LOGINเธอแค่อยากทำงานให้ดีที่สุด ไม่ได้ตั้งใจให้เขาสังเกตเห็น ไม่ได้ตั้งใจให้หัวใจเต้นทุกครั้งที่เขาเดินผ่าน และไม่ได้ตั้งใจ… ให้เรื่องมันมาถึงจุดนี้ แต่บางทีชีวิตก็ไม่ได้ถามก่อนค่ะ 🩷 นิยายฟีลกู้ด 18+ ที่จะทำให้คุณยิ้มจนแก้มปวดตลอดทาง
View Moreเช้าวันสำคัญในชีวิต…
“สวัสดีค่ะ คุณชุติมณณ์ใช่ไหมคะ” เสียงเรียบแต่เป็นทางการดังขึ้นจากหนึ่งในคณะกรรมการ ดวงตากลมโตของชุติมณณ์เผยความตื่นเต้นออกมาเล็กน้อย แม้เธอพยายามเก็บซ่อนมันไว้ วันนี้เป็นวันสัมภาษณ์งานของเธอที่ สว่างวงศ์กรุ๊ป บริษัทขนาดใหญ่ที่มีอาณาจักรธุรกิจครอบคลุมตั้งแต่ห้างสรรพสินค้า โรงแรม ร้านอาหาร ไปจนถึงสินค้าในเครืออื่นๆ การได้รับโอกาสให้เข้ามาสัมภาษณ์ที่นี่ถือเป็นความฝันของใครหลายคน สิ่งที่ทำให้เธอมีโอกาสมานั่งตรงนี้คือโครงการของผู้บริหารใหม่ไฟแรง ที่เพิ่งเข้ารับตำแหน่งรองประธานได้สองปี เขามีวิสัยทัศน์ในการเปิดโอกาสให้นักศึกษาจบใหม่ได้แสดงศักยภาพ และเติบโตไปพร้อมกับบริษัท ชุติมมณณ์ยืนอยู่ตรงข้ามกับคณะกรรมการทั้งห้าท่าน ดวงตากลมโตมองไปรอบ ๆ ห้องสัมภาษณ์ เห็นเก้าอี้ทั้งหมดห้าตัว แต่ตรงกลางกลับว่างเปล่า เธอสูดลมหายใจลึก รวบรวมความมั่นใจ ก่อนจะเริ่มแนะนำตัว “สวัสดีค่ะ ดิฉันชุติมณณ์ รอดศรีสมาน อายุ 22 ปี” น้ำเสียงของเธอแม้จะพยายามมั่นคง แต่หัวใจก็ยังเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้น “ช่วยเล่าเกี่ยวกับตัวคุณให้พวกเราฟังหน่อยค่ะ” คณะกรรมการหญิงที่นั่งริมสุดเอ่ยขึ้น “ดิฉันมีชื่อเล่นว่าเจ้าขาค่ะ ขออนุญาตแทนตัวเองว่าเจ้าขานะคะ เจ้าขาจบการศึกษาระดับปริญญาตรีสาขาการตลาดจากมหาวิทยาลัย…” เธอเล่าเรื่องราวของตัวเองอย่างตั้งใจ แต่ในระหว่างนั้นก็ไม่วายสังเกตเห็นแววตาเคร่งขรึมจากคณะกรรมการชายคนหนึ่งที่นั่งอยู่ทางซ้าย “ขอถามตรง ๆ ครับ ทำไมเราถึงต้องเลือกคุณ จากเรซูเม่ของคุณแล้ว คุณไม่ได้จบจากมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงด้วยซ้ำ” น้ำเสียงของเขาเข้มขึ้น คำถามนี้ทำให้เธอรู้สึกเหมือนโดนดูถูก และมันทำให้กดดัน ความกังวลในใจเพิ่มขึ้น ชุติมณณ์รีบตั้งสติ “ในเรื่องของชื่อเสียงมหาวิทยาลัย อาจจะสู้คนอื่นไม่ได้ค่ะ แต่หากมองในแง่ของความอดทนและความมุ่งมั่น เจ้าขาได้ทำงานพาร์ทไทม์มาตลอดสิบปีที่ผ่านมา แต่ละที่เจ้าขาทำงานไม่น้อยกว่าสามปี ซึ่งนั่นแสดงถึงความรับผิดชอบ และความอดทนต่อการทำงานค่ะ และจากเกรดเฉลี่ย 4.00 ของเจ้าขาก็แสดงให้เห็นว่าดิฉันมีความสามารถในการเรียนรู้และพร้อมที่จะทุ่มเทเพื่อให้การทำงานของบริษัทเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพค่ะ” สิ้นเสียงของเธอ เสียงปรบมือเบา ๆ ก็ดังขึ้นจากด้านหลัง ชุติมณณ์หันไปตามเสียง พบกับชายหนุ่มใบหน้าหล่อเหลา เขาตัวสูงมาก ในชุดสูทสีกรมท่าเดินเข้ามา ดวงตาคมของเขาจ้องมองเธอด้วยแววตาที่อ่านยาก “ตอบได้ดี ผมรับคุณเข้าทำงาน หวังว่าคุณจะทำให้บริษัทก้าวไปข้างหน้าอย่างเต็มที่” เขาพูดเพียงสั้น ๆ ก่อนหันไปหาคณะกรรมการ “ที่เหลือพวกคุณจัดการต่อ ผมต้องไปประชุมต่อ” “ครับ/ค่ะ ท่านรอง” คณะกรรมการทั้งห้ายืนขึ้นพร้อมกัน เคารพชายหนุ่มที่เดินออกไปจากห้อง ชุติมณณ์มองตามแผ่นหลังของเขาด้วยความมุ่งมั่น เธอรู้สึกว่าคำพูดของเขาเหมือนเป็นแรงกระตุ้นให้เธออยากพิสูจน์ตัวเอง “เจ้าขาจะไม่ทำให้ท่านรองผิดหวังแน่นอนค่ะ” เธอพึมพำเบา ๆ กับตัวเอง และเพียงไม่กี่วันหลังจากนั้น เธอก็ได้รับข่าวดีว่าได้เข้าทำงานในตำแหน่งพนักงานทั่วไปฝ่ายการตลาด ปรเมศก์ หรือคุณเมฆ รองประธานหนุ่มวัย 28 ปี ซึ่งเป็นทายาทคนโตของตระกูลสว่างวงศ์ ชายผู้มีความสามารถและเสน่ห์ดึงดูดอย่างไม่มีใครเทียบได้ ทั้งรูปลักษณ์สูงสง่า ความเฉลียวฉลาด และความเป็นผู้นำ ไม่ใช่เรื่องแปลกที่บรรดาพนักงานหลายคนจะหลงใหลในตัวเขา จนถึงขั้นมีกลุ่มแฟนคลับของท่านรองที่รวมตัวกันในบริษัท และไม่ทันไร ชุติมณณ์ก็พบว่าตัวเองกลายเป็นหนึ่งในแฟนคลับของเขาโดยไม่รู้ตัว…“เจ้าขา ใจเย็นๆ” เขาเอ่ยเสียงนุ่ม“ท่านรอง เจ้าขารอไม่ไหวแล้ว…” เธอร้องขออย่างไม่อายอีกต่อไป เมื่อร่างกายของเธอต้องการให้เขาเข้ามาเติมเต็ม สองแขนเล็กของเธอโน้มลำคอเขาลงมาจูบร้อนแรงอีกครั้งดวงตาของปรเมศก์มืดลง ก่อนน้ำเสียงแหบพร่าจะถูกเอ่ยชิดใบหู“เจ็บหน่อยนะ” เขาเอ่ย ก่อนบดขยี้ริมฝีปากเธอ พร้อมกับมือของเขาที่จับแก่นกายจ่อปลายหัวเข้ามา จากนั้นเขาผลักดันตัวตนเข้ามาพรวดเดียวมิดลำกึก!ความรู้สึกทั้งจุก ทั้งแน่น และเจ็บ เหมือนร่างกายจะฉีกออกจากกัน หยาดน้ำตาไหลลงจากหางตา ความเจ็บที่เกิดขึ้นทำให้เธอเผลอกัดริมฝีปากเขาอย่างแรงเพื่อระบายมัน เมื่อรู้สึกถึงกลิ่นคาวเลือดในปาก“เจ้าขาขอโทษ” เธอเอ่ยขอโทษเขาน้ำเสียงสั่นเครือเขายกมือขึ้นปาดเลือดออกลวกๆ “ไม่เป็นไร”ใบหน้าน่ารักเหยเก หยาดน้ำตาหยดลงเปรอะเปื้อนใบหน้า แต่เธอก็ไม่กล้าร้องส่งเสียงออกมา ในเมื่อเธอเป็นคนขอให้เขาสอดใส่เข้าไปเองปรเมศก์มองคนที่ร้องไห้เงียบๆ อย่างสงสาร แต่เขาก็ไม่อาจหยุดตัวเองได้อีกต่อไป เขาแช่ค้าง
เขาจับขาเธอแยกออกจากกัน ใบหน้าหล่ออย่างร้ายกาจเคลื่อนตัวลงไปใกล้ช่องทางสีชมพู ก่อนที่ลิ้นร้อนจะไล่เลียน้ำหวานทุกหยาดหยด ตั้งแต่โคนขาอ่อนเข้าไปยังจุดกระสัน เพราะพึ่งสุขสมยิ่งทำให้ส่วนนั้นของเธอไวต่อความรู้สึก“อ๋าส์… ท่านรอง เจ้าขาเสียว อืมมม” เธอพยายามหุบหาหนี แต่ร่างกายก็เหมือนจะไม่ประสานกัน เมื่อสองมือของเธอกดศีรษะเขาไว้แน่น เสียงครางที่เล็ดลอดจากริมฝีปากยิ่งกระตุ้นความปรารถนาในตัวเขา ปรเมศก์กระดกปลายลิ้นรัวเร็วยิ่งขึ้น บางจังหวะเขาห่อลิ้นแทงลึกเข้าไปแล้วกดค้างไว้ เพื่อสร้างสัมผัสที่ทำให้เธอสั่นสะท้านจนแทบจะทนไม่ไหว“ท่านรอง เจ้าขาจะ จะ…อื๊ม อร๊ายยย” ครั้งนี้เธอหรีดร้องออกมาเสียงดังกว่าเดิม เมื่อเขาดูดดึงจุดกระสันของเธออย่างแรง ร่างเล็กกระตุกเกร็ง ความสุขสมแผ่กระจายไปทั่วร่าง เขากลืนกินทุกหยาดหยดที่หลั่งออกมาจากกายเธออย่างไม่ลังเลปรเมศก์เคลื่อนกายขึ้นมาจูบริมฝีปากเล็กหนักๆ หนึ่งครั้ง ก่อนถอยตัวออกไปถอดเสื้อผ้าของตัวเองชุติมณณ์มองตามการเคลื่อนไหวของเขาด้วยสายตาหวานเยิ้ม ดวงตากลมโตของเธอจับจ้องตั้งแต่ใบหน้าหล่อเหลาข
“คืนนี้…อยู่กับเจ้าขาได้ไหมคะ” น้ำเสียงอ่อนหวานที่เปล่งออกมาทำให้ใจของเขาอ่อนยวบลงอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ทันทีที่เขาสบตากับเธอ ความอดทนต่อร่างในอ้อมแขนที่กักเก็บไว้นานในใจก็พลันทะลายลง“เจ้าขา เป็นของผมได้ไหม” เขากระซิบข้างใบหูของเธอ ด้วยน้ำเสียงแหบพร่าชุติมณณ์ เดิมทีก็เป็นคนว่าง่าย ยิ่งกับคนที่ชื่อปรเมศก์ สว่างวงศ์ตระกูลแล้ว เธอยิ่งกว่าว่าง่ายกับเขา แต่เรื่องแบบนี้…ก็ต้องเป็นเขาเท่านั้น“ค่ะ ท่านรอง” เธอตอบเสียงแผ่วเบาปรเมศก์ค่อยๆ ดันร่างเล็กลงบนเตียงกว้าง ก่อนที่ใบหน้าหล่อเหลาของเขาจะโน้มตามลงมา ริมฝีปากหยักได้รูปค่อยๆ ประกบลงบนริมฝีปากเล็กอย่างแผ่วเบา จูบที่เริ่มต้นจากความอ่อนโยนค่อยๆ เปลี่ยนเป็นหนักหน่วงและลึกซึ้งมากขึ้นเรื่อยๆนิ้วเรียวทั้งสิบต่างก็ทำหน้าที่ของมันอย่างคล่องแคล่ว เขาปลดเสื้อสูทของตนออกร่างเล็กตรงหน้า จากนั้นเกี่ยวสายชุดนอนสายเดี่ยวออกจากไหล่มนให้เลื่อนลงมากองอยู่ที่เอว ดวงตาคมจ้องมองผิวขาวๆ ของเธอ ที่ตัดกับชุดชั้นในสีดำ“เจ้าขา ทำไมคุณน่าเอาขนาดนี้” เขากระซิบ น้ำเสียงเจือความหลงไหลชุติมณณ์เขินอายกับคำพูดของเขา เ
สองชั่วโมงถัดมา…กริ๊งงง กริ๊งงงง เสียงเรียกเข้าดังขึ้นในโทรศัพท์ของชุติมณณ์ร่างเล็กที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จอยู่ในชุดนอนสายเดี่ยวสุดเซ็กซี่ของน้องสาว รีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู เมื่อเห็นว่าเป็นสายจากปรเมศก์ เธอก็กดรับสายโดยไม่ลังเล“ค่ะ บอส” เสียงหวานดังขึ้นเบาๆ ไม่อยากรบกวนให้มารดากับน้องสาวตื่นเสียงทุ้มอบอุ่นอันคุ้นเคยจากปลายสายดังขึ้นทันที“ผมอยู่ตรงจุดที่คุณส่งโลเคชั่นมา ออกมาหาหน่อย”ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจ เธอรีบแง้มผ้าม่านดู และเห็นรถหรูของเขาจอดอยู่เยื้องๆ บ้านหลังถัดไป เธอรีบก้าวออกจากบ้านทั้งที่ยังอยู่ในชุดนอนของน้องสาวเมื่อปรเมศก์เห็นร่างเล็กเดินออกมาผ่านกระจกมองข้าง เขารีบคว้าเสื้อสูทจากเบาะหลังลงจากรถมาสวมให้ทันที สายตาเหลือบมองกลุ่มวัยรุ่นที่นั่งดื่มกันอยู่หน้าบ้านใกล้ๆ อย่างระวัง ก่อนจะหันมาดุคนตัวเล็กข้างกาย“ทำไมออกมาทั้งที่แต่งตัวแบบนี้”ชุติมณณ์ก้มหน้ามองชุดที่ตัวเองสวมใส่ แล้วตอบอย่างร้อนรน“ขอโทษค่ะ เจ้าขาลืมตัว นี่เป็นชุดนอนของน้องสาว”ปรเมศก์ถอนหายใจ เขายกมือใหญ่ลูบหัวเธอเบาๆ อย่าง
“ไปซอยอินทามระนะคะ” เธอบอกสุทินแล้วถอยตัวกลับมานั่งเรียบร้อยปรเมศก์มองเธอเล็กน้อยก่อนจะหลับตาลง เขาทำเหมือนสงบนิ่ง แต่ในใจกลับเต้นระรัว ราวกับเป็นครั้งแรกที่มีใครทำให้เขาหวั่นไหวได้เช่นนี้ดวงตาคมมองตามเส้นทางที่รถเลี้ยวเข้าไปอย่างเงียบๆ ขณะสุทินขับไปตามที่อยู่ที่ชุติมณณ์บอก ในที่สุดก็ถึงหน้าหอพัก
ขณะอุ้มร่างเล็กที่ตัวเบาหวิวในอ้อมแขน ปรเมศก์เอ่ยเสียงทุ้มหนักแน่นกับอัมพรที่เดินตามหลังมา“บอกสุทินให้เอารถมารอหน้าร้าน เดี๋ยวผมจะไปส่งพนักงานคนนี้เอง”แม้จะประหลาดใจอย่างมาก แต่อัมพรก็ยึดคติว่า เรื่องของเจ้านาย ลูกน้องไม่ยุ่งเธอจึงต่อสายหาคนขับรถทันที ไม่นานนักสุทินก็มาถึงด้วยรถ MPV หรู ที่ค่าตั
“จะให้ท่านรองโดยสารลิฟต์ขึ้นมาก่อนโดยสวัสดิภาพอ่ะสิคะ” ชุติมณณ์ตอบด้วยเสียงใสจนบรรยากาศดูมีชีวิตชีวาขึ้นปรเมศก์อดที่จะยิ้มไม่ได้ เมื่อฟังบทสนทนานั้น เขาไม่คิดมาก่อนว่าพนักงานที่มีท่าทีอารมณ์ดีและฮัมเพลงอย่างร่าเริงในลิฟต์ จะกลายเป็นคนที่ทำให้บรรยากาศตึงเครียดในแผนกบริหารคลายลงได้มากขนาดนี้ จากบทสน
กริ๊ง~ กริ๊ง~ เสียงโทรศัพท์สำนักงานดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง“เจ้าขา รับโทรศัพท์ให้พี่หน่อย” เสียงของปารณีดังมาจากหน้าประตูแผนกการตลาด ชุติมณณ์รีบละมือจากงานแล้ววิ่งไปที่โต๊ะหัวหน้างานของตน เธอรับสายอย่างรวดเร็ว“สวัสดีค่ะ ดิฉันชุติมณณ์ รับสายแทนหัวหน้าฝ่ายการตลาดค่ะ”“สวัสดีค่ะ ดิฉันอัมพรจากแผนกบริหาร