LOGIN“แด๊ดดี้งั้นเหรอ”
ภวัตยืนเปลือยกายล่อนจ้อนสูบซิกการ์อยู่ที่ริมระเบียงห้องนอนชั้นสามของคฤหาสน์ จุดสูงสุดของเกาะกาสิโนที่เขาปกครองอยู่
“ยัยกะล่อนเอ๊ย!” เขาก้มมองป่าสุสานเก่าเบื้องล่างด้วยสายตาดุดันปนรำคาญ
รำคาญดวงตาแป๋วแหววที่มองมาอย่างไร้ความหวาดหวั่น รำคาญความกล้าหาญที่แสนปัญญาอ่อนนั่น
“กล้าดียังไงวะ!” กล้าทำผิดกฏที่ทุกคนเคารพยำเกรงอย่างหน้าซื่อตาใส กล้าเข้ามาในเขตต้องห้ามที่เจ้าของเกาะหวงแหนแสนรัก แถมยังตีหัวเขาจนเลือดอาบ ต้องเย็บถึงสี่เข็ม
“เด็กนี่เป็นใครวะ?” ผู้หญิงอวดดีที่กล้าข่วนหมาป่าผู้เหี้ยมโหดอย่างไร้ความเกรงกลัว
“ตัวเท่าลูกแมว แต่ดุชะมัด กัดเอาๆ มีเชื้อโรครึเปล่าก็ไม่รู้” พูดพลางยื่นมือแตะรอยฟันบนปลายจมูกที่โดนเธอกัดแล้วเผลอยิ้มนิดๆ ไม่รู้ตัว แต่พอนึกถึงตอนที่โดนเธอเตะผ่าหมาก...
“ฮึ่ม!!! ฉันจะฆ่าเธออออ!!!”
เจ้าของเท้าที่ทำให้เขาเจ็บจุกและปั่นป่วนในอารมณ์จนอยากจะจับเจ้าหล่อนมามัดกับเสาเตียงแล้วฟาดด้วยแส้ให้ก้นแตก
ตอนนี้เขาอยากจะล่าเธอมาลงทันฑ์ให้สาสมกับความผิดที่ก่อไว้ใจจะขาด แต่ถ้าคนอื่นๆ รู้ว่าเขาโดนผู้หญิงตัวเล็กๆ เล่นงานจนระบม เขาจะเอาหน้าไปไว้ไหน ตำแหน่งเขาไม่สั่นคลอนเหรอ
เพราะงั้น ..เขาต้องจับลูกแมวมอมแมมตัวนี้ด้วยมือของเขาเองเท่านั้น!!
“ลูกนอกสมรสงั้นเหรอ?? ยัยแสบเอ๊ย! แอบอ้างว่าเป็นลูกเรา แต่ดันไม่รู้ว่าหน้าตาเราเป็นไงเนี่ยนะ”
เขายิ้มมุมปาก สายตาเจ้าเล่ห์ร้าย เมื่อนึกถึงดวงตากลมโตแฝงความดื้อรั้นอวดดีคู่นั้น
“ระวังตัวไว้แล้วกัน ถ้าเจอกันอีกครั้ง ฉันจะไม่ปล่อยเธอไว้แน่!!”
“ทำไงดี??”
นิดนารีถามตัวเองซ้ำๆ ขณะซุกกายใต้ผ้าห่ม นอนบนเตียงนุ่มอุ่นสบาย
“แต่มันเป็นเหตุการณ์ร้ายแรงมากเลยนะ เราควรแจ้งตำรวจใช่มั้ย ..แต่ที่นี่ไม่มีกฏหมายนี่นา มีแต่กฏมาเฟีย ถ้าขืนเราบอกใคร คนก็จะรู้ว่าเราทำผิดกฏ เราอาจจะโดนไล่ออกจากเกาะตั้งแต่วันแรกที่มาที่นี่!!”
นิดนารีถอนหายใจหนักหน่วง คิดไม่ตกว่าจะทำยังไงดี ระหว่างผดุงความยุติธรรม หรือเอาตัวรอดจากเกาะนี้ให้ได้
“บอกคุณศตายุดีมั้ย ..ไม่สิ คุณศตายุอาจจะเป็นเงาของไอ้มาเฟียบ้านั่นก็ได้ ..หรือบอกคุณแม่บ้านดี แต่ใครจะรู้ล่ะ คุณแม่บ้านก็น่าสงสัยเหมือนกัน”
เธอคิดวนเวียนเรื่องนี้จนผล็อยหลับไป ตื่นมาอีกทีก็เช้าแล้ว...
“โอว ฝันร้ายทั้งคืนเลย” ฝันถึงเหตุการณ์ในสวนสุสานเก่าวนไปเวียนมา ฝันเห็นผู้ชายคนนั้นไล่ล่าเธออย่างบ้าคลั่ง ฝันเห็นเขาฆ่าเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า
“อย่าได้เจอะเจอกันอีกเลย ไม่ว่าชาตินี้หรือชาติไหน!!”
แต่ถ้าเจอกันอีก ก็จะถือว่าเป็นเวรกรรมของเธอนะนิดนารี...เธอกระโดดเข้าไปในกับดักปิศาจด้วยตัวเอง เธอพาตัวเข้าไปพัวพันกับหายนะด้วยความเต็มใจ หากชีวิตต้องเจอกับอันตรายรูปใดรูปแบบหนึ่ง มันก็คือการเลือกของเธอเอง
“เราคงไม่โชคร้ายขนาดนั้นหรอก ..แต่ทำไมรู้สึกใจคอไม่ดีเลย ..รู้สึกสังหรณ์แปลกๆ”
นิดนารีพยายามตั้งสติ บอกตัวเองว่าไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้น แล้วกลับมาโฟกัสที่จุดมุ่งหมายของตัวเอง เป้าหมายที่พาเธอเดินทางมาถึงเกาะแห่งนี้
“อย่าลืมสินิดนารี ว่าเธอต้องทำอะไร อย่าให้การมาที่นี่ต้องเสียเปล่า นี่แค่วันแรกเองนะเว๊ย!”
บอกตัวเองให้ฮึกเหิมแล้วกระโดดลงจากเตียงนอน วิ่งเข้าห้องน้ำ อาบน้ำอุ่นกระตุ้นจิตวิญญาณ แต่งหน้าบางๆ ทาลิปสติกสีชมพูอ่อน ปล่อยผมยาวสลวย ดูน่ารักสดใส
“แต่งชุดไหนดีนะ วันนี้ต้องไปรายงานตัวต่อหน้านายภวัตด้วยสิ ..คุณศตายุบอกว่าให้ใส่เสื้อผ้าที่เรามั่นใจที่สุด ไม่มีกฏอะไร ..งั้น”
เธอหยิบเสื้อเชิ้ตสีขาวออกมาจากตู้ ตามด้วยกางเกงยีนสีเขียวใบตองตัวโปรด
“แต่งชุดเน้นวิ่งหนีสะดวกดีกว่า” เพราะงั้น รองเท้าที่เธอเลือกใส่วันนี้ก็คือ “รองเท้าสตั๊ดนี่แหละ เผื่อมีเหตุฉุกเฉิน”
“เป็นไงบ้าง ได้รับบาดเจ็บตรงไหนมั้ย” ภวัตรีบตรวจดูตามเนื้อตัวร่างกายของนิดนารีด้วยความรักและความเป็นห่วงอย่างที่สุดเธอส่ายหน้า รู้สึกเหมือนเพิ่งตื่นจากฝันร้าย หัวใจยังเต้นรัวไม่หยุด “ไม่เป็นไรค่ะ นิดไม่เป็นไร”“โอวว คุณทำให้ผมแทบบ้า ทำแบบนี้กับผมได้ยังไง ทำไมใจร้ายอย่างนี้!!” เขาสวมกอดเธอแนบแน่น ท่ามกลางสายตาของลูกน้องเกือบยี่สิบชีวิตรวมทั้งศตายุที่ได้รับบาดเจ็บที่หัวเพราะโดนตี ที่เพิ่งวิ่งมาถึงจุดเกิดเหตุ ด้วยความเป็นห่วง“มีคนยิงลูกแก้วมาโดนมือคุณเบญค่ะ” เธอบอก ให้ภวัตรู้ พลางกวาดสายตามองไปยังเหล่าลูกน้องที่ยืนรายล้อมอยู่ทั่วบริเวณ“อืม” เขาพยักหน้า เหมือนรู้อยู่แล้ว“ใครเป็นคนยิงคะ”“ไม่สำคัญหรอก แค่คุณปลอดภัยก็พอแล้ว”นิดนารียิ้มขอบคุณภวัต ก่อนจะหันไปเห็นคุณแม่บ้านยืนอยู่หลังต้นไม้ ในมือถือหนังสติ๊ก พอคุณแม่บ้านรู้ว่าเธอจับได้ แกก็หันหลังเดินกลับทันที“เงาของคุณเหรอคะ” เงาที่ศตายุเคยพูดถึง คนที่เลือกเธอมาทำงานที่นี่ภวัตยิ้ม “ถ้าเป็นเงาจริงๆ ก็คงไม่มีใครเห็นเขาหรอก ..ยัยตัวดีเอ๊ย เรามีเรื่องต้องเคลียร์กันเยอะเลย!”เขาอยากเคลียร์กับเธอแต่เธออยากเคลียร์กับคุณแม่บ้านมากกว่าอยากถา
“ฉันแค่ปกป้องตัวเอง” พูดอย่างไม่รู้สึกผิด ก่อนหันไปสั่งลูกน้อง “ไปเอากระดาษกับปากกามาสิ เธอจะเขียนจดหมายสั่งเสีย”นิดนารีกำหมัดแน่นด้วยความโกรธ นึกอยากจะกระโดดไปหยุมหัวยัยปีศาจแล้วถอนผมให้หมดหัว แต่ลูกน้องสามคนของเบญจาจ้องเธออยู่น่ะสิ“เมื่อไหร่ลูกน้องที่คุณส่งไปจัดการศตายุจะโทรมาซะที” เอนกงุ่นง่านกังวล“ใจเย็นสิคะ ฉันกำลังจะโทรเช็คอยู่เนี่ย” แต่ไม่ทันจะกดโทร มีข้อความส่งมาเสียก่อน “เรียบร้อยแล้ว ได้หลักฐานทั้งหมดจากศตายุแล้ว คราวนี้ก็..เคลียร์สถานการณ์ให้สะอาดซะที”ลูกน้องคนหนึ่งนำกระดาษกับปากกามายื่นให้เบญจา เจ้าหล่อนนำมาวางลงบนพื้นต่อหน้านิดนารี“เขียนสิ บอกว่าทำไมเธอถึงต้องฆ่าตัวตาย”นิดนารีเงยหน้ามองเบญจา “ฉันไม่มีเหตุผลให้ต้องทำเรื่องโง่ๆ แบบนี้ค่ะ”เพี๊ยะ!เบญจาตบหน้าเธอด้วยความแรง จนหน้าหัน เลือดซึมมุมปาก“งั้น...เปลี่ยนเป็นช็อคยาตายดีมั้ย”นิดนารีเบิกตาโพลง หันมองเบญจาด้วยความโกรธเกลียด “อะไรนะ!!”เบญจายิ้มมุมปาก “เอาเข็มฉีดยามาเลย มันอยากยาจนจะลงแดงตายอยู่แล้ว”ลูกน้องอีกคนรีบเอาเข็มฉีดยามาส่งให้นายสาวผู้โหดเหี้ยมเลือดเย็น“อย่านะ! คุณเบญจา! อย่าทำแบบนี้!!”“เธออยากดื้อเอง”
หลังจากคุยกับศตายุที่คาเฟ่..เธอปิดเครื่องทันที เพราะไม่อยากรับสายภวัตเธอจงใจเดินมาตามทางเปลี่ยว เพื่อล่อคนร้ายให้ออกมา ..คนร้ายที่สะกดรอยตามเธออยู่สามวันแล้ว ผู้ชายที่นั่งโต๊ะติดกันในร้านกาแฟเธอเดินเรื่อยๆ กระทั่งถึงเขตสวนสาธารณะ จู่ๆ ก็มีรถตู้คันสีดำขับมาจอดขวางหน้าเธอตกใจชะงัก พวกมันโผล่มแล้ว แอบกลัวอยู่เหมือนกันนะ แต่ถ้าไม่ทำแบบนี้ ศนร้ายก็ไม่ปรากฎตัว คนชั่วก็ลอยนวลต่อไป“ใจเย็นไว้แก!” เครื่องดักฟังพร้อม เครื่องอัดเสียงพร้อม สัญญาณติดตามทางโทรศัพท์ก็พร้อมแล้วเช่นกัน เพราะงั้น มาจับฉันได้เลย!ประตูรถตู้เปิดออก ชายสองคนลงมาล็อคตัวเธอลากเข้าไปในรถ เธอพยายามดิ้นหนี กรีดร้องโวยวายสุดฤทธิ์ พวกมันจัดการโปะยาสลบจนเธอหมดสติ ทิ้งร่างเธอนอนคว่ำบนเบาะนั่งทั้งที่รู้ว่าจะโดนอะไร แต่ก็ยังสลบไม่รู้สึกตัวงั้นเหรอ จะบ้ารึไง..เธอกลั้นหายใจและแกล้งสลบเองต่างหาก เพื่อให้พวกคนร้ายตายใจและวางใจว่าแผนการกำลังดำเนินไปได้ด้วยดี‘พวกมันจะพาฉันไปหาใครนะ’ ระหว่างเบญจากับศตายุ หรือ..คนที่เธอไม่คาดคิดใช้เวลาประมาณยี่สิบนาทีก็ถึงจุดปมาย พวกมันขับรถตู้เข้าไปในโกดังสินค้าเก่าขนาดใหญ่ใกล้กับหน้าผาทะเล ลากเธอลงจ
เขาทำหน้ามีพิรุธ “คือ..ผมมีกฏอย่างหนึ่งที่ต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ..เจ้านายห้ามมีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับเลขาเด็ดขาด ถ้าผมฝ่าฝืน ผมต้องจ่ายให้ศตายุเยอะเลย เยอะมากๆ อ่ะ”เธออ้าปากค้าง “คุณ..ขี้โกงนี่ ไหนบอกว่าเป็นการลงโทษเรื่องที่กาสิโน”“มันลงตัวพอดีไง ช่วยไม่ได้ ผมฉลาดน่ะ”เธอส่ายหน้าระอาใจ “เจ้าเล่ห์!”“แล้วชอบมั้ยล่ะ”“ไปดีกว่า”“ไปเลย ..เพราะถ้ายังอยู่นะ วันนี้ไม่ได้ไปทำงานแน่นอน”“ชิ!” เธอรีบวิ่งออกจากห้องไป ก่อนที่เขาจะลากเธอขึ้นเตียง แล้วขังเธอไว้ในห้อง!จากที่ไม่ได้สนใจบริษัทนี้เลย...ตอนนี้เธอสนใจจนแทบบ้าแล้วนิดนารีตั้งใจจะแอบสืบแอบเก็บรวบรวมหลักฐานเกี่ยวกับการทุตจริตของเบญจา เพื่อเปิดโปงความผิดตั้งแต่ต้นจนจบ จะลากเธอออกมารับโทษให้ได้‘ยัยเบญจา ..ระวังตัวไว้ให้ดี ฉันจะสอยเธอให้ร่วง ฉันจะส่งเธอเข้าคุกให้ได้’ และใครก็ตามที่ร่วมมือกับเธอ ก็จะต้องรับผิดชอบเช่นเดียวกัน‘คุณศตายุ ตอนนี้คุณเป็นผู้ต้องสงสัยหลัก!’สามวันมาแล้วที่เธอหมกมุ่นกับการสืบหาข้อมูลเรื่องการทุตจริตของผู้จัดการแผนก แอบเข้าไปดูดข้อมูลจากฮาร์ดดิสบนโต๊ะทำงานของคุณเบญจา จัดเก็บไฟล์ไว้ในคลาวด์ ส่งฮาร์ดดิสแบบพกพากั
“มีความสุขมากหรือคะ” เธอถามเสียงอ้อน จ้องมองใบหน้าหล่อเหลาที่กำลังก้มมองเธออย่างลุ่มหลง ด้วยสายตาร้อนแรง หวานฉ่ำ“มาก ..มากจนบรรยายไม่ถูกเลย”เธอยื่นมือลูบไล้ใบหน้าคร้าม “คุณหล่อมากเลย”“เป็นของคุณ”“จะไม่ยอมปล่อยอีกแล้ว”“ถ้าปล่อย จะตีก้นให้”“คนหื่น”“ยอมรับ” และทำให้เห็นโดยทันที ด้วยการสอดรักซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่ยอมปล่อยเธอลงจากเตียงเกือบสองชั่วโมง แผลงฤทธิ์แผลงเดชใส่เธอจนน่วมไปทั้งตัว ดูดกลืนความหวานของเธออย่างตะกระตะกรามไม่รู้เบื่อ..ไม่รู้เหนื่อยเธอกับเขามีความสุขกันอย่างท่วมท้น ก่อนจะหลับใหลใต้ผ้าห่มอุ่นร่วมกัน บนเตียงนอนนุ่ม ที่ระบายด้วยคราบแห่งความรักหวาน“อื้อ..” เมื่อเธอลืมตาตื่นขึ้นอีกครั้ง ก็พบกับแสงแห่งรุ่งอรุณที่สาดผ่านประตูกระจกบานเลื่อนตรงระเบียงเข้ามา แสงสีทองอันอบอุ่น“อ่า..” เธองัวงัวตื่นขึ้นมา พอรู้ว่าเช้าแล้วก็รีบหันมองนาฬิกาติดผนัง จึงพบว่าแปดโมงเช้าแล้ว“เช้าแล้ว..” แต่คนที่นอนกอดเธอจากด้านหลังยังกรนอยู่เลย “ก็นะ...ทำไม่รู้สักกี่ครั้ง” เธอเลยไม่ขัดขวางการพักผ่อนของเขา ปล่อยให้เขานอนต่ออย่างมีความสุขไปก่อนส่วนตัวเธอหยิบเสื้อผ้าเดินเข้าห้องน้ำ ทำธุระส่วนตัวแล้วก็มา
“คุณ...เดี๋ยวใครเห็น”“ไม่มีใครเห็นหรอก”เขาอุ้มเธอผ่านประตูลับคล้ายอุโมงค์ เดินผ่านห้องหนึ่งที่มีประตูเหล็กสีแดงเลือดนกเป็นปราการ..สีที่เขาบอกว่าชื่นชอบนักหนาเธอหันไปมองอย่างสงสัยปนแปลกใจ ทำไมจึงดูลึกลับ น่ากลัว ราวกับเป็นเส้นทางสู่นรก“นั่นห้องอะไรคะ?”“อย่าสนใจเลย” เขาจะก้าวขึ้นบันไดเวียน แต่เธอบีบหัวไหล่รั้งเขาให้หยุดฝีเท้า“นิดอยากเข้าไปดูห้องนั้นค่ะ”เขาชะงัก สีหน้ากังวลเล็กน้อย “มันไม่มีอะไรหรอกนิด แค่ห้องเก็บของน่ะ”“งั้นนิดขอดูของ ที่อยู่ในห้องนั้นหน่อยสิคะ” เธอไม่ได้ร้องขอ แต่ยืนยันความต้องการ “ปล่อยนิดลงก่อนสิคะ”เขาทำหน้าขัดใจ แต่ก็ยอมปล่อยเธอลงเธอตรงไปที่ประตูสีแดงบานนั้น เขารีบเข้ามาคว้าข้อมือเธอไว้“ผมไม่ได้เป็นคนแบบนั้นนะ แค่..เล่นสนุกเวลาเบื่อๆ ไม่ได้ชอบอะไรขนาดนั้น”เธอมองหน้าเขา ทำไมร้อนตัว “ทำไมต้องทำเหมือนวัวสันหลังหว่ะด้วยคะ อย่างกับซ่อนของผิดกฏหมายเอาไว้งั้นแหละ”“ก็” เขาอึกอักนิดหน่อย “ก็..ถือว่าผิด กฏหมายนั่นแหละ”เธออ้าปากหวอ เอาแล้ว ในที่สุดเธอก็เจอหลักฐานเอาผิดเขาได้แล้ว “นึกแล้วเชียว” ว่าแล้วเธอก็รีบเปิดประตูบานนั้น ก้าวเข้าไปข้างใน แต่พอเห็นของที่ถูกจัด







