Share

บทที่ 12

last update Tanggal publikasi: 2024-11-26 02:53:25

12 : เหมือนข้าเห็นนิ้วมือของอาซานขยับได้

“ท่านพี่ท่านป้าให้ข้ามาตามท่าน” เสียงของเซี่ยซือหยางดังขัดจังหวะของทั้งคู่ ศีรษะน้อย ๆ ของเขายื่นออกมา ผ่านช่องประตูที่แง้มไว้เพียงเล็กน้อย

“มีเรื่องอันใดน้องเล็ก” เซี่ยซือซือเห็นน้องชายไม่กล้าเข้ามาก็นึกแปลกใจ

“ท่านหมออวี่มาหาท่านพี่ขอรับ”

เซี่ยซือซือขานรับในลำคอ หันไปทางเจ้าของห้อง เห็นเขาหันหลังกลับไปคัดลอกตำราต่อ ไม่ได้สนใจนางเลยแม้แต่น้อย เซี่ยซือซือทำปากยื่นใส่อย่างหมั่นไส้ เขาก่อนหมุนตัวออกจากห้องไป

“น้องเล็กทำไมไม่เข้าไปในห้องล่ะ” นางจูงมือน้องชายเดินไปตามทางเดิน

“ท่านป้าถานบอกว่า ห้ามข้าเข้าห้องพี่เขยก่อนได้รับอนุญาต”

พี่เขย ! ทำไมคำนี้ทำนางรู้สึกกระดากอายชอบกล

“เช่นนั้นเจ้าต้องส่งเสียงบอกเจ้าของห้องก่อน รอให้เขาอนุญาตค่อยเปิดประตูเข้าไป”

“อื้ม ข้าจะจำไว้”

ทั้งคู่เดินมาถึงห้องโถงของบ้านสกุลถาน เห็นนางถานนั่งคุยเป็นเพื่อนท่านหมออวี่อยู่ บนโต๊ะด้านข้างมีกาชาร้อนวางต้อนรับ

“เจ้ามาพอดีเลยซือซือ ท่านหมออวี่มีธุระเรื่องน้องสาวของเจ้า”

“ท่านหมออวี่” เซี่ยซือซือโค้งคำนับทักทาย นั่งลงบนเก้าอี้ตัวที่ว่าง คว้าตัวน้องชายให้นั่งลงบนตักของนาง

“เมื่อวานข้าไปที่ตำบลแต่ดันเจอสหายเก่าที่ห่างหายกันไปนาน ปลีกตัวกลับมาไม่ได้มันมืดแล้ว เลยต้องอยู่ค้างคืนที่โรงเตี๊ยมคืนหนึ่ง ไม่ได้เอายากลับมาให้อาซาน นางเป็นอย่างไรบ้าง” สีหน้าของท่านหมออวี่ไม่ใคร่สบายใจนัก

“อาการของนางคงที่เจ้าค่ะ ข้าทายาภายนอกให้นางแล้ว ท่านหมออวี่ไม่ต้องเป็นห่วง ท่านจะเข้าไปดูนางเสียหน่อยไหม”

“ไปสิ”

“ท่านป้าถานเจ้าคะ ข้าขอพาท่านหมออวี่เข้าไปดูอาการอาซานก่อนนะเจ้าคะ”

“ข้าเองก็จะไปดูนางอยู่เหมือนกัน ไปพร้อมกันนี่แหละซือซือ” เพราะเซี่ยซือซือเป็นลูกสะใภ้ของนางแล้ว นางถานจึงไม่สามารถให้บุรุษอื่นอยู่กับนางตามลำพังได้ เดินตามหลังพวกเขาเข้าไปภายในห้องฝั่งปีกขวา

ท่านหมออวี่ทำการตรวจชีพจรของอาซาน สีหน้าของเขายังคงไม่เข้าใจอาการของนางอยู่ดี ชีพจรเต้นคงที่ไม่มีตรงไหนบ่งบอกว่าอาการรุนแรงแต่อย่างใด

เซี่ยซือซือเห็นว่านี่เป็นโอกาสดี ที่จะเอ่ยเรื่องการฟื้นของน้องสาว “ท่านหมออวี่เจ้าคะ ไม่รู้ว่าข้ารู้สึกไปเองไหม เหมือนข้าเห็นนิ้วมือของอาซานขยับได้ อาการของนางกำลังดีขึ้นแล้วใช่ไหม”

“เจ้าเห็นนิ้วนางขยับรึ เมื่อใดกันอาซือ”

“เอ่อ เมื่อคืนเจ้าค่ะ ตอนข้าป้อนน้ำให้นาง แต่พอข้าเพ่งดูดี ๆ ก็ไม่ขยับแล้ว จึงไม่ค่อยแน่ใจเจ้าค่ะ”

“ไม่เลว ๆ อาการนางคงดีขึ้นจริง ๆ เจ้าต้มยาที่ข้าซื้อมา พยายามป้อนให้นางกินทุกวัน สามเวลาเช้า กลางวัน เย็น หากโชคดีนางอาจจะฟื้นขึ้นมาในเร็ววันนี้ก็เป็นได้”

“นี่ถือได้ว่าเป็นเรื่องดีใช่ไหมท่านหมออวี่” นางถานรู้สึกดีใจไปกับเด็ก ๆ ด้วย อีกทั้งยังปลดก้อนหินหนักในใจลงได้

“ย่อมดีอยู่แล้วเหลียนฮวา มีแนวโน้มที่ดีเลยล่ะ การขยับร่างกายบางส่วนได้ หมายความว่าร่างกายกำลังฟื้นตัวขึ้นมา อีกหน่อยคงขยับได้ทั้งตัว” ท่านหมออวี่สีหน้าสดใสขึ้นมาในทันที อาการป่วยของเซี่ยซานซานนั้นแปลกนัก หากนางไม่ฟื้นขึ้นมาอีก เขาคงรู้สึกค้างคาใจไปจนวันตาย

แต่คนรู้ความจริงสองคน กลับรู้สึกผิดอยู่ไม่น้อย เซี่ยซือซือคิดว่าอีกสองวันนางคงต้องน้องสาวฟื้นขึ้นมาแล้ว

“เจ้าล่ะเหลียนฮวาอาการของเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง” จู่ ๆ ท่านหมออวี่ก็หันไปทางนางถาน

“ข้ากินยาต้มตามเทียบยาของท่านหมอในตำบลอยู่เจ้าค่ะ แต่ว่าอาการไม่ได้ดีขึ้นเท่าไรนัก” นางถานทำหน้าหมดหวัง ไม่ว่าจะเปลี่ยนหมอสักกี่คน ทุกคนต่างพูดไปในทิศทางเดียวกันหมด นั่นคือหมดทางเยียวยา

“ข้ามันไร้ความสามารถรักษาเจ้าไม่ได้”

“โทษท่านได้อย่างไร ขนาดท่านหมอในตำบลยังรักษาข้าไม่ได้เลย เรื่องนี้คงต้องโทษตัวข้าเองที่ร่างกายอ่อนแอเกินไป”

เซี่ยซือซือเดินมาส่งท่านหมออวี่กับนางถานตรงประตูหน้าบ้าน ได้ยินสิ่งที่พวกเขาสนทนากันตลอดทาง พอจะเข้าใจได้ไม่ยาก นางถานมีอาการไออย่างรุนแรง นางไม่ใช่หมอจึงไม่รู้ว่าเป็นโรคอะไรกันแน่ แต่ที่เข้าใจคือท่านหมออวี่รักษาไม่ได้ ส่วนหมอในตำบล ทำได้แค่เขียนเทียบยาบรรเทาอาการให้เท่านั้น

มื้อเที่ยงที่นางถานทำต้อนรับลูกสะใภ้ มีเพียงข้าวต้มผสมธัญพืชหยาบ ส่วนกับเป็นผักป่าผัดใส่น้ำมันกับเกลือ ไม่มีเนื้อสัตว์แต่อย่างใด เซี่ยซือซือลองเดินไปเปิดดูถังข้าวสาร พบว่ามีอยู่เพียงก้นถังเท่านั้น ส่วนพวกแป้งก็เหลืออยู่ติดก้นถุง ไม่รู้จะอยู่ได้อีกสักกี่วัน

“เสี่ยวซือหยางเจ้าไปเรียกพี่เขยเจ้าออกมากินข้าวได้แล้ว” นางถานบอกเด็กน้อยระหว่างวางถ้วยข้าวลงบนโต๊ะ

“ขอรับท่านป้า” เซี่ยซือหยางรับปากแล้วรีบวิ่งไปตามถานจ้านที่ห้อง เขาหยุดยืนรอหน้าประตูอย่างที่พี่สาวสั่งสอน

“พี่เขยขอรับ ท่านป้าให้มาเรียกท่านไปกินข้าว”

“ข้ารู้แล้ว”

เสียงคนด้านในตอบกลับมาแล้ว แต่เจ้าตัวน้อยกลับไม่ยอมจากไปในทันที เขายังยืนรออยู่หน้าประตูดังเดิม พอประตูห้องถูกเปิดออก เขาก็ยิ้มแฉ่งในทันที “โอ๊ะ ท่านออกมาแล้ว”

ถานจ้านใช้ไม้ค้ำช่วยในการเดิน ทุกย่างก้าวจึงเป็นไปอย่างลำบาก เซี่ยซือหยางแอบมองเขาอยู่ตลอดทาง เด็กน้อยอยากจะเอื้อมมือออกไปช่วย แต่ว่าแขนของเขานั้นแสนสั้น คว้าเอวถานจ้านยังไม่ถึงด้วยซ้ำ ได้แต่เอามือไพล่หลัง โน้มตัวลงไปด้านหน้า คล้ายคนแก่หลังค่อม ค่อย ๆ เดินตามหลังคนตัวโตไป

เซี่ยซือหยางที่กำลังทำหน้านิ่วคิ้วขมวด อยู่ด้านหลังของถานจ้าน ทำให้คนเป็นพี่สาวอย่างเซี่ยซือซือ ถึงกับมุมปากกระตุก น้องชายของนางนี่คิดอะไรอยู่นะ

“มานั่งเร็วเข้าจ้านเออร์ มื้อนี้ข้าทำอาหารเลี้ยงต้อนรับภรรยาของเจ้าเชียวนะ เสียดายไม่มีเนื้อให้กิน”

ภรรยาของข้า ? ถานจ้านข่มความไม่เห็นด้วยเอาไว้ พยายามคิดว่าเจ้าเด็กผอมแห้งคนนี้คือภรรยาของตนก็แล้วกัน อย่างไรเสียท่านแม่ของเขาก็ซื้อนางมาแล้วนี่

“ขอบคุณท่านป้าถานมากเจ้าค่ะ”

“เหตุใดยังเรียกท่านป้าอีกล่ะ เจ้าควรเรียกข้าว่าท่านแม่ได้แล้ว”

เซี่ยซือซือหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก “เจ้าค่ะท่านแม่”

“ดีมาก พวกเจ้ากินข้าวได้แล้ว ฝีมือของข้าไม่ได้เลอรสแต่พอกินได้แน่นอน” นางถานดูเหมือนจะเบิกบานกว่าใครเพื่อน นางคีบผักป่าให้ลูกชายก่อน จากนั้นก็คีบให้ลูกสะใภ้ ตามด้วยเซี่ยซือหยาง

รสชาติผักป่าผัดใส่น้ำมันอันน้อยนิด ปรุงรสด้วยเกลือเล็กน้อย ช่างเป็นรสชาติที่เซี่ยซือซือเกินจะบรรยายได้ นางหวนคิดถึงมันฝรั่งต้มโจ๊กเมื่อเช้าขึ้นมา พอมองดูคนอื่น ๆ กินแล้ว พลอยรู้สึกว่านี่มันรสชาติปกติของพวกเขา มีเพียงคนที่มาจากยุคปัจจุบันอย่างนาง ถึงรู้สึกว่ารสชาติอาหารมื้อนี้ไม่อร่อยเลยสักนิด

หลังกินมื้อเที่ยงเสร็จแล้ว ถานจ้านกลับเข้าห้องเข้าไปคัดลอกตำราของตนเองต่อ เซี่ยซือซือมารู้ภายหลังว่าเขารับจ้างคัดลอกตำรา เพื่อหาเงินมาจุนเจือครอบครัว ส่วนนางถานนั้นมีอาชีพหลักคือการปักผ้าเช็ดหน้า นำไปขายที่ร้านขายผ้าในตำบลหานตง แต่ว่าระยะนี้อาการของนางถานไม่สู้ดีนัก จึงปักผ้าได้ปริมาณน้อยลง

“ท่านแม่เจ้าค่ะ เดี๋ยวข้าว่าจะขึ้นเขาไปหาของป่า” หลังล้างจานเสร็จแล้วเซี่ยซือซือก็เดินมาบอกแม่สามีที่ห้องของนาง

นางถานเงยหน้าขึ้นจากผ้าที่กำลังปักอยู่ในมือ “เหตุใดต้องขึ้นเขาตอนนี้ด้วยล่ะซือซือ ข้าบอกแล้วไงว่าวันนี้เจ้าไม่ต้องทำกับข้าวให้น้อง ข้าจะเลี้ยงพวกเจ้าเองรวมถึงมื้อเย็นด้วย”

“ข้าจะไปจับปลาบนเขาเจ้าค่ะ น้องชายของข้ายังเล็กต้องได้กินเนื้อหน่อยถึงจะโต”

“บนเขามีปลาด้วยหรือ” นางถานเคยไปแค่ตีนเขาเพื่อเก็บผักป่ากับพวกผลไม้ป่า จึงไม่เคยเห็นลำธารที่อยู่ลึกเข้าไปด้านใน

“มีเจ้าค่ะ มีน้ำตกที่ไหลลงมาเป็นลำธารอยู่ด้านบนด้วย หนก่อนข้ากับน้อง ๆ เคยขึ้นไปจับปลามาย่างกินกันแล้วเจ้าค่ะ”

“มันจะอันตรายไหมซือซือเจ้าไปคนเดียว”

“ท่านแม่ไม่ต้องเป็นห่วงเจ้าค่ะ บริเวณนั้นค่อนข้างปลอดภัย ข้าจะรีบไปรีบกลับ ส่วนน้องเล็กตอนนี้นอนกลางวันอยู่ ถ้าตื่นขึ้นมาเกรงว่าจะร้องหาข้า วานท่านแม่ช่วยบอกเขาหน่อย ว่าข้าขึ้นเขาเดี๋ยวก็กลับลงมาแล้ว”

“ได้เช่นนั้นเจ้าเองก็ระวังตัวด้วยล่ะซือซือ”

“เจ้าค่ะท่านแม่”

เซี่ยซือซือเดินกลับไปยังห้องครัว หยิบตะกร้าพร้อมจอบมือขึ้นสะพายบนหลัง มุ่งหน้าขึ้นเขาไฉ่หงไปเพียงลำพัง

พอลับตาคนนางก็ดื่มน้ำพุวิเศษไปอึกหนึ่ง ร่างกายร้อนวูบวาบขึ้นในทันที นางวางฝ่ามือลงบนพื้นดิน พบว่าบริเวณใกล้ ๆ ไม่มีผู้คน จึงตั้งใจเดินขึ้นไปตรงน้ำตก ฝีเท้าเดินอย่างมั่นคงและคงความเร็วขึ้นเรื่อย ๆ แต่เหงื่อสักหยดก็ไม่มี ความเมื่อยล้าก็ไม่ปรากฏ นางมาถึงธารน้ำตกในเวลาอันรวดเร็ว

และด้วยความเร็วของนาง ปลาในลำธารจึงไม่สามารถหลุดพ้นจากฝ่ามือของนางไปได้ ห้าตัวนางคิดว่าจับมาแค่นี้คงเพียงพอสำหรับการกินของทุกคน นางนำพวกมันเข้าไปไว้ในมิติพิเศษ ขังไว้ในถังภายในกระท่อมก่อน นางยังไม่อยากนำปลาจากมิติพิเศษออกมา เอาไว้ยามนางลำบากจริง ๆ ค่อยจับพวกมันออกมากินแล้วกัน

เซี่ยซือซือนั่งพิงโคนต้นไม้ใหญ่ มองไปน้ำตกที่ทิ้งตัวลงสู่เบื้องล่าง นางกำลังคิดว่าจะหาเงินได้จากอะไร โสมคน ! เห็ดหลินจือ ! บ้าชะมัดนางรู้จักสมุนไพรล้ำค่าแค่น้อยนิด มิติพิเศษแห่งนี้สามารถหาของตามที่นางต้องการ ย่อมหมายความว่านางต้องรู้จักของสิ่งนั้นด้วย หากนางไม่รู้จักมันก็ไม่สามารถจัดหาให้ได้

ไหนเลยจะมีของวิเศษให้นางเก็บเกี่ยวได้ง่ายดายเพียงนั้น นางใช้ฝ่ามือวางบนพื้นดินถ่ายพลังสำรวจรอบภูเขาลูกนี้ ไม่ปรากฏโสมหรือเห็ดหลินจือเลยสักต้น แต่ใช่ว่าจะไม่มีอะไรน่าสนใจเลยทีเดียว นางรีบตรงไปยังบริเวณที่ตัวเองค้นพบ หน่อไม้ขนาดใหญ่หลายหน่อ ถูกใบไผ่ทับถมจนมองด้วยตาเปล่าไม่เห็น

เซี่ยซือซือใช้จอบมือขุดหน่อไม้ขนาดใหญ่เท่าขาออกมาสี่ห้าหน่อ จากนั้นก็โยนเข้าไว้ในมิติพิเศษของตัวเอง สักพักสายตาของนางก็เจอเข้ากับเห็ดเยื่อไผ่ นี่เป็นเห็ดดีมีราคา อีกทั้งมีปริมาณค่อนข้างเยอะ นางรีบเก็บเข้าไปไว้ในมิติพิเศษอีกด้วย จำนวนเยอะขนาดนี้ นางพอจะเอาไปขายให้ร้านอาหารหรือหอโอสถในตำบลได้

แกรก ๆ เสียงสัตว์เล็กวิ่งอยู่ไม่ไกล แค่วางฝ่ามือสำรวจก็รู้ว่ามันคือกระต่ายสีขาวปุยครอบครัวหนึ่ง

ไม่ ข้าไม่กินกระต่าย !

พอวางฝ่ามือสำรวจสัตว์ป่าตัวอื่น นางไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าตัวเองจะสามารถเอาชนะเสือตัวใหญ่ หมาป่าทั้งฝูง หรือว่าหมูป่าตัวนั้นได้ไหม เช่นนั้นอย่าเสี่ยงจะดีกว่า

แต่ว่า ! เจ้ากวางป่าบาดเจ็บตัวนั้นกำลังดึงดูดความสนใจจากนาง มันถูกเสือจู่โจมมาอย่างหนัก แต่กลับหนีรอดออกไปได้ เซี่ยซือซือมองตามหลังมันไป เห็นมันเข้าไปแอบหลบอยู่ในถ้ำแห่งหนึ่ง ลมหายใจของมันแผ่วเบาลงเรื่อย ๆ ดวงตาของมันค่อย ๆ ปิดลงไป

มันกำลังจะตาย !

เนื้อกวางไม่ได้ทำให้เซี่ยซือซือสนใจมากนัก ที่นางต้องการคือเขากวางอ่อนต่างหาก ราคาในโลกปัจจุบันค่อนข้างแพงเลย ถือว่าเป็นยาบำรุงอย่างดี นางวิ่งไปยังถ้ำที่เจ้ากวางตัวนั้นหมดลมหายใจไป รีบนำมันเข้าไปเก็บไว้ในมิติพิเศษ นางสัมผัสได้ว่ามิติแห่งนี้สามารถคงสภาพสิ่งของที่นำเข้าไปได้ คล้ายว่ามันสามารถรักษาความสดของอาหารได้ด้วย

พรุ่งนี้นางจะเอากวางตัวนี้เข้าไปขายให้หอโอสถในตำบลหานตง เซี่ยซือซือไม่รู้วิธีตัดเขากวาง เช่นนั้นให้คนของหอโอสถทำเองจะดีกว่า

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ทะลุมิติมาเป็นภรรยาตัวน้อยของสามีพิการ   บทที่ 254

    “ข้าย่อมจำได้ มีเจ้ามีข้า จดจำไว้มิลืมเลือน” ท้องฟ้าวันนี้ช่างสดใสยิ่งนัก ในห้องโถงของคฤหาสน์นางถานกับแม่เฒ่าจาง กำลังนั่งรอคู่แต่งงานใหม่มายกน้ำชาตามธรรมเนียม ครอบครัวของอาจารย์ฮู่อยู่ร่วมกินข้าวในเช้านี้ด้วย เซี่ยซานซานกับน้องชายยืนรออยู่ก่อนหน้าแล้ว ครั้นเห็นสองสามีภรรยาเดินออกมา ทุกคนต

  • ทะลุมิติมาเป็นภรรยาตัวน้อยของสามีพิการ   บทที่ 253

    เจ้าสาวคนงามเม้มปากเอาไว้แน่น เขาทำตามสัญญาที่ให้ไว้ มีหรือนางจะหาข้อโต้แย้งได้ “อื้ม” “เช่นนั้นก็อย่าห้ามข้าเลยซือซือ” สายตาของถานจ้านหยาดเยิ้มไปด้วยแรงแห่งปรารถนา ดันมือทั้งสองข้างของนางขึ้นเหนือศีรษะ ทาบริมฝีปากเข้าหาอย่างดูดดื่ม เซี่ยซือซือไม่อาจฝืนความปรารถนาของร่างกายตัวเอง

  • ทะลุมิติมาเป็นภรรยาตัวน้อยของสามีพิการ   บทที่ 252

    “ตอนนี้พี่เขยถูกคุณชายรองมอมเหล้าอยู่เจ้าค่ะ ข้างนอกสนุกสนานกันมาก” เซี่ยซานซานคอยรายงานสถานการณ์ด้านนอกอยู่ตลอดเวลา เซี่ยซือซือเปิดผ้าคลุมหน้าขึ้น ยามนี้นางค่อนข้างหิวแล้ว “ข้ากินได้ไหม” นางมองขนมรองท้องบนโต๊ะ แล้วหันไปทางโหย่วเสวี่ยหยากับเซี่ยซานซาน “กินได้สิ ของพวกนี้เอามาให้เ

  • ทะลุมิติมาเป็นภรรยาตัวน้อยของสามีพิการ   บทที่ 251

    114 : ยวนยางคู่ (จบ) สองเดือนต่อมา เสียงประทัดจุดขึ้นตรงหน้าคฤหาสน์ตระกูลเซี่ย ถานจ้านเป็นฝ่ายแต่งเข้ามาเป็นเขยของตระกูล คนนอกไม่รู้มักคิดติฉินนินทา แต่การที่เซี่ยซือซืออยู่กับสองแม่ลูกตระกูลถานมาตั้งแต่ต้น พวกเขาเป็นหนึ่งเดียวกันมาหลายปีแล้ว ไม่แบ่งแยกว่าใครต้องแต่งเข้าบ้านใคร

  • ทะลุมิติมาเป็นภรรยาตัวน้อยของสามีพิการ   บทที่ 250

    คฤหาสน์ตระกูลเซี่ย ทุกคนกลับมาถึงคฤหาสน์อย่างพร้อมหน้าพร้อมตากัน ถานจ้านถือโอกาสนี้ประกาศข่าวดีแก่ทุกคน เรื่องที่เขาได้ขอเซี่ยซือซือแต่งงานบนเรือ และนางก็ตอบตกลงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว “แหวนแต่งงานของข้า” เซี่ยซือซือชูนิ้วนางข้างซ้ายขึ้นให้ทุกคนดู ถานจ้าน “ซือซือนี่เจ้าโอ้

  • ทะลุมิติมาเป็นภรรยาตัวน้อยของสามีพิการ   บทที่ 249

    “เดี๋ยวก่อน” เซี่ยซานซานหยุดกึกในทันที “เสวี่ยหยาก็ถามหาเจ้า หมู่นี้เจ้าไม่ได้ไปที่จวนแม่ทัพโหย่วนานแล้ว” ทุกครั้งที่น้องสามของเขานัดนางมาที่จวน วันนั้นโหย่วหยางหลงจะทำตัวว่างในทันที และจะแวะไปหาน้องสามที่จวน เพียงเพื่อที่จะอ้างเรื่องสอบถามข่าวคราวของถานจ้าน แต่ในความเป็นจริงแล้ว

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status