เข้าสู่ระบบชีวิตฉันที่เหลือยังคงต้องดำเนินต่อไป การที่ฉันตัดสินใจมากับกลุ่มของสเวนยังสถานที่แห่งนี้ด้วยหลายๆ เหตุผล ต่อให้จะไม่ยอมพวกเขาคงได้ลากฉันขึ้นเครื่องด้วยตัวเองเป็นแน่... สายฝน หิมะ ความหนาวเย็นแทบทำให้สมองและร่างกายชา ภายในรัฐเล็กๆ นี้ มองเห็นวิวทิวทัศน์ของป่าไม้ชุกชุมหนาทึบ และภูเขาตั้งแต่เข้ามาราวกับว่าฉันหลุดมาในโลกของนิยายยังไงยังงั้น ฉันเคยเห็นในภาพยนตร์อเมริกันอยู่บ่อยๆ กับตำนานความเชื่อลี้ลับในดินแดนแถบหิมะ ไม่คิดว่าจะเจอกับตัวเอง..."
สาวเอเชียผู้มาเยือนดินแดนใหม่เฝ้ามองตามทาง ยามรถแวนคันสีดำขับผ่านบ้านแต่ละหลัง รวมถึงสถานที่ราชการภายในรัฐแห่งหนึ่งเมื่อไปเยือน มือไม้แปะทาบกระจกราวกับเด็กกำลังเรียนรู้และตั้งคำถาม ว่าคนเหล่านี้จะเป็นประเภทเดียวกับชายข้างตัวเธอหรือไม่ หากไม่ใช่ พวกเขารู้ไหมว่ามีบุคคล สามารถแปลงกายเป็นหมาป่าได้อยู่ในพื้นที่เดียวกัน ถึงจะเคยได้ยินข่าวต่างประเทศลอยๆ อยู่บ้างเกี่ยวกับมนุษย์ที่สามารถแปลงกายได้ และยังแอบแฝงตามหน่วยงานต่างๆ เพื่อทำหน้าที่ในส่วนที่คนทั่วไปทำไม่ได้ แต่เธอก็ไม่เคยได้เจอกับตัวหรือเห็นกับตา หรือบางทีอาจเป็นเพราะพ่อแม่เธอ จงใจปิดเรื่องธรรมดาๆ นี้ก็เป็นได้...
" เนรา... หญิงสาวหันทันทีเมื่อชายข้างตัวเรียก... รู้สึกไม่สบายหรือเปล่า เปลี่ยนลักษณะที่อยู่อาศัยอาจจะทำให้ลำบากช่วงแรกนะ "
" ไม่เป็นไรค่ะ ใส่เสื้อทับมาตั้งหลายชั้นแบบนี้ก็พออุ่นอยู่บ้าง..." เธอตอบเขาทั้งๆ ที่หน้ายังคงฉายความซีดและตัวสั่นจนสังเกตได้ แม้ตัวเขาจะอยากเอื้อมมือไปสัมผัสดึงผู้หญิงที่จะมาเป็นภรรยาในอนาคตเข้ามากอดให้พออุ่นได้มากขึ้น แต่ทางเลือกที่ดีกว่านั้นคือการไม่ควรผลีผลามเกินควร ด้วยกลัวว่าจะได้รับการรังเกียจกลับมาแทนที่สาวผู้พลัดจากบ้านในตอนนี้จะวางใจ...
ไม่นานรถแวนสีดำ ออกมาถึงถนนเส้นยาวอันปกคลุมไปด้วยป่าต้นไม้เขียวสูงใหญ่สองข้างทาง บรรยากาศดีขั้นสุด เนราคิดเช่นนั้น ยามเจ้ารถทรงตู้เย็นได้เลี้ยวเข้าทางซ้ายมือและค่อยๆ ขับไต่เนินสูงอย่างชำนาญ หญิงสาวผู้มาเยือนแปลกถิ่นมองขวับไปทางด้านหลังและรู้ทันทีว่ามันเริ่มชันขึ้นทุกที มองจากด้านนอกป่าแห่งนี้แทบจะเป็นพื้นที่ราบค่อนข้างชื้นไกลออกไปสุดลูกหูลูกตา แต่ไม่ใช่ เช่นนั้นเพราะภายในกลับซ่อนเส้นทางค่อยๆ เป็นเนินสูงชันขึ้นจากดิน เริ่มเป็นทางถนนปูนเลี้ยวเข้ามาหยุดยังบ้านหลังหนึ่ง เป็นบ้านที่มองดูให้ความดั้งเดิม แต่สวยหรูด้วยวัสดุหินสีอ่อนนำมาก่อเป็นผนังบ้าน สภาพรอบบ้านเป็นรั้วกั้นเล็กๆ ดูเหมือนจะสร้างเพื่อตกแต่งมากกว่ากันขโมยหรือกันสัตว์ร้าย พื้นนอกบ้านเป็นหญ้าเขียวดูสบายตา มีแคมป์เล็กๆ สำหรับพักผ่อนและซุ้มนั่งเล่นทำจากไม้เนื้อแข็ง...
คนถูกเชื้อเชิญ ลงตามหลังสเวนยามเขาลงไปก่อน เมื่อได้สูดกลิ่นภายนอก บอกได้คำเดียวว่าบรรยากาศที่นี่บริสุทธิ์จนได้กลิ่นดินกลิ่นหญ้า สองหูสดับฟังเสียงแรกยามก้าวขาลงเป็นเสียงน้ำไหลดูท่าว่าจะเป็นลำธาร ความน่าสนใจทำให้เธอผู้ชื่นชอบธรรมชาติเป็นฐานเดิมอยู่แล้ว ก้าวขาเพื่อไปตามเสียงแซ่ดึงดูดใจทันที ความอยากรู้อยากเห็นตกอยู่ในสายตาคนทั้ง 5 อย่างสเวนชายโครว์เพื่อนชายรุ่นพี่คนสนิท เคธี่ภรรยาของโครว์ จาเว็คและบลัดชายหนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกับสเวน ทั้งคู่นับถือสเวนและโครว์เป็นดั่งนายเหนือ
" ไปดูเธอเถอะ เดี๋ยวพวกฉันขนของเข้าไปข้างในเอง " โครว์พูดพลางตบบ่าสเวนให้ไปดูแลคนที่เจ้าตัวแทบไม่อยากให้ห่างไกลสายตา ถึงแม้ครั้งแรกสเวนดูท่าจะหยิ่งยโส ไม่ได้คิดว่าเนราจะมากอบกุมทั้งหัวใจและจิตวิญญาณไปดื้อๆ ตั้งแต่แรกพบ
ด้านหญิงสาวก้าวขาอย่างไม่กลัวเกรงอันตรายเบื้องหน้าทั้งที่ไม่ใช่ถิ่นของตน ลัดเลาะผ่านหญ้านิ่มพลิ้วตามการเคลื่อนไหวของคนบุกพื้นที่ ชะเง้อมองลงไปด้านล่างเนินดินอันเกาะไปด้วยกลุ่มมอส พลางมีดอกไม้แซมสีสดบางจุด เธอยิ้มร่าเมื่อสิ่งที่คิดไว้เป็นไปตามนั้นจริง ลำธารขนาดเล็กแต่พอลงไปนั่งเล่นพักผ่อนได้ปรากฏอยู่ตรงหน้า ความใสของน้ำยามผ่านกระทบช่วงโขดหินมนทำให้เธออยากจะลงไปสัมผัสสักครั้ง
" เดี๋ยวตกลงไปหรอก ตรงนี้หนะมันลื่น " เสียงเข้มจากด้านหลังพูดขึ้นพร้อมดึงต้นแขนคนชะโงกแทบจะทิ่มตัวลงไปด้านล่าง แม้จะไม่สูงมากแต่ถ้าลื่นคงได้ถลอกพอสมควร
" มีลำธารแบบนี้ แสดงว่าน้ำตกต้องอยู่แถวนี้สินะคะ " ดูเหมือนว่าคำเตือนไม่ได้เข้าสู่การรับฟังเมื่อแววตาคู่คมโตหันมาถามด้วยรอยยิ้มพลันขอคำตอบทันที
" หลายกิโลอยู่ " เขาตอบสั้นๆ แต่ด้วยสีหน้าและท่าทางทำให้หญิงสาวเข้าใจความไกลของต้นตอสายธารเล็กๆ นี่ทันที
" เนมานั่งเล่นได้ไหมคะ " เธอพูดไปพลางชำเลืองไปมองลำธารด้านล่างเพื่อบอกให้คนตรงหน้ารู้เชิงขออนุญาต
" ได้สิ แต่ตอนนี้เข้าบ้านไปพักก่อนเถอะ " ประโยคพูดนิ่งๆ แต่แฝงไปด้วยคำสั่งเป็นนัย ทำให้เธอเชื่อฟังแต่โดยดี ยังไงซะต้องอยู่ที่นี่ไปสักพักหรืออาจจะตลอดไป สักวันคงได้ลงมาเล่นลำธารเบื้องล่างนี้จนเบื่อแน่นอน
" มากันแล้วหรอ ดื่มชาร้อนๆ ก่อนเถอะ..." เคธี่พูดขึ้นพลางไปดึงตัวเนรามานั่งลงบนโซฟาชุดใหญ่เต็มไปด้วยขนม ทว่าของกินไม่ได้ทำให้เธอผู้ชอบสำรวจทุกที่ที่ไปเยือนสนใจ แววตาคู่คมโตกวาดตามองไปรอบๆ บ้าน เหมือนบ้านพักกลางป่าในหนังฝรั่งที่เธอมักพบอยู่บ่อยๆ กลิ่นไม้ไหม้อ่อนๆ คงมาจากเตาผิงที่อยู่ออกไปฝั่งห้องครัว ด้านขวามือตรงทางเลี้ยวถัดจากห้องที่เธอนั่งเป็นบันไดขึ้นไปชั้นสอง สาวรุ่นพี่เล่าองค์ประกอบของบ้านพลางหยิบคุกกี้ให้หญิงสาวรุ่นน้องกินไปด้วย ทว่าความสวยงามและการออกแบบบ้านบ้านไม่ได้ดึงดูดเธออีกต่อไป แต่เป็นรสชาดคุกกี้ธัญญาพืชหอมเนยตั้งแต่สัมผัสก่อนจะนำเข้าปาก เคธี่พอใจที่สีหน้าของสาวรุ่นน้องดูชื่นชมเพราะคุกกี้นี้เธอเป็นคนอบมันเองกับมือ
" ชอบที่นี่ไหม " เคธี่ถามขึ้นด้วยใบหน้ายินดีต้อนรับอย่างสุดซึ้ง เธอปรารถนาจะให้เนราได้มีความสุขยามใช้ชีวิตในสถานที่ที่อาจพบมนุษย์ธรรมดาน้อย
" ค่ะ รู้สึกว่าเหมือนหลุดมาในเทพนิยายนิดๆ เลยหละค่ะ " เธอตอบพลางจิบชา
" คิดแล้วว่าต้องพูดแบบนั้น ... โครว์เอ่ยขึ้นขณะเดินถือแก้วไวน์แกว่งมาแต่ไกล ก่อนจะนั่งลงบนโซฟาอีกตัวพร้อมส่งแก้วไวน์สีแดงอมม่วงให้สเวน แต่ไหนเลยผู้ชื่นชอบไวน์เป็นชีวิตกลับโบกมือไม่รับ... ชอบก็ดีแล้ว ไม่งั้นพ่อหมาป่าเลือดร้อนอย่างสเวนคงได้รื้อบ้านทั้งหลังเพื่อภรรยาแน่นอน "
" ระระ รื้อเหรอ ... เธอสบถขึ้นในใจพลางมองใบหน้าเรียบนิ่งของคนถูกกล่าวถึงทันที... ถึงจะบอกว่าเขาเชื่อฟังภรรยาก็เถอะแต่ว่า ทำตามใจกันขนาดนี้มันมากไปหน่อยหละมั้ง..." ทว่าสายตาของเธอที่จดจ้องเขาอย่างตั้งคำถาม ทำให้คนถูกจับจ้องหันกลับมามองทันทีพร้อมกับคำถามที่ทำให้เคธี่ผู้กำลังดื่มช้าร้อนๆ และโครว์ ชายผู้กระดกแก้วไวน์จิบเข้าปากอีกครั้งอย่างอารมณ์ดีสำลักออกมา...
" ขึ้นห้องกันดีกว่า เนรา "
" คะ? " คนถูกเรียกอุทานตอบรับอย่างตกใจขณะเดียวกันทางด้านโครว์ดูจะอมยิ้มกับประโยคเพื่อนสนิทชายรุ่นน้องพูดขึ้น แม้จะรู้ว่าความหมายไม่ได้เป็นเชิงความสัมพันธ์ชวนคิดลึกแต่ขอแกล้งสักหน่อยก็ยังดี
" หึ นี่กลางวันอยู่นะสเวน อีกอย่างนายเองยังไม่ได้แต่งกับเนราด้วย "
"ไม่ยอมตายสิยะนายมาพูดชวนสาวน้อยขึ้นห้องต่อหน้าทุกคนเนี่ยนะ..." เคธี่พูดขึ้นเรื่อยๆด้วยความรู้สึกว่าเพิ่งจะสังเกตเห็นว่าจะกลายเป็นการเร่งรัดจนสาวรุ่นน้องคนนี้อาจจะไม่ดำเนินไป
"ทิศทางนายพลอยู่... เขาถามขึ้นพร้อมปรายตามองไปยังจุดเริ่มต้นที่เบา ๆ ที่เอาแต่เป็นหน้าตา เพิ่มพวงแก้มยังแดงระเรเดียบอกอาการบางอย่างจนมองเห็นได้... ฉันหมายถึงจะพาเนราขึ้นไปดูห้องที่ปรากฏขึ้น "ที่จะช่วยให้สามารถนำไปสู่ แข็ง"
เนราลุกเดินตามชายผู้ขึ้นเพื่อดูเป็นสามีก้าวไปชั้นสองของบ้านเป็นหลักสำหรับจารีเว็คและบระบบควบคุมการรองรับของ... 20 เมตรหลังบานเลื่อนกระจกคือระเบียงขนาดยาวพร้อมชุดโต๊ะไม้ขนาดเบา ปูด้วยผ้าลายลูกไม้ถักการจะได้สูดบรรยากาศสดชื่นหลังตื่นนอนริมระเบียงคงที่เพื่อรับสิทธิ์ได้พัก
" ห้องของเรา... คำพูดแทรกขึ้นระหว่างความคิดของพื้นที่ผู้มีอำนาจค่อยๆ ค่อยๆ เลื่อนเพื่อออกไปชมพื้นผิวจากชั้นสูงหยุดลง และมองดูเขาอย่างตั้งคำถามปนโดยปฏิเสธเป็นนัยๆ การร่วมห้องกับชายแปลกหน้าผู้ไม่เคยเข้าใจว่ามาก่อนใน... ถ้าเนกลัวผมนอนที่ระเบียงก็ได้ "ไม่ได้อธิบายหรือฟังที่คนอย่างเนราต้องการเพราะมันจะเป็น...
" คุณไปนอนห้องอื่นไม่ได้ไม่จำเป็นต้องใช้ ... คำปฏิเสธก็คือคนฟังมีสีหน้าเจื่อนลงทันทีที่เห็นได้ชัดเพื่อที่จะรีบอธิบายใจความสำคัญที่ต้องการสื่อไม่ได้รังเกียจหรือกลัว... เนหมายความว่าจะไปนอนอยู่กระเช้าได้โดนยุงเข้าป่าไปหนะ..."
"ไดร์เวอร์... คำตอบในส่วนที่ความถี่ของนักเข้าใจซ้ำเสียงยังห้วน ข้อสังเกตเห็นเธอดูท่าจะตกใจกับน้ำเสียงขรึมสีปกติของแอบกระแอมเล็กน้อยเพื่อปรับโทน... ส่วนนี้คงเป็นบริเวณข้างบ้านเธอเห็นบาร์ขนาดสูงจำนวนสองบาร์และตาข่ายยาวสีขาวคงไว้ซึ่งความเป็นปกติหรือออกกำลังกายอื่นๆ กัน
" ที่เดียวที่ห้องคนอื่นอยู่อีกฝั่งก็คือ " เธอเปลี่ยนเรื่องคุย
" โครว์กับเคธี่นอนห้องฝั่งตรงข้ามเยื้องจากพวกเราส่วนใหญ่จาเว็คกับบลัดอยู่ด้านล่าง "
"คุณโครว์กับเคธี่คง..." แน่นอนว่าผู้รู้ว่าเธอกำลังสงสัยอะไร
" อาจเป็นสามีภรรยา... คำตอบก็คือเหตุผลของการอึ้งไปนิดอาจเพราะเธอยังไม่ได้พูดเป็นจริงเป็นจังกับพี่ชายคนนี้แถมทั้งโครว์และเคธี่ยังดูท่าพูดน้อยจนดูไม่ออก... โครงสร้างอยู่หมู่บ้านเดียวกันในเด็กก่อนจะออกไปเรียนในเมืองโครว์รู้ตั้งแต่แรกว่าเคธี่คือคู่ของตัวเองเคธี่เองก็เช่นกัน"
"ประกาศก็แต่งงานกันอย่างเป็นทางการ"
" แต่งแล้วเมื่อสองอย่างนั้น " อาจจะเป็นเพราะเพิ่งเจอเธอเลยไม่รู้ลึกลึกหนาบางบาง เจอที่คนไม่รักกันจะไม่แต่งงานกันที่สิ่งสำคัญที่ต่างกันออกไปกันเพื่อตรวจสอบเด็กวิจารณ์คิดในใจปรายตามองต้นไม้พลิ้วไหวตามแรงลมอ่อนๆ
สเวนลุกขึ้นจากที่นั่ง เหมือนว่าตนเข้าใจและรับรู้แต่ไร้ซึ่งเสียงเอ่ยตอบใดนอกจากแววตากลัดกลั้นความโศกเศร้าพร้อมจำนนต่ออีเมอร์สันไว้ เนราไม่สามารถอยู่กับเขาได้ ด้วยเหตุผลทางด้านร่างกายและลมหายใจที่จะดำเนินในอนาคต นั่นคือเหตุผลเดียว ซึ่งเขาต้องยอมแม้เนราจะอยู่ไกล แต่อย่างน้อยเธอยังอยู่ ขอเพียงเธอยังมีลมหายใจ และเชื่อว่าความรักที่เขามีให้เธอจะกระตุ้นความทรงจำคืน หรือหากคิดถึงเขา อาจแวะไปหาเธอได้ในบางโอกาส หากอีเมอร์สันพร้อมอีริคอนุญาต หรือถ้าเนราจะขับไล่ เขาจะมุดดินแอบไม่ก็แฝงตัวบนต้นไม้ คิดปลอบตัวเองเช่นนั้น ซึ่งมันชั่งยากเย็น..." ท่านคะ " ซิลวี่เดินเข้ามาหลังจากผู้มาเยือนเคลื่อนย้ายไปกันหมด" กำหนดการเหมือนเดิม ผมไม่ได้ใจร้ายพอจะให้เขาไปส่งเนราทั้งที่จะตายแบบนั้น การไม่เห็นเนราจากไปกับตาคงดีสำหรับเขาในตอนนี้ "" รับทราบค่ะ..."เมื่อตะวันคล้อยได้ถึงเวลาต้องกลับไปยังที่เดิม ในจุดแรกที่จากมา เนราเดินถือสัมภาระช่วยซิลวี่ใส่หลังรถแวนสีดำคันยาวก่อนถูกอีเมอร์สันรีบพาขึ้นไปนั่งข้างกาย เพราะจะเลยเวลานัดเครื่องมารับรวมถึงเวลาไปถึงทรานซิลเวเนีย ขณะรถแวนเคลื่อนตัวออกจากรั้วบ้านพักตากอากาศ สเวนชายผู
ภายในบ้านพักตากอากาศสองชั้นติดทะเลสาปแห่งหนึ่ง เนราเกาะอีเมอร์สันแน่นด้วยกลัวสายตาคู่สีเขียวอมเทา มองตนไม่วางตั้งแต่เดินออกจากสวนหย่อม ทุกย่างก้าวเขาจับจ้องแทบไม่กระพริบ จึงทำให้เจ้าตัวรู้สึกระแวง ถูกคุกคาม ซึ่งไม่อาจถอดความหมายของสายตาคู่นั้นได้" เน..." เคธี่ทักขึ้นขณะเด็กสาวรุ่นน้องเดินเกาะแขนอีเมอร์สันมา คนถูกทักเอียงคอ แม้คุ้นแต่กลับไม่สามารถบอกได้ว่าหญิงสาวรุ่นพี่ดวงตาสวยสีน้ำทะเลนั้นเป็นใคร ด้านเคธี่แปลกใจกับสีหน้าของเนราที่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและประหลาดใจปนกลัว" นายหญิง..." จาเว็คกับบลัดทักขึ้นพร้อมทำความเคารพ เนราสำรวจทุกคนผู้มาเยือนรวมถึงชายรุ่นพี่ยืนข้างเคธี่ เธอเป็นแวมไพร์ที่ไม่ได้มีความสามารถด้านการแยกแยะกลิ่น แต่ด้วยความสามารถพิเศษของดวงตาในการจำแนกเผ่าพันธุ์แท้จริงอันได้มาจากการเป็นเนื้อคู่สเวน ภาพหมาป่าจึงซ้อนทับกลุ่มคนเหล่านั้นเพื่อให้คำตอบ" พวกเขาเป็นใครเหรอคะท่านพี่ " เธอถามขึ้นพลางจับแขนอีเมอร์สันแน่นกลัวว่าจะมีใครมาพาเธอออกไป ด้านผู้มาเยือนเบิกตาด้วยความตกใจเมื่อรับรู้ได้ว่าเนราจำพวกเขาไม่ได้" ด็อกเตอร์โครว์และด็อกเตอร์เคธี่เป็นผู้ปกครองเนหลังจากเนถูกพามาซิ
" มีอะไรซิลวี่ " หญิงสาวที่กำลังอธิบายเรื่องบางอย่างให้สเวนฟังหยุดลงพร้อมก้มหัวให้อีเมอร์สันเล็กน้อย" ท่านพี่ " เสียงเรียกย้ำอยู่แบบนั้นทำให้เขารู้คำตอบได้ทันที ร่างสูงขยับตัวเข้าไปในรถทางด้านสเวนหลีกทางให้แต่โดยดีเนื่องด้วยรู้เหตุผล ในตอนนี้ไม่มีที่ที่ตนสามารถเข้าไปแทรกแซงได้เลย เล็บแหลมของเขาปาดลึกพอประมาณบริเวณคอใกล้ไหปลาร้าเพื่อให้เลือดไหล เพียงรอร่างอ่อนแรงกำลังตะเกียกตะกายขึ้นมาหาเขาเพื่อดื่มกิน สเวนก้มหน้าราวกับทนเห็นคนรักในสภาพนั้นไม่ได้เนื่องจากเลือดของตนไม่ใช่ที่ปรารถนาของเธอ" จะหันไปผมไม่ได้ห้ามหรอกนะ... อีเมอร์สันเอ่ยขึ้นขณะให้เลือดน้องสาวของตน เนราเมื่อได้กลิ่นหอมนั่นยามความแดงฉานไหลผ่านช่วงคอก็ตรงเข้าดื่มกินอย่างโหยหาทันที... เนราไม่เหมือนแวมไพร์ตนอื่น เธอไร้เขี้ยวเลยเจาะเลือดกินเองไม่ได้ มันเป็นความต้องการแค่ช่วงแรกก่อนตื่นอย่างสมบูรณ์... ฝ่ามือใหญ่ประคองเอวกอดร่างโถมเข้ามาหาพลางใช้มือลูบหัวเจ้าตัว เสียงกลืนเลือดในบรรยากาศเงียบงำชั่งฟังชัด และทำให้สเวนเหมือนถูกกัดกร่อนกระดูกขาแทบไร้แรงยืน เขารู้ว่าทั้งคู่เป็นพี่น้อง แต่ยากนักที่จะทำใจ ในเมื่อพวกเลือดบริสุทธิ์หรือเลือด
ด้านอีเมอร์สัน ยามโลแกนกำลังขับรถเกือบผ่านประตูมหาวิทยาลัย ต้องถูกขัดขวางโดยคีอาร์น แวมไพร์ชนชั้นสูงผู้ใช้ความเร็วพาตนเองออกมา และกระโจนเหยียบหน้ากระโปรงรถจนยุบตัวลงไป" ท่านคีอาร์น หากไม่..." ไม่ทันที่โลแกนผู้ลงมาจากรถจะพูดจบความเหนือกว่าของคีอาร์นได้ฉายความแดงกร่ำทรงพลังผ่านดวงตา ทำให้เข่าโลแกนล้มลงไปกับพื้นอย่างเจ็บปวด" เป็นแค่แวมไพร์ระดับต่ำอย่าได้คิดมาสั่ง " ทันใด กระสุนปืนปริศนาได้ลั่นออกไปก่อนคีอาร์นใช้พลังสังหารโลแกน" พลาดงั้นเหรอ..." อีธานเพื่อนสนิทอีเมอร์สัน Hunter ระดับสูง เอ่ยขึ้นเมื่อตนเล็งบริเวณหัว แต่อีกฝ่ายใช้ความเร็วหลบทำให้ถากศีรษะด้านข้างออกไปแทน เขาคงต้องตั้งรับให้ดีกว่าเดิม ด้วยอีกฝ่ายคงหัวฉุนแล้ว" Hunter กระจอกแบบนั้นคิดว่าจะเอาแวมไพร์อย่างฉันอยู่งั้นเหรอ " ด้านหลังคีอาร์นแตกแขนงเป็นเส้นสีแดงจากโลหิตตน สาดทิ่มลงยังร่าง Hunter อีธาน แต่ด้วยความสามารถล้นเหลือ เขาจึงกระโดดหลบตามความเร็วยามพุ่งเข้ามาก่อนจะพลาดถูกเฉี่ยวบริเวณแก้ม พร้อมๆ กันนั้นตนได้หยิบดาบสังหารแวมไพร์บริเวณเอวขึ้นมาใช้แทนปืนInferno คือชื่ออาวุธสังหารแวมไพร์อันเกิดจากการหลอมหัวใจของแวมไพร์เลือดบริ
เกล็ดน้ำแข็งขาวบริสุทธิ์เริ่มลงหนา ทว่าดวงจันทร์สีเลือดกลับไม่ถูกบดบังด้วยสิ่งอันใด จิตวิญญาณที่เชื่อมถึงกันกลับคืนแห่งฝาแฝดพี่น้อง ขณะเดียวกันผู้ผูกจิตถวายแม้ชีวิตมอบให้ผู้เป็นภรรยารู้สึกถึงความเจ็บปวดทรมานของอีกฝ่าย วิ่งแล่นออกจากห้อง เรียนทันที ความผิดปกติครั้งนี้ไม่เหมือนครั้งก่อนๆ มีบางอย่างเปลี่ยนแปลงกับตัวภรรยาของเขา" นาย... แวนยกด้ามวัตถุสีเงินคู่ใจขึ้น ภายในอัดกระสุนเต็มแม็กพร้อมลั่นไกเต็มที่เมื่อเห็นบริเวณคอของเพื่อนรักตนมีรอยเขี้ยวและยังคงปรากฏคราบเลือด... ปล่อยเธอลง " ร่างสูงอุ้มผู้หลับใหลในอ้อมแขนมองร่างชาย Hunter ตรงหน้าหลังพาตัวเองกระโดดลงมาจากชั้นบนสุด ฝ่ายมีนาที่เพิ่งมาถึงเมื่อเห็นสภาพเนราก็ยกปืนขึ้นไม่ต่างกัน" ผมเหรอ... เขาพูดขึ้นด้วยการหยันยิ้ม ก่อนแววตาสีแดงสดจะฉายทับดวงตาสีดำที่เป็นอยู่ก่อน สิ่งนั้นทะลวงผ่านความคิดของแวนและมีนาไปจนสุดของความทรงจำเมื่อนานมาแล้ว ประตูได้แตกออกทะลักเหตุการณ์วันที่ทั้งสองคนพาเนราและแม่ของเธอเข้าไปยังห้องทำพิธี... โอหังสิ้นดี ผมเคยบอกแล้วว่าอย่าหันเจ้าวัตถุโสโครกนั่นขณะปรากฏกายต่อหน้าเนรา " จบประโยคปืนด้ามเงินของทั้งคู่ลอยเคว้งกระทบพ
ห้องพักหนึ่งภายในโรงแรมเครือคาสเซล" แคทเทอลีน " เสียงชายคนเป็นพ่อเรียกลูกสาวขึ้นหลังเธอเดินออกมาจากห้องนอน ซึ่งนั่นทำให้เธอเผลอสะดุ้งไม่น้อยแม้จะมีพละกำลังในฐานะแวมไพร์เลือดบริสุทธิ์ เพราะน้ำเสียงกล่าวขานเรียกชื่อตนนั้นทรงพลังเหนือกว่า แล้วก็ไม่ใช่ใครคีอาร์นพ่อของหล่อนนั่นเอง" ท่านพ่อ! ทำไมถึงมาโรงแรมคะ นี่เป็นโรงแรมของท่านเมอร์สันหากท่านได้กลิ่น... "" พ่อบอกแล้วว่าเมอร์สันยังไม่ทำอะไรพ่อหรอก แค่รู้สึกอยากมาอยู่ใกล้ๆ กลิ่นเลือดหอมหวานของเด็กคนนั้น แม้บรรดาเลือดบริสุทธิ์จะมีกลิ่นพิเศษของแต่ละคน แต่กับลูกสาวของอีริคชั่งแตกต่างไม่ว่าจะตอนนั้นหรือตอนกลับมาเกิดใหม่ "" ความพิเศษเหนือความพิเศษงั้นเหรอคะ จะว่าไปท่านผู้นั้น... " ผู้เป็นพ่อปรายตาไปยังโซฟานั่งเล่น ปรากฏร่างหญิงสาวเจ้าของเรือนผมสีเงินยาวนอนหลับอยู่ ทำให้แคทเทอลีนเข้าใจในคำตอบโดยไม่หวังถามถึงอีก" เตรียมตัวให้พร้อมอีกไม่กี่วันพระจันทร์แดงจะฉายเด่นบนฟ้า คงเป็นราตรีแห่งแวมไพร์ที่สนุกน่าดู ครั้งนี้กลุ่มผู้อาวุโสยังส่งกำลังคนมาร่วมกับเราด้วย... "" ท่านพ่อเข้าไปพบคนพวกนั้นมาแล้วเหรอคะ "" เฉพาะพวกที่อยู่ฝั่งเรา กลุ่มปรารถนาต่อต้าน







