LOGINหลังจากที่เขาหย่ากับเธอได้ไม่นาน เขาก็ไปหมั้นกับผู้หญิงที่เขารัก ซึ่งเป็นผู้หญิงที่เขาอยากให้มาเป็นภรรยาและแม่ของลูก
View Moreโซล อายุ27ปี สูง188เซนติเมตร
มีธุรกิจโรงแรมและมีไร่องุ่นหลายพันไร่ พราว อายุ22ปี สูง159เซนติเมตร ตัวอย่างเนื้อหา “คุณโซลจะทำอะไรคะ” “คนที่แต่งงานกันแล้วต้องทำอะไรกันล่ะ” “พรุ่งนี้เราจะหย่ากันแล้วนะคะ คุณไม่ควรมาทำแบบนี้กับพราว” “ใช่ พรุ่งนี้เราจะหย่ากัน และหลังจากวันพรุ่งนี้ฉันก็ทำอะไรเธอไม่ได้ แต่ตอนนี้ฉันยังไม่ได้หย่ากับเธอ เพราะงั้น…ฉันก็ยังเอาเธอได้” “…” “ไหนๆพรุ่งนี้ฉันกับเธอก็ต้องหย่ากันแล้ว งั้น…คืนนี้ฉันจะเอาเธอให้สมกับที่เธอรักฉันมานานก็แล้วกันนะ” “หย่ากับฉันได้ไม่นานก็หาผัวใหม่ได้แล้วเหรอ” “ค่ะ” “…” “เธออย่าพยายามหนีฉันเลยนะ เพราะต่อให้หนียังไงเธอก็เหนื่อยเปล่า” “คุณกับพราวหย่ากันแล้ว…” “ไม่ต้องจดทะเบียนสมรสก็เอากันได้” “ตอนนี้พราวไม่ได้มีสถานะเป็นอะไรกับคุณแล้วนะคะ” “ไม่มีสถานะก็เอากันได้” . . . . . . . . ภัตตาคารในโรงแรมหรูของโซล 19.00 น. วันนี้โซลพาขิมซึ่งเป็นหญิงสาวที่ตัวเองรักมารับประทานอาหาร เนื่องในโอกาสที่ทั้งสองเป็นแฟนกันมาสองปีแล้ว เมื่อสองปีก่อนขิมเข้ามาทำงานเป็นพนักงานต้อนรับส่วนหน้าในโรงแรมของโซล ตอนนั้นขิมอายุยี่สิบสามปี มีอยู่วันหนึ่งโซลมาตรวจแผนกงานต้อนรับส่วนหน้าจึงได้เจอกับขิมเป็นครั้งแรก โซลเห็นขิมก็รู้สึกสะดุดตา หลังจากวันนั้นเขาก็จะมาตรวจงานหน้าฟร้อนท์บ่อยๆและชวนขิมคุย กระทั่งทั้งคู่เริ่มสนิทกันโซลจึงชวนขิมไปทานข้าว ไปเที่ยวกันบ่อยขึ้น กระทั่งทั้งคู่ตกลงเป็นแฟนกัน “นี่ก็สองปีแล้วนะขิมที่เราคบกันมา” เมื่อรับประทานอาหารเสร็จ เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาไร้ที่ติก็หันพูดกับแฟนสาวที่นั่งอยู่ข้างตัวเองด้วยรอยยิ้มบางๆ “ใช่ค่ะสองปี แล้วทำไมเหรอคะพี่โซล” เธอระบายยิ้มเอ่ยออกไปด้วยสีหน้าลุ้นเพราะเธอรู้สึกว่าเหมือนเขาอยากจะพูดอะไร “ขิมพร้อมที่จะมีครอบครัวหรือยัง” “…” เธอถึงกับหัวใจพองฟูเมื่อได้ยินแฟนตัวสูงพูดแบบเป็นนัย “ขิมพร้อมที่จะแต่งงานกับพี่หรือยัง” ขิมถึงกับเบิกตากว้างด้วยความดีใจเมื่อเขาขอเธอแต่งงาน ก่อนจะตั้งสติแล้วพูดออกไป “ขิมพร้อมที่จะแต่งงานกับพี่โซลแล้วค่ะ” “งั้นปีหน้าเราแต่งงานกันนะ แต่พี่อยากจะหมั้นขิมเอาไว้ก่อน” “หมั้นกันไว้ก่อนก็ได้ค่ะ” “เอาเป็นว่าพี่จะไปบอกทางครอบครัวพี่ก่อนนะว่าพี่จะหมั้นกับขิม” “ได้ค่ะพี่โซล” “งั้นเรากลับกันเถอะขิม” ว่าแล้วทั้งสองก็พากันออกไปขึ้นรถหรู จากนั้นโซลจึงไปส่งคนรักที่คอนโดก่อนที่เขาจะกลับบ้านของตัวเองไป บ้านโซล ด้านพราว “ฉันขอถามอะไรเธอหน่อยสิ” อนงค์นาถผู้เป็นย่าของโซลที่นอนอยู่บนเตียงเอ่ยกับหญิงสาวร่างบางที่ตัวเองอุปการะเลี้ยงดูมาตั้งแต่เธออายุสิบขวบ พราวเป็นลูกของวันดี ซึ่งเมื่อก่อนวันดีเคยเป็นคนใช้อยู่ที่นี่มาหลายปี กระทั่งเมื่อสิบสองปีก่อนวันดีได้เสียชีวิตด้วยโรคหัวใจล้มเหลว อนงค์นาถที่รู้ว่าพราวไม่มีญาติที่ไหนจึงอุปการะเธอตั้งแต่นั้นมา ตอนนี้พราวก็เรียนจบแล้ว “คุณท่านจะถามอะไรพราวเหรอคะ” เจ้าของใบหน้าเรียวสวยที่นั่งอยู่บนเตียงนอนเอ่ยถามผู้มีพระคุณด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน “ถ้าฉันจะให้เธอแต่งงานกับโซล เธอจะแต่งไหม” “…” เธอถึงกับชะงักพลางใจเต้นตึกตักกับคำถามของคุณท่าน ที่ใจเต้นเพราะเธอชอบคุณโซลมานานแล้ว “ทำไมถึงเงียบไปล่ะ” “พราวไม่คู่ควรกับคุณโซลหรอกค่ะ” “เธอตอบไม่ตรงคำถาม” “…” ริมฝีปากสวยเม้มเข้าหากันพลางคิดในใจว่าถ้าเขายังไม่มีคนรักเธอก็อยากแต่งงานกับเขา แต่ติดอยู่ที่ว่าเขามีคนรักอยู่แล้ว “ฉันถามเธออีกครั้งพราว เธออยากแต่งงานกับหลานฉันไหม” “ถ้าคุณโซลยังไม่มีคนรัก พราวก็แต่งงานกับคุณโซลได้ค่ะ แต่นี่คนโซลมีคนรักอยู่แล้ว พราวจึงไม่อยากแต่งค่ะ” เธอตอบออกไปด้วยน้ำเสียงมั่นคง อนงค์นาถยกยิ้มพึงพอใจในคำตอบของพราวแล้วเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “งั้นฉันจะให้เธอแต่งงานกับโซล” “คุณท่านคะ!” เธอถึงกับตกใจที่คุณท่านยังยืนกรานให้เธอแต่งงานทั้งที่คุณท่านก็รู้ว่าคุณโซลมีคนรักอยู่แล้ว “ก็เธอบอกฉันว่าเธออยากแต่งงานกับโซลไม่ใช่เหรอ งั้นฉันก็จะให้เธอแต่ง” “พราวไม่อยากแต่งงานกับคนที่มีคนรักอยู่แล้วค่ะคุณท่าน” เธอปฏิเสธออกไปตรงๆพลางคิดในใจว่าเมื่อกี้ที่คุณท่านถามว่าอยากแต่งงานกับเขาไหม เธอน่าจะตอบออกไปว่าไม่อยากแต่งก็คงจะดี “ฉันจะให้โซลเลิกกับแฟนแล้วมาแต่งงานกับเธอ” “ไม่ได้นะคะคุณท่าน อย่าทำแบบนั้นเลยค่ะ” เธอพูดคัดค้านด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่แฝงไว้ด้วยความจริงจัง ที่ผ่านมาคุณท่านจะพูดอะไรเธอก็ไม่เคยคัดค้านสักครั้ง แต่วันนี้มันจำเป็น “แต่ฉันจะทำ ในบ้านหลังนี้ฉันใหญ่ที่สุด ดังนั้นถ้าฉันตัดสินใจที่จะทำอะไร ทุกคนก็ต้องเชื่อฟังฉัน” “อย่าไปแยกคนที่เขารักกันเลยค่ะคุณท่าน มัน…” เธอจะพูดต่อว่ามันบาป แต่ต้องละไว้แค่นั้น เพราะถ้าพูดออกไปตรงๆมันจะไม่เหมาะ “ฉันอยากให้ใครมาเป็นหลานสะใภ้ฉัน ฉันเท่านั้นที่จะเป็นคนตัดสินใจ ลูกชายและลูกสะใภ้ฉันที่เป็นพ่อแม่ก็ไม่มีสิทธิ์มาตัดสินใจ” “คุณท่านคะ อย่าทำแบบนั้นเลยนะคะ” เธอพูดด้วยแววตาอ้อนวอน “ฉันคิดเรื่องนี้มานานแล้ว ไม่ใช่ว่าเพิ่งมาคิดเมื่อวันสองวันนี้ เมื่อกี้ที่ฉันถามว่าเธออยากแต่งงานกับโซลไหม ถึงเธอจะตอบว่าไม่อยากแต่งงานกับโซล แต่ฉันก็จะให้เธอแต่งอยู่ดี ดังนั้นเธอมีหน้าที่ทำตามคำสั่งฉันก็พอ” “…” เธอถอนหายใจออกมาเบาๆด้วยความรู้สึกหนักอึ้ง สีหน้าเคร่งเครียด “เธอกลับห้องไปนอนได้แล้ว ฉันจะนอนแล้ว” “ค่ะ” ว่าจบ ร่างบางก็ลุกจากเตียงที่อนงค์นาถนอนอยู่แล้วออกจากห้องไปด้วยสีหน้าเซื่องซึม ก็เจอกับร่างสูงยืนอยู่หน้าห้อง เธอที่เห็นก็ถึงกับมีสีหน้าตื่นตระหนกก่อนเสียงทุ้มต่ำจะเอ่ยออกไป “คุณย่าหลับหรือยัง” “คงจะหลับแล้วค่ะ พราวขอตัวเข้าห้องก่อนนะคะ” ว่าจบ ร่างเล็กก็ค้อมตัวแล้วเดินไปเข้าห้องของตัวเอง โซลที่จะเข้าไปพบคนเป็นย่าเพื่อจะบอกเรื่องหมั้นก็ต้องกลับเข้าห้องนอนของตัวเองแล้วคิดในใจว่าพรุ่งนี้ค่อยไปหาคุณย่าอีกทีบ้านพักที่ขิมอาศัยอยู่ร่างสูงลงจากรถสี่ประตูโฟวิลแล้วเดินเข้าไปในบ้านจึงเห็นว่าแฟนสาวกำลังรับประทานอาหารอยู่ ขิมที่หันมาเห็นแฟนหนุ่มตัวสูงพอดีจึงระบายยิ้มพร้อมกับเอ่ยออกไป“พี่โซลไปไหนมาเหรอคะ”“พี่ขับรถไปดูในไร่มาน่ะ”“พี่โซลมากินข้าวด้วยกันสิคะ”“พี่ก็กำลังหิวอยู่พอดีเลย” ว่าแล้วชายหนุ่มก็เดินไปหย่อนกายนั่งบนเก้าอี้ข้างคนรัก ขิมตักข้าวใส่จานให้แฟนหนุ่มก่อนที่ทั้งสองจะรับประทานอาหารกันไปและคุยกันไปอย่างสำราญใจเมื่อรับประทานอาหารเสร็จทั้งคู่ก็พากันมานั่งในห้องโถง ก่อนใบหน้าหล่อเหลาจะหันถามแฟนสาวที่นั่งอยู่ข้างกัน“ขิมชอบที่นี่ไหม”“ขิมชอบที่นี่มากกว่ากรุงเทพอีกค่ะ ขิมว่าบรรยากาศที่นี่ดีมากเลยค่ะ”“พี่ดีใจนะที่ขิมชอบ” เขาระบายยิ้มด้วยความดีใจที่เธอชอบ“ถ้าเราแต่งงานกันแล้ว เราจะอยู่ที่นี่ได้ไหมคะ”“ได้สิ ไม่ว่าขิมจะชอบที่ไหนพี่ก็จะให้ขิมอยู่ที่นั่นแหละ”“ขอบคุณนะคะที่ตามใจขิม”“ถ้าพี่ไม่ตามใจคนที่พี่รัก แล้วจะให้พี่ไปตามใจใครล่ะ”“ก็ตามใจภรรยาของพี่ไง”“พี่ไม่ได้ตามใจเขาเหมือนกับที่ตามใจขิมหรอกนะ”“ขอบคุณพี่โซลมากนะคะที่ยังให้ความสำคัญกับขิม”“ขิมก็รู้ว่าที่พี่แต่งงานเพราะความจำเป็น
เมื่อรถมาจอดหน้าบ้านชั้นเดียวที่มีขนาดไม่ใหญ่มากโซลก็ลงจากรถไปหยิบกระเป๋าเสื้อผ้าของขิมแล้วทั้งสองก็พากันเข้าบ้านไป“พี่จะให้แม่บ้านมาทำงานบ้านให้ทุกวันนะขิม”“ได้ค่ะ”“ขิมอยู่ที่นี่ได้ตามสบายเลย ขิมต้องการอะไรก็บอกพี่ได้ ไม่ต้องเกรงใจนะ”“ค่ะ”“งั้นพี่ไปก่อนนะ” บอกจบคนตัวสูงก็ออกจากบ้านไปขึ้นรถแล้วขับกลับบ้านหลังใหญ่ที่อยู่ไม่ไกล บ้านสองหลังนี้ถ้าจะเดินไปก็ถึงเพราะอยู่ห่างกันประมาณสามร้อยเมตรด้านพราวเมื่อเข้ามาในบ้านพราวก็เห็นผู้หญิงคนหนึ่งกำลังทำความสะอาดพื้นบ้านอยู่ พราวที่เห็นจึงเอ่ยทักทายออกไปด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม“สวัสดีค่ะพี่”“อ้อ สวัสดีค่ะ คุณมากับคุณโซลใช่ไหมคะ” แหวนที่เป็นคนดูแลบ้านหลังนี้เอ่ยทักทายออกไปด้วยรอยยิ้มเป็นมิตร“ใช่ค่ะ”“คุณชื่ออะไรคะ” เมื่อวานโซลโทรมาบอกแหวนว่าให้ทำความสะอาดบ้านเพราะวันนี้เขาจะมา แต่โซลไม่ได้บอกแหวนว่าจะพาใครมาด้วย“ชื่อพราวค่ะ”“พี่ยินดีที่ได้รู้จักน้องพราวนะ พี่ชื่อแหวน”“พราวยินดีที่ได้รู้จักพี่แหวนค่ะ”“ว่าแต่…น้องพราวเป็นอะไรกับคุณโซลเหรอ” แล้วเสียงทุ้มของเจ้าของบ้านก็เอ่ยขึ้น“เขาเป็นคนงานใหม่ของฉันเอง”“คนงานใหม่?” แหวนเอ่ยย้ำออกไปอย่างไ
หนึ่งเดือนต่อมาวันนี้อนงค์นาถบังคับให้หลานชายของตัวเองพาพราวไปเลือกชุดแต่งงาน โซลที่ไม่สามารถขัดคำสั่งของคุณย่าได้จึงจำต้องพาเธอไปร้านชุดแต่งงานอย่างฝืนใจบนรถ“แอบรักฉันมาหลายปี ตอนนี้คงจะดีใจมากสินะที่จะได้แต่งงานกับฉัน” เสียงทุ้มเอ่ยออกไปด้วยความเย้ยหยัน ในขณะที่มือประคองพวงมาลัยรถ สายตามองไปข้างหน้า“ถึงพราวจะชอบคุณโซลมานานแล้ว แต่พราวก็ไม่ได้ดีใจเลยค่ะที่จะได้แต่งงานกับคุณ พราวไม่เคยคิดจะแย่งคนรักของใคร คุณโซลก็รู้นี่คะว่าพราวต้องทำตามคำสั่งของคุณท่าน ซึ่งคุณเองก็ขัดคุณท่านไม่ได้ไม่ใช่เหรอคะ”“…”“คุณโซลทนอยู่กับพราวไปสักพักเถอะค่ะ แล้วพราวจะหย่าให้คุณเอง” เธอพูดออกไปด้วยน้ำเสียงหนักแน่น โซลที่ได้ยินอย่างนั้นก็ไม่ได้พูดอะไรต่อพลางคิดในใจว่าสิ่งเดียวที่ต้องทำตอนนี้คือต้องทำใจแต่งงานกับเธอและทนอยู่กับเธอไปสักพักจนถึงวันจะได้หย่าหลายวันต่อมาห้องนอนของอนงค์นาถโซลเข้ามาในห้องของคนเป็นย่าจึงเห็นว่าที่เจ้าสาวของเขานั่งคุยกับย่าของเขาอยู่บนโซฟา พราวที่เห็นอย่างนั้นจึงพูดกับอนงค์นาถเพราะคิดว่าเขาคงมีเรื่องอยากจะคุยธุระกับคุณย่าของเขา“คุณท่านคะ พราวขอตัวกลับห้องนะคะ”“เธอไม่ต้องไป เพร
วันต่อมาร้านอาหาร ห้องวีไอพีวันนี้พอขิมเลิกงาน โซลก็พาเธอมาที่ร้านอาหารเพื่อจะบอกเรื่องที่ถูกคุณย่าบังคับให้แต่งงาน“วันนี้พี่โซลมีเรื่องไม่สบายใจหรือเปล่าคะ ทำไมถึงดูสีหน้าไม่ค่อยดีเลย”“พี่มีข่าวร้ายจะมาบอกขิมน่ะ” เขาหันไปมองแฟนสาวแล้วเอ่ยออกไปด้วยสีหน้าหม่นหมอง“ข่าวร้าย? อะไรเหรอคะ” เธอถามด้วยสีหน้าตกใจ ใจคอไม่ค่อยดีเมื่อได้ยินคำว่าข่าวร้าย“เมื่อวานคุณย่าบอกให้พี่แต่งงานกับคนโปรดของคุณย่าน่ะ”“ตะ แต่งงาน!” เธอถามออกไปอย่างตกใจไม่อยากจะเชื่อหูของตัวเอง ก่อนจะตั้งสติแล้วถามต่อ“แล้วใครเหรอคะคนโปรดของคุณย่าพี่โซล”“เขาชื่อพราว พราวเป็นลูกแม่บ้าน แม่เขาเสียไปเมื่อสิบกว่าปีก่อน แล้วคุณย่าก็อุปการะเลี้ยงดูพราวตั้งแต่นั้นมา คุณย่าเอ็นดูพราวมาก”“ปฏิเสธไม่ได้เหรอคะ”“พี่ปฏิเสธแล้วขิม แต่คุณย่าก็ยังยืนกรานว่าให้พี่แต่งงานกับพราวให้ได้ ตั้งแต่ไหนแต่ไรมาถ้าเรื่องไหนที่คุณย่าตัดสินใจไปแล้ว ใครก็ขัดคำสั่งของคุณย่าไม่ได้ แม้แต่พ่อพี่ก็ไม่กล้าขัดคำสั่งของคุณย่า”“งั้นเราต้องเลิกกันทั้งที่ยังรักกันเหรอคะ” เธอเอ่ยถามออกไปด้วยสีหน้าเศร้าหมอง“ถึงพี่จะแต่งงาน พี่ก็จะไม่เลิกกับขิม เราจะยังเจอกันได