แชร์

ตอนที่5 ดินแดนหมาป่า (3)

ผู้เขียน: 22 A Venus
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-10 20:52:29

ภายในบ้านพักหลังใหญ่อันประกอบขึ้นด้วยไม้เป็นวัสดุหลัก บ้านของสเวนผู้เป็นนายของหมาป่าทั้งปวงด้วยเผ่าพันธุ์โบราณที่แข็งแกร่งและทรงอำนาจ... เนรา เคธี่และโครว์นั่งลงบนเก้าอี้รับแขก พร้อมมีสาววัย 20 ปลายๆ ดวงตาบอดข้างหนึ่งเดินมาเสิร์ฟน้ำให้แก่ทุกคนพลางค้อมตัวลงเล็กน้อย

" มากันแล้วเหรอ " เสียงหญิงชราวัย 70 แต่ยังดูแข็งแรงท่าทางทะมัดทะแมงหลังตรงเดินเข้ามา เธอดูคล้ายนักดูดวงตามสำนัก เนราคิดในใจหลังมองจากการแต่งตัวด้วยชุดผ้าคลุมยาวสีม่วงเข้มสวมเครื่องประดับตกแต่งเป็นลูกแก้วสี ปล่อยผมยาวสีดำสนิททั้งที่ควรจะมีขาวแซมแต่ไม่ปรากฏสักเส้นจรดกลางหลังโดยมัดครึ่งหัว หญิงสาวผู้มาเยือนรีบลุกขึ้นก่อนใครด้วยพื้นฐานมารยาทที่ถูกอบรมมาอย่างดียามไปเยือนบ้านอื่น

" สวัสดีค่ะ " เสียงใสเอ่ยขึ้นชัดแจ๋ว ขณะที่ทางด้านสเวน โครว์และเคธี่ทำตัวสบายด้วยความคุ้นชิน

" เจ้าสาวของสเวนสินะ... หญิงวัย 70 เดินเข้ามาหาสาวรุ่นหลานพลางใช้มือจับใบหน้าหมุนเบาๆ ไปมาด้วยความเอ็นดู รู้สึกถูกชะตาไปในตัวและเป็นดั่งที่คุ้นเคยในนิมิตของตนในฐานะนักพยากรณ์ประจำเผ่า... มนุษย์ผู้หญิงงั้นเหรอชั่งน่าแปลก เผ่าพันธุ์พวกเราน้อยนักหรือแทบจะไม่เคยมี พบเนื้อคู่ที่เป็นมนุษย์... มือเหี่ยวแต่ยังคงนุ่มนวลปลดลงจากใบหน้าหญิงสาววัย 20 พร้อมนั่งลงบนเก้าอี้ข้างเธอ... แต่มีพลังวิญญาณที่แข็งแกร่ง ทำให้ไม่สามารถมองเห็นชะตาหรืออนาคตบางช่วงได้เลย " คนรุ่นยายสิ้นประโยคด้วยการหันมองหน้าหลานชายตนเพื่อย้ำความจริงยามสัมผัสว่าที่เจ้าสาวของหลานชายคนนี้กลับไม่ปรากฏภาพใดๆ

" หมายถึงมองไม่เห็นอนาคตของเธอเหรอครับ " ชายผู้เป็นหลานถามขึ้นอย่างกังวล พลางคิดไปว่ามันหมายถึงไม่มีอนาคต?

" ใช่ ถึงจะพบบ้างที่มองไม่เห็น แต่ก็ไม่ทั้งหมดจนว่างเปล่า ไม่ต้องกังวลอาจเพราะพลังที่อยู่ภายในทำให้ไม่สามารถตรวจดูชะตาได้ " หญิงสาวผู้กำลังถูกเพ่งเล็งจากสาววัยชราหลับตาลงก่อนจะตัดสินใจพูดบางอย่างออกไป...

" เนเป็นแค่คนธรรมดา ถ้าจะนึกถึงเรื่องพลังเป็นที่พึ่งให้สเวนได้ เนไม่อยากให้คาดหวังหนะค่ะ " ประโยคธรรมดาพูดไปตามความรู้สึก เมื่อคาดการณ์ไว้ว่าหญิงสาวผู้จะกลายมาเป็นภรรยาของเผ่าพันธุ์ที่เธอไม่รู้จัก คงต้องพิเศษและในที่ตรงนี้ สถานที่แห่งนี้ เธอคือความแปลกแยกทั้งเชื้อสายและการดำรงชีพ แน่นอนว่าความสามารถพิเศษด้วย ที่สำคัญทุกคนดูตื่นเต้นกันมากตั้งแต่เธอก้าวลงจากรถ ถึงไม่เห็นแววตาทุกคู่แต่ก็สัมผัสได้ว่ามีมากกว่า 10 คู่จ้องมองเข้ามา แม้แต่สาวรับใช้ ผู้ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามเธอด้านหลังหญิงชราผู้เป็นย่าว่าที่สามีเธอ ยังทำหน้าอยากรู้จัก มองเธอด้วยแววตาโตแป๋วเป็นประกายดั่งสิ่งมหัศจรรย์ ในฐานะเจ้าสาวของชายคนสำคัญอย่างสเวน

" ผมไม่ได้คาดหวังอะไรในตัวเน... เขาพูดสวนด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนลงทันทีแม้จะเป็นเช่นนั้นแต่ก็หลีกเลี่ยงน้ำเสียงเดิมที่มักเข้มผสมดุไม่ได้ จนทำให้เนราเองยกไหล่ขึ้นนิดด้วยความตกใจเช่นกัน แววตาคู่คมเขียวอมเทาของเขาพลางหันไปมองว่าที่เจ้าสาวและภรรยาในอนาคตข้างตัวเพื่อย้ำความต้องการ... สิ่งที่ผมปรารถนาคือความปลอดภัยและการดำรงชีวิตอยู่ต่อไปของเธอ " คนฟังก้มหน้าลงเมื่อเห็นแววตาอีกฝ่ายจริงจังจนเกินตั้งรับ ถ้าบอกเป็นหมาป่าเขาคงจะกลายเป็นหมาป่าที่เชื่องมากแน่ๆ แต่ในร่างที่เป็นคนแบบนี้ จะว่าอย่างไรดี เขาคือผู้ชายที่เชื่อฟัง ว่านอนสอนง่ายแบบนั้นหรือ แต่หลังจากเจอกันมาเขาก็แสดงเช่นนั้นอย่างชัดเจน

" แล้วกำหนดการแต่งงานหละ... หญิงชราถามขึ้นด้วยน้ำเสียงปิติเพื่อตัดบทเมื่อพาเศร้าลงไปดื้อๆ แต่นั่นกลับทำให้เนราเงยหน้าขึ้นทันทีอาการของเธอบ่งบอกกับชายข้างตัวว่าเธอไม่พร้อมแน่นอน ... สเวน หลานคุยกับเจ้าสาวของหลานแล้วหรือยัง "

" ยังก่อนครับ... เขาตอบกลับด้วยน้ำเสียงเข้มอย่างสุภาพ เพราะรู้ดีว่าหญิงสาวข้างตัวคงได้แต่พึมพำคิดอะไรในใจโดยที่เขาก็ไม่สามารถอ่านออก แต่แน่นอนว่าคำตอบตอนนี้คือไม่! ... เธอเป็นมนุษย์ไม่ได้รู้สึกแรกพบลึกซึ้งเหมือนกับหมาป่าคู่อื่น ที่สำคัญเธอเพิ่งเสียครอบครัว ผมไม่อยากกดดันอะไรเนแม้แต่น้อยนิด "

" งั้นก็เลือกยามเหมาะสมแล้วกัน " แม้จะอยากให้หลานชายมีภรรยามากแค่ไหนแต่ถ้าผลักดันเกิดไปอาจจะแย่เอา หากเป็นมนุษย์ปกติคงต้องการเวลาศึกษาคนมาร่วมชีวิตคู่ ข้อนี้เธอเองก็รู้ดีอยู่แก่ใจ และเมื่อมองไปยังดวงตาสีเขียวอมเทาของหลานชายที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงจึงทำให้ตนอยากจะทำให้สเวนสมหวัง จากหมาป่าหัวหน้าเผ่าผู้แข็งแกร่ง องอาจ น่าเกรงขาม ทรงอำนาจไปด้วยพลังวิญญาณโบราณชั้นสูง แววตาไม่ปรากฏอารมณ์แม้แต่น้ำเสียงที่มักเรียบนิ่งสุขุม แต่ยามต้องเจรจาหรือมองใบหน้าของว่าที่เจ้าสาวกลับเปลี่ยนไปเป็นอีกด้าน หากให้ลูกน้องคนอื่นๆ มาเห็นคงได้เอาไปล้อกันสนุกปาก... หญิงสาวชราผู้เป็นยายได้แต่ยิ้มเพื่อตอบรับความต้องการของหลานชายและเอ็นดูว่าที่หลานสะใภ้

" ท่านยายเนซาหนะอายุ 70 นิดๆ แล้ว อยากเห็นสเวนมีความสุขเร็วๆ อย่าไปถือสาที่ท่านดูเร่งรัดเรื่องงานแต่งเลยนะ " เคธี่พูดขึ้นหลังจากที่หญิงวัย 70 อย่างเนซา ขอคุยธุระกับสเวนและโครว์ในห้องพิธีลับด้านใน เธอจึงอาสาจะพาเนรามาเดินเล่นรอบๆ หมู่บ้านอันล้อมไปด้วยป่าไม้สูงใหญ่

" เนไม่คิดอะไรหรอกค่ะพี่เคธ ... สาวรุ่นน้องพูดพลางบีบนิ้วของตัวเองไปมา... กลัวย่าท่านจะผิดหวังด้วยซ้ำ ดูเหมือนจะตั้งความหวังไว้พอสมควร แถมเนยังเป็นมนุษย์ธรรมดาไม่มีพลังลึกลับไรนั่นด้วย "

" ไม่ต้องกังวลหรอก ไม่ว่าจะเป็นใคร เผ่าพันธุ์ไหนเธอคือครอบครัวของเรา " เคธี่ลูบหัวหญิงสาวรุ่นน้องไปมาด้วยความเอ็นดู แม้อายุเต็มบริบูรณ์ความสาว บ่งบอกก้าวย่างสู่ผู้ใหญ่แต่ใบหน้าและนิสัยเธอไม่ต่างกับเด็กมัธยมปลายวัยสดใสเสียสักนิด

" เนมีเรื่องจะถามเกี่ยวกับ เอ่อ ...เธอทำหน้าลำบากใจกลัวว่าอาจจะดูมากเกินจนดูน่ารำคาญหากต้องสาวความยามทั้งเรื่องเผ่าพันธุ์ และสายพันธุ์ของแต่ละคนที่มีสายเลือดของหมาป่า... หมาป่าค่ะ "

" ว่ามาเลย " เคธี่หยุดลงที่โต๊ะไม้ของบ้านหลังหนึ่ง ผายมือให้เนรานั่งก่อนที่จะมีหญิงสาวอายุ 30 ต้นๆ ผมเผ้าปล่อยยาวที่คอห้อยเขี้ยวสีขาวเดินมาเสิร์ฟของว่างที่เนราไม่เคยเห็นมาก่อน แต่มันกลับดูเชิญชวนจนอยากลิ้มลองรสชาด

" ถ้าไม่ถูกปากนายหญิงบอกได้นะคะ " น้ำเสียงที่แสดงความอ่อนน้อมปนความเคารพพร้อมก้มโค้งให้นิดๆ ทำให้เนรารีบพาตัวเองยืนขึ้นก้มโค้งให้ลึกกว่าหญิงสาวที่อายุมากกว่าตนเป็น 10 ปี

" อย่าเคารพเนเลยค่ะ เนแค่เด็กที่อายุ 20 เอง... น้ำเสียงใสพูดพลางยิ้มเล็กๆ ด้วยแววตาจริงใจ...ไม่จำเป็นต้องเกรงใจเนนะคะ ทำตัวปกติเถอะ " การวางตัวเป็นกันเองทำให้อีกฝ่ายตกใจไม่น้อย ในฐานะว่าที่เจ้าสาวหรือภรรยาของนายเหนืออย่างสเวนจะมีอำนาจที่กระตุ้นความเกรงกลัวไปโดยปริยาย และแทนที่จะเป็นนายหญิงที่ค่อนข้างถือตนวางตัวตามสถานะสังคม แต่กลับดูเป็นมิตรและเคารพตนในฐานะที่อายุมากกว่า

" นายหญิงจะรับอะไรเพิ่มไหมคะ " เมื่อละจากเนรานายหญิงคนใหม่ด้วยรอยยิ้ม เธอจึงหันมาถามเคธี่ภรรยาของโครว์ที่คนในหมู่บ้านรู้จักกันดีเพราะโครว์เองก็เป็นคนมีสายพันธุ์โบราณเดียวกับสเวน พ่อของทั้งคู่เป็นเพื่อนสนิทกัน หัวหน้าเผ่าตั้งแต่โบราณกาลเป็นตำแหน่งของครอบครัวสเวน ซึ่งไม่เกี่ยวกับการนับถือ การศรัทธาและการเคารพอย่างอัตโนมัติที่หลีกเลี่ยงไม่ได้และไดร์วูลฟ์คือสายพันธุ์ทรงอำนาจเหนือเผ่าพันธุ์อื่นๆ

" แค่นี้พอแล้ว ขอบคุณมาก "

" ทำยังไงดี เนไม่ชอบแบบนี้เลย ... เธอพูดขึ้นหลังจากสาวผู้นำของว่างมาให้และกลุ่มคนอีกสองสามคนที่อยากเห็นหน้าเธอเดินออกไป... ไม่อยากให้คนที่อายุมากกว่ามาทำความเคารพ "

" มันเป็นไปตามสัญชาตญาณหนะขัดไม่ได้หรอก ถึงเธอจะห้ามพวกเขาแต่ออร่าและกลิ่นอำนาจของนายเหนือที่เปล่งประกายจากตัวเธอทำให้เผ่าพันธุ์อื่นที่ไม่ใช่ไดร์วูลฟ์จะอ่อนน้อมโดยปริยาย "

" พันธุ์อื่นหรอคะ? แบบ พูดเดิ้ล ไซบีเรีย หมาไน จิ้งจอก เอ่อ..." การไล่สายพันธุ์ของเด็กสาวที่อ่อนกว่าทำให้เคธี่หลุดหัวเราะออกมาจนต้องกุมหน้าท้องตัวเอง

" เปล่าๆ หมาป่านี่แหละ แต่เป็นสายพันธุ์อื่นที่ไม่ใช่ไดร์วูลฟ์ "

" ไดร์วูลฟ์จะว่าไปเคยเจอในหนังสือวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับสปีชีส์ พันธุ์นี้ว่ากันว่าสาบสูญไปแล้วไม่ใช่หรอคะ"

" ในแบบที่ไม่สามารถเป็นมนุษย์ได้ คงไม่มีหรืออาจมีแต่ไม่พบ... สาวรุ่นพี่ตอบกลับทันที... ส่วนหนึ่งที่สาบสูญเพราะได้กลายมาเป็นมนุษย์โดยสมบูรณ์ "

" งั้นก็แสดงว่าไม่ผูกจิตหรือพบเนื้อคู่ในเผ่าพันธุ์ตัวเองหรอคะ " เธอสงสัยเพราะข้อมูลที่ได้มา หากไม่นับตัวเธอคนในเผ่าพันธุ์หมาป่าไม่ว่าจะประเภทใดที่สามารถคืนร่างเป็นมนุษย์และกลายร่างเป็นหมาป่าได้ ต่างย่อมผูกจิตกับเนื้อคู่แท้ของตนตามพรหมลิขิตที่ไม่สามารถหลีกหนี

" จริงๆ เรื่องนี้พี่อยากจะบอกกับเธออยู่ว่าไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน แค่บางคนเท่านั้นที่จะสามารถรับรู้ตำแหน่งของเนื้อคู่ หรือได้คำตอบในการจะมีครอบครัวตั้งแต่เกิด "

" งั้นเรื่องการผูกจิตอะไรนี่ก็ไม่ได้เกิดขึ้นกับหมาป่าทุกตัวหรอคะ? "

" ใช่ ว่ากันว่าที่เกิดขึ้นเพราะเป็นคู่ชะตาที่เหนียวแน่นไม่สามารถตัดขาดสายใยรักได้ ไดร์วูลฟ์เป็นหมาป่าโบราณที่มีประชากรน้อย โดยเฉพาะกับกลุ่มที่เป็นมนุษย์ ในหมู่บ้านนี้มีเพียงสเวนและโครว์ "

" แสดงว่าคนอื่นในหมู่บ้านไม่ใช่เผ่าพันธุ์เดียวกับสเวนและพี่โครว์? "

" ถูกต้อง รวมถึงพี่ด้วยเราเป็นเผ่าพันธุ์ที่คล้ายกับหมาป่าสีเทา หรือ Grey Wolf แต่ใหญ่กว่ามาก และยังมีเผ่าพันธุ์อื่นๆ อีก "

" เป็นลูกหลานหมาป่าสินะคะ จริงๆ เนนั่งคิดมาตลอดว่าพวกพี่ไม่ใช่หมาป่า หมายถึงในกลุ่มสัตว์แบบที่เราเห็นในสารคดี แต่เป็นมนุษย์ที่สามารถแปลงกายเป็นหมาป่าได้ เป็นมนุษย์เผ่าพันธุ์หนึ่งที่มีความสามารถเอ่อ... เธอพูดพลางหมุนมือราวกับอธิบายไปมา... เชิง แฟนตาซีหนะค่ะ หากจะเปรียบคงเหมือนผู้ที่มีเวทมนตร์ใช้เวทมนตร์ได้ "

" หมายถึงแม่มดหรอ? "

" จะว่าใช่ก็ได้ค่ะ แล้วไหนจะคุณลุงคาร์สันที่เนรู้จักตั้งแต่เด็ก ตอนนี้เนรู้จักอีกด้านของเขาที่เป็นจอมฮูกนักพยากรณ์ไปแล้ว "

" แต่ด็อกเตอร์แปลงกายเป็นนกฮูกไม่ได้หรอกนะ "

" งั้นหรอคะไม่งั้นคงแฟนตาซีไปอีกขั้น " เธอพูดพลางหัวเราะกับภาพในหัวยามนึกถึงลุงคาร์สันของเธอชายผู้ปราดเปรื่องในด้านวิทยาศาสตร์สวมชุดขาว อยู่ๆ ก็กลายเป็นนกฮูกตัวใหญ่ยักษ์ในห้องแล็ป สำหรับเนราแล้วมนุษย์ที่สามารถแปลงเป็นสัตว์ได้คือมนุษย์ที่มีความสามารถพิเศษ พวกเขาเหล่านี้ไม่ถูกจัดอยู่ในเหล่าสรรพสัตว์ตามสารคดีหรือภาพยนตร์เกี่ยวกับธรรมชาติและการผจญภัย...

บรู๊ว! เสียงร้องดังขึ้นจากที่ไกลๆ แต่กู่ก้องถึงหมู่บ้าน สมาชิกชายจำนวนหนึ่ง วิ่งด้วยความเร็วเข้าไปในป่าทึบผ่านหญิงสาวทั้งสองที่กำลังนั่งคุยกันอย่างมีความสุข แววตาของเคธี่ดูคมและเข้มขึ้นถนัดตาใบหน้าเคร่งขรึมจนทำให้เนราสาวรุ่นน้องหวั่นขึ้นเกรงว่าจะเกิดเหตุอะไร ขณะเดียวกันแววตาคู่โตใส่แป๋วของเนรามองไปยังร่างของชายหนุ่มในหมู่บ้านที่เคลื่อนตัวเข้าไปในป่าจนตาเธอมองไม่ทันกับการกลายร่างเป็นอีกสิ่งมีชีวิตใหม่เต็มตัว เห็นเพียงช่วงหางเท่านั้น เธอรู้สึกหัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะเร็วและเร็วขึ้นจนต้องจับหน้าอกแม้จะไม่รู้ว่ากำลังเกิดเหตุอะไรขึ้นทว่าเธอกลับสัมผัสลางไม่ดีมาจากที่ไกลๆ ... และในทันทีนั้นเองเคธี่ได้พุ่งทะยานอย่างรวดเร็วหายไปต่อหน้าต่อตาโดยไม่ทิ้งข้อความใดๆ ไว้ให้คนที่กำลังนั่งมึนงงว่าเกิดอะไรขึ้น และเธอในฐานะคนนอกควรทำอย่างไร ความอยากรู้อยากเห็นของเธอทำให้คิดว่าต้องหาคำตอบ หญิงสาวหลับตาลงนั่งนิ่งเรียกสติพร้อมสูดลมหายใจวิ่งตามเคธี่เข้าป่าไปด้วยฝีเท้าของตนเท่าที่จะเร็วได้โดยไม่ได้ยินคำห้ามปรามจากด้านหลังของแม่ค้าภายในหมู่บ้านที่กลัวว่าอาจจะเกิดอันตรายกับนายหญิงที่เป็นมนุษย์หากเข้าไปเกี่ยวข้อง ด้านเนราที่วิ่งลัดเลาะเข้ามาในป่าโดยใช้เส้นทางแคบๆ เพื่อที่จะได้ไม่ถูกคนที่กลายร่างเป็นหมาป่าชนกระเด็นหยุดนิ่งลงพร้อมอาการหอบคิดแผนใหม่ หากให้วิ่งไปคงไม่ทันสี่เท้าเป็นแน่ และดูจากขนาดช่วงพุ่มหญ้าที่ราบลงไปกับพื้นไม่ต้องอธิบายหรือขยายความต่อเลยว่าตัวหมาป่าจะขนาดไหน เธอจึงรอจังหวะหลังต้นไม้ใหญ่เพื่อรอหมาป่าตัวต่อไปจะวิ่งผ่านและตัดสินใจกระโดดจับขนไว้เต็มๆ สองมือซึ่งนั่นเป็นช่วงหางของหมาป่าสีน้ำตาลเข้มพอดี ช่วงเวลานี้ก่อนจะถึงที่ที่เจ้าหมาป่าตัวนี้จะหยุดลงเธอได้แต่ภาวนาขออย่าให้หางพวงปุกปุยนี้แกว่งไปมาจนฟาดเข้ากับโขดหินหรือต้นไม้เลย...

... ด้านหมู่บ้าน หญิงสาวคนหนึ่งผู้ที่มีหน้าที่ดูแลร้านค้าประจำหมู่บ้านได้แต่รีบวิ่งเข้าไปในบ้านนายใหญ่หรือบ้านย่าของหัวหน้าเผ่า โดยให้สาวใช้ไปบอกแก่สเวนว่านายหญิงวิ่งตามเคธี่เข้าป่าไป สเวนและโครว์นั่งฟังเนซาอยู่ในห้องพิธีลับ ที่ปิดกั้นการรบกวนต่างๆ แม้แต่กระแสจิตก็ไม่สามารถเร้นรอดเข้าไปหรือออกมาจากคนด้านในได้ รีบเปิดประตูตามการเคาะประตูเร่งรีบของสาวใช้เพราะดูท่าจะเป็นเรื่องใหญ่ไม่เช่นนั้นคงไม่เสียมารยาทเคาะกันดังและรัวขนาดนี้

สเวนรีบพุ่งตัวเองออกมาจากห้องลับทันทีใช้จิตมองไปยังสถานที่ที่เนราอยู่จึงรู้ว่าเธอกำลังลำบากในการเกาะหางหมาป่าจากหมู่บ้าน ส่วนโครว์อารมณ์แทบเดือดไม่ต่างกันเพราะรู้ว่าเคธี่ ภรรยาตัวเองกำลังจะเข้าไปเกี่ยวพันกับเหตุการณ์ไม่ดีหากเธอสามารถกลายร่างได้เขาคงไม่ต้องกังวลมาก เนื่องด้วยพลังวิญญาณจะเชื่อมถึงกันและแบ่งปันความแข็งแกร่งร่วมกันได้ ทว่าเคธี่ไม่สามารถแปลงร่างเป็นหมาป่าได้แม้จะมีพละกำลังและวิ่งเร็วเหมือนหมาป่าก็ตามแต่หากได้ปะทะกับร่างยักษ์ตรงๆ โอกาสพลาดย่อมสูงกว่า

ป่าบริเวณพื้นที่ค่อนข้างโล่งต้นหญ้ายาวขนาดช่วงข้อเท้านิ่งสงัดพอๆ กับความเงียบของป่า เนราปล่อยตัวลงหลังจากที่ฝีเท้าของหมาป่าสีน้ำตาลเข้มตัวยักษ์ผ่อนความเร็วช่วงฝีเท้าลง... ช่วงพื้นมักพบตะไคร่เขียวสดแซมตามโขดหินนั่นเป็นสิ่งที่ทำให้เนราล้มลุกคลุกคลานกว่าจะหาเกาะลำต้นไม้เพื่อพยุงตัวเองยืนมองเหตุการณ์จากป่าด้านใน สิ่งแรกที่เธอมองหาคือเคธี่ แม้จะรู้ว่ายากเนื่องจากมีแต่หมาป่าทว่าไม่นานเธอก็ได้พบกับรุ่นพี่สาวที่ยืนภายใต้วงล้อมของหมาป่า ทำไมเคธี่ไม่กลายร่าง? คำถามแรกของเนราดึงขึ้นในความคิด แววตาสีดำเข้มของเธอมองไปยังหมาป่าอีกสี่ตัวฝั่งตรงข้ามตัวหนึ่งกำลังยืนใช้เท้าเหยียบหมาป่าสีเทาในสภาพหมดแรงและมีรอยเลือด... ใบหน้าดูดุร้ายเกี้ยวกราดแสดงผ่านดวงตาอย่างชัดเจน แม้จะดูเหมือนกันมากกับหมาป่าฝั่งที่เคธี่ยืนอยู่นั้นแต่อารมณ์ที่เธอสัมผัสถึงความปรานี จิตสังหาร แม้แต่ความใจดีชั่งต่างกัน

" พวกเราไม่อยากมีปัญหากับพวกนาย ปล่อยพวกของเรามาซะเขายังเด็ก " เสียงเคธี่พูดดังขึ้นขณะที่มือก็คอยปรามพวกตัวเองจะใจร้อนบุ่มบ่ามเข้าไปจนอาจทำให้อีกฝั่งทำร้ายตัวประกัน

" พวกของเราหรอ? " เนราเอ่ยขึ้นในใจเมื่อพยายามเงี่ยหูฟังเหตุการณ์พลางสงสารเจ้าตัวที่ถูกเหยียบอยู่แทบเท้าแถมยังใกล้กับคมเขี้ยวแหลมที่พร้อมกระชากคอหากการเจรจาไม่สำเร็จ และเธอไม่อยากให้มีการตายเกิดขึ้น ดูเหมือนว่าสิ่งที่เคธี่พูดไปไม่ได้ทำให้อีกฝ่ายจะปล่อยเหยื่อที่ตะครุบ กลับยกเท้าและกระทืบเข้าที่ช่วงท้องจนเลือดพุ่ง และจะซ้ำอีกทำให้คนที่แอบดูอย่างเธอหลุดปากโพล่งออกไปตามสัญชาตญาณ

" อย่านะ! " ดวงตาทุกคู่หันขวับเพื่อหาต้นตอเสียง เคธี่จำได้ดีว่าน้ำเสียงแบบนี้เป็นของใคร และในตอนนี้ดูเหมือนว่าทุกคนจะสนใจเจ้าของเสียงกันหมดโดยเฉพาะกลิ่นมนุษย์ยามเมื่อมีสติสังเกตสัมผัสกลิ่นที่นอกเหนือจากหมาป่าอย่างพวกตน เนราหลบหลังต้นไม้พร้อมเอามือกุมปากและจมูกไว้แม้แต่ลมหายใจตอนนี้เธอก็ไม่อยากให้พวกเขารู้สึกรวมถึงการเอาตัวถูกกับตะไคร่ตามลำต้นไม้หยิบใบไม้ที่ขึ้นแซมโคนต้นขึ้นมาขยี้ถูตามคอและฝ่ามือ เคธี่ใช้จังหวะขณะที่อีกฝ่ายสนใจผู้ตะโกนวิ่งลอยตัวเข้าไปผลักตัวที่เหยียบเด็กในหมู่บ้านจนลำตัวกระเด็นแถหน้าขมำไปกับพื้นเพื่อจะดึงพวกของตนกลับคืน พวกที่เหลือพุ่งเข้าขย้ำฝ่ายศัตรูเพื่อกันให้ออกห่างจากเคธี่ผู้เป็นนายหญิงที่ไม่สามารถกลายร่างได้ เคธี่เรียกสติหมาป่าที่บาดเจ็บเพื่อให้คืนร่างเป็นมนุษย์ซึ่งบาดแผลจะบรรเทาลงไปด้วย เด็กหนุ่มวัย 15 คืนร่างเป็นมนุษย์ตามเดิมในสภาพที่ยังคงปรากฏบาดแผลจากคมเขี้ยวโดยมีเคธี่รีบประคองพาเดินจะหลบมาทางฝั่งที่เนราอยู่ ทว่าตัวที่ถูกเคธี่ผลักกระเด็นวิ่งเข้ามาพอดีเคธี่จึงใช้ฝ่ามือตนเองผลักเด็กหนุ่มออกไปก่อนและกระโดดขึ้นขี่คออีกฝ่าย หมาป่าสีเทาฝ่ายศัตรูสะบัดช่วงคออย่างแรงระหว่างที่เคธี่ยื้อช่วงดึงขนหลังคอไปมาร่างยักษ์จึงตัดสินใจกระโดดม้วนหลังลงทำให้เคธี่กระเด็นไปชนกับลำต้นไม้และรีบพยุงตัวหันมาสนใจเหยื่อที่กลับร่างเป็นมนุษย์อาบเลือดชวนขย้ำ... เนราจึงตัดสินใจวิ่งเข้าไปทั้งที่รู้ว่าจะไม่รอดหากถูกขย้ำ โดยตะโกนด้วยเสียงดังลั่นไปก่อนเพื่อถ่วงเวลาหยุด ซึ่งได้ผลตามนั้น ระยะห่างประมาณ 20 เมตรเธอรับรู้ถึงลมหายใจหมาป่ายักษ์ตนนี้ได้ดี พลางชำเลืองมองเด็กหนุ่มรุ่นน้องผู้บาดเจ็บ ศัตรูตัวใหญ่มองลงมายังร่างเธอด้วยแววตาฉงนพลางพูดในใจเพราะไม่สามารถเอ่ยเป็นน้ำเสียงออกมาได้

" เจ้าสาวของหัวหน้าเผ่าที่นี่งั้นเหรอ ชั่งน่ากินอะไรแบบนี้ " คนถูกสบตาจากเบื้องสูงยืนแขนกางสั่นเทา แต่แววตากลับมุ่งมั่นปรารถนาให้อีกฝ่ายหยุด เป็นแววตาที่ทรงพลังและน่ากลัวจนต้องหลุบตาลงสลับกับการมอง อำนาจที่แฝงในตัวราวกับโอบล้อมตัวผู้หญิงคนนี้ไว้อย่างแน่นหนา ความคิดของเขาคิดเช่นนั้นจนต้องคำรามในคอเบาๆ เนราสะดุ้งเฮือกหนึ่งเมื่อได้ยินเสียงเหมือนหมาขู่ ความคิดในใจและเสียงเรียกร้องขอเธอหากสื่อไปถึงชายผู้จะกลายเป็นสามีได้ตอนนี้เธออยากจะตะโกนไปให้เขาได้ยิน อยากจะเอ่ยชื่อเขาเป็นร้อยพันรอบ เขาจะเป็นยังไงหากมาพบศพเธอในสภาพถูกฉีกหรืออาจไม่เหลือแต่กระดูก

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • พันธนาการแห่งจิตวิญญาณ   สีแดงดำที่กลับคืน (5) จบบริบูรณ์

    สเวนลุกขึ้นจากที่นั่ง เหมือนว่าตนเข้าใจและรับรู้แต่ไร้ซึ่งเสียงเอ่ยตอบใดนอกจากแววตากลัดกลั้นความโศกเศร้าพร้อมจำนนต่ออีเมอร์สันไว้ เนราไม่สามารถอยู่กับเขาได้ ด้วยเหตุผลทางด้านร่างกายและลมหายใจที่จะดำเนินในอนาคต นั่นคือเหตุผลเดียว ซึ่งเขาต้องยอมแม้เนราจะอยู่ไกล แต่อย่างน้อยเธอยังอยู่ ขอเพียงเธอยังมีลมหายใจ และเชื่อว่าความรักที่เขามีให้เธอจะกระตุ้นความทรงจำคืน หรือหากคิดถึงเขา อาจแวะไปหาเธอได้ในบางโอกาส หากอีเมอร์สันพร้อมอีริคอนุญาต หรือถ้าเนราจะขับไล่ เขาจะมุดดินแอบไม่ก็แฝงตัวบนต้นไม้ คิดปลอบตัวเองเช่นนั้น ซึ่งมันชั่งยากเย็น..." ท่านคะ " ซิลวี่เดินเข้ามาหลังจากผู้มาเยือนเคลื่อนย้ายไปกันหมด" กำหนดการเหมือนเดิม ผมไม่ได้ใจร้ายพอจะให้เขาไปส่งเนราทั้งที่จะตายแบบนั้น การไม่เห็นเนราจากไปกับตาคงดีสำหรับเขาในตอนนี้ "" รับทราบค่ะ..."เมื่อตะวันคล้อยได้ถึงเวลาต้องกลับไปยังที่เดิม ในจุดแรกที่จากมา เนราเดินถือสัมภาระช่วยซิลวี่ใส่หลังรถแวนสีดำคันยาวก่อนถูกอีเมอร์สันรีบพาขึ้นไปนั่งข้างกาย เพราะจะเลยเวลานัดเครื่องมารับรวมถึงเวลาไปถึงทรานซิลเวเนีย ขณะรถแวนเคลื่อนตัวออกจากรั้วบ้านพักตากอากาศ สเวนชายผู

  • พันธนาการแห่งจิตวิญญาณ   ตอนที่ 92 สีแดงดำที่กลับคืน (4)

    ภายในบ้านพักตากอากาศสองชั้นติดทะเลสาปแห่งหนึ่ง เนราเกาะอีเมอร์สันแน่นด้วยกลัวสายตาคู่สีเขียวอมเทา มองตนไม่วางตั้งแต่เดินออกจากสวนหย่อม ทุกย่างก้าวเขาจับจ้องแทบไม่กระพริบ จึงทำให้เจ้าตัวรู้สึกระแวง ถูกคุกคาม ซึ่งไม่อาจถอดความหมายของสายตาคู่นั้นได้" เน..." เคธี่ทักขึ้นขณะเด็กสาวรุ่นน้องเดินเกาะแขนอีเมอร์สันมา คนถูกทักเอียงคอ แม้คุ้นแต่กลับไม่สามารถบอกได้ว่าหญิงสาวรุ่นพี่ดวงตาสวยสีน้ำทะเลนั้นเป็นใคร ด้านเคธี่แปลกใจกับสีหน้าของเนราที่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและประหลาดใจปนกลัว" นายหญิง..." จาเว็คกับบลัดทักขึ้นพร้อมทำความเคารพ เนราสำรวจทุกคนผู้มาเยือนรวมถึงชายรุ่นพี่ยืนข้างเคธี่ เธอเป็นแวมไพร์ที่ไม่ได้มีความสามารถด้านการแยกแยะกลิ่น แต่ด้วยความสามารถพิเศษของดวงตาในการจำแนกเผ่าพันธุ์แท้จริงอันได้มาจากการเป็นเนื้อคู่สเวน ภาพหมาป่าจึงซ้อนทับกลุ่มคนเหล่านั้นเพื่อให้คำตอบ" พวกเขาเป็นใครเหรอคะท่านพี่ " เธอถามขึ้นพลางจับแขนอีเมอร์สันแน่นกลัวว่าจะมีใครมาพาเธอออกไป ด้านผู้มาเยือนเบิกตาด้วยความตกใจเมื่อรับรู้ได้ว่าเนราจำพวกเขาไม่ได้" ด็อกเตอร์โครว์และด็อกเตอร์เคธี่เป็นผู้ปกครองเนหลังจากเนถูกพามาซิ

  • พันธนาการแห่งจิตวิญญาณ   ตอนที่ 91 สีแดงดำที่กลับคืน (3)

    " มีอะไรซิลวี่ " หญิงสาวที่กำลังอธิบายเรื่องบางอย่างให้สเวนฟังหยุดลงพร้อมก้มหัวให้อีเมอร์สันเล็กน้อย" ท่านพี่ " เสียงเรียกย้ำอยู่แบบนั้นทำให้เขารู้คำตอบได้ทันที ร่างสูงขยับตัวเข้าไปในรถทางด้านสเวนหลีกทางให้แต่โดยดีเนื่องด้วยรู้เหตุผล ในตอนนี้ไม่มีที่ที่ตนสามารถเข้าไปแทรกแซงได้เลย เล็บแหลมของเขาปาดลึกพอประมาณบริเวณคอใกล้ไหปลาร้าเพื่อให้เลือดไหล เพียงรอร่างอ่อนแรงกำลังตะเกียกตะกายขึ้นมาหาเขาเพื่อดื่มกิน สเวนก้มหน้าราวกับทนเห็นคนรักในสภาพนั้นไม่ได้เนื่องจากเลือดของตนไม่ใช่ที่ปรารถนาของเธอ" จะหันไปผมไม่ได้ห้ามหรอกนะ... อีเมอร์สันเอ่ยขึ้นขณะให้เลือดน้องสาวของตน เนราเมื่อได้กลิ่นหอมนั่นยามความแดงฉานไหลผ่านช่วงคอก็ตรงเข้าดื่มกินอย่างโหยหาทันที... เนราไม่เหมือนแวมไพร์ตนอื่น เธอไร้เขี้ยวเลยเจาะเลือดกินเองไม่ได้ มันเป็นความต้องการแค่ช่วงแรกก่อนตื่นอย่างสมบูรณ์... ฝ่ามือใหญ่ประคองเอวกอดร่างโถมเข้ามาหาพลางใช้มือลูบหัวเจ้าตัว เสียงกลืนเลือดในบรรยากาศเงียบงำชั่งฟังชัด และทำให้สเวนเหมือนถูกกัดกร่อนกระดูกขาแทบไร้แรงยืน เขารู้ว่าทั้งคู่เป็นพี่น้อง แต่ยากนักที่จะทำใจ ในเมื่อพวกเลือดบริสุทธิ์หรือเลือด

  • พันธนาการแห่งจิตวิญญาณ   ตอนที่ 90 สีแดงดำที่กลับคืน (2)

    ด้านอีเมอร์สัน ยามโลแกนกำลังขับรถเกือบผ่านประตูมหาวิทยาลัย ต้องถูกขัดขวางโดยคีอาร์น แวมไพร์ชนชั้นสูงผู้ใช้ความเร็วพาตนเองออกมา และกระโจนเหยียบหน้ากระโปรงรถจนยุบตัวลงไป" ท่านคีอาร์น หากไม่..." ไม่ทันที่โลแกนผู้ลงมาจากรถจะพูดจบความเหนือกว่าของคีอาร์นได้ฉายความแดงกร่ำทรงพลังผ่านดวงตา ทำให้เข่าโลแกนล้มลงไปกับพื้นอย่างเจ็บปวด" เป็นแค่แวมไพร์ระดับต่ำอย่าได้คิดมาสั่ง " ทันใด กระสุนปืนปริศนาได้ลั่นออกไปก่อนคีอาร์นใช้พลังสังหารโลแกน" พลาดงั้นเหรอ..." อีธานเพื่อนสนิทอีเมอร์สัน Hunter ระดับสูง เอ่ยขึ้นเมื่อตนเล็งบริเวณหัว แต่อีกฝ่ายใช้ความเร็วหลบทำให้ถากศีรษะด้านข้างออกไปแทน เขาคงต้องตั้งรับให้ดีกว่าเดิม ด้วยอีกฝ่ายคงหัวฉุนแล้ว" Hunter กระจอกแบบนั้นคิดว่าจะเอาแวมไพร์อย่างฉันอยู่งั้นเหรอ " ด้านหลังคีอาร์นแตกแขนงเป็นเส้นสีแดงจากโลหิตตน สาดทิ่มลงยังร่าง Hunter อีธาน แต่ด้วยความสามารถล้นเหลือ เขาจึงกระโดดหลบตามความเร็วยามพุ่งเข้ามาก่อนจะพลาดถูกเฉี่ยวบริเวณแก้ม พร้อมๆ กันนั้นตนได้หยิบดาบสังหารแวมไพร์บริเวณเอวขึ้นมาใช้แทนปืนInferno คือชื่ออาวุธสังหารแวมไพร์อันเกิดจากการหลอมหัวใจของแวมไพร์เลือดบริ

  • พันธนาการแห่งจิตวิญญาณ   ตอนที่ 89 สีแดงดำที่กลับคืน (1)

    เกล็ดน้ำแข็งขาวบริสุทธิ์เริ่มลงหนา ทว่าดวงจันทร์สีเลือดกลับไม่ถูกบดบังด้วยสิ่งอันใด จิตวิญญาณที่เชื่อมถึงกันกลับคืนแห่งฝาแฝดพี่น้อง ขณะเดียวกันผู้ผูกจิตถวายแม้ชีวิตมอบให้ผู้เป็นภรรยารู้สึกถึงความเจ็บปวดทรมานของอีกฝ่าย วิ่งแล่นออกจากห้อง เรียนทันที ความผิดปกติครั้งนี้ไม่เหมือนครั้งก่อนๆ มีบางอย่างเปลี่ยนแปลงกับตัวภรรยาของเขา" นาย... แวนยกด้ามวัตถุสีเงินคู่ใจขึ้น ภายในอัดกระสุนเต็มแม็กพร้อมลั่นไกเต็มที่เมื่อเห็นบริเวณคอของเพื่อนรักตนมีรอยเขี้ยวและยังคงปรากฏคราบเลือด... ปล่อยเธอลง " ร่างสูงอุ้มผู้หลับใหลในอ้อมแขนมองร่างชาย Hunter ตรงหน้าหลังพาตัวเองกระโดดลงมาจากชั้นบนสุด ฝ่ายมีนาที่เพิ่งมาถึงเมื่อเห็นสภาพเนราก็ยกปืนขึ้นไม่ต่างกัน" ผมเหรอ... เขาพูดขึ้นด้วยการหยันยิ้ม ก่อนแววตาสีแดงสดจะฉายทับดวงตาสีดำที่เป็นอยู่ก่อน สิ่งนั้นทะลวงผ่านความคิดของแวนและมีนาไปจนสุดของความทรงจำเมื่อนานมาแล้ว ประตูได้แตกออกทะลักเหตุการณ์วันที่ทั้งสองคนพาเนราและแม่ของเธอเข้าไปยังห้องทำพิธี... โอหังสิ้นดี ผมเคยบอกแล้วว่าอย่าหันเจ้าวัตถุโสโครกนั่นขณะปรากฏกายต่อหน้าเนรา " จบประโยคปืนด้ามเงินของทั้งคู่ลอยเคว้งกระทบพ

  • พันธนาการแห่งจิตวิญญาณ   ตอนที่ 88 สีดำแดงที่เริ่มคลืบคลาน (จบ 15)

    ห้องพักหนึ่งภายในโรงแรมเครือคาสเซล" แคทเทอลีน " เสียงชายคนเป็นพ่อเรียกลูกสาวขึ้นหลังเธอเดินออกมาจากห้องนอน ซึ่งนั่นทำให้เธอเผลอสะดุ้งไม่น้อยแม้จะมีพละกำลังในฐานะแวมไพร์เลือดบริสุทธิ์ เพราะน้ำเสียงกล่าวขานเรียกชื่อตนนั้นทรงพลังเหนือกว่า แล้วก็ไม่ใช่ใครคีอาร์นพ่อของหล่อนนั่นเอง" ท่านพ่อ! ทำไมถึงมาโรงแรมคะ นี่เป็นโรงแรมของท่านเมอร์สันหากท่านได้กลิ่น... "" พ่อบอกแล้วว่าเมอร์สันยังไม่ทำอะไรพ่อหรอก แค่รู้สึกอยากมาอยู่ใกล้ๆ กลิ่นเลือดหอมหวานของเด็กคนนั้น แม้บรรดาเลือดบริสุทธิ์จะมีกลิ่นพิเศษของแต่ละคน แต่กับลูกสาวของอีริคชั่งแตกต่างไม่ว่าจะตอนนั้นหรือตอนกลับมาเกิดใหม่ "" ความพิเศษเหนือความพิเศษงั้นเหรอคะ จะว่าไปท่านผู้นั้น... " ผู้เป็นพ่อปรายตาไปยังโซฟานั่งเล่น ปรากฏร่างหญิงสาวเจ้าของเรือนผมสีเงินยาวนอนหลับอยู่ ทำให้แคทเทอลีนเข้าใจในคำตอบโดยไม่หวังถามถึงอีก" เตรียมตัวให้พร้อมอีกไม่กี่วันพระจันทร์แดงจะฉายเด่นบนฟ้า คงเป็นราตรีแห่งแวมไพร์ที่สนุกน่าดู ครั้งนี้กลุ่มผู้อาวุโสยังส่งกำลังคนมาร่วมกับเราด้วย... "" ท่านพ่อเข้าไปพบคนพวกนั้นมาแล้วเหรอคะ "" เฉพาะพวกที่อยู่ฝั่งเรา กลุ่มปรารถนาต่อต้าน

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status