วาสนานาง

วาสนานาง

last updateLast Updated : 2026-11-02
By:  ชะลาล่า/ChalalaUpdated just now
Language: Thai
goodnovel18goodnovel
Not enough ratings
18Chapters
7views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

ชาติก่อนนางไร้วาสนาต่อความรัก แต่เมื่อตื่นขึ้นมาในร่างใหม่นางกลับมีชะตาเป็นภรรยาของบุรุษทั้งสี่ สามีที่ไม่อาจมีได้เพียงผู้เดียว คือ วาสนาที่ได้มาครอบครอง หรือ บทลงโทษที่ไม่อาจหลีกหนี

View More

Chapter 1

บทนำ ชีวิตที่คิดว่าตายไปแล้ว

หม่าเจี่ยซินคิดว่าตัวเองตายไปแล้ว แต่หลังจากได้สตินางกลับพบว่าตัวเองนอนอยู่ในห้องเก่าๆ ที่ไม่คุ้นเคย ในสภาพป่วยปางตายแต่กลับยังไม่ตาย 

ตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่หลับๆ ตื่นๆ ด้วยอาการป่วยไข้ นางค้นพบความทรงจำที่ไม่ใช่ของตัวเองมากมาย จนกระทั่งในตอนที่แน่ใจว่านางไม่ใช่หม่าเจี่ยซินในยุคสองพันยี่สิบเอ็ดแล้ว อาการป่วยของหมาเจี่ยซินก็เริ่มดีขึ้นจนสามารถประคองสติรับรู้เอาไว้ได้ในที่สุด

“ตื่นแล้วรึ อยากดื่มน้ำหรือไม่”

หม่าเจี่ยซินหันไปมองบุรุษหน้าตาหล่อเหลาคมคายที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวเก่าด้วยความงุนงง โต๊ะตรงหน้าเขามีสภาพทรุดโทรมราวกับจะหักลงไปได้ทุกเมื่อ แต่เขากลับมีสีหน้าเรียบเฉยราวกับมองไม่เห็นสิ่งเหล่านั้น

“ยะ อยาก” 

แค้นคอพูดออกมาคำหนึ่ง ลำคอของหม่าเจี่ยซินก็แสบร้อนจนทำให้ไอออกมาแห้งๆ เขาผู้นั้นจึงรินน้ำใส่จอกแล้วถือมายื่นให้นางจิบ

เมื่อได้น้ำคำหนึ่งลงไปราดบนผิวคอที่แห้งผาก หม่าเจี่ยซินก็รู้สึกดีขึ้นมา นางจึงดื่มเข้าไปอีกสองสามอึกด้วยความกระหาย 

“เหอชาง? รึ”

ดื่มน้ำเสร็จ ใบหน้างดงามของนางก็เงยขึ้นมองคนตรงหน้าชัดๆ เป็นครั้งแรก แล้วในความคิดก็ปรากฏชื่อของคนผู้นี้ขึ้นมา 

“อืม จำได้ก็ดีแล้ว” 

เหอชางตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉย เขาเดินกลับไปยังโต๊ะตัวเดิมพร้อมกับจอกที่ยังคงเหลือน้ำอยู่ในมือ ใบหน้าที่ไม่แสดงออกใดๆ แตกต่างจากภายในใจที่รู้สึกผ่อนคลายลงเมื่อพบว่านางยังจดจำตนเองได้

จำได้ก็ดีแล้ว? 

คำพูดคำนี้คนพูดพูดเหมือนไม่ได้ใส่ใจอะไร แต่คนฟังที่กำลังทบทวนเรื่องราวของหม่าเจี่ยซินคนเดิมอยู่ในหัว กลับรู้สึกแปลกใจ 

เมื่อลองเค้นความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมออกมา หม่าเจี่ยซิน วิญญาณที่มาจากยุคสองพันยี่สิบเอ็ดก็พบว่าเจ้าของร่างเดิมผู้นี้ แม้ว่านางจะมีฐานะเป็นน้องสาวของสหายร่วมชั้นเรียนของเหอชาง แต่ที่ผ่านมานางกับเขากลับไม่เคยข้องเกี่ยวกันมาก่อน 

แล้วเหตุใดตอนนี้คนผู้นี้ถึงได้มาปรากฏตัวอยู่กับนาง อีกทั้งยังดูเหมือนกับว่าเขาจะเป็นคนที่ช่วยเหลือเจ้าของร่างเดิมออกมาจากน้ำมือของป้าสะใภ้ผู้ใจร้ายอีกด้วย

“หิวหรือไม่”

เขาหันมาถามหม่าเจี่ยซิน แต่ถามยังไม่ทันจบ ท้องของนางที่ร้อนผ่าวและแทบจะแนบสนิทไปกับกระดูกสันหลังก็ส่งเสียงร้องออกมาเป็นคำตอบทันที ใบหน้าที่ขาวซีดจึงพลันซับสีขึ้นมาด้วยความอับอาย 

อยู่ต่อบุรุษที่หน้าตาดีถึงเพียงนี้ แม้นางจะมิใช่เจ้าของร่างเดิม แต่หม่าเจี่ยซินก็ยังคงรู้สึกขัดเขิน ยิ่งเมื่อเห็นว่าเขาแอบยิ้มและมองนางด้วยสายตาเป็นประกายขบขำ นางก็ยิ่งก้มหน้าลงต่ำมากกว่าเดิม

ยังดีที่เหอชางเป็นบุรุษที่ใบหน้ามักจะแสดงอารมณ์อยู่ไม่กี่อย่าง นิสัยของเขาปกติก็สุขุมและสำรวมเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้นนอกจากมองนางด้วยสายตาขบขำหนหนึ่งแล้ว เขาไม่ได้มีท่าทีใดๆ มากไปกว่านี้ให้นางอับอายมากกว่าเดิม แล้วบุรุษตัวสูงโปร่งในชุดบัณทิตสีซีดก็เดินออกจากห้องที่ทรุดโทรมไปเงียบๆ ด้วยท่วงท่าอันสง่างาม 

เมื่อเขาจากไปแล้ว ความรู้สึกอับอายของหม่าเจี่ยซินก็หายไป นางจึงหันไปมองสำรวจห้องที่ทั้งแคบทั้งทรุดโทรมแห่งนี้รอบหนึ่งด้วยความสับสน ก่อนจะขบคิดอย่างเหม่อลอยไปถึงเรื่องราวต่างๆ ที่ได้มาจากความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม

เมื่อหนึ่งปีก่อนหม่าเจี่ยซินผู้นี้ยังเป็นบุตรสาวของคู่สามีภรรยาแซ่หม่าที่อาศัยในหมู่บ้านสกุลหม่า มีพี่ชายที่โดดเด่นมากผู้หนึ่งชื่อหม่าเฉิงหนิง  

แม้ครอบครัวของนางจะเป็นเพียงชาวนา แต่กลับไม่ได้ยากจนเหมือนกับครอบครัวอื่นในหมู่บ้าน เพราะบิดาของหม่าเจี่ยซินเป็นบุรุษที่มีพละกำลังดีมากผู้หนึ่ง นอกฤดูทำนาจึงมักจะไปทำงานที่ท่าเรือเพื่อหาเงินมาจุนเจือครอบครัวอย่างขยันขันแข็ง

ส่วนมารดาของนางเป็นหญิงชาวบ้านที่มีฝีมือในการเย็บปักถักร้อยและรู้จักเก็บออมช่วยสามีดูแลเงินทองเป็นอย่างดี นั่นทำให้ครอบครัวของพวกเขามีเงินมีทองมากพอที่จะส่งหม่าเฉิงหนิงพี่ชายของหม่าเจี่ยซินไปเรียนที่สำนักศึกษาในตัวตำบล

ส่วนหม่าเจี่ยซินถึงนางจะไม่ได้ถูกส่งไปร่ำเรียนหนังสือเหมือนพี่ชายเพราะเป็นสตรี แต่นางก็ถูกเลี้ยงให้เติบโตมาด้วยชีวิตที่ค่อนข้างสุขสบาย ซึ่งแตกต่างจากหญิงสาววัยเดียวกันในหมู่บ้าน

จนกระทั่งคืนหนึ่งเมื่อประมาณหนึ่งปีก่อน ชีวิตที่เคยสุขสงบมาตลอดของหม่าเจี่ยซินก็พังทลายลงภายในชั่วค่ำคืน เมื่อหมู่บ้านสกุลหม่าถูกกลุ่มโจรที่เรียกขานตนเองว่าโจรขี่ม้าบุกเข้าปล้น บิดามารดาและพี่ชายของนางถูกฆ่าอย่างเหี้ยมโหด บ้านที่ถูกปล้นจนว่างเปล่าถูกเผาวอดไปมากกว่าครึ่ง

หม่าเจี่ยซินไม่แน่ใจว่านางโชคดีหรือโชคร้ายกันแน่ที่สามารถเอาชีวิตรอดมาได้ เพราะถึงจะมีชีวิตรอดแต่ครอบครัวของนางกลับเหลือนางผู้เดียวที่ยังมีชีวิตอยู่ ส่วนบิดามารดาและพี่ชายของนางนั้นล้วนกลายเป็นร่างที่ไร้ลมหายใจไปหมดแล้ว 

หลังผ่านพ้นเหตุการณ์หมู่บ้านสกุลหม่าถูกโจรขี่ม้าปล้นยกเค้าไปทั้งหมู่บ้าน หม่าเจี่ยซินที่กลายเป็นเด็กกำพร้าก็จำต้องไปขอพึ่งพาญาติห่างๆ ของมารดา เพราะญาติในหมู่บ้านสกุลหม่าของบิดา ไม่มีใครที่สามารถรับนางไปดูแลได้ ลำพังเพียงแค่ครอบครัวของพวกเขาที่ยังมีชีวิตอยู่ พวกเขาก็เอาตัวแทบจะไม่รอดกันแล้ว

ด้วยเหตุนี้หม่าเจี่ยซินจึงถูกส่งไปอาศัยอยู่กับญาติทางฝั่งมารดา ซึ่งเป็นครอบครัวของท่านลุงผู้หนึ่งที่ในหมู่บ้านห่างออกไปสิบลี้ 

หมิงต้าอู่ เป็นลูกพี่ลูกน้องผู้หนึ่งของหมิงซื่อ มารดาของหม่าเจี่ยซิน อันที่จริงนับว่าเขาเป็นท่านลุงที่ค่อนข้างใจดีและเอ็นดูหม่าเจี่ยซิน

เพียงแต่ภรรยาของเขา หรือก็คือกู้ซื่อนั้นเป็นสตรีที่ร้ายกาจมากผู้หนึ่ง นับตั้งแต่รับหม่าเจี่ยซินมาอาศัยอยู่ด้วยด้วยความจำใจ นางก็เอาแต่หาเรื่องด่าทอหม่าเจี่ยซินอยู่ทุกวันและใช้งานหม่าเจี่ยซินสารพัด บางครั้งที่หมิงต้าอู่ไม่อยู่บ้าน กู้ซื่อถึงขั้นเคยลงไม้ลงมือกับหม่าเจี่ยซินอยู่หลายครั้ง

ชีวิตหลังสูญเสียบิดามารดาและพี่ชายไปของหม่าเจี่ยซินจึงน่าเวทนาเป็นอย่างยิ่ง แต่หม่าเจี่ยซินก็ไม่เคยย่อท้อหรือมีความคิดฆ่าตัวตายตามคนในครอบครัว เพราะนางรู้ดีว่าอีกไม่นานเมื่อนางอายุครบสิบห้าปี นางก็จะถึงวัยแต่งงานและหลังแต่งนางก็จะหลุดพ้นจากกู้ซื่อ

แต่หม่าเจี่ยซินกลับเคยไม่คิดเลยว่า ในวันที่นางอายุครบสิบห้าปี กู้ซื่อจะใจอำมหิตถึงขั้นขายนางให้กับคนเถื่อนที่อาศัยอยู่ในป่าลึก แล้วก่อนจะส่งนางออกไปแต่งงาน กู้ซื่อที่ไม่เคยชื่นชอบและพอใจในตัวนางยังลงไม้ลงมือกับหม่าเจี่ยซินอย่างหนักจนเจ้าของร่างเดิมถึงขั้นเสียชีวิต

เมื่อคิดทบทวนมาถึงตรงนี้หม่าเจี่ยซินก็พลันไม่เข้าใจขึ้นมาว่า ในเมื่อเจ้าของร่างเดิมถูกกู้ซื่อขายให้คนเถื่อนแล้ว เหตุใดตอนนี้นางถึงมาอยู่กับเหอชางแทน 

หรือว่าหลังกู้ซื่อตีนางจนตาย ด้วยกลัวความผิดกู้ซื่อจึงลากนางไปทิ้ง แล้วเหอชางบังเอิญผ่านมาเจอเข้า เขาจึงได้ช่วยร่างที่ใกล้ตายของนางเอาไว้ ตามพล็อตนิยายน้ำเน่าที่นางเคยอ่านในชาติก่อน

 หม่าเจี่ยซินคิดอย่างเป็นตุเป็นตะ เป็นเรื่องเป็นราว แต่ทั้งหมดกลับเป็นการคิดไปเองทั้งสิ้น จนกระทั่งเหอชางยกถ้วยข้าวต้มกลับเข้ามาในห้อง นางถึงได้หลุดพ้นจากอาการเหม่อลอย 

กินข้าวต้มไปชามหนึ่ง ดื่มยาที่แสนจะขมและเหม็นไปหนึ่งถ้วย หม่าเจี่ยซินที่อยากถามเหอชางเกี่ยวกับเรื่องที่สงสัยก็เริ่มง่วงและนางก็ฝืนทนไม่ไหว หม่าเจี่ยซินจึงหลับไหลไปอีกครั้งอย่างรวดเร็ว โดยไม่มีโอกาสได้สอบถามเรื่องที่อยากรู้ 

___________________________________________________

ตัวละคร

หม่าเจี่ยซิน : ดวงวิญญาณจากยุคสองพัน กลายมาเป็นหญิงสาวในโลกยุคโบราณที่มีชื่อเหมือนกันกับนาง ตกหลุมรักคุณชายสี่ตระกูลเหอไม่ต่างจากเจ้าของร่างเดิม

เหอชาง : คุณชายสี่ตระกูลเหอ รูปโฉมหล่อเหลาคมคาย รูปลักษณ์โดดเด่น เป็นบัณฑิตที่มีความสามารถและแผนการ เขามีนิสัยสุขุมไม่ค่อยพูด ประหยัดถ้อยคำ เก็บความรู้สึกเก่ง แต่มักจะใส่ใจและใจอ่อนกับคนในครอบครัว

เหอตง : คุณชายสามตระกูลเหอ รูปโฉมหล่อเหลาคมเข้ม บุคลิกองอาจ ชื่นชอบการฝึกวรยุทธ์เป็นชีวิตจิตใจ นิสัยจึงหยาบกระด้างมากกว่าพี่น้องคนอื่น เก็บอารมณ์ไม่ค่อยเก่งนักแต่เป็นคนช่างสังเกต

เหออัน : คุณชายรองตระกูลเหอ รูปโฉมหล่อเหลาดุจหยก ฐานะมั่งคั่ง มีความสามารถในการทำงานหาเงิน บุคลิกอบอุ่น อัธยาศัยดี แต่เป็นคนเจ้าเล่ห์และมีเล่ห์เหลี่ยม

เหอหยวน : คุณชายใหญ่ตระกูลเหอ รูปโฉมหล่อเหลาเหนือสามัญ เป็นลูกศิษย์เพียงคนเดียวของหมอเทวดา มีความสามารถทางการแพทย์สูงเป็นอย่างยิ่ง นิสัยภายนอกดูค่อนข้างเย็นชา ไม่ค่อยแสดงความรู้สึกทางใบหน้า แต่อันที่จริงใจดีและมักจะคิดถึงในครอบครัวก่อนเสมอ

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
18 Chapters
บทนำ ชีวิตที่คิดว่าตายไปแล้ว
หม่าเจี่ยซินคิดว่าตัวเองตายไปแล้ว แต่หลังจากได้สตินางกลับพบว่าตัวเองนอนอยู่ในห้องเก่าๆ ที่ไม่คุ้นเคย ในสภาพป่วยปางตายแต่กลับยังไม่ตาย ตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่หลับๆ ตื่นๆ ด้วยอาการป่วยไข้ นางค้นพบความทรงจำที่ไม่ใช่ของตัวเองมากมาย จนกระทั่งในตอนที่แน่ใจว่านางไม่ใช่หม่าเจี่ยซินในยุคสองพันยี่สิบเอ็ดแล้ว อาการป่วยของหมาเจี่ยซินก็เริ่มดีขึ้นจนสามารถประคองสติรับรู้เอาไว้ได้ในที่สุด“ตื่นแล้วรึ อยากดื่มน้ำหรือไม่”หม่าเจี่ยซินหันไปมองบุรุษหน้าตาหล่อเหลาคมคายที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวเก่าด้วยความงุนงง โต๊ะตรงหน้าเขามีสภาพทรุดโทรมราวกับจะหักลงไปได้ทุกเมื่อ แต่เขากลับมีสีหน้าเรียบเฉยราวกับมองไม่เห็นสิ่งเหล่านั้น“ยะ อยาก” แค้นคอพูดออกมาคำหนึ่ง ลำคอของหม่าเจี่ยซินก็แสบร้อนจนทำให้ไอออกมาแห้งๆ เขาผู้นั้นจึงรินน้ำใส่จอกแล้วถือมายื่นให้นางจิบเมื่อได้น้ำคำหนึ่งลงไปราดบนผิวคอที่แห้งผาก หม่าเจี่ยซินก็รู้สึกดีขึ้นมา นางจึงดื่มเข้าไปอีกสองสามอึกด้วยความกระหาย “เหอชาง? รึ”ดื่มน้ำเสร็จ ใบหน้างดงามของนางก็เงยขึ้นมองคนตรงหน้าชัดๆ เป็นครั้งแรก แล้วในความคิดก็ปรากฏชื่อของคนผู้นี้ขึ้นมา “อืม จำได้ก็ดีแล้ว” เหอชาง
last updateLast Updated : 2026-10-28
Read more
เขาพานางเข้าป่า 1
วันต่อมาหม่าเจี่ยซินถูกเหอชางปลุกให้ตื่นขึ้นมาตั้งแต่ตอนที่ฟ้ายังไม่ทันสาง หลังจากกินอาหารมื้อเช้าง่ายๆและฝืนดื่มยาที่แสนขมเสร็จ เหอชางที่นั่งมองนางกินยามาตลอดก็หันมาเก็บของที่มีอยู่เพียงไม่กี่ชิ้นในห้อง แล้วหันมาแบกนางขึ้นหลังของตนเอง“จะไปไหนรึ” ถูกเขาแบกออกมาจากห้อง หม่าเจี่ยซินก็พบว่าห้องที่นางนอนอยู่มาหลายวัน แท้จริงแล้วเป็นเรือนทรุดโทรมที่มีเพียงห้องเดียวหลังหนึ่ง ด้านนอกมีพื้นที่ที่ใช้หุงอาหารง่ายๆ ด้านบนมีเพิงหลังคาที่อยู่สภาพจวนเจียนจะล้มคลุมเอาไว้ ส่วนรอบบ้านถูกล้อมรอบไปด้วยทุ่งนารกๆ กับป่าเขา ไร้ร่องรอยของบ้านหลังอื่นในบริเวณนี้ “กลับบ้าน” “กลับบ้าน? บ้านของใคร ท่านรึ”“อืม” “ท่านจะพาข้ากลับไปด้วยรึ”หม่าเจี่ยซินเอ่ยถามด้วยความไม่แน่ใจ เพราะลำพังบุญคุณที่เขาช่วยชีวิตของเจ้าของร่างเดิมเอาไว้ หม่าเจี่ยซินก็ไม่รู้ว่าควรจะขอบคุณและตอบแทนสหายของพี่ชายผู้นี้อย่างไรแล้ว แต่เหอชางกลับยังต้องการจะพานางกลับบ้านไปกับเขาอีกด้วย “อืม”“ข้า.. มันจะเป็นการรบกวนเกินไปหรือไม่” นางกังวลขึ้นมาเล็กน้อย ในใจรู้สึกเกรงใจบุรุษผู้นี้ขึ้นมาอย่างอดไม่ได้ เมื่อคิดว่าตนเองกำลังเป็นภาระให้กับเขา
last updateLast Updated : 2026-10-28
Read more
เขาพานางเข้าป่า 2
เช้าวันต่อมา หม่าเจี่ยซินตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกสดชื่นมากกว่าเมื่อวาน หลังจากได้หลับอย่างเต็มอิ่มตลอดทั้งคืน อาการป่วยของนางก็เหมือนจะดีขึ้นเรื่อยๆ ร่างกายบริเวณที่ถูกตีจนบวมช้ำก็เริ่มปวดระบมน้อยลง “ต้องไปอีกไกลหรือไม่ เมื่อไหร่เราจะไปถึงบ้านของท่านรึ”ถูกเหอชางแบกขึ้นหลังอีกครั้ง หม่าเจี่ยซินก็เอ่ยปากถามเขา “พรุ่งนี้ยามบ่ายก็น่าจะถึงแล้ว”พรุ่งนี้ยามบ่าย?“กะ ไกลขนาดนั้นเลยรึ”นางแทบจินตนาการไม่ออกว่าบ้านของเหอชางนั้นจะต้องอยู่ไกลมากแค่ไหน ถึงต้องเดินทางข้ามวันข้ามคืนถึงสามวันสองคืนเช่นนี้ แล้วหม่าเจี่ยซินก็อดคิดไม่ได้ว่าเขาจำเป็นต้องพานางเดินทางผ่านป่าเช่นนี้ด้วยรึ บ้านของเขาไม่มีเส้นทางเส้นอื่นที่สามารถเดินทางไปถึงได้แล้วรึ“ใช่ เจ้าต้องอดทนหน่อย”“ข้าไม่เป็นไร เพียงแต่ท่านแบกข้าทั้งวันเช่นนี้ไม่เหนื่อยรึ”หม่าเจี่ยซินถามด้วยความสงสัยและกังวลใจ นางแทบไม่กล้าเชื่อว่าคุณชายเหอสหายของพี่ชายนางผู้นี้จะมีพละกำลังสามารถแบกนางได้มากมายและยาวนานถึงเพียงนี้“ตัวเจ้าเบามาก อย่าได้กังวล” เบารึ? ใช่สิ ย่อมต้องเบาอยู่แล้ว ตั้งแต่เจ้าของร่างเดิมไปอาศัยอยู่บ้านของท่านลุงหมิงต้าอู่ นางก็แทบไ
last updateLast Updated : 2026-10-28
Read more
เขาพานางเข้าป่า 3
นับตั้งแต่เริ่มเข้าใจว่าอาการหัวใจเต้นแรงคือการชื่นชอบใครสักคนหนึ่ง หม่าเจี่ยซินคนเดิมก็แอบชื่นชมและชื่นชอบสหายของพี่ชายที่ทั้งรูปงาม ทั้งโดดเด่นมาตลอด นั่นทำให้นางซึ่งเป็นหม่าเจี่ยซินคนปัจจุบันอดที่จะคิดเพ้อเจ้อตามไปด้วยไม่ได้ แต่จะไม่ให้นางคิดเพ้อเจ้อได้อย่างไร ในเมื่อหลายวันมานี้คุณชายเหอผู้นี้นอกจากจะอยู่กับนางตามลำพัง เขายังดูแลนาง คอยทำอาหารและต้มยาให้นาง แบกนางขึ้นหลังจนทำให้ร่างกายทั้งสองต้องแนบชิดกันตลอดทั้งวัน ทำลายกรอบประเพณีข้อต้องห้ามระหว่างชายหญิงของโลกใบนี้ไปจนแทบหมดสิ้นเมื่อเป็นเช่นนี้แม้ไม่อยากคิด หม่าเจี่ยซินก็อดที่จะแอบคิดไม่ได้อยู่ดี หากอิงตามกฎเกณฑ์ของสังคมที่นี่ หลังจากล่วงเกินนางเช่นนี้แล้ว เหอชางย่อมต้องรับผิดชอบแต่งหม่าเจี่ยซินเป็นภรรยาเท่านั้นแต่แน่นอนว่าหม่าเจี่ยซินก็เข้าใจเรื่องที่เขาทำเพื่อช่วยชีวิตนางเอาไว้ ดังนั้นนางจึงไม่ได้คาดหวังว่าเขาจะแต่งนางเป็นภรรยาเช่นกัน “เงินสินสอดข้าได้ส่งมอบไปแล้ว เจ้าย่อมกลับไปกับข้าในฐานะภรรยา”หม่าเจี่ยซินนิ่งไปด้วยความตกตะลึงหลังได้ยินคำอธิบายที่คาดไม่ถึงของเหอชาง จากนั้นนางก็ถูกทำให้แตกตื่นแล้ว เมื่อได้ยินคำว่าสินสอ
last updateLast Updated : 2026-10-28
Read more
บ้านในป่าลึก 1
“ยังต้องเดินไปอีกไกลเท่าไหร่”หลังเงียบไปพักใหญ่ เมื่อปรับอารมณ์ของตนเองให้กลับมาเป็นปกติได้แล้ว หม่าเจี่ยซินก็เอ่ยถามเหอชางขึ้นมา หันไปมองรอบด้านแล้วนางอดแปลกใจไม่ได้ ทั้งๆ ที่เมื่อวานเหอชางบอกว่าวันนี้ตอนบ่ายพวกเขาก็น่าจะเดินทางไปถึงบ้านของเขาแล้ว แต่จนกระทั่งตอนนี้หม่าเจี่ยซินก็ยังมองไม่เห็นบ้านเรือนเลยสักหลัง สิ่งที่นางเห็นมีเพียงป่าที่ยังคงรกทึบเท่านั้น “ไม่ไกลแล้ว เจ้าอดทนอีกหน่อย ผ่านภูเขาลูกนี้ไปก็ใกล้ถึงแล้ว” ภูเขาลูกนี้ที่เหอชางพูดถึงทำให้หม่าเจี่ยซินอดที่จะแหงนหน้าขึ้นไปมองยอดภูเขาสูงที่โผล่พ้นตรงยอดไม้ด้านหน้าไม่ได้ แล้วเมื่อพบว่าภูเขาลูกใหญ่ตรงหน้านั้นสูงและใหญ่มากแค่ไหน ความรู้สึกห่อเหี่ยวใจก็เข้ามาปกคลุมหัวใจของนางทันทีต้องข้ามภูเขาลูกนี้ไปอีกลูก เช่นนี้ยังสามารถพูดว่าไม่ไกลได้อีกรึ “อยากนั่งพักรึ หรือว่าปวดเบา”“เปล่า ข้าแค่สงสัยเท่านั้น”ตอบเขาด้วยน้ำเสียงห่อเหี่ยวแล้ว หม่าเจี่ยซินก็ขยับมือที่กำลังเกาะไหล่กว้างอีกครั้ง แล้วหันมามองใบหน้าเสี้ยวด้านข้างของเขาแทน เมื่อพบว่ามันน่ามองมากกว่าป่ารกทึบด้านข้างเป็นไหนๆ“มีอะไรติดหน้าข้างั้นรึ”ถูกนางจ้องมองอยู่พักหนึ่ง เห
last updateLast Updated : 2026-10-28
Read more
บ้านในป่าลึก 2
“ไม่ต้องห่วง มารดาของข้าใจดีมาก นางจะต้องชอบเจ้า” เห็นนางเงียบไปเหอชางก็คิดว่าหม่าเจี่ยซินกำลังกังวลและตื่นเต้นที่จะได้พบคนในครอบครัวของเขา เขาจึงเอ่ยปลอบใจนางอย่างหาได้ยาก แม้ยืนอยู่บริเวณปากถ้ำจะสามารถมองเห็นหุบเขาแห่งนี้ได้จนทั่ว แต่ไม่ได้หมายความว่าสถานที่แห่งนี้จะเป็นเพียงบริเวณเล็กๆ เพราะในความเป็นจริงเหอชางใช้เวลาในการพานางเดินลงจากปากถ้ำไปยังบ้านของเขาที่ตั้งอยู่อีกด้านนานถึงสองเค่อตลอดทางนอกจากทุ่งนาที่กินพื้นที่ส่วนใหญ่ของหุบเขาแล้ว หม่าเจี่ยซินยังได้พบเห็นดอกไม้ป่าดอกเล็กๆ ตามสองข้างทางมากมาย เมื่อเดินผ่านสะพานที่สร้างจากก้อนหิน นางมองเห็นปลาตัวใหญ่เท่าแขนว่ายไปมาอยู่ในน้ำ เมื่อใกล้ถึงบ้านนางก็ได้พบแปลงผักสวนครัวอีกหลายแปลงกำลังเจริญเติบโตอย่างงดงาม บ้านสองหลังที่ตั้งอยู่บนเนิน ด้านหน้าล้อมด้วยกำแพงไม้ไผ่และมีประตูรั้วที่สานด้วยไม้ไผ่ สูงมากกว่าหม่าเจี่ยซินหลายช่วงศีรษะ ส่วนด้านหลังที่ติดกับป่าเป็นกำแพงบ้านที่ก่อขึ้นมาจากอิฐสูงเลยหัวของนางไปเช่นกันและมีประตูไม้บานหนึ่งปิดเอาไว้สนิทเมื่อเปิดประตูหน้าบ้านเดินเข้าไป จะเจอบ้านสองหลังตั้งอยู่ตรงด้านซ้ายและขวา ด้านซ้ายเป็นเ
last updateLast Updated : 2026-10-28
Read more
บ้านในป่าลึก 3
“หน้าตางดงามน่าเอ็นดูยิ่งนัก เจ้ามีชื่อว่าอะไร” “ท่านป้า ข้ามีนามว่าเจี่ยซิน แซ่หม่าเจ้าค่ะ” หม่าเจี่ยซินแนะนำตนเองแล้วยิ้มให้กับหลิวซื่อ แม้หลิวซื่อจะป่วยและในห้องของนางจะมีกลิ่นอับกับกลิ่นยาผสมกันอยู่จนแทบแยกไม่ออก แต่หม่าเจี่ยซินกลับไม่รู้สึกรังเกียจเลยสักนิด กลับกันนางสามารถรู้ได้จากดวงตาที่อ่อนโยนของหลิวซื่อ ว่ามารดาของเหอชางผู้นี้เป็นสตรีที่มีจิตใจอารีย์มากผู้หนึ่ง“เจี่ยซิน นามช่างไพเราะยิ่งนัก เหมาะสมกับเจ้าจริงๆ แค่กๆ” พูดไม่หยุดมาหลายประโยค หลิวซื่อก็เริ่มไอและหอบ เหอชางจึงรีบหันไปรินน้ำอุ่นมายื่นให้มารดาจิบ จากนั้นก็ช่วยลูบแผ่นหลังที่ผอมบางของหลิวซื่อจนอีกฝ่ายกลับมาหายใจได้คล่องอีกครั้ง“ท่านแม่ ท่านพักผ่อนก่อนเถอะ”“แม่ไม่เป็นไร เพียงแค่ดีใจมากไปหน่อยเท่านั้น เจี่ยซินข้าเรียกเจ้าเช่นนี้ได้หรือไม่”“ท่านป้าเรียกข้าว่าซินซินก็ได้เจ้าค่ะ”หม่าเจี่ยซินหันไปมองเหอชางเล็กน้อย แล้วยิ้มกว้างให้กับหลิวซื่อด้วยความยินดี “ดีดี เช่นนั้นซินซินก็เรียกข้าว่าท่านแม่เถอะ จะได้ไม่ต้องเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา” “เจ้าค่ะ” แก้มใสแดงระเรื่อขึ้นมาเล็กน้อย ยังดีที่ในห้องอาศัยเพียงแสงเทียนให้ความสว
last updateLast Updated : 2026-10-28
Read more
ตระกูลเหอ 1
ไม่รู้ว่าหลับไปนานเท่าไร หม่าเจี่ยซินรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาอีกครั้งเมื่อได้ยินเสียงพูดคุยกันจากด้านนอก ตอนแรกที่ตื่นขึ้นมานางยังงุนงงและยังคงสับสนอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะตระหนักได้ว่าตอนนี้ตนเองเป็นใครและอยู่ที่ไหน หม่าเจี่ยซินลุกขึ้นมานั่งบิดตัวเบาๆ ไล่ความง่วงที่ยังหลงเหลืออยู่ออกไป จากนั้นก็ลงจากเตียง เดินออกจากห้องลงบันไดไปยังชั้นล่างของบ้าน เมื่อเดินออกมาด้านนอก เสียงพูดคุยของบุรุษทั้งกลุ่มก็พากันหยุดลง เท้าของนางก็หยุดชะงักไปเพราะพวกเขาเช่นกันหม่าเจี่ยซินมองกลุ่มบุรุษทั้งห้าที่นั่งบ้าง ยืนบ้างด้วยความตกใจ สมองที่ควรจะทำงานราวกับหยุดชะงักไปพักหนึ่งอย่างไม่รู้ตัวไป เหตุใดคนตระกูลเหอถึงหล่อเหลาหน้าตาดีราวกับรูปสลักแทบจะทุกคนเช่นนี้?หม่าเจี่ยซินกวาดสายตามองคนแปลกหน้าทั้งสี่ไปทีละคนอย่างผ่านๆ ก่อนจะสรุปได้ว่า แม้พวกเขาจะมีหน้าตาคล้ายกับเหอชางอยู่บ้าง แต่ว่าแต่ละคนกลับมีความโดดเด่นที่แตกต่างกันออกไปอย่างเห็นได้ชัด แล้วหม่าเจี่ยซินยังสามารถรู้ได้จากอายุบนใบหน้าของพวกเขาอีกว่าบุรุษสองคนที่ค่อนข้างมีอายุตรงนั้นน่าจะมีคนใดคนหนึ่งเป็นบิดาของเหอชาง ส่วนบุรุษตัวสูงใหญ่ที่อยู่ในวัยไล่เลี่ยกันอี
last updateLast Updated : 2026-10-28
Read more
ตระกูลเหอ 2
 “มีเรื่องอะไรอย่างนั้นรึ” นางเอ่ยถามเขาอีกครั้งด้วยความใคร่รู้ เมื่อไม่มีผู้อื่นแล้ว  “...” เหอชางที่ถูกเลือกให้จัดการเรื่องนี้ หันมองหม่าเจี่ยซินด้วยความหนักใจ เขาเม้มปากตนเองเล็กน้อยคล้ายยังตัดสินใจไม่ได้ ก่อนจะถอนหายใจเบาๆ  “อันที่จริงเรื่องนี้ข้าควรจะถามเจ้าก่อน แต่ก่อนหน้านี้ข้าเห็นแก่ตัวจึงพาเจ้ากลับมาโดยไม่ได้บอกอะไร” นางไม่อาจเข้าใจได้ทันที ว่าเขาหมายความเช่นไร  “เรื่องนี้ส่วนหนึ่งเป็นเพราะข้าสงสารที่เจ้าไม่เหลือใคร แต่ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะความเห็นแก่ตัวของข้า ซินซินข้า..”  เมื่อแววตาของเหอชางสั่นไหว หัวใจของหม่าเจี่ยซินก็พลันกระตุก แม้นางไม่รู้ว่าเขาจะพูดเรื่องอะไร แต่ลางสังหรณ์ที่ผุดขึ้นมาบอกนางว่ามิใช่เรื่องดีอย่าง
last updateLast Updated : 2026-10-29
Read more
ตระกูลเหอ 3
 เหอคังเดินออกจากห้องไปพร้อมกับเหอเจา ในห้องจึงเหลือสามพี่น้องสกุลเหอนั่งและยืนอยู่เงียบๆ  “เจ้าชอบนางรึ”  เหอหยวนเอ่ยถามเหอชาง เหอตงจึงหันไปมองน้องสี่ของเขาเช่นกัน  อย่าได้เห็นว่าเหอชางที่พูดน้อยและมักจะมีสีหน้าเรียบเฉยเป็นคนเข้าถึงยาก แท้จริงแล้วในบรรดาพวกเขาพี่น้องทั้งสี่ เหอชางที่มักจะโต้เถียงและออกความคิดเห็นในเรื่องที่จำเป็น คือคนที่เข้าอกเข้าใจผู้อื่นมากที่สุด อีกทั้งเขายังใจอ่อนกับคนที่ตนเองใส่ใจเป็นอย่างยิ่งอีกด้วย เพียงแต่เขาแค่ไม่ชอบแสดงความรู้สึกทางสีหน้าก็เท่านั้น เวลานี้เหอหยวนกับเหอตงเห็นชัดว่าน้องสี่ผู้นี้ใส่ใจในตัวสตรีที่เขาพากลับมาด้วยมากเพียงใด “เช่นนั้นก็ให้เวลานางหน่อยแล้วกัน” กล่าวจบเหอยวนก็เดินออกจากห้องไป “ไปกินมื้อเย็นกันเถอะ” 
last updateLast Updated : 2026-10-29
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status