ANMELDENพี่สะใภ้อยากมีลูกสักคน แต่ไม่ท้องสักที ผมอยากจะช่วยพี่สะใภ้ของผมเหลือเกิน...
Mehr anzeigen“เอ้อร์โก่ว พี่เธอบอกว่าจะกลับมาเมื่อไหร่เหรอ?” พี่สะใภ้ถามด้วยความกระตือรือร้นผมจะกล้าพูดความจริงกับพี่สะใภ้ที่ไหนกัน?ผมดูออกว่าพี่สะใภ้ดีกับพี่ผมมากทีเดียว แต่คิดไม่ถึงว่าพี่ผมจะเป็นแบบนี้ผมจึงกัดฟันพูดออกไปว่า “พี่สะใภ้ พี่บอกว่าช่วงนี้เขางานยุ่งมาก ต้องทำโอที ให้เราไม่ต้องรอเขาครับ”รอยยิ้มบนใบหน้าของพี่สะใภ้หายไปทันควัน “ทำโอทีอีกแล้ว! ทำมันอยู่ได้ทุกวัน แต่ละวันเหนื่อยจนหมดสภาพเหมือนหมา จะยังมีแรงเหลือที่ไหนล่ะ?”พี่สะใภ้พูดพลางทอดถอนใจออกมายาว ๆ“ช่างเถอะ เรากินกันดีกว่า”“พี่สะใภ้ ผมช่วยพี่เองครับ”ตอนนี้พี่สะใภ้อารมณ์ไม่ดี ผมจึงคิดว่าช่วยเธอด้วยดีกว่า แบบนี้เมื่อมีสักคนคอยอยู่คุยเป็นเพื่อนเธอ เธอก็จะได้ไม่ฟุ้งซ่าน“ก็ได้ งั้นเธอไปปอกกระเทียมมาหน่อย”“ได้เลยครับ แล้วกระเทียมอยู่ไหนเหรอ?”“อยู่ข้างในน่ะ”ห้องครัวค่อนข้างเล็ก พี่สะใภ้ยุ่งอยู่หน้าเตา ผมจึงทำได้แค่ต้องเบียดเข้าไปทางด้านหลังของพี่สะใภ้แต่พี่สะใภ้เชิดก้นอยู่ ถ้าผมเบียดเข้าไปละก็ คงหลีกเลี่ยงการสัมผัสทางร่างกายได้ยาก“พี่สะใภ้ครับ พี่สะใภ้”“มีอะไรเหรอ?”“หลีกทางให้ผมเข้าไปหน่อยครับ”“เธอเข้าไปได้
หลี่ลี่เจียว [ที่รักขา วันวันหนึ่งเธอทำบ่อยขนาดนี้ มันไม่ดีต่อร่างกาย ต้องรู้จักหักห้ามใจนะ]ผมลุกขึ้นนั่งพรวดอย่างตื่นเต้นผม [พี่ส่งคำพูดเมื่อกี้เป็นข้อความเสียงมาอีกรอบสิครับ ผมอยากได้ยินพี่เรียกผมว่าที่รัก]ครั้งนี้หลี่ลี่เจียวไม่ได้ลังเล ส่งคำพูดเมื่อครู่มาเป็นข้อความเสียงอีกรอบทันทีฟังข้อความเสียงที่หลี่ลี่เจียวเรียกผมว่าที่รัก ผมก็รู้สึกพึงพอใจสุด ๆผมรัวส่งสติกเกอร์จุ๊บให้หลี่ลี่เจียวหลายอันคุยกับหลี่ลี่เจียวไปได้ครู่หนึ่ง เธอก็บอกว่าเธอจะไปเตรียมมื้อเย็นแล้วผมให้เธอถ่ายภาพอาหารที่ทำเสร็จแล้วมาให้ผมหน่อยแม้จะไม่ได้กิน แต่ก็ดื่มด่ำกับมันได้นี่นาหลังจากคุยกับหลี่ลี่เจียวเสร็จ ผมก็ออกมาจากห้องนอนด้วยท่าทางระริกระรี้พี่สะใภ้เห็นท่าทางของผม จึงยิ้มพลางถามผม “แก้ปัญหาได้แล้วเหรอ สุดท้ายหลี่ลี่เจียวว่ายังไงบ้างล่ะ?”“เธอเรียกผมว่าที่รักแล้ว” ผมรู้สึกภาคภูมิใจสุด ๆ จึงแชร์ให้พี่สะใภ้ฟังอย่างอดไม่ได้“โอ้ ไม่เลวเลยนะ ทำให้หลี่ลี่เจียวเปิดปากทองคำได้ มันก็ไม่ง่ายเลยจริง ๆ”“เอ้อร์โก่ว พยายามต่อไปล่ะ พี่ว่าอีกไม่นาน เธอก็จะเอาชนะใจเธอได้แล้วละ”คำพูดของพี่สะใภ้เตือนสติ
ผ่านไปนานมากแล้วหลี่ลี่เจียวก็ยังไม่ตอบพี่สะใภ้เริ่มจี้เธอ [พูดมาสิครับ! พูดมาสิครับ! พูดมาสิครับ...]พี่สะใภ้ส่งคำว่า ‘พูดมาสิครับ’ ไปรัว ๆ ติดต่อกันสิบกว่าครั้งหลี่ลี่เจียวถูกจี้จนทนไม่ไหวแล้วจริง ๆ ในที่สุดจึงตอบกลับมา [อืม]“อืม? อืมหมายความว่าอะไร? หลี่ลี่เจียวคนนี้ แค่พูดมันออกมาทำไมถึงได้ยากเย็นนักนะ?”พี่สะใภ้บ่นพึมพำไปพลาง ตอบกลับหลี่ลี่เจียวไปพลาง [ผมไม่เอาอืม ผมอยากให้พี่พูดกับผมอย่างชัดเจนว่า พี่แคร์หรือไม่แคร์ผมกันแน่?]แม้จะไม่เห็นท่าทางของหลี่ลี่เจียว แต่ผมก็รู้ว่า ตอนนี้หลี่ลี่เจียวต้องอายม้วนแล้วแน่นอนในที่สุดหลี่ลี่เจียวก็ตอบแล้ว [พี่แคร์ เอ้อร์โก่ว พี่แคร์เธอ]พี่สะใภ้ดีดนิ้วหนึ่งที เผยยิ้มลำพองใจออกมาจากนั้นยื่นมือถือให้ผม“ในที่สุดหลี่ลี่เจียวก็พูดออกมาแล้ว เธอฉวยโอกาสนี้ไปเต๊าะเธอต่อเลย”ผมเห็นคำตอบของหลี่ลี่เจียว ก็รู้สึกชุ่มฉ่ำหัวใจเมฆหมอกก่อนหน้านี้ก็สลายหายไปแล้วผมยิ้มพลางพูดกับพี่สะใภ้ “พี่สะใภ้ งั้นผมกลับห้องก่อนนะครับ”“ไปเถอะ”ผมถือโทรศัพท์แล้วรีบกลับมายังห้องนอนนอนลงบนเตียง ตอบกลับหลี่ลี่เจียวด้วยหัวใจที่กระชุ่มกระชวยผมให้หลี่ลี่เ
อีกอย่าง พี่สะใภ้ยังสอนเรื่องมากมายที่ผมรู้สึกว่าน่าอายเกินกว่าจะพูดออกมาเธอก็เหมือนเป็นคุณครูของผมแต่ตอนนี้ ผมกลับโกหกพี่สะใภ้ซะแล้วพี่สะใภ้ส่งสัญญาณให้ผมนั่งลงบนเก้าอี้ผมวางของลง จากนั้นนั่งลงที่ตรงกันข้ามกับพี่สะใภ้พี่สะใภ้ถามผม “แล้วทำไมเธอไปนานจังเลยล่ะ? หลี่ลี่เจียวทำให้เธอลำบากใจอีกแล้วเหรอ?”ผมรีบส่ายหน้าพี่สะใภ้งงงวยอีกครั้ง “แล้วมันเพราะอะไรล่ะ? เอ้อร์โก่ว มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?”“พี่สะใภ้ พี่อย่าถามอีกเลยครับ”ไม่รู้ว่าต้องพูดยังไงจริง ๆ จึงได้แต่บอกปัดให้มันผ่าน ๆ ไปแต่พี่สะใภ้กลับไม่จบไม่สิ้น “แบบนั้นไม่ได้หรอก ถ้าเธอไม่พูด พี่ก็จะไปถามหลี่ลี่เจียวเดี๋ยวนี้แหละ”ผมรีบดึงแขนพี่สะใภ้ไว้ “อย่า อย่าไปครับ”พี่สะใภ้พลิกมือมาจับมือผม แล้วตบที่หลังมือผมเบา ๆ สองที“เอ้อร์โก่ว พี่เป็นพี่สะใภ้เธอ เธอไม่พูดกับพี่ แล้วจะไปพูดกับใคร”“ถึงเรากำลังใช้ประโยชน์เธออยู่ แต่เราก็ไม่ได้อยากเห็นเธอน้อยใจหรอกนะ”“ถ้าหลี่ลี่เจียวพูดอะไรที่เกินขอบเขตกับเธอจริง ๆ หรือทำเรื่องอะไรที่เกินไปละก็ งั้นพี่ก็ต้องช่วยออกหน้าแทนเธอแน่นอน”ได้ยินพี่สะใภ้พูดแบบนี้ ในใจผมรู้สึกซาบซึ้งมา
ไม่ใช่ นั่นไม่ใช่เสียงหอบนั่นเป็นเสียงครวญครางจากความเจ็บปวด “พี่ลี่เจียว เป็นอะไรไป” ด้วยจิตใต้สำนึกผมจึงพุ่งตัวเข้าไป เห็นเพียงแค่หลี่ลี่เจียวนอนคว่ำอยู่บนเตียง มือหนึ่งสอดเข้าไปด้านล่าง ทั่วทั้งเรือนร่างมีเหงื่อเย็นซึมออกมามากผมจึงรีบคว้าข้อมือของเธอมาจับชีพจร ปรากฏว่าชีพจรของเธอเต้นรัวเร็วไม่ปกต
“งั้นเธอหมายถึงอะไร” สายตาของพี่สะใภ้มองมาที่ผม เธอจงใจที่จะถามผมแบบนี้ใจของผมรู้สึกกังวลอย่างมาก แต่ก็ไม่ได้เสียมารยาทพูดออกไปตรงๆ ทำได้เพียงแค่พูดว่า “พี่รู้ว่าผมทรมานมากแค่ไหน แล้วพี่เองก็รู้ด้วยซ้ำว่าผมอยากให้พี่ทำอะไร”“แต่เรื่องแบบนี้มันไม่ได้เกิดจากพี่ มันเกิดขึ้นจากตัวเธอเอง แล้วทำไมเธอถึงว่า
พี่ชายผมทำหน้าตาย พูดอย่างปากแข็งพี่สะใภ้คว้าใบหูของพี่ชายเอาไว้แน่น “ที่คุณเหนื่อยน่ะมันไม่ใช่เรื่องแค่วันสองวันนี้ แล้วทำไมเมื่อก่อนไม่เคยเห็นคุณเป็นแบบนี้มาก่อนเลย?”“ตอนที่เพิ่งแต่งงานแรก ๆ วัน ๆ หนึ่งคุณทำเจ็ดแปดรอบก็ไม่มีปัญหา ยุ่งอยู่จนถึงเที่ยงคืนตีหนึ่งตีสองถึงค่อยกลับมา พอกลับมาแล้วเป็นไง ก
“ใช่ พี่เคยพูด วางใจได้ ครั้งนี้พี่สะใภ้รักษาคำพูดแน่นอน”พอได้ยินพี่สะใภ้พูดแบบนี้ ผมก็ตื่นเต้นขึ้นมาทันที ของแบบนี้ ตัวเองทำกับคนอื่นทำ ความรู้สึกช่างต่างกันอย่างสิ้นเชิง มือขาวดั่งหยกของพี่สะใภ้ทั้งเนียนทั้งอ่อนโยน ผมอยากจะสัมผัสได้ถึงความรู้สึกนั้นเสียจริง ๆแต่พี่สะใภ้ก็พูดขึ้นว่า “แต่ตอนนี้ไม่ได
Rezensionen