Share

บทที่ 4

Penulis: เหยียนต้านีเอ๋อร์
กางเกงในตัวนี้นุ่มและลื่น ด้านบนเหมือนว่ายังมีกลิ่นของพี่สะใภ้หลงเหลืออยู่

สัมผัสกางเกงในในมือ ผมอดคิดถึงภาพที่เมื่อเช้าแอบได้ยินขึ้นมาอีกครั้งอย่างควบคุมไม่ได้

นี่ทำให้ผมตื่นเต้นและมีความสุขมากกว่าเดิม

ผมไม่สามารถมีอะไรกับพี่สะใภ้ได้จริงๆ แล้วจะยังเอาสิ่งของของเธอมาเพื่อจินตนาการหน่อยไม่ได้เลยเหรอ?

เมื่อคิดแบบนี้ ผมก็ปลดเข็มขัดออก แล้วนำกางเกงในตัวนั้นยัดเขาไป

ในขณะที่ผมกำลังจะใช้แม่นางทั้งห้าจัดการปัญหา จู่ๆ ด้านนอกประตูก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นพักหนึ่ง

ตกใจจนผมขวัญกระเจิง จนเกือบน้ำแตก

ในบ้านมีผมกับพี่สะใภ้แค่สองคนเท่านั้น คนที่เคาะประตูนั้น ก็คงจะเป็นพี่สะใภ้อย่างแน่นอน

ผมรีบหยิบกางเกงในตัวนั้นออกมา แล้ววางไว้บนราวแขวนผ้าขนหนู

ถึงได้กล่าวอย่างร้อนตัว “พี่สะใภ้ มีอะไรครับ?”

“เอ้อร์โก่ว เธอกำลังทำเรื่องไม่ดีอยู่ในนั้นใช่ไหม?” พี่สะใภ้ถามแบบนี้อย่างคาดไม่ถึง

“หา? ผม ผมเปล่า” ผมร้อนตัวเป็นอย่างมาก

“แล้วทำไมเสียงของเธอถึงสั่นเครือแบบนั้น?”

คำถามเพียงประโยคเดียวของพี่สะใภ้ก็ทำให้ผมหวาดกลัวเป็นอย่างมาก

ผมรู้สึกว่าเหงื่อแตกพลั่กๆ

ถึงแม้ว่าพี่สะใภ้จะเป็นคนเปิดเผย แต่เธอเคยพูดกับผมอย่างชัดเจนว่า ห้ามคิดอะไรกับเธอ

ถ้าหากให้เธอรู้ว่าผมเพิ่งเอากางเกงในของเธอทำเรื่องแบบนั้น เธอจะต้องคิดว่าผมเป็นเด็กไม่เชื่อฟังแน่ ถ้าไล่ผมออกจากบ้านจะทำยังไงดี?

แต่ผมก็ไม่รู้ว่าควรจะอธิบายยังไง ทำได้แค่เพียงพูดอย่างช่วยไม่ได้ “เปล่าจริงๆ ครับ ผมก็แค่ปวดท้อง เหงื่อออกมาก...”

“ทำไมถึงได้เหงื่อออกมากล่ะ? เป็นเพราะไม่สบายหรือเปล่า?” น้ำเสียงของพี่สะใภ้เป็นห่วงมาก

ผมพูดว่า “ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน รู้สึกทรมานมากครับ”

“เธอเปิดประตู ขอพี่ดูหน่อย”

“มัน มันไม่ดีมั้งครับ”

“มีอะไรดีหรือไม่ดี ในสายตาของพี่เธอก็เป็นเด็กน้อยคนหนึ่ง เร็วเข้า รีบเปิดประตู”

ในใจผมยังคงรู้สึกค่อนข้างจิตตก ที่แท้ในสายตาของพี่สะใภ้ผมก็เป็นเพียงแค่เด็กเท่านั้นเหรอ มิน่าพี่สะใภ้ถึงได้ทำตัวเปิดเผยขนาดนั้นต่อหน้าผม

เธออาจจะไม่เคยคิดอยากจะทำเรื่องพรรคนั้นกับผมเลยด้วยซ้ำ

ผมเอื้อมตัวเปิดประตูห้องน้ำ หลังจากพี่สะใภ้เข้ามา ไม่ได้มองผมในทันที แต่มองไปยังด้านบนราวแขวนผ้าขนหนู

ในใจของผมแอบพูดว่าซวยแล้ว หรือว่าพี่สะใภ้เห็นอะไรเข้าแล้ว?

ผมร้อนตัวเป็นอย่างยิ่ง ไม่กล้ามองตาของพี่สะใภ้เลยสักนิด

แต่พี่สะใภ้นะสิ เดินไปที่ตรงหน้าราวแขวนผ้าขนหนู ถามผมด้วยรอยยิ้ม “เธอแตะต้องกางเกงในของพี่ใช่ไหม?”

“ปะ เปล่า” ผมส่ายหน้ารัวๆ

“เปล่าจริงเหรอ? ถ้าอย่างนั้นเธอหน้าแดงทำไม? เธอพูดมาตามตรง เมื่อครู่นี้เธอหยิบกางเกงในของพี่ไปทำเรื่องไม่ดีใช่ไหม? ผลสุดท้ายถูกฉันขัดจังหวะ ดังนั้นเธอเลยร้อนตัวหวาดกลัว ไม่กล้าให้พี่เข้ามา?”

ผมสงสัยเป็นอย่างมากว่าพี่สะใภ้มีตาทิพย์ใช่ไหม ทำไมผมทำอะไรคิดอะไรเธอถึงรู้ไปเสียทุกอย่างเลย?

พี่สะใภ้จ้องมองผมตั้งแต่หัวจรดเท้า เมื่อเห็นว่าผมงอตัวไม่กล้ายืดตัวตรง ความสงสัยในดวงตาก็ยิ่งรุนแรงขึ้น

“ยืนดี ๆ ” พี่สะใภ้มองผมแล้วพูดขึ้น

เมื่อเผชิญหน้ากับพี่สะใภ้ ผมไม่กล้าขัดขืน

ตอนที่ผมยืดตัวตรง ความอับอายที่ด้านล่างของผมปรากฏชัดขึ้นมาทันที

ผมรู้ ผมถูกพี่สะใภ้เห็นเข้าแล้ว

ผมหลับตาลง ไม่กล้าเผชิญหน้ากับพี่สะใภ้

จากนั้น ผมรู้สึกว่าพี่สะใภ้เดินมาตรงหน้าของผมช้าๆ แล้วย่อตัวลงไป

หัวใจของผมแทบจะกระเด็นออกมาจากหน้าอก

ประเด็นสำคัญคือไม่รู้ว่าพี่สะใภ้กำลังคิดอะไรอยู่กันแน่?

อีกอย่างการย่อตัวลงของพี่สะใภ้ จะคลุมเครือเกินไปแล้ว อดไม่ได้ที่จะทำให้ผมต้องคิดมาก

ผมค่อยๆ ลืมตาขึ้น

เมื่อเห็นว่าพี่สะใภ้จ้องมองตรงนั้นของผมอย่างหลงใหล ทอดถอนออกมาจากใจจริง “เธอว่าถ้าหากพี่ชายของเธอเก่งเหมือนเธอ แบบนั้นจะดีแค่ไหน?”

ในขณะที่พูด ในดวงตาก็มีแววตาของความโหยหาเป็นอย่างยิ่ง

ในเวลานี้หัวสมองของผมขาวโพลน ภายในใจก็กระวนกระวายเช่นกัน ไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไร

พี่สะใภ้มองอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็ลุกขึ้น

ผมทำได้แค่เพียงใช้มือกุมเอาไว้

“เก็บสะสมความต้องการของเธอเอาไว้ แบบนี้ เธอถึงจะมีแรงไปจัดการกับหลี่ลี่เจียว”

ในขณะที่พี่สะใภ้พูด จู่ๆ ก็ขยับเข้าใกล้ผม “อันที่จริงพี่จงใจจะกระตุ้นเธอ พี่สะใภ้รู้ว่าทำแบบนี้ไม่ถูกต้อง แต่เพื่อพี่ชายของเธอแล้ว พี่สะใภ้จำเป็นต้องทำแบบนี้”

“เธอขี้อายเกินไป พี่สะใภ้คงต้องหาหนทางเปิดใจเธอก่อน”

“เอามือออกไป พี่สะใภ้เป็นคนที่มีประสบการณ์ เคยเห็นมาหมดทุกอย่างแล้ว”

ผมคิดในใจว่าวิธีการเปิดใจของเธอจะพิเศษเกินไปแล้วล่ะมั้ง รู้สึกว่าจะเอาชีวิตผมได้ทุกนาทีเลย

“ออกมาเถอะ พี่จะโทรศัพท์หาหลี่ลี่เจียว พวกเราออกไปเที่ยวกัน พี่จะช่วยให้ความสัมพันธ์ของพวกเธอพัฒนาขึ้น”

“ดูว่าวันนี้ตอนกลางวันหลี่ลี่เจียวจะให้เธอไปที่บ้านของเธอไหม รีบจัดการธุระให้เรียบร้อย บริษัทของพี่ชายเธอก็จะได้ฟื้นตัวได้โดยเร็ว”

พี่สะใภ้พูดจบ ก็หันหลังเดินออกไป

ผมเดินตามออกไปจากห้องน้ำอย่างว่าง่าย ฝ่ามือเต็มไปด้วยเหงื่อ

อดกลั้นเอาไว้

ทุกครั้งที่ถูกพี่สะใภ้ยั่วเย้าขนาดนี้ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ระบายออกมา ผมใกล้จะระเบิดแล้ว

แต่เพื่อพี่ชายของผมแล้ว ผมทำได้แค่เพียงอดทนไปก่อนเท่านั้น

พี่สะใภ้นั่งอยู่ที่โซฟา โทรศัพท์หาหลี่ลี่เจียว “...ไม่ออก? ทำไมล่ะ? ไม่ได้ ฉันอยากให้เธอไปเป็นเพื่อนฉัน ถ้าหากเธอไม่ไป ฉันจะให้น้องชายของฉันอุ้มเธอลงไป”

“หา? ฉันทำเกินไป? ฉันก็ชอบทำเกินไปแบบนี้ล่ะ เธอจะทำอะไรฉันได้?”

“ถ้าอย่างนั้นก็เอาแบบนี้ อีกห้านาที ฉันจะรอเธออยู่ที่ประตู”

พี่สะใภ้วางสาย พูดกับผมพร้อมรอยยิ้ม “เรียบร้อยแล้ว เธอไปเปลี่ยนเสื้อผ้า อีกเดี๋ยวจะได้ขับรถ”

“จำไว้ มองทางข้างหลังบ่อยๆ จะมีเรื่องเซอร์ไพรส์รอเธออยู่”

ผมตอบ ‘ครับ’ แล้วก็ไปเปลี่ยนเสื้อผ้า

ในใจทั้งคาดหวังทั้งสงสัย ว่าเซอร์ไพรส์ที่พี่สะใภ้ว่าจะเป็นอะไรกันนะ?

ในไม่ช้า ผมก็เปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จเรียบร้อยแล้ว

ผมกับพี่สะใภ้รออยู่ที่หน้าประตูครู่หนึ่ง หลี่ลี่เจียวก็เดินออกมา

หลี่ลี่เจียวเปลี่ยนเป็นชุดเดรสสีแดง ช่วยขับให้ผิวของเธอขาวกระจ่างยิ่งขึ้น

อีกทั้งเดรสตัวนี้ยังเป็นคอวีอีกด้วย เผยให้เห็นหน้าอกที่ขาวดุจหิมะของหลี่ลี่เจียว

ผมจ้องอย่างตกตะลึงทันที

คิดไม่ถึงว่ารูปร่างของหลี่ลี่เจียวจะดีกว่าที่ผมจินตนาการเอาไว้เสียอีก

เหมือนกับว่าสายตาของหลี่ลี่เจียวจงใจหลบผม ไม่ยอมจ้องมองผมตรงๆ เลย

เธอโอบแขนของพี่สะใภ้แล้วเดินผ่านหน้าผมไปทันที

ในใจของผมรู้สึกกลัดกลุ้มเป็นอย่างมาก ในเวลาเดียวกันก็รู้สึกอึดอัดมากเช่นกัน

เมื่อครู่นี้ตอนที่ผมนวดให้เธอ เห็นอยู่ชัดๆ ว่าเธอรู้สึกค่อนข้างดีกันผม ทำไมตอนนี้ถึงได้เย็นชาขนาดนี้นะ? ไม่แม้แต่จะมองผมเลยสักแวบ

หรือว่าเมื่อครู่นี้ผมทำเกินไปงั้นเหรอ? ทำให้เธอไม่พอใจงั้นเหรอ?

พวกเราสามคนลงไปที่ชั้นล่าง

ตลอดทาง หลี่ลี่เจียวกับพี่สะใภ้ของผมพูดคุยหัวเราะกัน แต่ผมเหมือนเป็นธาตุอากาศ

เดิมทีผมก็กลัดกลุ้มมากอยู่แล้ว แต่หลังจากที่ขึ้นรถ จู่ๆ ผมก็นึกถึงสิ่งที่พี่สะใภ้เคยพูดกับผม ให้ผมคอยสังเกตด้านหลัง จะมีเซอร์ไพรส์รอผมอยู่

ผมสงสัยมากว่าเป็นเซอร์ไพรส์แบบไหน?

ดังนั้นจึงเอาแต่มองกระจกหลัง

พี่สะใภ้กับหลี่ลี่เจียวคุยเล่นหัวเราะกัน ผมเองก็ยังไม่เห็นเซอร์ไพรส์อะไร

“พี่สะใภ้ พวกเราจะไปไหนกันครับ?” ผมใช้ข้ออ้างถามทางจงใจหันหน้ากลับไปมองทีหนึ่ง ยังไม่เห็นเซอร์ไพรส์อะไร

แต่ว่า สายตาของผมปะทะเข้ากับสายตาของหลี่ลี่เจียวโดยไม่ตั้งใจ หน้าของหลี่ลี่เจียวแดง ‘ฉ่า’ ขึ้นมาทันที จากนั้นก็เหลือบตาอย่างไม่เป็นธรรมชาติ

สายตาที่ตื่นตระหนก ไม่สบายใจรวมทั้งอึดอัดนั้นของเธอ ถูกผมจับได้แล้ว

ในใจของผม ‘สะอึก’ อย่างอดไม่ได้

ผมสงสัยว่าหลี่ลี่เจียวไม่ได้โมโห แต่ว่าสับสนและลังเล ไม่รู้ว่าควรหรือไม่ควรทำตัวคลุมเครือกับผม ดังนั้นจึงไม่ได้สนใจผมเลย

ในใจของผมค่อนข้างดีใจ

เป็นเพราะว่าแบบนี้แสดงให้เห็นชัดเจนแล้วว่าเธอสนใจในตัวผม

“ไปว่านต๋าสแควร์” พี่สะใภ้บอก

ผมตอบรับ จากนั้นใช้โทรศัพท์มือถือค้นหาเส้นทางเรียบร้อยแล้ว ก็สตาร์ตรถขับมุ่งหน้าไปยังว่านต๋าสแควร์

ผมมองกระจกหลังเป็นครั้งคราวตลอดทาง

เป็นเพราะอยากจะรู้ว่าเซอร์ไพรส์พี่สะใภ้พูดคืออะไร?

ตอนที่รถมาถึงช่วงถนนที่การจราจรแออัด ความเร็วของรถด้านหน้าช้ามาก ผมมองกระจกหลังอีกครั้ง

นี่เป็นภาพที่น่าทึ่งมาก ผมเห็นหลี่ลี่เจียวกำลังถอดกางเกงในของเธอออกมาพอดี
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ติงเอ้อร์โก่วผู้อับโชค   บทที่ 30

    ไม่ใช่ นั่นไม่ใช่เสียงหอบนั่นเป็นเสียงครวญครางจากความเจ็บปวด “พี่ลี่เจียว เป็นอะไรไป” ด้วยจิตใต้สำนึกผมจึงพุ่งตัวเข้าไป เห็นเพียงแค่หลี่ลี่เจียวนอนคว่ำอยู่บนเตียง มือหนึ่งสอดเข้าไปด้านล่าง ทั่วทั้งเรือนร่างมีเหงื่อเย็นซึมออกมามากผมจึงรีบคว้าข้อมือของเธอมาจับชีพจร ปรากฏว่าชีพจรของเธอเต้นรัวเร็วไม่ปกติ ม้ามและระบบย่อยอาหารค่อนข้างอ่อนแอ ทั้งยังมีอาการอาเจียนร่วมด้วยอาจจะเป็นเพราะโรคกระเพาะอาหารและลำไส้อักเสบเฉียบพลันค่อนข้างรุนแรง จนอาจจะเกิดอาการขาดน้ำได้ ผมช่วยให้หลี่ลี่เจียวขึ้นมานอนราบดี ๆ หลังจากนั้นก็เริ่มนวดจุดฝังเข็มให้เธอ ซึ่งแยกได้เป็น จุดเทียนซู จุดจู๋ซานหลี่ จุดเหลียงชิว และจุดเน่ยกวานจุดฝังเข็มเหล่านี้ จะสามารถบรรเทาอาการเจ็บปวดได้หลังจากที่ผมนวดไปแล้ว อาการเจ็บปวดของหลี่ลี่เจียวก็ค่อย ๆ บรรเทาลงในที่สุด เธอมองมาที่ผมอย่างอ่อนแรง "เอ้อร์โก่ว ขอบคุณ... ขอบคุณเธอมากนะ"ผมช่วยเช็ดเหงื่อบนหน้าผากของเธอ แล้วถามด้วยความห่วงใย "พี่ลี่เจียว เมื่อเย็นนี้พี่กินอะไรเข้าไป? "“ตอนเย็นพี่ดื่มนมเย็นไปนิดหน่อย แล้วก็กินผลไม้อีกนิดหน่อย ผ่านไปได้ไม่นาน ก็รู้สึกปวดท้อ

  • ติงเอ้อร์โก่วผู้อับโชค   บทที่ 29

    ผมพูดว่าสามีของหลี่ลี่เจียวเป็นแค่คนไม่ได้เรื่องคนหนึ่ง แต่ถ้าเทียบกับผมแล้วเจ้าหวังเจี้ยนกั๋วก็นั้นก็ไม่ใช่คนแบบนั้นอีกต่อไป ผมรีบคว้ามือของพี่สะใภ้เอาไว้ พี่สะใภ้ยิ้มออกมาเล็กน้อย ราวกับเดาได้ว่าทำไมผมถึงทำเช่นนี้ “คิดดีแล้วเหรอ?”ในใจของผมลังเลทั้งยังย้อนแย้งอย่างมาก ด้านหนึ่งคือพี่ชายที่เป็นเหมือนพี่น้องแท้ๆ ที่ผมรักส่วนอีกด้านคือผู้หญิงที่ผมปรารถนา คิดใคร่ครวญไปมา สุดท้ายผมก็เลือกอย่างแรก ผมไม่อาจจะให้ความสุขเพียงชั่วครู่ มาทำให้เกิดเรื่องที่รู้สึกผิดต่อเฉินเว่ยตง งั้นผมแม่งคงเป็นได้แค่เดนมนุษย์สินะผมพยักหน้าอย่างหนักแน่น "คิดดีแล้วครับ พี่สะใภ้ พี่ควรออกไปดีกว่า"“พี่รู้ว่าเธอต้องทำแบบนี้ เอ้อร์โก่ว เธอช่างเป็นคนดีคนหนึ่งจริง ๆ”“ไม่น่าแปลกใจเลยที่พี่ชายของเธอมักจะพูดอยู่เสมอว่ามีน้องชายที่ดีมาก ๆ อย่างเธออยู่คนหนึ่ง”ผมมองพี่สะใภ้อย่างละอายแก่ใจ “พี่สะใภ้ ขอโทษครับ พี่กับพี่ผมดีกับผมขนาดนี้ ผมยังมีความคิดจะทำมิดีมิร้ายกับพี่อีก ผมมันไม่ใช่คนจริงๆ ”“นี่มันไม่ใช่ความผิดของเธอทั้งหมด เป็นความผิดของพี่สะใภ้ด้วยเหมือนกัน ที่พูดกับเธอต่อหน้าประจำว่าให้เปิดใจอ

  • ติงเอ้อร์โก่วผู้อับโชค   บทที่ 28

    “งั้นเธอหมายถึงอะไร” สายตาของพี่สะใภ้มองมาที่ผม เธอจงใจที่จะถามผมแบบนี้ใจของผมรู้สึกกังวลอย่างมาก แต่ก็ไม่ได้เสียมารยาทพูดออกไปตรงๆ ทำได้เพียงแค่พูดว่า “พี่รู้ว่าผมทรมานมากแค่ไหน แล้วพี่เองก็รู้ด้วยซ้ำว่าผมอยากให้พี่ทำอะไร”“แต่เรื่องแบบนี้มันไม่ได้เกิดจากพี่ มันเกิดขึ้นจากตัวเธอเอง แล้วทำไมเธอถึงว่าพี่โกหกล่ะ?”พี่สะใภ้ย้อนถามกลับมาที่ผม “พี่จะโกหกเธอได้ยังไง? พี่ได้พูดเหรอว่าใช้มือช่วยเธอทำแบบนั้นน่ะ?”พี่สะใภ้พูดออกมาอย่างตรงไปตรงมาไม่กี่คำ กลับทำให้ผมรู้สึกเคอะเขินอย่างมากแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ตอนที่เธอพูดไม่กี่คำเหล่านี้ออกมา มีเจตนาอะไรบางอย่างแฝงอยู่ เธอต้องการช่วยผมทำเรื่องพรรค์นั้น ผมนิ่งเงียบอย่างกับใบ้กิน แม้แต่ประโยคเดียวก็เปล่งออกมาไม่ได้ อารมณ์ของผมหดหู่อย่างมากแม้ว่าคำพูดของพี่สะใภ้จะเป็นความจริงทั้งหมดก็ตาม แต่ผมก็ยังอยากรู้สึกว่าโดนพี่สะใภ้โกหกอยู่ “เอ้อร์โก่ว เธอเงยหน้าขึ้น แล้วมองมาที่ตาพี่สิ” จู่ ๆ พี่สะใภ้ก็พูดขึ้นมากับผมผมเงยหน้าขึ้นอย่างหมดอาลัยตายอยาก แล้วมองเข้าไปนัยน์ตาพี่สะใภ้ พี่สะใภ้เองก็มองตาผมอยู่ แล้วพูดอย่างจริงจังมาก ๆ ว่า "เวล

  • ติงเอ้อร์โก่วผู้อับโชค   บทที่ 27

    พี่ชายผมทำหน้าตาย พูดอย่างปากแข็งพี่สะใภ้คว้าใบหูของพี่ชายเอาไว้แน่น “ที่คุณเหนื่อยน่ะมันไม่ใช่เรื่องแค่วันสองวันนี้ แล้วทำไมเมื่อก่อนไม่เคยเห็นคุณเป็นแบบนี้มาก่อนเลย?”“ตอนที่เพิ่งแต่งงานแรก ๆ วัน ๆ หนึ่งคุณทำเจ็ดแปดรอบก็ไม่มีปัญหา ยุ่งอยู่จนถึงเที่ยงคืนตีหนึ่งตีสองถึงค่อยกลับมา พอกลับมาแล้วเป็นไง ก็ยังไม่วายต้องกลับมาซ้ำอีกครั้งถึงจะนอนหลับได้”“แต่ดูคุณตอนนี้สิ ไม่ว่าจะวิธีไหนฉันก็ใช้ไปหมดแล้ว เจ้านั่นของคุณก็ยังคงอ่อนปวกเปียกอย่างกับเส้นก๋วยเตี๋ยวอย่างนั้น คุณยังไม่ยอมรับอีกเหรอว่าเป็นปัญหาของคุณ?”พี่สะใภ้เริ่มโกรธมากขึ้นเรื่อย ๆ ในตอนสุดท้ายจึงร้องไห้ออกมาด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ ตอนนั้นที่เพิ่งแต่งงานแรก ๆ เธอพูดว่าอยากมีลูกชาย แต่พี่ชายผมกลับพูดว่าบริษัทกำลังพัฒนายังไม่มั่นคงพอ ช่วงนี้ยังมีไม่ได้พี่สะใภ้ได้ยินคำที่พี่ชายผมพูดออกมา หลังจากนั้นก็กินยาคุมกำเนิดมาตลอด ในช่วงสองปีที่ผ่านมานี้ บริษัทของพี่ชายผมค่อย ๆ มั่นคงขึ้นแล้ว ทางพี่สะใภ้เองก็ไปเสนอเรื่องอยากมีลูกใหม่อีกครั้ง แต่ร่างกายของพี่ชายผมกลับไร้เรี่ยวแรงพี่สะใภ้จึงรู้สึกว่ามีเพียงแค่เธอที่พยายามอยู่ฝ่ายเดีย

  • ติงเอ้อร์โก่วผู้อับโชค   บทที่ 26

    “ใช่ พี่เคยพูด วางใจได้ ครั้งนี้พี่สะใภ้รักษาคำพูดแน่นอน”พอได้ยินพี่สะใภ้พูดแบบนี้ ผมก็ตื่นเต้นขึ้นมาทันที ของแบบนี้ ตัวเองทำกับคนอื่นทำ ความรู้สึกช่างต่างกันอย่างสิ้นเชิง มือขาวดั่งหยกของพี่สะใภ้ทั้งเนียนทั้งอ่อนโยน ผมอยากจะสัมผัสได้ถึงความรู้สึกนั้นเสียจริง ๆแต่พี่สะใภ้ก็พูดขึ้นว่า “แต่ตอนนี้ไม่ได้ ต้องรอสักพักก่อน”ผมพยักหน้าซ้ำ ๆเพราะผมรู้ ว่าพี่สะใภ้กลัวว่าจู่ ๆ พี่ชายผมก็กลับมา ซึ่งจริง ๆ แล้วผมเองก็กลัวเหมือนกัน ผมจึงพูดกับพี่สะใภ้ว่า “งั้นผมต้องกลับห้องก่อน แล้วอีกสักพักผมจะมาหาพี่”“โอเค ไปเถอะ”หลังจากบอกลาพี่สะใภ้แล้ว ผมก็กลับห้องไปแล้วจึงรีบถอดเสื้อผ้าของตัวเองออก เหลือไว้เพียงแค่กางเกงในหนึ่งตัวเท่านั้น จากนั้นก็นอนลงบนเตียง ทั้งหัวใจยังคงเฝ้ารอคอยว่าอีกสักพักพี่สะใภ้จะเข้ามาช่วยผม นี่คงเป็นครั้งแรกในชีวิตของผมที่จะมีหญิงสาวเข้ามาช่วย ผมตื่นเต้นจนชักจะทนไม่ไหวอยู่แล้ว เวลาผ่านไปเพียงชั่วครู่ ผมได้ยินเสียงเปิดประตูดังขึ้นมาจากด้านนอก พี่ชายของผมกลับมาแล้ว พี่สะใภ้ถามพี่ชายผมว่าจะกินข้าวไหม? พี่ชายผมจึงตอบกลับไปว่าเขาทานมาจากข้างนอกแล้วพี่

  • ติงเอ้อร์โก่วผู้อับโชค   บทที่ 25

    แต่ตอนนี้พี่สะใภ้ไม่ได้สนใจผมเท่าไหร่ เธอสนใจพี่ลี่เจียว เพื่อนสนิทของเธอมากกว่าพี่สะใภ้กำลังสังเกตสีหน้าของพี่ลี่เจียวพี่ลี่เจียวหน้าแดงเหมือนลูกแอปเปิล และดูเขินอายมาก เธอไม่กล้าแม้จะสบตาผมยิ่งเธอเป็นแบบนี้ ยิ่งแสดงให้เห็นว่าจริง ๆ แล้วเธอก็มีความต้องการมากเพราะสำหรับผู้หญิงแบบพี่ลี่เจียวแล้ว ต่อให้พวกเธอจะต้องการมากแค่ไหน อยากได้มากแค่ไหน ก็จะเก็บเอาไว้ในใจ ไม่พูดมันออกมาหากต้องการที่จะรู้ความคิดในใจของเธอ จะต้องจับสังเกตจากสีหน้าของเธอและพี่สะใภ้ก็เป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านนี้เธอแค่มองพี่ลี่เจียวแวบเดียว ก็รู้ความในใจของอีกฝ่ายแล้ว“ลี่เจียว งั้นเธอรีบพักผ่อนเถอะ ฉันกับเอ้อร์โก่วขอตัวกลับก่อน”“พรุ่งนี้เช้าอย่าลืมไปให้เอ้อร์โก่วนวดต่อที่บ้านฉันด้วยนะ” พี่สะใภ้พูดจบ ก็หันมาส่งสายตาเป็นเชิงให้ผมกลับความจริงแล้วผมยังไม่อยากกลับ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ จึงต้องเดินตามพี่สะใภ้ออกมาเมื่อกลับถึงบ้าน พี่สะใภ้หัวเราะออกมาทันที “พี่เดาไม่ผิดเลยจริง ๆ ความต้องการของลี่เจียวถูกกระตุ้นแล้ว”ผมยังคงสงสัยว่าทำไมพี่ลี่เจียวถึงโกรธขึ้นมาอย่างกระทันหันแต่คิดยังไงก็ไม่เข้าใจอยู่ดีผมจึ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status