เข้าสู่ระบบ" สเวน ไปกันได้แล้ว " โครว์เคาะข้างฝาหน้าห้องก่อนจะเรียกทั้งคู่ที่กำลังคุยกันไปได้ดี เพราะยังมีภารกิจต้องทำหลังจากพาหญิงสาวมาเยือน สเวนมองเนราเชิงเรียกโดยไม่ใช้เสียงก่อนจะพยักหน้าให้เธอเดินตามเขาลงไป
" พวกเราจะพาเธอไปหมู่บ้าน... เคธี่พูดพร้อมกับหยิบโค้ทยาวสีน้ำตาลของเนราที่ถอดวางไว้บนโซฟาสวมให้สาวรุ่นน้อง... ทุกคนรอนายหญิงคนสำคัญอยู่ " แม้จะสงสัยจนอยากเอ่ยปากถามหลายคำถามแต่คงจะไม่เหมาะนัก หญิงสาวผู้มีอายุน้อยสุดของกลุ่มคนได้แต่เดินตามสเวนผู้กลายเป็นผู้ปกครองเธอไปโดยปริยาย ไปยังรถจิ๊ปกระบะสีแดงที่จาเว็คและบลัดนั่งส่วนกะบะรออยู่ โครว์เป็นคนขับโดยมีเคธี่นั่งข้างๆ และเธอกับสเวนนั่งหลังคนขับ...
รถจิ๊ปกระบะแดงล้อทรงสูงขับย้อนออกมาจากปากทางเข้าบ้าน มุ่งไปยังเส้นถนนแคบๆ ทางเดิมอันปกคลุมไปด้วยป่าต้นไม้สูงสองข้างทาง ซึ่งจริงๆ แล้วการมองเห็นทัศนียภาพอุดมไปด้วยพันธุ์ไม้สมบูรณ์แห่งนี้ คือใกล้เขตป่าอนุรักษ์ซึ่งจะอยู่ลึกเข้าไปอีก... 10 นาทีผ่านไป ที่หญิงสาวผู้แปลกสถานที่นั่งมองทางและพบว่ามันคือทางย้อนกลับมาเกือบ 2 กิโลเมตร ก่อนจะหักรถเลี้ยวซ้ายแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยตามสไตล์การขับรถของโครว์ สภาพพื้นที่ล้อใหญ่วิ่งผ่านดูขรุขระออกแฉะชื้น เนื่องจากเป็นป่าทำให้อากาศค่อนข้างชื้น เนรามองลอดระหว่างช่องไม้อันคลุมไปด้วยหมอกจางบางๆ ออกไป หลังจากขับเข้ามาได้สัก 5 นาที มีบ้านไม้ชั้นเดียวแนวยาวค่อยๆ ผุดขึ้น เสียงร้องของหมาป่ากู่ก้อง บางเสียงเห่าหอน แม้ไม่เห็นสิ่งใดจะยืนยันได้ว่าที่แห่งนี้คือดินแดนลูกหลานหมาป่า แต่เนราสามารถรับรู้ได้ว่าเธอได้เข้ามาในสถานที่ที่ยากเกินกว่าคนธรรมดาจะเข้ามา แม้แต่ตัวเธอถ้าไม่มีฐานะภรรยาสเวนโอกาสยิ่งเป็นไปไม่ได้
เสียงดังคล้ายลมหนักผ่าน หากเปิดกระจกรถคงได้ยินชัด เมื่อมีบางอยางในป่ากำลังเคลื่อนไหวอย่างเร็วจนตาเธอมองไม่ทัน รู้เพียงว่ามีลักษณ์ตัวเป็นขนสีดำ น้ำตาลบ้าง หม่นบ้าง ใช่เธอเห็นเพียงแค่ขนแล้วส่วนอื่นๆ หละ ถ้าเป็นหมาป่าคงตัวใหญ่น่าดูถึงมองไม่เห็นใบหน้า ใบหู หาง จะพอลางๆ ก็คงช่วงขาที่เคลื่อนไหว ดวงตาคู่คมยิ่งจ้องมองอย่างไม่กระพริบเพื่อให้แน่ใจว่าสิ่งที่คิดนั้นเป็นไปตามที่พบ เธอไม่ได้จินตนาการ..."
" พวกเดียวกับเราหนะ " เคธี่พูดขึ้นเมื่อสังเกตอาการสาวรุ่นน้องพยายามจะเชื่อกับสิ่งที่เห็น และตัวเธอในฐานะโตกว่าควรย้ำความจริงให้ปรากฏ ยังไงซะเด็กสาวมนุษย์วัย 20 ปีคนนี้ต้องได้เห็นร่างแปลงของพวกตนอยู่ดี
" เหรอคะ วิ่งเร็วจังนะคะมองไม่ทันเลย " เธอพูดอย่างตะกุกตะกักเพราะยังไม่หายตื่นตระหนกกับบรรยากาศแปลกใหม่รอบๆ ตัว
" พวกเราตัวใหญ่และวิ่งเร็วกว่ารถที่เหยียบจนหน้าปัดมิดอีกนะ ว่างๆ จะให้ขี่หลังแล้วจะพาทะยานผ่านป่าไปบนยอดเขา "
" คะ! " เธออุทานด้วยความตกใจ ขี่หรอ ขี่ที่ว่าคือขี่หลังตอนที่แปลงกายเป็นสุนัขแบบในหนังสินะ ประโยคคำถามรัวๆ ปนความกลัวนิดๆ ดังขึ้นในใจ หากจะต้องเกาะหลังคนใดคนหนึ่งในนี้จริงๆ ถ้าขอได้เธออยากจะขอเดินแบบปกติคงจะดีกว่ามันคงปลอดภัยกว่า ใบหน้าตื่นกลัวนิดๆ พยายามเก็บอาการไม่แสดงทำให้โครว์ ชายรุ่นพี่ผู้มองผ่านกระจกหลังแอบขำขึ้นมาในลำคอ เคธี่เองก็ไม่ต่างกันเธอสบตากับโครว์พร้อมยักคิ้วอย่างรู้ใจเข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยด้วยความสนุกยามแกล้งเด็กสาวอ่อนกว่าได้สำเร็จ ทว่าต้องหุบรอยยิ้มของพวกตนทันทีเปลี่ยนเผยเป็นยิ้มแหยๆ แห้งๆ ไป เมื่อสัมผัสได้ถึงรัศมีความบึ้งตึงแม้เปลือกตาจะหลับจากชายอีกคนที่ไม่ได้มีอารมณ์ร่วมอย่างสเวน...
ไม่นานนักรถจิ๊ปได้จอดสนิท เบื้องหน้าคงจะเรียกว่าเป็นหมู่บ้านได้ ทว่ากลับดูเจริญเหมือนบ้านในเมืองแม้จะเป็นบ้านไม้ทั้งหมด แต่โครงสร้างและการออกแบบนั้นล้วนทันสมัยผิดกับสถานการณ์เมื่อสักครู่ หรือเพราะบรรยากาศใกล้สถานที่แห่งนี้ชวนให้ขนลุกเต็มไปด้วยพลังอำนาจปริศนา จึงทำให้เธอคิดว่ามันต้องเก่าแก่ ทว่าเมื่อลงจากรถแล้วเนรากลับไม่รู้สึกใดๆ มากไปกว่าที่นี่คล้ายโฮมสเตย์เ โดยเฉพาะหมู่บ้านในประเทศที่ตนจากมา หากพบเห็นแบบนี้แล้วคงไม่ต่างกับการจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชนใดชุมชนหนึ่ง แถมยังมีกลิ่นเผาไม้ กลิ่นไหม้ถ่านแบบชาวบ้านๆ อีก...
" ยินดีต้อนรับกลับครับท่าน " เสียงขึงขังของชายคนหนึ่งดังขึ้น ดูจากภายนอกเป็นคนที่มีรูปร่างสูงใหญ่หนาแและกำยำเขาเดินมาพร้อมกับชายอีกสี่ห้าคนทว่าดูเหมือนจะมาผิดทางเพราะปรี่เข้ามาอย่างรวดเร็วในทางด้านเนรา ผู้เดินมองด้านบนหัวเพื่อตรวจสอบความสูงของต้นไม้อยู่ข้างสเวน และการทักทายแบบจู่โจมที่ไม่คุ้นเคยนั้นส่งผลให้เธอดีดตัวเมื่อได้ยินเสียงเข้ม เข้ามาหลบหลังสเวนทันที เหมือนว่าตัวเขาจะบังความสูงของเธอจนมิดจึงได้แต่แง้มหน้าตนมามอง ผู้ที่กระโจนเข้ามาอย่างไม่บอกกล่าว ดวงตาคมคายทุกคู่ของชายหนุ่มวัยไม่ต่างกับสเวนนั้นจับจ้องไปยังหญิงสาวผู้ค่อยๆ เคลื่อนตัว เยื้องกายจากแผ่นหลังกว้างของนายเหนือตน พร้อมสัมผัสกลิ่นที่บ่งบอกสถานะได้จึงรีบล้มเข่าลงทันทีเมื่อสบกับดวงตาสีนิลของเธอ
" ขออภัยที่ทำให้ตกใจครับนายหญิง "
" มะ ไม่เป็นไรค่ะ ลุกขึ้นเถอะ... การกระทำแสนคุ้นตาที่สเวนมักทำกับเธอบ่อยๆ ยามรู้สึกผิด ทำให้หญิงสาวรีบแบมือโบกไปมาทันทีว่าไม่เป็นอะไร... เน ต่างหากที่เสียมารยาท " เธอพูดพลางก้มหัวลงนิด ซึ่งทำให้บรรดาชายหนุ่มผู้วิ่งเข้ามาต้อนรับสเวนอึ้งไปถนัดสำหรับพวกเขามันเป็นสิ่งไม่ควรหากภรรยาของนายตนจะกระทำ
" จะเข้ามาทีหลังดูทางบ้าง " น้ำเสียงของสเวนทำให้เนราหันขึ้นมองชายข้างกายตนทันที มันเปลี่ยนไปและเปลี่ยนแปลงจนดูน่าขนลุกและทรงอำนาจ สำหรับเธอแล้วเขาไม่เคยใช้เสียงแบบนี้หรือแม้แต่ใช้แววตาจ้องอย่างคาดโทษแบบนั้น เขาคงโกรธคนเหล่านี้ทำให้เธอตกใจ ใช่เธอไม่ควรตกใจและตั้งหน้ารับไม่ว่าจะพบเจออะไรก็ตาม นั่นคือสิ่งที่เนราคิดขณะนั้นเพื่อจะได้ไม่ทำให้ใครลำบากเพราะตน
" เอ่อ คือสวัสดีค่ะ ฉันเนรา ที่นี่สวยมากเลยค่ะ " เธอพูดด้วยน้ำเสียงติดหัวเราะพร้อมลูบหัวด้านหลังอย่างเขินๆ เมื่อไม่รู้จะทำเช่นไรให้สถานการณ์ดูไม่น่าอึดอัด สเวนตัดสินใจจูงมือเนราให้เดินตามเขาไป เพื่อที่จะไปพบย่าของตนตาม ตามได้ตกลงเมื่อได้พาภรรยามาเยือน
" กลิ่นมนุษย์ " เสียงจากหมาป่าหนุ่มคนหนึ่งพูดขึ้นเมื่อมองนายตนเดินจูงมือภรรยาของเขาออกไป เพราะแทบจะเป็นไปไม่ได้ที่คู่ของเผ่าพันธุ์ตนจะเป็นมนุษย์ธรรมดา แม้จะมีกลิ่นสเวนวนรอบกายแต่กลิ่นมนุษย์ของเนราไม่ได้หายไป
" อย่าคิดทำร้ายเธอ ... เคธี่พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงขรึมเพื่อย้ำใจความสำคัญที่ต้องการสื่อ พลังในตัวเปล่งรัศมีเป็นนัยถึงเรื่องสำคัญ... บอกคนในหมู่บ้านด้วยดูท่าคงจะได้กลิ่นเนราแล้ว เดี๋ยวจะพลาดทำร้ายเธอ "
" ครับนายหญิง " โครว์แตะหลังเคธี่เบาๆ เมื่อคนทั้ง 6 เห็นเจ้าของแววตาสีเทาจึงทำความเคารพทันที และมองทั้งคู่เดินจากไปจนลับตา
" มนุษย์ผู้หญิงงั้นเหรอ? ... ปกติดินแดนของพวกเราหากไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของอุทยานป่าไม้ก็ยากที่คนภายนอกจะเข้ามา "
" แต่นั่นคือผู้หญิงที่นายท่านสเวนเลือกนะพี่ การต้องชะตาเนื้อคู่ของพวกเรานั้นเลือกไม่ได้ถึงจะไม่เคยมีใครพบคู่ตัวเองเป็นมนุษย์ธรรมดาก็เถอะ "
" นั่นสิ กลิ่นของนายหญิงมีกลิ่นของท่านสเวนอยู่ด้วย อย่าไปกังวลเลย ฉันว่าจะมนุษย์หรือหมาป่าอย่างพวกเราก็ไม่ต่างกันหรอก..." คนหนึ่งในกลุ่มพูดพลางตบไหล่รุ่นพี่ในกลุ่มก่อนจะพากันเดินออกไปทำตามคำสั่งเคธี่ก่อนหน้า ทางด้านคนที่ยังครุ่นคิดกำลังวิตกกังวลบางอย่าง จริงอยู่ไม่ว่าจะผูกชะตากับใครไม่ใช่เรื่องผิดแต่ความลำบากยุ่งยากที่จะตามมาไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะแก้ โดยเฉพาะกับมนุษย์ผู้หญิงที่ไม่มีพละกำลังคุ้มครองตัวเอง มนุษย์ไม่มีพลังพิเศษอย่างหมาป่า มนุษย์สาววัยเต็มตัวผู้นี้จะให้อะไรกับนายของตนได้แถมยังมีเลือดที่ดึงดูดสัญชาตญาณนักล่าเตะจมูกขนาดนั้น คงได้คุ้มครองแน่นหนากันเลยทีเดียว
สเวนลุกขึ้นจากที่นั่ง เหมือนว่าตนเข้าใจและรับรู้แต่ไร้ซึ่งเสียงเอ่ยตอบใดนอกจากแววตากลัดกลั้นความโศกเศร้าพร้อมจำนนต่ออีเมอร์สันไว้ เนราไม่สามารถอยู่กับเขาได้ ด้วยเหตุผลทางด้านร่างกายและลมหายใจที่จะดำเนินในอนาคต นั่นคือเหตุผลเดียว ซึ่งเขาต้องยอมแม้เนราจะอยู่ไกล แต่อย่างน้อยเธอยังอยู่ ขอเพียงเธอยังมีลมหายใจ และเชื่อว่าความรักที่เขามีให้เธอจะกระตุ้นความทรงจำคืน หรือหากคิดถึงเขา อาจแวะไปหาเธอได้ในบางโอกาส หากอีเมอร์สันพร้อมอีริคอนุญาต หรือถ้าเนราจะขับไล่ เขาจะมุดดินแอบไม่ก็แฝงตัวบนต้นไม้ คิดปลอบตัวเองเช่นนั้น ซึ่งมันชั่งยากเย็น..." ท่านคะ " ซิลวี่เดินเข้ามาหลังจากผู้มาเยือนเคลื่อนย้ายไปกันหมด" กำหนดการเหมือนเดิม ผมไม่ได้ใจร้ายพอจะให้เขาไปส่งเนราทั้งที่จะตายแบบนั้น การไม่เห็นเนราจากไปกับตาคงดีสำหรับเขาในตอนนี้ "" รับทราบค่ะ..."เมื่อตะวันคล้อยได้ถึงเวลาต้องกลับไปยังที่เดิม ในจุดแรกที่จากมา เนราเดินถือสัมภาระช่วยซิลวี่ใส่หลังรถแวนสีดำคันยาวก่อนถูกอีเมอร์สันรีบพาขึ้นไปนั่งข้างกาย เพราะจะเลยเวลานัดเครื่องมารับรวมถึงเวลาไปถึงทรานซิลเวเนีย ขณะรถแวนเคลื่อนตัวออกจากรั้วบ้านพักตากอากาศ สเวนชายผู
ภายในบ้านพักตากอากาศสองชั้นติดทะเลสาปแห่งหนึ่ง เนราเกาะอีเมอร์สันแน่นด้วยกลัวสายตาคู่สีเขียวอมเทา มองตนไม่วางตั้งแต่เดินออกจากสวนหย่อม ทุกย่างก้าวเขาจับจ้องแทบไม่กระพริบ จึงทำให้เจ้าตัวรู้สึกระแวง ถูกคุกคาม ซึ่งไม่อาจถอดความหมายของสายตาคู่นั้นได้" เน..." เคธี่ทักขึ้นขณะเด็กสาวรุ่นน้องเดินเกาะแขนอีเมอร์สันมา คนถูกทักเอียงคอ แม้คุ้นแต่กลับไม่สามารถบอกได้ว่าหญิงสาวรุ่นพี่ดวงตาสวยสีน้ำทะเลนั้นเป็นใคร ด้านเคธี่แปลกใจกับสีหน้าของเนราที่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและประหลาดใจปนกลัว" นายหญิง..." จาเว็คกับบลัดทักขึ้นพร้อมทำความเคารพ เนราสำรวจทุกคนผู้มาเยือนรวมถึงชายรุ่นพี่ยืนข้างเคธี่ เธอเป็นแวมไพร์ที่ไม่ได้มีความสามารถด้านการแยกแยะกลิ่น แต่ด้วยความสามารถพิเศษของดวงตาในการจำแนกเผ่าพันธุ์แท้จริงอันได้มาจากการเป็นเนื้อคู่สเวน ภาพหมาป่าจึงซ้อนทับกลุ่มคนเหล่านั้นเพื่อให้คำตอบ" พวกเขาเป็นใครเหรอคะท่านพี่ " เธอถามขึ้นพลางจับแขนอีเมอร์สันแน่นกลัวว่าจะมีใครมาพาเธอออกไป ด้านผู้มาเยือนเบิกตาด้วยความตกใจเมื่อรับรู้ได้ว่าเนราจำพวกเขาไม่ได้" ด็อกเตอร์โครว์และด็อกเตอร์เคธี่เป็นผู้ปกครองเนหลังจากเนถูกพามาซิ
" มีอะไรซิลวี่ " หญิงสาวที่กำลังอธิบายเรื่องบางอย่างให้สเวนฟังหยุดลงพร้อมก้มหัวให้อีเมอร์สันเล็กน้อย" ท่านพี่ " เสียงเรียกย้ำอยู่แบบนั้นทำให้เขารู้คำตอบได้ทันที ร่างสูงขยับตัวเข้าไปในรถทางด้านสเวนหลีกทางให้แต่โดยดีเนื่องด้วยรู้เหตุผล ในตอนนี้ไม่มีที่ที่ตนสามารถเข้าไปแทรกแซงได้เลย เล็บแหลมของเขาปาดลึกพอประมาณบริเวณคอใกล้ไหปลาร้าเพื่อให้เลือดไหล เพียงรอร่างอ่อนแรงกำลังตะเกียกตะกายขึ้นมาหาเขาเพื่อดื่มกิน สเวนก้มหน้าราวกับทนเห็นคนรักในสภาพนั้นไม่ได้เนื่องจากเลือดของตนไม่ใช่ที่ปรารถนาของเธอ" จะหันไปผมไม่ได้ห้ามหรอกนะ... อีเมอร์สันเอ่ยขึ้นขณะให้เลือดน้องสาวของตน เนราเมื่อได้กลิ่นหอมนั่นยามความแดงฉานไหลผ่านช่วงคอก็ตรงเข้าดื่มกินอย่างโหยหาทันที... เนราไม่เหมือนแวมไพร์ตนอื่น เธอไร้เขี้ยวเลยเจาะเลือดกินเองไม่ได้ มันเป็นความต้องการแค่ช่วงแรกก่อนตื่นอย่างสมบูรณ์... ฝ่ามือใหญ่ประคองเอวกอดร่างโถมเข้ามาหาพลางใช้มือลูบหัวเจ้าตัว เสียงกลืนเลือดในบรรยากาศเงียบงำชั่งฟังชัด และทำให้สเวนเหมือนถูกกัดกร่อนกระดูกขาแทบไร้แรงยืน เขารู้ว่าทั้งคู่เป็นพี่น้อง แต่ยากนักที่จะทำใจ ในเมื่อพวกเลือดบริสุทธิ์หรือเลือด
ด้านอีเมอร์สัน ยามโลแกนกำลังขับรถเกือบผ่านประตูมหาวิทยาลัย ต้องถูกขัดขวางโดยคีอาร์น แวมไพร์ชนชั้นสูงผู้ใช้ความเร็วพาตนเองออกมา และกระโจนเหยียบหน้ากระโปรงรถจนยุบตัวลงไป" ท่านคีอาร์น หากไม่..." ไม่ทันที่โลแกนผู้ลงมาจากรถจะพูดจบความเหนือกว่าของคีอาร์นได้ฉายความแดงกร่ำทรงพลังผ่านดวงตา ทำให้เข่าโลแกนล้มลงไปกับพื้นอย่างเจ็บปวด" เป็นแค่แวมไพร์ระดับต่ำอย่าได้คิดมาสั่ง " ทันใด กระสุนปืนปริศนาได้ลั่นออกไปก่อนคีอาร์นใช้พลังสังหารโลแกน" พลาดงั้นเหรอ..." อีธานเพื่อนสนิทอีเมอร์สัน Hunter ระดับสูง เอ่ยขึ้นเมื่อตนเล็งบริเวณหัว แต่อีกฝ่ายใช้ความเร็วหลบทำให้ถากศีรษะด้านข้างออกไปแทน เขาคงต้องตั้งรับให้ดีกว่าเดิม ด้วยอีกฝ่ายคงหัวฉุนแล้ว" Hunter กระจอกแบบนั้นคิดว่าจะเอาแวมไพร์อย่างฉันอยู่งั้นเหรอ " ด้านหลังคีอาร์นแตกแขนงเป็นเส้นสีแดงจากโลหิตตน สาดทิ่มลงยังร่าง Hunter อีธาน แต่ด้วยความสามารถล้นเหลือ เขาจึงกระโดดหลบตามความเร็วยามพุ่งเข้ามาก่อนจะพลาดถูกเฉี่ยวบริเวณแก้ม พร้อมๆ กันนั้นตนได้หยิบดาบสังหารแวมไพร์บริเวณเอวขึ้นมาใช้แทนปืนInferno คือชื่ออาวุธสังหารแวมไพร์อันเกิดจากการหลอมหัวใจของแวมไพร์เลือดบริ
เกล็ดน้ำแข็งขาวบริสุทธิ์เริ่มลงหนา ทว่าดวงจันทร์สีเลือดกลับไม่ถูกบดบังด้วยสิ่งอันใด จิตวิญญาณที่เชื่อมถึงกันกลับคืนแห่งฝาแฝดพี่น้อง ขณะเดียวกันผู้ผูกจิตถวายแม้ชีวิตมอบให้ผู้เป็นภรรยารู้สึกถึงความเจ็บปวดทรมานของอีกฝ่าย วิ่งแล่นออกจากห้อง เรียนทันที ความผิดปกติครั้งนี้ไม่เหมือนครั้งก่อนๆ มีบางอย่างเปลี่ยนแปลงกับตัวภรรยาของเขา" นาย... แวนยกด้ามวัตถุสีเงินคู่ใจขึ้น ภายในอัดกระสุนเต็มแม็กพร้อมลั่นไกเต็มที่เมื่อเห็นบริเวณคอของเพื่อนรักตนมีรอยเขี้ยวและยังคงปรากฏคราบเลือด... ปล่อยเธอลง " ร่างสูงอุ้มผู้หลับใหลในอ้อมแขนมองร่างชาย Hunter ตรงหน้าหลังพาตัวเองกระโดดลงมาจากชั้นบนสุด ฝ่ายมีนาที่เพิ่งมาถึงเมื่อเห็นสภาพเนราก็ยกปืนขึ้นไม่ต่างกัน" ผมเหรอ... เขาพูดขึ้นด้วยการหยันยิ้ม ก่อนแววตาสีแดงสดจะฉายทับดวงตาสีดำที่เป็นอยู่ก่อน สิ่งนั้นทะลวงผ่านความคิดของแวนและมีนาไปจนสุดของความทรงจำเมื่อนานมาแล้ว ประตูได้แตกออกทะลักเหตุการณ์วันที่ทั้งสองคนพาเนราและแม่ของเธอเข้าไปยังห้องทำพิธี... โอหังสิ้นดี ผมเคยบอกแล้วว่าอย่าหันเจ้าวัตถุโสโครกนั่นขณะปรากฏกายต่อหน้าเนรา " จบประโยคปืนด้ามเงินของทั้งคู่ลอยเคว้งกระทบพ
ห้องพักหนึ่งภายในโรงแรมเครือคาสเซล" แคทเทอลีน " เสียงชายคนเป็นพ่อเรียกลูกสาวขึ้นหลังเธอเดินออกมาจากห้องนอน ซึ่งนั่นทำให้เธอเผลอสะดุ้งไม่น้อยแม้จะมีพละกำลังในฐานะแวมไพร์เลือดบริสุทธิ์ เพราะน้ำเสียงกล่าวขานเรียกชื่อตนนั้นทรงพลังเหนือกว่า แล้วก็ไม่ใช่ใครคีอาร์นพ่อของหล่อนนั่นเอง" ท่านพ่อ! ทำไมถึงมาโรงแรมคะ นี่เป็นโรงแรมของท่านเมอร์สันหากท่านได้กลิ่น... "" พ่อบอกแล้วว่าเมอร์สันยังไม่ทำอะไรพ่อหรอก แค่รู้สึกอยากมาอยู่ใกล้ๆ กลิ่นเลือดหอมหวานของเด็กคนนั้น แม้บรรดาเลือดบริสุทธิ์จะมีกลิ่นพิเศษของแต่ละคน แต่กับลูกสาวของอีริคชั่งแตกต่างไม่ว่าจะตอนนั้นหรือตอนกลับมาเกิดใหม่ "" ความพิเศษเหนือความพิเศษงั้นเหรอคะ จะว่าไปท่านผู้นั้น... " ผู้เป็นพ่อปรายตาไปยังโซฟานั่งเล่น ปรากฏร่างหญิงสาวเจ้าของเรือนผมสีเงินยาวนอนหลับอยู่ ทำให้แคทเทอลีนเข้าใจในคำตอบโดยไม่หวังถามถึงอีก" เตรียมตัวให้พร้อมอีกไม่กี่วันพระจันทร์แดงจะฉายเด่นบนฟ้า คงเป็นราตรีแห่งแวมไพร์ที่สนุกน่าดู ครั้งนี้กลุ่มผู้อาวุโสยังส่งกำลังคนมาร่วมกับเราด้วย... "" ท่านพ่อเข้าไปพบคนพวกนั้นมาแล้วเหรอคะ "" เฉพาะพวกที่อยู่ฝั่งเรา กลุ่มปรารถนาต่อต้าน







