Masuk"JUST SAY NOTING" ว่าด้วยเรื่องของตัวเอกที่ชื่อ "เจฟเฟอร์ บัตเจนแลนด์" เจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการลับ Parallel (พาลาเรล) ที่ต้องเข้ามาใช้ชีวิตในโลกคู่ขนาน การมีตัวตนของเขาถูกอำพรางไว้ด้วยอาชีพที่ไม่มีใครสนใจ อย่างพนักงานส่งดอกไม้ ทำให้เขาสามารถเข้าถึงได้ทุกพื้นที่ตามแต่ใจต้องการ แม้แต่ในห้องนอนผู้หญิง! ด้วยเครื่องไม้เครื่องมือจากโลกอนาคต การประกบปากจูบใครสักคนจึงง่ายยิ่งกว่าสิ่งใด เสื้อผ้าหน้าผม อกนูนสูงนูนต่ำ พร้อมที่จะขย้ำมันให้สะใจไหม ถ้าพร้อมแล้วก็ตามเจฟเฟอร์มาเลย!
Lihat lebih banyakปฏิเสธไม่ได้เลยว่าพอพ้นแนวป่า พลังธรรมชาติจากลูกแก้วของพวกเด็ก ๆ ก็แทบจะหมดความหมาย จริงอยู่ว่าพวกเขาอาจจะแปลงร่างได้ สปีดความเร็ว ความเกรี้ยวกราดต่าง ๆ ยังอยูครบ ทว่ากับสิ่งแวดล้อมที่ไม่ถนัดเช่นนี้ จึงเป็นอะไรที่ค่อนข้างยากต่อการประเมินสถานการณ์ เห็นที "วิชาใช้ชีวิตในป่า" อาจจะถึงคราวเป็นหมันไปซะแล้ว.อิมานิกวักมือชวนเพื่อน ๆ ให้เดินตรงเข้าไปข้างหน้า หัวฟูฟ่องเป็นฝอยขัดหม้อของเขายังทำหน้าที่ได้อย่างกล้าหาญ มันถูกใช้ให้ตัดสินใจในเรื่องสำคัญ ๆ เพราะถ้ามัวแต่กล้า ๆ กลัว ๆ อยู่ ก็คงไม่ได้ไปไหนมาไหนกันพอดี."ป่ะพวกเรา! ตามฉันมาเดี๋ยวฉันนำหน้าเอง!"."เออก็ดีเหมือนกัน! ดินนี่สีแปลก ๆ ร่วนอย่างกับทรายแต่ดันมีสีดำ!""รีบไปจากที่นี่ก็ไม่เลวเหมือนกัน บรรยากาศโคตรไม่น่าไว้ใจ!"วิสุงวิสุงที่เดินตามหลังมาติด ๆ ทักขึ้น เขาหันมองซ้ายมองขวาอยู่ตลอดเวลา ซึ่งก็ถือว่าเป็นสิ่งดีเพราะเบอร์แบโต้ก็อยากให้ลูกศิษย์ทำแบบนี้อยู่ตั้งแต่แรก."ยวบ! , ยวบ! , ยวบ!"."ไม่ใช่แค่สีด้วยนะพวกเอ็ง! แต่กลิ่นก็เหม็นมากด้วย!""ชั้นดินข้างล่างก็เป็นหยุ่น ๆ จะว่าเป็นโคลนดูดก็ไม่ใช่""ในบรรดาพวกเราไม่เคยมีใครพบเห็นสิ่งนี้ใน
ผืนป่าสีเขียวขจีเป็นอะไรที่ดูแล้วสบายตา มองไปทางไหนก็กว้างสุดลูกหูลูกตาราวกับเป็นป่าจริง ๆ แล้วก็เป็นความจริงที่เบอร์แบโต้พยายามจะลองโน้มน้าวพวกลูกศิษย์ของตัวเองดูอีกครั้ง เขาอยากจะลองคุยกับ อิมานิ , มะยังภันเต , แล้วก็วิสุงวิสุง ตอนที่เป็นมนุษย์ดู บางทีพวกเขาอาจจะรับฟังเหตุผลขึ้นมาบ้างก็ได้."เป็นไงพวกเธอพอจะเข้าใจในสิ่งที่ครูพูดไหม?""เราจะชิวมากเลยนะ ก็แค่ปีนภูเขาขึ้นไปนิดเดียวเราก็จะได้เป็นผู้ชนะ แล้วจะขอพรอะไรจากด็อกเตอร์ J ก็ได้""หรือถ้าพวกเธออยากสนุก เราก็แค่วางกับดักไว้ตรงตีนเขาก็ได้ ใช้การรบแบบกองโจรยังไงอยู่ในป่าพวกเราก็ได้เปรียบ".เบอร์แบโต้ผิวหมึกพูดเสร็จก็จ้องมองไปที่มะยังภันเต เจ้าเด็กผู้นี้มีผิวสีทองแดงออกแทน ๆ นิดหน่อย คนผิวใกล้เคียงกันอาจจะสื่อถึงกันได้ง่ายกว่า แต่ทว่าคำตอบที่ออกมากลับเป็น!."ผมไม่อยากปีนเขาอ่ะครู! ผมอยากออกไปผจญภัยในโลกกว้างมากกว่า""พวกเราไม่เคยออกจากป่าเลยนะครู ข้างนอกนั่นมีภูมิประเทศตั้งหลายแบบ..""ผมดูจากแผนที่ในออนิวแทร็ป ผมอยากไปดันเจี้ยน ผมอยากไปทะเลด้วยครับ"มะยังภันเตตอบเสียงเรียบ เห็นแบบนี้แต่เขาก็กลั่นกรองคำตอบก่อนเป็นอย่างดีแล้ว .ครา
ได้ยินเช่นนั้นเฟอร์นนันโดก็สบายใจไปเปราะหนึ่ง ที่เขาเงียบไม่ใช่ว่าอะไรแต่เป็นเพราะเขารู้ดีแก่ใจ ว่าจะเจอกับใครหากเด็ก ๆ เลือกทุ่งหญ้า คำตอบคือทีมเบอร์แบโต้! จากที่พบกันล่าสุด ณ ศูนย์บัญชาการกลางของด็อกเตอร์ J เฟอร์นันโดก็ได้ข้อมูลมาเล็กน้อยแล้วว่าทีมเบอร์แบโต้ทั้ง 3 คน คือผู้ถือครองลูกแก้วแห่งผืนป่า พวกเขามีพลังธรรมชาติ และวิชาที่เบอร์แบโต้สอนให้พวกลูกศิษย์ก็คือวิชา "เอาตัวรอดในป่า" .ป่าจึงเป็นเหมือนบ้านของพวกเขา และทันทีที่พ้นออกจากป่าก็ยังจะเจอกับทุ่งหญ้า ด้วยความสัตย์จริงว่าถ้าหากสกายด์กับอันธการเลือกที่นั่นล่ะก็ เปอร์เซ็นต์ที่ครูทั้ง 2 คนผู้ปลอมตัวมาจะต้องปะทะกันจะมีสูงมาก เฟอร์นันโดไม่ได้กลัวฝีมืออันอ่อนหัดของเบอร์แบโต้แม้แต่นิดเดียว เพียงแต่เจ้าตัวคิดถึงภารกิจหลักที่ซ้อนอยู่ในภารกิจย่อยมากกว่า พวกเขาถูกส่งมาที่นี่เพื่อทำลายสถาบัน BPI จากภายใน มาเพื่อหยุดแนวคิดอุบาทว์ที่ให้คนเย็ดกันแล้วขโมยลูกที่เกิดมาชุบเลี้ยง.สิ่งนี้ดูจะสำคัญกว่าการอบรมลูกศิษย์ 3 คนในสังกัดให้ชนะเกม Survivor เสียอีก ความจริงจังตรงนี้อาจจะทำให้เฟอร์นันโดพลั้งมือฆ่าเบอร์แบโต้ได้เลย เพราะฉะนั้นเลี่ยงได้จึงควรเ
ตื่นขึ้นมาแคะขี้ตาบิดขี้เกียจแล้วบิดไปบิดมา นอนหลับกันไปได้ยังไงก็ไม่รู้แต่ก็นอนไปแล้ว หลังการกรำศึกมาอย่างหนักทั้งตี้ก็ได้กางเต็นท์นอนกันบริเวณที่เยื้องกับจุดปะทะมานิดหน่อย ดูเหมือนกลยุทธ์เขียนเสือให้วัวกลัวของเฟอร์นันโดจะใช้การได้ดีมิเลว เพราะตั้งแต่ที่ทิ้งร่องรอยการต่อสู้ไว้ จวบจนป่านนี้ก็ยังไม่มีวี่แววของครูกับลูกศิษย์กลุ่มไหนบุกเข้ามาชิงลูกแก้วพลังของพวกเขาเลย.แล้วพอได้หลับพักผ่อนร่างกายก็เหมือนได้ฟื้นฟูตัวเอง อาการแว้งกัดจากท่า Last short สุดท้าย Infinity Resonance(สั่นพ้องนิรันดร์) ก็เหมือนจะหายเป็นปลิดทิ้งไปด้วย เฟอร์นันโดลุกขึ้นจากถุงนอน เขาลองคลำดูที่ลำคอก็พบว่าบัดนี้รูเล็ก ๆ ที่เคยพ่นน้ำออกมาเป็นน้ำพุได้สมานจนเป็นเนื้อเดียวกันหมดแล้ว ตามติดมาด้วยเสียงใสแจ๋วของเรนโบว์ที่ตะโกนเรียกอยู่หน้าเต็นท์."คุณ! ครู! เฟอร์! ตื่นได้แล้ว! มันสายแล้วนะคะ~!!!"ขนาดเป็นแค่เด็ก 5 ขวบ แต่สกิลความน่ารำคาญนี่เทียบชั้นมนุษย์เมียในภายภาคหน้าได้เลย.อันธการเองก็ไม่ต่างกันเขาแบกกระเป๋าเป้เก็บข้าวของกอดอกรออยู่ก่อนแล้ว ถัดมาถึงเป็นสกายด์ที่พยายามอะลุ่มอล่วยบอกให้ทุกคนใจเย็น ๆ ลงหน่อย ครูเฟอร์นั
"เฮ๊ยยยย! , ย๊ากกกก!"."เปรี๊ยงงง!!!".เศษผลึกแตกกระจุยกระจาย อันธการสอดแขนพุ่งขึ้นมาราวกับลูกเจ๊ียบที่ทะยานตัวออกจากเปลือกไข่ เขาแหกปากตะโกนเพื่อเป็นการเสริมแรง เหยียดแขนถีบขากะเอาให้แม่งแตกออกทุกทิศทุกทางจะได้ลุกขึ้นได้ง่าย ๆ แล้วก็ทำได้จริง ๆ."เฮือกกก! ขอบใจมากสกายด์ช่วยฉันได้เยอะเลย"รุ่นพี่
"อืม.. ไม่เลวนี่ Not bad! , Not bad! at all"ลูบคางครึงปากคือพฤติกรรมที่เฟอร์นันโดแสดงออก เขายืนกอดอกอยู่บนเนินเขาเฝ้ามองเด็กในสังกัดจากระยะไกล เปี่ยมล้นไปด้วยความภูมิใจอยู่ในที."อัธการดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นแล้วคงอยากจะพิสูจน์ตัวเอง งั้นก็จงแสดงออกมาเถอะไอ้หนู รอบตัวนายก็พี่น้องทั้งนั้น ฝั่งศัตรูก็ไม่
"ช่วยด้วย! , ช่วยฉันด้วย! , ฉันทนต่อไปไม่ไหวแล้ววว~!".กระเสือกกระสนดิ้นทุรุนทุราย การเปล่งวาจาเช่นนี้ออกมาดั่งบอกเป็นนัยว่าตัวเองไม่ได้อยู่ที่นี่คนเดียว อันธการพลาดอีกจนได้ ความร้อนทารุณกรรมเขาแล็วก็เปรียบดั่งทวยเทพที่ไม่มีใครหน้าไหนโกหกได้ ตรงกับที่ครูฝั่งโน้นโม้ไว้จริง ๆ."หอมน่ารับประทานเชียว
วังเวงเงียบเชียบราวกับป่าช้า อาคารสถาบัน BPI เป็นตึกที่สร้างขึ้นมาใหม่ และทั้งหมดที่เห็นอยู่ก็เป็นเพียงเทคโนโลยีสร้างภาพเสมือน ใต้ฝ่าเท้าที่พวกเขาเหยียบอยู่จึงไม่มีกระดูกของวีรชนคนบรรพบุรุษ จะมีก็แต่ร่างที่ละม้ายคล้ายศพของเด็ก ๆ จากทีมเฟอร์นันโดทั้ง 3 คน ที่มิอาจประเมินความเป็นคนที่คงเหลือได้."ฟู





