LOGINอวิ๋นซูถูกคู่หมั้นของเธอทรยศอย่างน่าเศร้า จึงต้องแต่งงานสายฟ้าแลบ ทุกคนต่างหัวเราะเยาะเธอ เพราะเธอได้ปล่อยคุณชายใหญ่เฮ่อที่สูงศักดิ์ แต่กลับไปแต่งงานกับชายหนุ่มที่แร้นแค้น อย่างไรก็ตาม ชายหนุ่มที่แร้นแค้นนี้ก็กลายเป็นมหาเศรษฐีลึกลับที่กลับมาลงทุนในจีน และเขาก็เป็นอารองของคู่หมั้นเธอ! อวิ๋นซูที่ถูกหลอกก็ได้แต่ตะโกนปาวๆ ว่าจะขอหย่า แต่ชายคนนั้นกลับผลักเธอเข้ากับกำแพงโดยไม่กะพริบตา "นั่นไม่ใช่ผมสักหน่อย เขาไปทำศัลยกรรมหน้าเหมือนกับผมต่างหาก" อวิ๋นซูมองดูใบหน้าหล่อเหลาของสามีเธอ และเชื่อทันที"หน้าตาเหมือนกับตระกูลเฮ่อ ช่างอับโชคจริงๆ" วันรุ่งขึ้น ทุกคนต้องประหลาดใจเมื่อพบว่าคุณชายใหญ่ตระกูลเฮ่อได้ถูกไล่ออกจากตระกูลอย่างสิ้นไร้ไม้ตอก ในขณะที่ชายหนุ่มเศรษฐีสวมหน้ากากเพื่อปกปิดใบหน้าอันหล่อเหลาของเขาเอาไว้
View Moreเมื่อเห็นว่าใบหน้าของเฮ่อเยียนสือมืดสนิทราวกับหมิ่นหม้อ เย่ชางเหยียนจึงตระหนักได้ว่าตัวเองพูดผิดไปแล้ว จึงรีบอธิบายทันทีว่า "อย่างไรก็ตาม น้ำหยดลงหินทุกวัน หินมันยังกร่อน ไม่แน่ว่าสักวัน นายก็อาจจะทำให้อวิ๋นซูหวั่นไหว และยอมรับการที่นายก็เป็นคนของตระกูลเฮ่อก็เป็นไปได้นะ"แต่มันกลับไม่ได้ทำให้สีหน้าของเฮ่อเยียนสือดีขึ้นเลยแม้แต่น้อยเย่ชางเหยียนไม่อยากจะถูกกระทืบ จึงพูดว่า "งั้นฉันขอตัวก่อนนะ"พอพูดจบ เขาก็รีบวิ่งออกไปทันทีอวิ๋นซูบังเอิญได้เดินออกมาจากห้องข้างๆ พอดี เมื่อเห็นหลังของเย่ชางเหยียนอยู่ไวๆ เธอก็ถามเฮ่อเยียนสือว่า "เมื่อกี้ชางเหยียนมาที่นี่หรือเปล่า?"เฮ่อเยียนสือจ้องไปที่น้ำสตรอว์เบอร์รี และไม่ได้พูดอะไรออกมาเมื่ออวิ๋นซูเดินเข้าไปใกล้ๆ เธอจึงได้พบว่าออร่าของเขาช่างเยือกเย็นจนน่าสะพรึงกลัวเธอถามอย่างระมัดระวังว่า "เป็นอะไรไป?"เฮ่อเยียนสือเงยหน้าขึ้นมามองอวิ๋นซู สายตาที่ขุ่นเคืองราวกับหมอกที่จางหายไป "น้ำสตรอว์เบอร์รีพร้อมแล้วนะ"อวิ๋นซูมองดูเขาอย่างละเอียด "คุณโอเคไหม?"เฮ่อเยียนสือเทน้ำสตรอว์เบอร์รีลงในแก้ว แล้วพูดว่า "ไม่มีอะไรหรอก"ในที่สุดอวิ๋นซูก็หมดกังวล
แม่หลินเป็นผู้หญิงที่หัวโบราณมาก ต่อให้จะเป็นแบบนี้ แต่เธอก็ยังไม่ยินยอมที่จะหย่าร้างกับพ่อหลินจนกระทั่งถึงตอนนี้ ทั้งสองคนก็ยังดิ้นรนอยู่ท่ามกลางความนอกใจ ถูกจับได้ หยิบยกการหย่าร้าง และการถูกปฏิเสธและทุกครั้งที่หลินเหมียวเหมียวมีความรัก มันก็จะจบลงด้วยการเลิกรา และส่วนใหญ่คงได้รับอิทธิพลมาจากพ่อแม่อย่างแน่นอนหลินเหมียวเหมียวยิ้มอย่างขมขื่น "เธอก็พูดว่าอาจจะ ฉันไม่ได้โชคดีขนาดนั้น แล้วอีกอย่าง ฉันก็ไม่ชอบการกักขัง ฉันชอบการตามจีบเสียมากกว่า"อวิ๋นซูมองไปยังหลินเหมียวเหมียว และไม่รู้ว่าควรพูดอะไรดีหลินเหมียวเหมียวพยายามพูดด้วยเสียงที่ร่าเริงอย่างเต็มที่ "อย่าพูดแค่เรื่องฉันสิ เธอกับเฮ่อเยียนสือล่ะ? ครั้งนี้พวกเธอคืนดีกันแล้วใช่ไหม?"อวิ๋นซูพึมพำออกมาว่า "ฉันยังอยากจะลองดู"หลินเหมียวเหมียวมองไปยังอวิ๋นซูด้วยความชื่นชม "เพื่อน เธอมีความกล้ามากกว่าฉันเสียอีก"อวิ๋นซูยิ้มเจื่อนๆ "ไม่ใช่เพราะฉันกล้าหรอก แต่เมื่อเทียบกับการถูกทำร้ายแล้ว ฉันกลัวจะเสียเขาไปมากกว่า"หลินเหมียวเหมียวตื่นตระหนก "เธอ... ตกหลุมรักเขาจริงๆเหรอ?"อวิ๋นซูมองออกไปนอกหน้าต่าง "ก่อนหน้านี้ฉันเคยรู้สึกว่า ค
อวิ๋นซูรับรู้สถานการณ์ทั้งหมดนี้เธอชำเลืองมองเฮ่อเยียนสือด้วยสายตาที่ซับซ้อน "เราขึ้นไปข้างบนกันเถอะ"คำพูดนี้ได้พูดกับเฮ่อเยียนสือ และก็พูดกับเย่ชางเหยียนด้วยเช่นกัน"อืม" เฮ่อเยียนสือถือเครื่องคั้นน้ำผลไม้แล้วพูดว่า "ไปกันเถอะ"และหลินเหมียวเหมียวก็เดินนำหน้าไปก่อนเป็นคนแรกโดยมีอวิ๋นซูและเฮ่อเยียนสือเดินตามไปติดๆส่วนคนที่อยู่ด้านหลังสุดก็คือเย่ชางเหยียนนั่นเองเมื่อเข้าไปในลิฟต์ เขาก็ยังคงเล่นโทรศัพท์มือถือของตัวเองอยู่เมื่อได้ยินเสียงติ๊กๆ ดังอยู่ข้างหูตลอดเวลา หลินเหมียวเหมียวก็พูดอย่างหงุดหงิดขึ้นมาว่า "เด็กผู้หญิงสมัยนี้ช่างกล้าจริงๆ"เมื่อเธอพูดจบ เธอก็เพิ่งจะตระหนักได้ว่า คำพูดของเธอนั้นเต็มไปด้วยความหึงหวงเป็นอย่างยิ่งเธอรู้สึกเสียใจมากจนแทบอยากจะแทรกแผ่นดินหนีเลยทีเดียวอวิ๋นซูจับมือของเธอเบาๆ "จริงด้วย พวกเขาได้รับการศึกษาไม่เหมือนกับสมัยของเราหรอกนะ มันก็ต้องแตกต่างกันอยู่แล้ว"หลินเหมียวเหมียวชำเลืองมองอวิ๋นซูอย่างซาบซึ้งใจและไม่ได้พูดอะไรอีกเลยโชคดีที่ห้องพักของพวกเขาอยู่ชั้นสาม และทุกคนก็มาถึงได้อย่างรวดเร็วจากนั้นทั้งสี่คนก็แยกย้ายกันไปห้องใครห้อ
หลินเหมียวเหมียวคิดที่จะหนีไป แต่หากทำแบบนี้มันจะมีพิรุธมากเกินไป เธอจึงทำได้เพียงเดินตามอวิ๋นซูไปอย่างไม่เต็มใจได้แค่นั้นเธอลดเสียงและกระซิบข้างหูของอวิ๋นซูไปว่า "ทำไมเขาก็มาด้วย?"อวิ๋นซูเม้มริมฝีปาก พร้อมกับยิ้มเจื่อนๆ ออกมา "เขาอยู่ที่นี่ไม่มีเพื่อนน่ะ น่าสงสารมากเลยนะ"พอพูดจบ เธอก็มองไปยังดวงตาของหลินเหมียวเหมียว แล้วถามว่า "เหมียวเหมียว เธอมีอะไรปิดบังฉันอยู่หรือเปล่า?"หลินเหมียวเหมียวเบนสายตาไปทางอื่นอย่างประหม่าๆ "ไม่ ไม่มีอะไรนี่""จริงเหรอ แต่ทำไมฉันถึงรู้สึกเสมอว่า พวกเธอสองคนดูแปลกๆ นะ!""ไม่นะ!" หลินเหมียวเหมียวปฏิเสธตัวโก่ง เมื่อสายตาได้ชำเลืองไปเห็นเย่ชางเหยียนที่เดินเข้ามา เนื้อตัวของเธอก็แข็งทื่อไปหมดและเย่ชางเหยียนก็โน้มตัวเข้ามาคว้ากระเป๋าเดินทางจากมือหลินเหมียวเหมียวในทันที "ให้ผมเถอะ""ไม่ต้อง..." หลินเหมียวเหมียวถอยหลังออกมาก้าวใหญ่ และเมื่อพบว่าตัวเองทำชัดเจนเกินไป จึงรีบพูดขึ้นมาว่า "ฉันทำเองได้ ... "อวิ๋นซูยิ้มๆ มองดูหลินเหมียวเหมี่ยวแล้วพูดว่า "เหมียวเหมียว เธอนั่งรถของชางเหยียนเถอะ ฉันจะขึ้นรถแล้วนะ"หลินเหมียวเหมียว "..."หลังจากที่อวิ๋นซูขึ้
อวิ๋นซูถึงกับจิบน้ำไปหลายครั้ง แต่ก็ไม่ได้ช่วยดับแรงความปรารถนาที่เอ่อล้นอยู่ในลำคอของเธอให้เย็นลงได้เฮ่อเยียนสือลูบไล้คอของเธอแล้วถามอย่างจงใจว่า "เป็นอะไรเหรอ?"อวิ๋นซูกรอกตามองเขาด้วยความหงุดหงิด: “ฉันจะออกไปสูดอากาศ” หลังจากพูดจบ เธอก็รีบหนีจากเงื้อมมือของเฮ่อเยียนสือ และออกไปข้างนอก เพื่อโ
อวิ๋นซูลงไปที่ชั้นล่างแล้ว เธอก็โทรหาหลินเหมียวเหมียวทันที และขอให้เธอไปซื้อของขวัญด้วยกันในอีกด้านหนึ่งของโทรศัพท์ หลินเหมียวเหมียวลังเล “ที่รัก วันนี้ฉันต้องทำงานล่วงเวลา เลยไปเป็นเพื่อนเธอไม่ได้”อวิ๋นซู “ก็ได้ งั้นเธอก็ทำงานต่อเถอะ”หลังจากวางสาย อวิ๋นซูก็เปิดการนำทาง เพื่อดูว่ามีร้านขายของข
แม้ว่าอวิ๋นซือฉิงจะไม่เต็มใจที่จะทำเช่นนั้นเท่าไหร่ แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าเฮ่อหย่วนเจ๋อ เธอเองก็ต้องรักษาหน้าตัวเองไว้ยิ่งไปกว่านั้น เธอมั่นใจว่า อวิ๋นซูจะต้องพูดเยาะเย้ยเธอแน่นอนพอถึงเวลานั้น เธอก็จะบอกว่าเธอพยายามเต็มที่แล้ว และโยนความผิดทั้งหมดให้กับอวิ๋นซู ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวอวิ๋นซือฉิง
หลังจากที่เมิ่งเหยาออกจากร้านอาหารทะเลอย่างหดหู่ใจ ยิ่งคิดยิ่งโกรธมากขึ้นเธอไม่กล้าเจอฮ่อเยียนสือ อีกทั้งอวิ๋นซูยังจีบเพื่อนสนิทของเฮ่อเยียนสือมันยังมีเหตุผลอะไรอีก?ไม่ได้เธอไม่สามารถนั่งนิ่งรอความตายได้เมิ่งเหยาหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาแล้วกดหมายเลข“กัวเว่ย?”“สวัสดี คุณเมิ่ง”“ช่วยฉันส






reviewsMore