจะไปส่งพนักงานคนนี้เอง”แม้จะประหลาดใจอย่างมาก แต่อัมพรก็ยึดคติว่า เรื่องของเจ้านาย ลูกน้องไม่ยุ่งเธอจึงต่อสายหาคนขับรถทันที ไม่นานนักสุทินก็มาถึงด้วยรถ MPV หรู ที่ค่าตั
“จะให้ท่านรองโดยสารลิฟต์ขึ้นมาก่อนโดยสวัสดิภาพอ่ะสิคะ” ชุติมณณ์ตอบด้วยเสียงใสจนบรรยากาศดูมีชีวิตชีวาขึ้นปรเมศก์อดที่จะยิ้มไม่ได้ เมื่อฟังบทสนทนานั้น เขาไม่คิดมาก่อนว่าพนักงานที่มีท่าทีอารมณ์ดีและฮัมเพลงอย่างร่าเริงในลิฟต์ จะกลายเป็นคนที่ทำให้บรรยากาศตึงเครียดในแผนกบริหารคลายลงได้มากขนาดนี้ จากบทสน
กริ๊ง~ กริ๊ง~ เสียงโทรศัพท์สำนักงานดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง“เจ้าขา รับโทรศัพท์ให้พี่หน่อย” เสียงของปารณีดังมาจากหน้าประตูแผนกการตลาด ชุติมณณ์รีบละมือจากงานแล้ววิ่งไปที่โต๊ะหัวหน้างานของตน เธอรับสายอย่างรวดเร็ว“สวัสดีค่ะ ดิฉันชุติมณณ์ รับสายแทนหัวหน้าฝ่ายการตลาดค่ะ”“สวัสดีค่ะ ดิฉันอัมพรจากแผนกบริหาร