LOGINกชมนลุกขึ้นเดินไปรับยาจากห้องจ่ายยาเมื่อได้ยินเสียงเรียกชื่อของตัวเองดังออกมาทางลำโพง ยืนฟังเภสัชกรอธิบายวิธีการกินยาทุกขนานอยู่ชั่วอึดใจก็เดินออกมา
ทว่าร่างเล็กที่เดินไม่ดูทางเพราะยังคงก้มลงมองถุงยาในมือด้วยความงงงวยกับจำนวนยามากชนิดนั้นจึงทำให้ชนเข้ากับร่างสูงใหญ่ของผู้ชายคนหนึ่ง...
สาวร่างเล็กรู้สึกราวกับว่าเดินชนกับกำแพงแข็งๆ ของโรงพยาบาลนี้เสียมากกว่า
ใบหน้างามที่กระแทกเข้ากับแผ่นอกแกร่งนั้นทำเอาเธอมึนงง และแน่นอนว่าแรงกระแทกก็ทำเอาร่างเล็กซวนเซจวนจะล้ม โดยที่อีกฝ่ายไม่ได้สะทกสะท้านอะไรสักนิด โชคดีที่เขาคว้าตัวเธอเอาไว้ได้ ไม่งั้นคงได้หงายหลังล้มตึงไปแล้ว
“อุ๊ย ขอโทษค่ะ” กชมนอุทานบอกทันที พลางคว้าท่อนแขนล่ำของเขาไว้โดยอัตโนมัติ
ใบหน้างามที่ตื่นตกใจก็เงยขึ้นมองหน้าเจ้าทุกข์อย่างรู้สึกผิด ทว่าหน้าคมดุถมึงทึงที่จ้องมองเธออยู่นั้นก็ทำเอาดวงตากลมโตต้องเบิกโพลงอย่างตื่นตระหนกแทน
เพราะเธอแทบสาบานได้ว่าอีกฝ่ายกำลังจ้องเธอราวกับจะฉีกเนื้อตัวเธอออกเป็นชิ้นๆ
ร่างเล็กปล่อยมือจากลำแขนใหญ่แข็งแรง แล้วรีบเบี่ยงตัวออกมาจากมือหนาที่ร้อนราวกับคีมเหล็กเผาไฟ เพราะนอกจากแขนเล็กของเธอจะโดนมันบีบจนเจ็บแล้ว มันยังร้อนแผดเผาราวกับโดนเหล็กร้อนๆ จี้อยู่
“ไม่เป็นไรครับ” อนรรฆวีตอบเสียงเนิบๆ ก้มลงมองร่างเล็กตรงหน้า
กชมนขนลุกซู่เพราะรู้สึกได้ถึงความเกลียดชังที่ส่งผ่านมาทางสายตา...เธอเคยไปทำอะไรให้เขาแค้นเคืองหรือ เหตุใดถึงได้จ้องเธอราวกับเคยเป็นศัตรูกันมาแต่ชาติปากก่อน
หนุ่มลูกครึ่งมายืนมองหญิงสาวอยู่สักพักหนึ่งแล้ว และเห็นมาแต่ไกลว่าเธอเดินก้มหน้าก้มตามองถุงยาไม่ดูทาง เลยตั้งใจยืนนิ่งอยู่กับที่ให้เธอเดินมาชนโดยเฉพาะ และยังตั้งใจบีบต้นแขนเล็กๆ ของเธอด้วยแรงไม่น้อยอีกต่างหาก
การพูดคุยเล็กๆ น้อยๆ กับเหยื่อสาวก่อนเริ่มดำเนินการตามแผนก็น่าสนใจ เขาคิดเช่นนั้น และการได้เจอหน้ากันในระยะประชิด ได้จับเนื้อต้องตัวกันนิดหน่อยก็ทำให้เขารู้แล้วว่าหญิงสาวสวยน่ารัก และนุ่มนิ่มน่าจับน่าทะนุถนอมไปทั้งตัว
...แต่เสียดาย ที่เขาคงถนอมหญิงสาวเอาไว้ไม่ได้...
“ขอบคุณนะคะ บัวเดินไม่ระวังเองค่ะ” เธอพูดตามมารยาท เพราะอย่างน้อยเขาก็ช่วยจับเธอไว้ไม่ให้ล้ม มือน้อยยกขึ้นลูบรอยฝ่ามือร้อนๆ ที่เขาทิ้งไว้เบาๆ เพื่อผ่อนคลายอาการเจ็บปวด
“ระวังหน่อยก็ดีนะครับ ไม่สบายอยู่ไม่ใช่หรือ” ชายแปลกหน้าเตือนด้วยน้ำเสียงทุ้มทรงอำนาจ ที่มันสะท้านสะเทือนไปตามไขสันหลังคนฟังอย่างบอกไม่ถูก
ดวงตาคมลดลงไปมองถุงยาในมือน้อยสื่อให้หญิงสาวรู้ว่าเขาเดาเอาจากถุงยานั่น
“ปะ เปล่าค่ะ ยาบำรุงน่ะค่ะ” เธอตอบอย่างตะกุกตะกัก ไม่กล้าสบตาคมฉายแววคมกล้าของเขานัก
ในขณะเดียวกันหัวใจเธอก็ดันเต้นกระหน่ำกับความหล่อเหลาเกินผู้คนธรรมดาของหนุ่มลูกครึ่งตรงหน้า...
ใบหน้าคมเข้มด้วยส่วนผสมที่ลงตัวของตะวันออกและตะวันตกสามารถดึงดูดให้ทุกสายตาหันมามองเขาได้เป็นจุดเดียวกัน จมูกที่เห็นเด่นชัดบนหน้าคมนั้นโด่งสวย ดวงตาคมดูดุราวกับราชสีห์ที่กำลังจ้องเหยื่ออันโอชะอยู่มากกว่า...
“งั้นก็รักษาสุขภาพด้วยนะครับ” ถ้อยคำคล้ายเป็นห่วงและหวังดีหลุดผ่านเรียวปากได้รูปออกมาก็จริง แต่ทำไมคนฟังกลับรู้สึกว่าเขาไม่ได้หมายความอย่างที่พูดเลยสักนิด
มันคล้ายๆ กับเขากำลังประชดประชันเสียดสีเธออยู่ต่างหาก
ดวงตาคมกริบที่จ้องมองหน้าเธออยู่ไม่มีความเป็นมิตรอยู่ในนั้นสักนิด มันวาววับร้อนระอุไม่ต่างกับมีกองเพลิงลุกโชนอยู่ข้างใน กชมนทั้งกลัวและตกใจจนต้องหลุบตามองต่ำ
“ค่ะ คุณก็รักษาสุขภาพด้วยนะคะ” เธอพยักหน้ารับ พร้อมกับเอ่ยปากแสดงความห่วงใยให้เขาตามอุปนิสัยใจคออันแสนอ่อนโยนและห่วงใยคนรอบกายอยู่เสมอ
หญิงสาวเบี่ยงร่างเล็กเดินผ่านหน้าร่างใหญ่ไป เพราะไม่ต้องการพูดคุยกับชายแปลกหน้านัยน์ตาน่ากลัวไปมากกว่านี้ ร่างเล็กสาวเท้าเดินไปได้ไม่กี่ก้าวก็มีเสียงทุ้มของดนัยเรียกชื่อเธอดังขึ้นมา
“น้องบัวครับ ทางนี้ครับ”
“พี่ดนัย กลับกันเถอะค่ะ” กชมนทักตอบ ก่อนรีบปรี่ไปที่ร่างสูงของต้นเสียงทันที
ดนัยเป็นรุ่นพี่ที่มหาวิทยาลัยซึ่งจบการศึกษาไปเมื่อสองปีที่แล้ว ชายหนุ่มมีใจให้กับเธอมาตั้งแต่เธอเริ่มเข้าเรียนมหาวิทยาลัย และคอยตามขายขนมจีบให้เธอเรื่อยมา
หากหญิงสาวก็ได้แต่รับน้ำใจทั้งหลายไว้อย่างรุ่นพี่คนสนิทเท่านั้น แต่ดนัยก็ไม่คิดยอมแพ้ และในวันนี้ก็อาสาเป็นสารถีพาเธอมาตรวจร่างกายที่นี่ด้วย
“เสร็จแล้วหรือครับ ไปครับ” เขาถามก่อนชวน
กชมนจึงพยักหน้ารับ อีกฝ่ายก็ใช้มือโอบหลังบางเอาไว้ แล้วพากันเดินลงบันไดเลื่อนเพื่อออกไปยังลานจอดรถ...
โดยกชมนที่หัวใจยังกระหน่ำรัวไม่คิดหันมามองชายแปลกหน้าซึ่งยังจ้องมองทั้งคู่ไปจนลับตา ด้วยสายตาคมที่โชนแสงน่าเกรงกลัวขึ้นอีกหลายเท่านัก
แล้วเจอกันนะกชมน...อนรรฆวีคิดพลางกระตุกยิ้มตรงมุมปาก ก่อนเดินไปรับยาบำรุงร่างกายของตัวเองเช่นกัน...
กชมนยกมือไหว้ขอบคุณและโบกมือลาดนัยที่พาเธอมาส่งที่บ้านด้วยรอยยิ้มและซาบซึ้งในน้ำใจ ก่อนเปิดประตูลงจากรถและเดินผ่านประตูรั้วเข้าบ้าน ทว่าก็มีเสียงแหลมดังทะลุแก้วหูของนิลุบล...อีกหนึ่งเลือดเสนานุรักษ์...ดังขึ้น
“เดี๋ยวนี้มีผู้ชายมาส่งที่บ้านด้วย คอยดูนะ หนูนิจะฟ้องคุณพ่อ” น้องสาวต่างมารดากระแนะกระแหน ตามด้วยคำขู่เสียงแหลมปรี๊ด
ทั้งๆ ที่ตัวเองก็เพิ่งลงจากรถยนต์ของแฟนหนุ่มซึ่งมาจอดส่งตรงหน้าบ้าน ทว่าไกลไปจากตัวบ้านสักหน่อยเพื่อหลบสายตาผู้คนตามประสาเด็กสาวที่ช่ำชองในการหลบหลีก
เพราะหล่อนรู้ดีว่าบิดาเป็นคนเจ้าระเบียบและเข้มงวดยิ่งนัก และหญิงสาวก็ทำเช่นนี้มานานแล้ว แถมยังควงผู้ชายมากหน้าหลายตา สลับสับเปลี่ยนแวะเวียนมาส่งหล่อนไม่มีว่างเว้น
กชมนสะดุ้งโหยงกับทั้งคำขู่และน้ำเสียงกร้าวกระด้าง หยุดเดินแล้วหันหลังกลับมาทางต้นเสียง ซึ่งกำลังกอดอกมองเธออยู่อย่างดูแคลน
“หนูนิพูดอะไรเลอะเทอะใหญ่แล้ว นั่นพี่ดนัยเป็นรุ่นพี่ที่มหาวิทยาลัยต่างหากล่ะ ไม่ใช่แฟนพี่สักหน่อย” กชมนเอ็ดก่อนอธิบายเสียงเรียบๆ ทั้งยังยิ้มให้อีกฝ่ายด้วย
คนเป็นน้องแบะปากอย่างไม่คิดเชื่อไม่พอ ยังคิดจะกลั่นแกล้งพี่สาวต่างมารดาที่หล่อนเกลียดชังเข้ากระดูกดำตั้งแต่จำความได้นั่นด้วย
และหล่อนก็รู้ดีว่าวิธีที่จะจัดการกชมนนั้นคืออะไร
Soul Mate: คู่แท้ -3คนพร้อมจะเป็นพ่อลูกสามสัญญานัยน์ตาวาววับซุกซน ซึ่งก็ทำเอาคนเห็นร้อนผ่าวไปทั่วทั้งกายสาว และก็จริงอย่างที่เขาว่า หากไม่ทำอะไรสักอย่าง พวกเขาคงตั้งทีมฟุตบอลได้เป็นแน่ เพราะในตอนนี้เธอนั้น...“พี่เสือน่ะ” กชมนแว้ดสามีไฟแรงอย่างหมั่นไส้ “ถ้างั้นก็นี่ค่ะ ของขวัญวันเกิดล่วงหน้า” บอกพร้อมกับเอี้ยวตัวไปเปิดลิ้นชักหัวเตียง แล้วคว้ากล่องของขวัญขนาดเล็กรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า แล้วยื่นให้สามีสุดหล่อที่ยังทำหน้างุนงงอยู่“สุขสันต์วันเกิดนะคะ บัวหวังว่าพี่เสือจะถูกใจของขวัญพิเศษชิ้นนี้” คนมีความลับในใจบอก พร้อมกับยื่นใบหน้าไปหอมแก้มสากด้วยรัก ก่อนจะยิ้มให้เขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยประกายวาววับ“หืม อะไรน้า ตะกี้ยังบอกอยู่เลยว่าไม่รู้จะให้อะไร แต่ก็มีของขวัญเตรียมไว้แล้ว” อนรรฆวีสงสัย พร้อมกับยกกล่องของขวัญในมือเขย่าเบาๆ ก็ได้ยินเสียงกุกกักดังมาจากข้างใน“เปิดดูสิคะ” เธอบอกพร้อมกับเปิดปากหาวหวอดใหญ่ด้วยความง่วง อนรรฆวีจึงฉีกกระดาษห่อของขวัญออกอย่างร้อนรนและตื่นเต้น และเมื่อเห็นว่ามีอะไรอยู่ข้างใน ดวงตาคมของเขาก็โชนแสงแห่งความปีติยินดีอย่างที่สุด...“พี่เสือขอช้าไปเดือนหนึ่งแน่ะค่ะ
Soul Mate: คู่แท้ -2“พี่เสือขา” จ๊อกกี้สาวครางแผ่ว หลับตาพริ้มเพื่อดื่มด่ำกับสัมผัสร้อนๆ ที่แผดเผาอยู่ในกาย ก่อนจะเริ่มขยับร่างเล็กช้าๆ ยั่วยวนและมันดูเซ็กซี่เหลือร้ายในสายตาคนเห็นอกอวบสวยกระเพื่อมขึ้นลง ล่อหลอกให้เรียวปากร้อนพุ่งเข้าครอบครองยอดอกสีหวานนั่นอย่างเร่าร้อนในอารมณ์ ดูดกลืนอย่างหิวกระหาย ทำตัวไม่ต่างกับทารกตัวน้อยเสียเอง จนทรวงก้อนเนื้ออวบแทบหายไปในอุ้งปากร้อนผ่าวของชายหนุ่มดวงหน้าหวานร้อนผ่าวที่แหงนหงายขึ้นร้องครวญครางไม่เป็นภาษาและสะบัดไปมา กชมนรู้สึกเสียดเสียวไปถึงทรวงบาดลึกไปถึงหัวใจ ขณะขยับตัวเร่งจังหวะควบรักให้ร้อนขึ้นเร็วขึ้นและแรงขึ้น อุณหภูมิในกายสาวพุ่งสูงทะลุปรอท“บัวจ๋า” อนรรฆวีคร่ำครวญเสียงสั่นพร่า รู้สึกจวนเจียนคลั่งกับแรงเสียดสีแสนซ่านเสียวจากเนื้อในอ่อนนุ่มนั่น พร้อมกับเร่งเร้าบั้นท้ายเข้าหาสะโพกอวบเร็วแรงจนร่างเล็กสั่นคลอนไปทั้งตัว สร้างความหฤหรรษ์รัญจวนให้ไหลเวียนไปทั่วสรรพางค์กายสาวเหลือคณา“พี่เสือขา บัวไม่ไหวแล้ว” กชมนหอบจนตัวโยน ร้องบอกเสียงกระท่อนกระแท่นพร้อมกับโยกย้ายสะโพกถี่รัว โดยชายหนุ่มก็เร่งจังหวะสอดประสานรัวเร็ว ทุกจังหวะจะโคนล้ำลึกสุดตัว บ
ตอนพิเศษ 3 Soul Mate: คู่แท้ -1แม้จะโดนสามีแสดงความรักตลอดการตั้งครรภ์ แต่ก็ไม่ได้ทำให้กชมนคลอดก่อนกำหนดอย่างที่เธอเป็นกังวลเพราะเมื่อครบกำหนด เธอให้กำเนิดบุตรสาว เด็กหญิงปาลินออกมาอย่างสมบูรณ์และแข็งแรง หน้าตาน่ารักน่าเอ็นดู โดยมีส่วนผสมของเชื้อพันธุ์ของทั้งพ่อและแม่อย่างลงตัว ซึ่งก็สมใจพี่ชายคนโตที่เฝ้ารอการมีน้องสาวตัวน้อยมานานนำพาความปลาบปลื้มชื่นมื่นมาสู่ครอบครัวอย่างที่สุดและเด็กชายที่ฉายแววเป็นพี่ชายที่แสนดีก็ทำตามที่ได้ให้คำสัญญากับมารดาไว้อย่างเป็นมั่นเป็นเหมาะ ช่วยดูแลเลี้ยงน้องเป็นอย่างดี และทำได้ดีเกินวัยอีกด้วยส่วนคุณพ่อที่เพิ่งได้มีโอกาสอุ้มและเลี้ยงดูบุตรของตนตั้งแต่วันแรกที่หนูน้อยลืมตาดูโลกก็ทำหน้าที่พ่อได้อย่างไม่มีขาดตกบกพร่องเช่นกัน แม้นว่าเขาจะงานยุ่งธุรกิจรัดตัว เขาก็คอยช่วยเหลือเป็นลูกมือในการเลี้ยงดูบุตร เท่าที่เวลาจะอำนวย...ตลอดชีวิตการแต่งงานอยู่กินกับเขาให้ความสุขแก่เธอจนแทบกระอักกับความรักที่เขามอบให้ เขารักเธออย่างที่มิอาจหาคำพูดใดๆ มาเปรียบเทียบได้ราวกับว่าเขากำลังทดแทนช่วงเวลาอันปวดร้าวเศร้าโศกในอดีต แล้วแทนที่มันด้วยความรักและความสุขที่เขามอบให้ม
ตอนพิเศษ 2 Significant Other: คู่สร้างคู่สม -2 “ยาหยีติดพี่ชายมาก เดินตามต้อยๆ แถมยอมเชื่อฟังทำตามทุกอย่าง” สามีขาวิจารณ์ไปตามที่เห็น“สงสัยช่วงปิดเทอมต้องขอตัวสิงโตจากน้องบัวให้ไปช่วยเลี้ยงยาหยีแล้วละ คงทุ่นแรงของเราไปเยอะ” ยศนนท์พูดทีเล่นทีจริง รอยยิ้มแห่งความสุขก็ระบายเต็มใบหน้า กับภาพความน่ารักของบุตรสาวที่นั่งคุยเจื้อยแจ้วกับพี่ชาย...แล้วภาพความน่ารักก็มีสายตาอีกสองคู่เห็นเข้าและเจ้าของสายตาก็ยิ้มออกมาด้วยความเปี่ยมสุขที่เห็นลูกๆ เข้ากันได้ดี...เวลาเดียวกันนั้น อนรรฆวีก็ประคองร่างอุ้ยอ้ายของภรรยาลงมานั่งร่วมโต๊ะด้วย และเหตุผลที่ตื่นสายก็เป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากเพราะความไม่รู้จักพอของพ่อคนไฟแรงนั่นเอง นอกจากเมื่อคืนที่เขาจับเธอเข้าหอไม่ต่างกับคู่แต่งงานแล้ว เช้ามาก็มัวแต่พาเธออาบน้ำอย่างอ้อยอิ่งหาเศษหาเลยจนเกินเลยในที่สุด...คิดแล้วอยากหยิกสีข้างให้เนื้อเขียว กชมนหน้าแดง อายผู้มีพระคุณทั้งสองที่มองด้วยสายตาซุกซนเป็นอันว่ารู้กันนั่นเหลือเกิน“นอนหลับสบายดีไหมครับคุณติณคุณนนนี่” เจ้าภาพหนุ่มถามเสียงชื่นมื่น เมื่อนั่งลงเคียงข้างร่างอิ่ม พร้อมๆ กับยกถ้วยกาแฟขึ้นมาดื่มเรียกความสดชื่นใ
ตอนพิเศษ 2 Significant Other: คู่สร้างคู่สม -1“ในที่สุดเราสองคนก็ได้แต่งงานกันแล้วนะครับ”เจ้าบ่าวป้ายแดงจรดจุมพิตหวานซึ้งลงบนกลีบปากบางไม่ต่างกับอิสตรีของคนรักซึ่งเงยหน้ารับจูบแห่งรักที่มอบให้มาอย่างเต็มใจและด้วยสุขล้นใจของพวกเขาทั้งคู่ โดยมีเสียงปรบมือและเสียงหวีดร้องแสดงความยินดีดังออกมาไม่ขาดสายจากผู้มาร่วมงานเลี้ยงเป็นสักขีพยานให้กับพวกเขาทั้งคู่ติณณภพและยศนนท์เดินทางมาจดทะเบียนสมรสที่นิวยอร์ก และจัดงานเลี้ยงฉลองงานแต่งงานเล็กๆ กันที่คฤหาสน์สุดหรูริมทะเลสาบซึ่งอนรรฆวีเป็นเจ้าของ โดยมีญาติสนิทของคู่เจ้าบ่าวที่อาศัยอยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกามาร่วมงานด้วยบรรยากาศของงานอบอวลไปด้วยความสุข จนยศนนท์กลั้นน้ำตาแทบไม่อยู่ ต้องลอบเช็ดน้ำตาหลายครั้ง และแน่นอนว่าสามีขาก็ทั้งช่วยเช็ดและจูบซับน้ำตานั่นไม่ห่างเช่นกัน“ขอบคุณทุกคนที่มาร่วมฉลองงานแต่งของพวกเรา และต้องขอขอบคุณคุณเสือมากนะครับที่เชิญพวกเรามาพักผ่อนที่นี่ และยังเป็นเจ้าภาพจัดงานให้พวกเราด้วย”ติณณภพกล่าวขอบคุณ พร้อมกับหันไปทางเจ้าภาพซึ่งยกแก้วแชมเปญขึ้นจากโต๊ะแสดงความยินดีด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ดีใจกับผู้มีพระคุณของภรรยาซึ่งทุกวันนี้กล
ตอนพิเศษ 1 Better Half: คู่ชีวิต“พี่หลวงคะ ช่วยหยิบเพิสแพ็คใหม่มาให้ขวัญหน่อยสิคะ น้องต้นตาลอึ๊แตกแล้วค่ะ” เพียงขวัญตะโกนขอความช่วยเหลือจากสามีที่เพิ่งกลับเข้ามาในห้อง หลังจากจัดการส่งลูกคนโตและคนกลางเข้านอนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว“ทำไม่อึบ่อยนักล่ะจ๊ะคนเก่ง” คุณแม่ดัดเสียงให้เล็กถามบุตรสาวด้วยใบหน้าเกลื่อนยิ้ม“นี่จ้ะน้องขวัญ” คุณพ่อมือโปรรีบเดินกลับออกไปคว้าห่อผ้าอ้อมสำเร็จรูป แล้วเอามาส่งให้คุณแม่ที่กำลังสาละวนอยู่ตรงบริเวณโต๊ะเปลี่ยนผ้าอ้อมเด็ก ก่อนจะคว้าไปแล้วจัดการเปลี่ยนให้ลูกน้อยอย่างคล่องแคล่วว่องไวปานมืออาชีพก็เธอมีลูกถึงสามคนแล้วนี่นา แล้วเธอก็เพิ่งคลอดบุตรสาวคนสุดท้องได้แค่สามเดือนเท่านั้นและถึงแม้จะเหนื่อยอ่อนกับการต้องเลี้ยงเด็กอ่อนและลูกเล็กๆ วัยซนอีกสองคน หากชีวิตของเธอก็ถูกเติมเต็มไปด้วยความสุข เพราะมีผู้ชายหนึ่งเดียวในดวงใจเป็นคู่ชีวิตคอยอยู่เคียงข้างและร่วมทุกข์ร่วมสุข“เหนื่อยไหมจ๊ะคนดี” คุณพ่อลูกสามถามเสียงนุ่ม พร้อมกับสวมกอดร่างเล็กจากเบื้องหลัง แล้ววางคางลงบนไหล่เล็กอย่างออดอ้อน “เหนื่อยมากค่ะ” เธอตอบด้วยเสียงอ่อนแรง ทว่าดวงหน้าสวยนั้นสุขล้น “แต่ขวัญก็มีความสุข







