LOGINคำตอบของใหญ่ ทำเอานารีวางช้อนเงยหน้ามองใหญ่ที่กำลังยิ้มพราวเสน่ห์ แถมกอดอกกระตุกคิ้ว เธอหมั่นไส้ท่าทางแสนกวนตีนของเจ้านี่เหลือเกิน
“อะไร” นารีกะพริบตาปริบ ๆ พร้อมกับตักข้าวต้มเข้าปาก ใหญ่หัวเราะ แม่งคิดไม่ผิดจริง ๆ ที่นอนคิดมาทั้งคืน เพราะว่า...ยัยนี่โคตรน่ารัก “ผมจะจีบเจ๊..” “ห๊า....” ดวงตากลมโตคู่สวยเบิกกว้าง หยุดชะงักจนนารีได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองเต้นตึกตัก หน้าเริ่มร้อนผ่าว ไม่คิดเลยว่าตัวเองจะมาเขินอายเพราะมีผู้ชายที่อายุห่างกันขนาดนี้มาขอจีบ “ผมจะจีบเจ๊ จะอึ้งอะไร ยังไม่ได้แก่ขนาดหูตึงสักหน่อย” “ไอ้เด็กบ้านี่....” นารีอยากจะโยนช้อนในมือใส่หน้าหล่อ ๆ ของน้องมัน แต่ก็เขินอายเพราะตัวเองเผลอไปสบตาคู่นั้นของเขาที่มันส่อประกายวาววับ.... “ตกลงตามนี่นะครับเจ๊ ผมจะจีบ แล้วจะจีบให้ติดด้วย” “ทำไม?” นารีทำสีหน้างงมองเด็ก เธอคิดว่ายังมีคนที่สวยกว่าเธอพันเท่า ร้อยเท่า ทำไมเด็กคนนี้ไม่ไปจีบ แถมเธอก็อายุเข้าเลขสามแล้ว “ก็ไม่ทำไมอะ แค่ชอบแล้วอยากจีบ อ้าวกินเข้าไป เมื่อคืนเสียแรงไปเยอะไม่ใช่เหรอ” ใหญ่หัวเราะก่อนดันช้อนตักข้าวต้มเข้าไปใกล้ปากจิ้มลิ้ม แม่งน่ารักฉิบ..... ใหญ่ยิ้มเล็กน้อยกับท่าทางของพี่คนสวย สำหรับอายุไม่มีผลต่อแนวนอน แค่ชอบแล้วเขาก็เดินหน้าต่อเท่านั้น เมื่อคืนก็เป็นเครื่องพิสูจน์แล้วว่าพวกเขาเข้ากันดีขนาดนั้น ถ้าไม่ลองก็ไม่รู้ แต่ใหญ่เป็นคนมั่นอกมั่นใจว่าเขาทำจีบติดนารีได้ไม่ยาก นารีเห็นรอยยิ้มของเด็กหนุ่มแสนเจ้าเล่ห์ ไม่กล้ามองก็ได้แต่กินข้าวต้มกับผัดผักจนหมด โดยมีสายตาของใหญ่จ้องมองเหมือนคนกำลังคลั่งรัก!กว่านารีจะไล่เด็กตัวโตออกจากคอนโดของตัวเองได้ ก็เกือบวันหนึ่งที่ทั้งสองต้องเจอหน้ากัน เด็กหนุ่มขี้แกล้งมักทำให้เธอเขิน พอเธอจะอาบน้ำเด็กมันก็ขอเข้ามาอาบด้วยทำให้ทั้งสองร่วมรักกันอีกหนอย่างที่เธอก็ไม่อาจจะปฏิเสธได้เลย
นารีเพิ่งรู้ว่าการมีเซ็กซ์ไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัวอย่างที่คิด ไม่รู้ว่าเธอหลงเด็กหรือเปล่า ถึงให้คีย์การ์ดสำรองเขาไป ก็ตอนนั้นเธอละเมออยู่ไง เด็กมันต้องเป่าคาถาใส่เธอแน่ ๆ เพราะมัวแต่ใจลอย กว่าจะเปิดโทรศัพท์เห็นข้อความของเพื่อนสนิทเด้งรัว ๆ อีนา กูถามการ์ดว่ามึงออกจากผับกูไปพร้อมเด็ก บอกมาว่าใคร การ์ดบอกว่าหล่อ มึงเสียซิงแล้ว แบบนี้ต้องฉลองข้อความจาก ลีออง หรือ ลี เกย์หนุ่มหล่อเพื่อนสนิทเป็นคนเดียว เจ้าของผับหรู เมื่อคืนมันมัวแต่คั่วกับเด็กของตัวเองจนลืมว่าเธอนั่งเมาอยู่คนเดียว
ข่าวไวนะ นารีหัวเราะก่อนโทรหาเพื่อนหนุ่ม เดี๋ยวเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวจะงอนเธออีก “ข่าวเร็วนะเนี่ย” “เออ สิ ได้ยินว่าหล่อ เป็นไงเด็กหล่อ เด็ดปะ” ลีอองรีบถามทันที แต่ฟังจากเสียงของนารีก็รู้ว่าคงหล่อ และเด็ดกว่าเด็กของเขาอีก “แล้วแต่คุณมึงจะคิดเลยค่ะ” นารีไม่รู้สรรหาคำพูดใดมาตอบเพื่อน “กูไม่น่าไปกับเด็กเลย ไม่งั้นกูคงเห็นว่าเด็กนั่นหล่อขนาดไหนเชียว ถ้ากูอยู่นะไม่มีวันตกถึงท้องมึงหรอกอีนา” ลีอองผู้มั่นอกมั่นใจในเสน่ห์ของตัวเอง “เออ ไว้มีโอกาสกูพาไปให้มึงดู” นารีได้แต่ส่ายหน้า ถึงไม่บอก หรือพาไปให้เพื่อนรักสแกน ยังไงคนอย่างลีอองก็หาทางรู้ด้วยตัวเอง “นี่อย่าบอกนะ ว่ามึงสานต่อกับเด็กคนนั้น ระวังด้วยนะอีนา มึงยิ่งอ่อนประสบการณ์รักอยู่ด้วย มึงรวยขนาดนี้ เดี๋ยวผู้ชายมาหลอกหรอก” ลีอองเตือนเพื่อนด้วยความเป็นห่วง อย่างที่รู้ ๆ ว่านารีไม่เคยมีความรัก เพราะมัวแต่ยุ่งกับธุรกิจของทางบ้าน ไม่รู้จะขยันทำงานไปถึงไหน เงินทองชาตินี้ทั้งชาติของมันไม่รู้จะใช้หมดหรือเปล่า “ขอบใจมึง แต่กูไม่โง่ขนาดนั้น” นารียักไหล่ ถึงเธอจะไม่เคยมีความรัก แต่ก็ใช่ว่าเธอเป็นคนโง่เสียหน่อ “เออ กูจะคอยดูนะ อีคนฉลาด” “เออ ๆ แค่นี้นะ เดี๋ยวกูต้องเข้าไปดูบริษัทหน่อย” “แล้วกูจะโทรไปหาอีก มึงมันไม่น่าไว้ใจ อีนา เดี๋ยวโดนหลอก” นารีรีบวางสาย เพราะไม่ฟังไอ้เพื่อนตัวดีบ่น ลีอองเป็นคนรักเพื่อนขนาดไหนนารีรู้ดี ถึงจะติดผู้ชายไปหน่อย แต่ถ้าเพื่อนมีปัญหามันก็รีบมาทันที ต่อให้กำลังเข้าได้เข้าเข็มกับเด็กอยู่ก็ตาม หลังจากวางสายหญิงสาวก็อดคิดกับตัวเองไม่ได้ว่าสิ่งที่เด็กหนุ่มคนนั้นพูดกับเธอ ไม่รู้ว่า แค่เล่น ๆ หรือ คิดจริง กันแน่ แต่ใจเธอตอนนี้หลงเสน่ห์ของเด็กคนนั้นแล้ว.....งานแต่งงานของนารีและใหญ่เกิดขึ้นหลังจากนั้นไม่นาน นารีขอร้องเด็กหนุ่มไม่จำเป็นต้องจัดใหญ่เพราะเธอก็อายุขนาดนี้แล้ว ใหญ่ก็ตามใจเมียเชิญแค่คนรู้จักและสองครอบครัวเท่านั้น ในวันแต่งงานคนที่หล่อที่สุดคงไม่ใช่ใครที่ไหนนอกจาก น้องเสือ เด็กน้อยใส่ชุดสูทสีดำผูกโบกระต่ายร่วมเป็นพยานรักและกามเทพตัวน้อยที่นำพาให้เขาหวนคืนมาหานารีอีกครั้ง ถ้าเขาไม่ได้เจอนารีในวันนั้น...เขาคงไม่มีความสุขอย่างทุกวันนี้ ตอนนี้ใหญ่กำลังนอนเท้าคางมองภรรยาคนสวยที่กำลังนั่งทาครีมอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง ยัยเจ๊คนสวยของใหญ่มักจะบ่นอยู่เสมอว่าตัวเองแก่ แต่ก็มักเข้าคลินิกความงามดูแลตัวเองอยู่เป็นประจำ กลิ่นแก่ ๆ ที่คุณเธอชอบบ่นก็ไม่มีเสียหน่อย มีแต่กลิ่นหอมยั่วยวนอารมณ์กำหนัดเสียมากกว่า ใหญ่ตบหมอนรอให้นารีมานอนลงข้าง ๆ ส่วนเจ้าเสือตอนนี้เขานอนเองได้แล้ว แม้จะชอบให้พ่อแม่เล่านิทานให้ฟังเกือบทุกคืน และจุ๊บหน้าผากก่อนนอน ส่วนเรื่องการปั๊มน้องเจ้าเสือใหญ่พยายามเต็มที่เพราะทายาทเพียงคนเดียวอย่างน้องเสือที่ถูกปู่กับตาแย่งกันเลี้ยง จนน้องเสือแอบรำคาญเพราะเวลาปู่กับตา
ค่ำคืนนี้ใหญ่พานารีและน้องเสือมาทานมือค้ำที่ร้านอาหารสุดหรูแห่งหนึ่ง เขามีแผนการบางอย่างการใช้ชีวิตร่วมกับนารีมาตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา ยิ่งใช้ชีวิตเขากลับรู้สึกรักนารีมากขึ้น จนเพื่อน ๆ ต่างก็พูดเสียงเดียวกันว่า เขาหลงเมีย มันแน่อยู่แล้ว เขาหลงเมีย หลงจนกู่ไม่กลับ นารีเกาะแขนใหญ่พลางจ้องมองร้านที่เงียบเฉียบ แต่กลับตบแต่งได้อย่างหรูหรา ปกติเธอไม่ค่อยมาหรูหราแบบนี้หรอก ถ้าไม่เข้างานสังคมอะไรแบบนั้น เธอชอบใช้เวลากับน้องเสือมากกว่า แต่วันนี้กลับพิเศษ “เธอพาพี่มาร้านหรูขนาดนี้เลยเหรอ” นารีถามใหญ่ไปพลาง “ก็นาน ๆ ครั้ง เจ๊ไม่ชอบหรือไงครับ” เสียงเข้มกระเส่าดังชิดข้างหูก็ทำให้เธอแอบสั่นสะท้าน ในใจก็ไหวหวั่นความรู้สึกบางอย่าง เจ้าเสือที่เดินเตาะแตะจูงมือพ่อแม่เข้ามาในร้าน เพราะท้องร้องแล้ว หิวก็หิว อยากสั่งอาหารเต็มทนแล้ว พอมาถึงเด็กน้อยก็รีบสั่งอาหารทันทีโดยไม่รอผู้ใหญ่ “หิวขนาดนั้นเลยเหรอ” ใหญ่มองเจ้าลูกชายที่ชี้เอาเมนูที่ตัวเองอยากกิน “หนูหิวมาก หนูจะแย่งของพ่อใหญ่ด้วย หิว ๆ
“ก็เหงา ๆ เลยมาเดินเล่น คิดว่าจะช่วยทำให้หายเหงาได้ แล้วนาล่ะมาคนเดียวเหรอ” มาคนเดียวเหรอ นารีเผลอหันไปสบตาวาวโรจน์ไปด้วยความหึงหวงที่กำลังอุ้มเจ้าตัวน้อยเดินดุ่ม ๆ มาหาเธอ “เออ พอดีเราพาลูกกับแฟนมาเที่ยวนะ” นารีรีบตอบก่อนที่เด็กหนุ่มร่างยักษ์จะเดินมาสวมกอดเอวเล็กของเธอเอาไว้ ก่อนส่งสายตาคมกริบมองกฤตอย่างหาเรื่อง กล้าจีบเมียเขาแล้วพยานรักระหว่างเขากับนารีก็จ้องมองตาแป๋วขนาดนี้ ยอมได้ที่ไหนกันล่ะ “สวัสดีครับ” ใหญ่เอ่ยทักทายตามมารยาท แต่แขนข้างหนึ่งก็โอบเมียด้วยความหึงหวง ส่วนกฤตที่เห็นท่าไม่ดีเท่าไหร่ ยิ้มแหยให้คนทั้งสอง สายตาเหลือบไปเห็นเด็กน้อยพอดีหน้าตาน่ารักสมแล้วที่เป็นลูกของนารี “สวัสดีครับ งั้นกฤตขอตัวก่อนนะนา เอาไว้คุยกันไหม” ยังจะมีคุยกันอีกเหรอ ครั้งเดียวก็พอแล้วมั้ง ใหญ่คิ้วกระตุกอยากจะชกหน้าเพื่อนของนารีหน่อยแล้ว ความหึงหวงมันขึ้นหน้าจริง ๆ “เจ๊ หมอนั่นใคร” พอกฤตเดินจากไป ใหญ่ก็ถามปุ๊บ แถมยังหน้าตึงเพราะยังหึงเธออยู่ นารีก็รีบยื่นไอศกรีมให้ลูกชายตัวอ้วนท
หลัง ๆ มานอกจากนารีจะทำงานน้อยลงเพราะใหญ่อาสาจะช่วยงานบริษัทของนารี ใหญ่ไม่อยากให้เมียตัวเองต้องลำบากอยู่ฝ่ายเดียว ไม่สนข่าวลือมากมายว่าเขาเกาะเมียกิน ทุกวันนี้เขาอยู่กับเมียก็จริง ๆ แต่เงินทุกบาทก็ได้มาจากการทำงานของเขาเอง แม้จะเหนื่อยเพราะทั้งเลี้ยงลูกเองแถมทำงานไปด้วยแต่มันก็คุ้ม สุดสัปดาห์เป็นเวลาของเจ้าเสือน้อยที่มีโอกาสไปเที่ยวสวนสนุก เวลาของครอบครัว นารีแต่งตัวคล้ายวัยรุ่นเสื้อยืด over size กับกางเกงยีน ใหญ่ไม่เคยเห็นเมียแต่งแบบนี้มาก่อน น้ำลายของเด็กหื่นก็ไหลอยากจับเมียเอาสักรอบก่อนไปเที่ยว ติดว่ามีเจ้าตาแป๋วอยู่ด้วย “เจ๊โคตรน่ารักเลย ขอจุ๊บหน่อย” ใหญ่เดินตาม อุ้มเจ้าเสือที่ผ่านไปไม่กี่เดือนก็ดูโตขึ้นมาก เด็กวัยนี้โตรวดเร็วจนผู้ใหญ่ต้องอ้าปากค้างเชียวรวมถึงคนเป็นพ่อก็อึ้ง หนักขึ้นด้วยหนึ่งกิโลกรัมเพราะเจ้าหนูกินเก่งแถมนอนหลับอย่างเพียง อารมณ์ดี ไปรับวัคซีนตรวจสุขภาพขั้นพื้นฐานของเด็ก ทุกอย่างดีเยี่ยมไปหมด แม้กระทั่งสุขภาพจิตหมอเด็กก็บอกไม่มีอะไรน่าห่วงสำหรับเจ้าเสือ ถ้างั้น....มีอีกคนคงดีไม่น้อย “ไม่เอา...เธอ” นา
ทั้งกนกและจารวีอึ้งปากค้างตาม ๆ กันเมื่อเจ้าใหญ่ไซซ์เล็กถูกอุ้มลงจากรถคันหรูของพ่อลูกชายตัวดี เด็กที่หน้าตาถอดแบบจากใหญ่ราวกับแกะ จารวีเกาะแขนสามีก็ร้องทัก สามีของเธอก็นิ่งอึ้งมองเด็กที่กอดคอใหญ่เอาไว้ ตาแป๋วมองมาที่พวกเขา ก่อนจะยิ้มโชว์ฟันกระต่าย น่ารักจนผู้ใหญ่หัวใจละลาย “นั่นเหมือนเจ้าใหญ่มาก” จารวีทัก “เหมือนมากคุณ ผมไม่คิด...” “ไม่คิดแต่มันเกิดขึ้นแล้วค่ะคุณ เจ้าใหญ่มีลูก ไม่รู้ว่าไปไข่ไว้ที่ไหนเนี่ย เดินไปดูหลานกันเถอะ หน้าเหมือนเจ้าใหญ่ขนาดนี้ DNA ไม่ต้องตรวจมันแล้ว” จารวีรั้งแขนสามี แต่ยังไม่ทันออกแรง สามีของเธอที่เคยตั้งท่าจับลูกชายหัวดื้อแต่งงานเดินไปหาเจ้าใหญ่กับหลานก่อนใคร “ดีคับ....ปู” เจ้าหนูน้อยทำตามที่พ่อสอนเป๊ะ ๆ แต่คำพูดที่ไม่ชัดของเด็กน้อยก็สร้างความเอ็นดูจนกนกยิ้มออกมาแล้วอ้าแขนรับเจ้าตัวอ้วนจากลูกชาย ใหญ่จ้องพ่อตัวเองอย่างไม่ไว้ใจ “ปู่ครับลูก... แล้วพ่อจะทำอะไร” ใหญ่สอนลูกอีกครั้ง แต่เจ้าเด็กน้อยหัวไวก็ยังออกเสียงไม่ถูกสักที ก่อนเห็นท่าทางของพ่อตัวเองที่อ้าแขนรออะไร
“เจ้าชู้” ใหญ่พูดขึ้นก่อนยอมให้เฌอปรางอุ้มเจ้าอ้วน ส่วนตัวเองก็เดินตามเลขาเข้าไปในห้องทำงานของท่านประธานคนเก่ง “หนูเปล่าเจ้าชู้นะ แค่น่ารัก” ดูลูกชายมันย้อนพ่อมัน เล่นเอาใหญ่พูดไม่ออก พอเห็นนารีที่กำลังนั่งเซ็นเอกสารอะไรยุกยิก คนอยากเอาใจเมียอย่างใหญ่ก็รีบวิ่งเข้าไปหอมแก้มแม่ก่อนลูกชายเสียอีก “นา...หนูมาแล้ว” เจ้าหนูน้อยเดินมาหาแม่ทันทีหลังจากถูกปล่อยให้เดินเอง นารีที่โดนคนพ่อและคนลูกจู่โจมก็แทบตั้งตัวไม่ทัน คนหนึ่งก็หอมแก้ม อีกคนก็กอดขาของเธอ ส่วนเฌอปรางเห็นภาพครอบครัวก็รีบเดินย่องออกไปทำงานข้างนอก ปล่อยให้ครอบครัวเขาอยู่ด้วยกันดีกว่า “โอ๊ย มาได้ไงค่ะคิดถึงแม่เหรอคะ” นาน ๆ ทีจะเห็นนารีแทนตัวเองว่าแม่ ปกติเจ้าลูกชายก็ชอบเรียกแม่ว่า นา มากกว่า ใหญ่มีสงสัยเรื่องนี้อยู่เหมือนกันแต่เก็บเอาความสงสัยเอาไว้ถามเวลาอยู่ด้วยกันสองต่อสอง “ครับ..ก็เมื่อเช้านาไม่กอดหนูก่อนไปทำงานนี่ครับ หนูเลยคิดถึง” เด็กมันอ้อนก่อนซบลงบนตักแม่ นารียิ้มกับความขี้อ้อนของเด็กอุ้มลูกชายมาไว้บนตัก ส่วนคนพ่อก็ยืนซ้อนหลัง ฝ่ามือวางบนไหล่







