Accueil / รักโบราณ / พิศวาส 3000 ปี / ปิดเมืองข้า...ค้นหานาง! 1.5

Partager

ปิดเมืองข้า...ค้นหานาง! 1.5

last update Date de publication: 2025-01-06 19:15:46

ในขณะเดียวกัน

“จ๊อกกกก!!!” เสียงน้ำย่อยในกระเพาะอาหารของเฉินวาวาดังออกมาจนเจ้าตัวที่กำลังหลับอยู่ในขณะนั้นสะดุ้งตื่นขึ้นมาทันที

“โอ๊ยยยย!หิวข้าวจังเลย” หญิงสาวรำพึงรำพันออกมาทันที

ร่างระหงค่อยๆ ลุกขึ้นจากเตียงนอนพลางกวาดสายตาไปทั่วห้อง เมื่อไม่พบผู้ติดตามของเธอหลงเหลือสักคนไม่เว้นแม้กระทั่งมู่อิง นางกำนัลคนสนิท

“ไปไหนกันหมดนะ” หญิงสาวเอ่ยพึมพำด้วยความสงสัยก่อนจะเบิกตากว้างขึ้นมาทันที

“หรือว่าพากันออกจากเมืองกลับไปที่ขบวนเจ้าสาวแล้ว!” หญิงสาวกล่าวอย่างตื่นตระหนก 

ครั้นสายตาเหลือบไปเห็นห่อผ้าที่ลู่เหอซื้อติดมือมาเพื่อให้เธอเปลี่ยนเครื่องแต่งกายที่เป็นเป้าหมายเป็นชุดอื่นแทน หญิงสาวถอนหายใจออกมาทันที

“เฮ้อ! โล่งอกไปทีพวกเขายังไม่พากันไปไหน ยังอยู่ที่นี่ แต่ว่าหายไปหมดแบบนี้หรือว่าจะออกไปตามหาเราอีก”

หญิงสาวยืนครุ่นคิดก่อนจะได้ยินเสียงอึกทึกและการละเล่นต่างๆ เริ่มต้นการแสดงในเทศกาลลอยโคมประทีปของค่ำคืนนี้ ร่างระหงก้าวตรงไปที่หน้าต่างทันใดพร้อมดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตื่นตาตื่นใจอย่างยิ่งยวด

“โอ้โฮ! สวยจังเลย” หญิงสาวแหงนคอมองโคมไฟที่กำลังค่อยๆ ลอยขึ้นสู่ท้องฟ้าท่ามกลางพระจันทร์กลมโตกำลังส่องแสงสุกสกาวไปทั่วผืนฟ้าเบื้องบน

“ฉันอยากลอยโคมประทีปจังเลย ดูสิเทศกาลนี้มีมาตั้งแต่โบราณจนถึงปัจจุบัน แต่ทำไมในยุคนี้ถึงได้สวยจับใจและมีมนต์ขลังเช่นนี้หนอ ทำยังไงถึงจะปรากฏกายได้ แล้วไปลอยโคมประทีปกับคนอื่นบ้างนะ” หญิงสาวเฝ้ารำพึงรำพัน

“พรึ่บ!” ร่างที่กำลังล่องหนค่อยๆ ปรากฏกายขึ้นมาทันใด ทันทีที่เธอเอ่ยออกมาเช่นนั้นโดยที่เฉินวาวาก็ไม่รู้ตัวเช่นกันว่าสามารถปรากฏร่างได้แล้ว 

นั่นก็เป็นเพราะว่าภายในถนนที่เต็มไปด้วยผู้คนพลุกพล่าน จอมมารชินซางทรงพระดำเนินปะปนอยู่กับฝูงชนที่เดินเที่ยวชมเทศกาลลอยโคมประทีปกันอย่างคับคั่ง และพระองค์อยู่ห่างจากโรงเตี๊ยมดังกล่าวเพียงสองร้านค้าก็ก้าวถึงแล้วนั่นเอง

ท่ามกลางฝูงชนอันล้นหลามที่เดินผ่านไปมา จอมมารกวาดสายพระเนตรค้นหาเยว่วาวาของพระองค์ไปตลอดตามทางที่ก้าวเดิน ทรงค่อยๆ พระดำเนินไปอย่างช้าๆ โดยมิได้เร่งรีบใช้สายพระเนตรที่สามารถทอดพระเนตรในระยะใกล้ไกลดั่งอยู่ตรงหน้าพระพักตร์ไปตลอดทาง ก่อนจะแหงนพระพักตร์ขึ้นทอดพระเนตรโคมประทีปที่ถูกจุดค่อยๆ ลอยขึ้นกันอย่างคับคั่ง 

พระเนตรสีนิลกาฬเหลือบไปพบร่างบอบบางเล็กๆ ผลุบหายออกจากหน้าต่างเข้าไปด้านในเพียงเสี้ยววินาทีก่อนจะถูกสายพระเนตรของพระองค์ปะทะเข้าให้อย่างจัง สายพระเนตรยังคงจับอยู่ที่โคมประทีปอยู่ตลอดเวลา ครั้นทรงย้อนคิดถึงเหตุการณ์ในอดีตที่ครั้งหนึ่งเมื่อนานมาแล้ว ในเทศกาลลอยประทีปพระองค์เคยทรงตามหาสตรีที่ทรงรักอย่างสุดหัวใจแต่นางกลับมอบหัวใจให้บุรุษอื่นแทนที่จะเป็นพระองค์

“เยว่วาวาเจ้าอยู่แห่งหนใดหนอ รู้ไหมว่าข้ามิเคยปล่อยโคมประทีปเลยสักคราเพราะหามีผู้ใดเคียงข้างกายข้าที่จะร่วมอธิษฐานไปด้วยกัน” รับสั่งรำพึงอยู่ภายในพระทัย หัวใจของจอมมารเพียรเฝ้าคะนึงหาแต่โฉมตรู

ในขณะที่คนเฝ้าคะนึงหาอยู่ตลอดเวลานั้นกำลังอ้าปากค้างด้วยความดีใจสุดขีด เมื่อเห็นร่างของเธอปรากฏอยู่หน้ากระจกสัมฤทธิ์ สองมือเรียวยกขึ้นจับใบหน้าก่อนจะหยิกแก้มของตัวเองอย่างแรง

“อูยยยย!เจ็บ!!!” หญิงสาวกล่าวพร้อมฉีกยิ้มกว้างที่เต็มไปด้วยความดีใจ

“เย้!!!” เธอส่งเสียงออกมาอีกคำรบ พร้อมยกท่อนแขนกำมือเข้าหากันจนแน่นกระชากลงเป็นท่าที่แสดงออกถึงความสำเร็จที่บังเกิดขึ้น

“ในที่สุดฉันก็ไม่ต้องติดอยู่ในร่างล่องหนไปตลอดกาลดีใจจังเล้ย! ต่อไปจะต้องระวังคำพูดให้มาก หาไม่แล้วถ้าพูดไม่รู้จักคิดเกิดกลายเป็นหมู หมา กา ไก่แล้วคืนร่างไม่ได้เฉินวาวาเอ๋ยเฉินวาวาเธอต้องตายแน่ๆ ถ้าต้องเป็นแบบนั้น คงต้องหนีจากการถูกเชือดกลายเป็นอาหารจนหัวซุกหัวซุนเลยทีเดียว” หญิงสาวรำพึงรำพันก่อนจะหันรีหันขวางไปรอบห้อง

“เอาไงดี... จะรอมู่อิงและลู่เหอกลับมาก่อนแล้วค่อยออกไป หรือเราจะออกไปเพียงลำพัง แต่คงทนรอต่อไปไม่ได้เพราะท้องหิวต้องการอาหารอย่างแรง จะแบกท้องรอพวกเขาอย่างนั้นเหรอหิวตายกันพอดี อีกอย่างฉันอยากไปปล่อยโคมประทีปและก็เดินเที่ยวงานด้วย”หญิงสาวยืนใช้ความคิดพลางเหลือบสายตาไปที่ห่อผ้าซึ่งวางอยู่บนโต๊ะกลางห้อง

“นึกออกแล้ว! เปลี่ยนเสื้อผ้าซะก็สิ้นเรื่อง เพียงแค่นี้เราก็ไม่ใช่คนตามลักษณะที่อีตาอ๋องบ้าอำนาจพยายามค้นหาแล้วละ คราวนี้ก็จะได้ออกไปหาอะไรกินเสียที หิวจนหูอื้อตาลายไปหมดแล้ว” หญิงสาวกล่าวพร้อมเดินตรงไปที่ห่อผ้าที่วางไว้บนโต๊ะจัดการเปลี่ยนเครื่องแต่งกายอย่างรวดเร็ว

เพียงไม่นานเฉินวาวาปรากฏกายในคราบของบุรุษอีกครา สวมอาภรณ์สีดำทะมึนซึ่งตัดเย็บมาจากผ้าฝ้ายเรียบง่ายไม่ดึงดูดสายตากับผู้ใดพร้อมหมวกผ้าคุลมสีดำสนิทสวมปิดบังความเป็นตัวตนของเธอ หญิงสาวเดินลงจากห้องพักก่อนจะมาหยุดยืนอยู่ด้านล่างหวังจะสั่งอาหาร

“อะไรกันนี่! ไม่มีโต๊ะว่างเลยเหรอ” หญิงสาวยืนบ่นพึมพำเมื่อเห็นผู้คนมากมายนั่งดื่มกินกันเต็มทุกโต๊ะไม่ว่างแม้แต่เก้าอี้เดียว

“ดื่มกินกันไม่ยั้งแบบนี้ท่าทางคงลุกยาก ไปหาอะไรกินข้างนอกก็ได้เทศกาลแบบนี้ของกินคงมีขายมากมายอยู่หรอกนะ หญิงสาวบ่นพึมพำพลางก้าวเดินออกจากโรงเตี๊ยมดังกล่าวอย่างรวดเร็ว 

ทันใดนั้นเอง ร่างบอบบางถูกผู้ชายตัวอ้วนใหญ่ชนเข้าให้อย่างจัง

“พลั่ก!” ร่างน้อยๆ เซถลาไปชนเข้ากับเสาขนาดใหญ่หน้าโรงเตี๊ยมทันที

“โป๊ก!” หน้าผากกระแทกเข้ากับเสาอย่างจัง หน้ากากทองคำที่เธอสวมอยู่ในขณะนั้น กดทับลงบนปานไฟอัคคีจนปานของจอมมารห้อเลือดขึ้นมาทันใด

และเลือดของเธอทำให้การส่งพลังของปานไฟอัคคีดับวูบลงโดยพลัน มิสามารถส่งกระแสนำทางให้แก่จอมมารผู้เป็นเจ้าของได้ล่วงรู้ในการปรากฏกายของเธอแต่อย่างใด

“เฮ้ย! ไอ้หนูเดินไม่ดูตาม้าตาเรือแบบนี้เมาหรือเปล่า! ชนแล้วไม่ขอโทษด้วย!” หนุ่มอ้วนคนดังกล่าวต่อว่าเธอทันที ก่อนจะหยุดชะงักเมื่อเหลือบไปเห็นหน้ากากทองคำที่ครอบใบหน้าวาววับลอดผ้าคลุมออกมาให้เห็นด้วยความบังเอิญ

“หน้ากากทองคำ!” ชายตัวใหญ่คนดังกล่าวรำพึงออกมาทันที ดวงตาเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นมาทันใด

เฉินวาวาที่กำลังมึนกับการถูกชนอย่างแรงค่อยๆ พยุงตัวเองให้หันกลับมามองคนที่ชนเธอทันที

“ลุงต่างหากที่เดินชน! ไม่เห็นหรือไงว่าฉันเดินอยู่ดีๆ ตาไม่ได้บอดมองเห็นถนนนะขอบอก... จะให้ขอโทษเหรอไม่มีทางหรอก! เชอะ!” หญิงสาวใช้คำกล่าวในยุคปัจจุบันพลางเชิดหน้าขึ้นสูงภายใต้หมวกผ้าที่ปกคลุมใบหน้า

“หน็อยไอ้เด็กเมื่อวานซืน! มาว่าข้าชนเจ้าอย่างนั้นเหรอ! รู้หรือเปล่าว่าข้าเป็นใคร! ทั่วทั้งเมืองเทียนจิ้นต่างยำเกรงข้าทั้งนั้น! ขอโทษข้าเดี๋ยวนี้ไอ้หนุ่ม!” ชายอ้วนคำรามลั่นหน้าตาถมึงทึงดุดันเอาเรื่องหนุ่มน้อยร่างบอบบางตรงหน้าอย่างถึงที่สุดเลยทีเดียว แต่สิ่งที่ต้องการมากกว่าคำขอโทษก็คือหน้ากากทองคำนั่นเอง

“ถ้าฉันผิดจริงมีหรือจะไม่ขอโทษ แต่นี่ไม่ผิด! ฝันไปเถอะว่าจะขอโทษ!” เฉินวาวาผู้ที่เกิดมาไม่เคยกลัวใครหน้าไหนทั้งนั้น กล่าวด้วยความหยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีของตัวเองอย่างยิ่งยวด

“อย่างนั้นเหรอ!” ชายอ้วนตะเบ็งเสียงดังก้องพร้อมส่งสัญญาณให้ลูกน้องตรงเข้าจัดการหญิงสาวทันที

ชายฉกรรจ์สองคนหน้าตาดุดันซึ่งเป็นอันธพาลเป็นมือเป็นเท้าให้กับชายอ้วนคนดังกล่าวกรูเข้าหาหญิงสาวที่กำลังก้าวถอยหลังลงบันไดโรงเตี๊ยมอย่างรวดเร็ว เมื่อเธอเห็นคนทั้งสองท่าทางประสงค์ร้ายอย่างเห็นได้ชัด

“เฮ้ย! เฮ้ย! ทำอะไรน่ะ! บ้านเมืองมีขื่อมีแปรนะ” หญิงสาวต่อว่ากลับไปทันที

“เมืองนี้นายท่านของข้าเป็นใหญ่เท่านั้นไอ้หนู!” ชายฉกรรจ์สองคนตะโกนบอกเธอ

“เหวอออ... อยู่ไม่ได้แล้ว มีหวังตายแน่!” เฉินวาวากล่าวพร้อมหันหลังกลับสับขาวิ่งยาวๆ รีบหนีออกไปจากหน้าโรงเตี๊ยมทันทีอย่างสุดชีวิต

“ตาม!!! จับตัวมาให้ได้! ข้าต้องการหน้ากากทองคำของมัน!” ชายอ้วนตะโกนสั่งการออกไปทันที

ความบันเทิงจึงบังเกิดขึ้นทันใด เฉินวาวาถูกชายฉกรรจ์วิ่งตามอย่างไม่ลดละในขณะที่เธอสับขาวิ่งอย่างไม่คิดชีวิตท่ามกลางฝูงชนมากมายที่กำลังเดินชมงานกันอย่างคับคั่ง

“โอ๊ยยยย! จะวิ่งตามไปถึงไหน... ก็บอกว่าไม่ผิด!ไม่ผิด!” หญิงสาวพูดไปวิ่งหนีไปจนกระทั่งเมื่อเธอเริ่มจวนตัว

เฉินวาวามองเห็นร่างบุรุษสูงใหญ่สวมชุดสีดำทะมึนเหมือนกับเธอทุกอย่างกำลังยืนอยู่ตรงหน้าไม่ไกลจากเธอมากนัก ร่างสูงใหญ่บึกบึนใหญ่โตและน่าเกรงขามเสียนี่กระไร ครั้นเธอเห็นเช่นนั้นหญิงสาวรีบวิ่งตรงเข้าไปหา พลางยืนซุกอยู่ด้านหลังร่างใหญ่นั้นเพื่อใช้เป็นเกราะกำบังก่อนจะรีบขอความช่วยเหลือทันที

“พี่ชายได้โปรดช่วยข้าด้วยเถอะ! คนพวกนี้พยายามจะทำร้ายข้า! ไม่คิดเลยว่าชาวเทียนจิ้นจะไร้อารายะถึงเพียงนี้ ไล่ทำร้ายคนต่างแคว้นที่มาเดินเที่ยวชมงานอย่างไม่เกรงกลัวกฎบ้านกฎเมือง! โอ๊ยยย... เหนื่อย!” หญิงสาวกล่าวพลางส่งเสียงหอบไปพร้อมใช้มือดึงรั้งตัวชุดของบุรุษที่สวมอยู่เอาไว้จนแน่นเพื่อมิให้หนีหายไปจากเธอ

ร่างใหญ่ที่กำลังยืนเป็นเกราะกำบังให้กับเธออยู่ในขณะนั้น หันกลับไปมองชายฉกรรจ์สองคนที่กำลังย่างสามขุมเข้ามาหาอย่างน่ากลัว

“ไอ้หนู! ออกมาซะดีๆ! อย่าต้องให้ใช้กำลังมากไปกว่านี้... ตามข้ากลับไป!”

“ไม่ไป!ข้าไม่รู้จักพวกเจ้า!อยู่ดีๆ มาตามจับข้าทำไมไอ้พวกอันธพาล!”หญิงสาวเถียงกลับไปอย่างไม่ลดละ ก่อนจะได้ยินเสียงสองอันธพาลเอ่ยถามบุรุษที่ยืนเป็นเกราะกำบังให้กับเธออยู่ในขณะนี้

“เจ้าเกี่ยวอะไรกับเด็กหนุ่มผู้นั้นจึงยืนเป็นเกราะกำบังให้เช่นนั้น” สองอันธพาลเอ่ยถามกลับมา

ร่างสูงใหญ่ยังคงยืนนิ่งอย่างไม่สะทกสะท้านก่อนจะหันหน้ากลับมาถามเธอ

“เจ้าถูกคนพวกนี้ตามล่ามาด้วยเหตุใด” เสียงทุ้มแฝงเร้นอำนาจถามเธอกลับมา

เฉินวาวาส่ายหน้าไปมาติดๆ กันพร้อมเอ่ยขึ้น

“ข้าไม่ได้ทำอะไรเลย เจ้านายของพวกเขาเป็นฝ่ายเดินชนข้าต่างหาก แต่กลับให้ข้าขอโทษ ซึ่งข้าไม่ผิดนะจะให้ทำตามที่บอกได้ยังไง ข้าทำไม่ได้หรอก! คนอย่างข้าถ้าผิดยอมรับผิด ถ้าไม่ผิดข้าไม่ยอมเป็นตายร้ายดียังไงข้าก็ไม่ยอม!” หญิงสาวอธิบายพร้อมอารมณ์ฉุนก็เริ่มปะทุขึ้นมาอีกครั้ง

“ถึงแม้ว่าเจ้าอาจถึงตายหากไม่ขอโทษคนพวกนั้นนะรึ!” เสียงนั้นถามย้ำกลับมา

“อือ! ใช่!” เฉินวาวาเอ่ยน้ำเสียงหนักแน่นพลางพยักหน้าขึ้นลงติดๆ กัน

ใบหน้าหล่อเหลาคลี่ยิ้มออกมาบางๆ ภายใต้หมวกผ้าคลุมปิดบังอำพรางตัวตนก่อนจะหันกลับไป

“พวกเจ้ากลับไปซะเถอะ! ให้เลิกแล้วต่อกันเพียงเท่านี้ เป็นผู้ใหญ่แกล้งเด็กมันน่าละอาย มากกว่าน่ายกย่อง” เสียงนั้นกล่าวเตือนสองอันธพาล

“ท่าทางเจ้าคงอยากเจ็บตัวจึงเอ่ยถ้อยคำเช่นนี้ออกมา จะกลับไปได้อย่างไรในเมื่อเจ้าเด็กหนุ่มผู้นี้ขโมยหน้ากากทองคำจากเจ้านายของพวกข้าไป!” สองอันธพาลกุเรื่องโกหกขึ้นมาทันที

และนั่นทำให้ดวงตากลมโตของเฉินวาวาวาวโรจน์ขึ้นมาทันทีครั้นได้ยินเช่นนั้น ร่างเล็กๆ ที่ซุกอยู่ด้านหลังชายคนดังกล่าวอยู่ตลอดเวลาก้าวมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าทันที เมื่ออาการไม่เกรงกลัวใครกำเริบขึ้นมาอีกแล้ว สองแขนยกมือขึ้นเท้าสะเอวพร้อมตวาดกลับไป

“เฮ้ย! พูดให้มันดีๆนะ !หน้ากากทองคำเป็นของข้า! ถูกทำขึ้นมาเพื่อครอบใบหน้าของข้าโดยเฉพาะ! เจ้านายของพวกเจ้าตัวอ้วนใหญ่หน้าบานเท่ากับฝาบ้านแบบนั้นจะสวมหน้ากากของข้าได้ยังไง ไอ้พวกมิจฉาชีพ!!!” หญิงสาวใช้ถ้อยคำปัจจุบันต่อว่าต่อขานสองอันธพาลเป็นการใหญ่

ถ้อยคำของเฉินวาวาทำให้บุรุษร่างสูงทะมึนยืนฟังด้วยความสนใจ ดวงตาสีนิลกาฬจับจ้องอยู่ทางด้านหลังเด็กหนุ่มร่างเล็กสวมชุดสีดำและหลายอย่างในตัวหนุ่มน้อยผู้นี้ทำให้ร่างสูงใหญ่ยังคงยืนอยู่เช่นนั้น

ในขณะเดียวกันสองอันธพาลต่างพากันยืนงงเมื่อฟังเฉินวาวารู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง

“เด็กหนุ่มผู้นี้พูดอะไรฟังไม่รู้เรื่อง! อย่าเสียเวลาอยู่เลย รีบจับกลับไปให้นายท่านเถอะขืนชักช้าข้าและเจ้าที่จะเป็นฝ่ายถูกเล่นงาน” กล่าวพร้อมพากันกรูเข้ามาหาร่างเล็กบอบบางทันที

“เหวอออ!!!” เฉินวาวาถึงกับตกใจผงะถอยหลังเมื่อสองอันธพาลดาหน้าเข้ามาหาเธอ สองแขนยกขึ้นมาทันทีเพื่อป้องกันตัวเองตามสัญชาติญาณพร้อมหลับตาปี๋

ทันใดนั้นเองร่างบอบบางถูกท่อนแขนใหญ่กำยำโอบเอวเล็กคอดกิ่วจากทางด้านหลังพร้อมดึงรั้งเข้าหาร่างใหญ่ก่อนกอดกระชับเอาไว้อยู่เช่นนั้น ในขณะที่สองอันธพาลกำลังกรูเข้ามาหา ฝ่ามือใหญ่กระแทกลงบนหน้าอกทั้งสองทันที

“พลั่ก! พลั่ก!” ร่างของสองอันธพาลลอยละลิ่วกระเด็นออกไปไกลจนล้มกลิ้งไม่เป็นท่า ก่อนจะรีบลุกวิ่งหนีไปจากบริเวณดังกล่าวอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางสายตาของเฉินวาวาที่เห็นเหตุการณ์ทุกอย่าง

“ว้าววว! นี่ใช่ไหมที่เขาเรียกว่าพลังจอมยุทธ์ของคนสมัยโบราณ เฉินวาวาเอ๋ยเฉินวาวาช่างเป็นบุญตาของเธอเสียจริงๆ ที่ได้มีโอกาสมาเห็นอะไรแบบนี้” หญิงสาวกล่าวพร้อมแหงนหน้ามองผู้มีพระคุณที่ยังคงกอดเอวของเธออยู่เช่นนั้น

“โห! คนโบราณทำไมสูงจังเกือบสองเมตรเลยกระมัง” หญิงสาวรำพึงอยู่ภายในใจก่อนจะดิ้นขลุกขลักให้ตัวเองเป็นอิสระเหมือนเด็กน้อยกำลังถูกผู้ใหญ่อุ้มอยู่ในขณะนี้

แต่ไม่ว่าจะทำอย่างไรเธอก็ไม่สามารถที่จะหลุดออกจากท่อนแขนแข็งแกร่งที่กำลังกอดรัดเอวของเธออยู่ในขณะนี้ไปได้เลยจนกระทั่ง

“จ๊อกกกก!!!” เสียงน้ำย่อยในกระเพาะอาหารส่งเสียงสำแดงออกมาอีกครา และครั้งนี้ดังกว่าเดิมจนอีกฝ่ายได้ยินอย่างชัดเจน

“ฮือออ!!! เสียงอะไร!!” เสียงทุ้มเอ่ยถามด้วยความแปลกใจ

ในขณะที่หญิงสาวหน้าแดงก่ำด้วยความอายเมื่อท้องเจ้ากรรมส่งเสียงร้องดังโครกครากออกมาเช่นนั้น เฉินวาวายกมือทั้งสองข้างขึ้นจับท่อนแขนใหญ่พร้อมเอ่ยขึ้น

“พี่ชายปล่อยข้าเถอะ! แขนของท่านรัดเอวข้าจนหายใจไม่ออกไปหมดแล้ว” หญิงสาวบ่นพึมพำ

“เช่นนั้นรึ!” เสียงนั้นเอ่ยตอบกลับมาพลางค่อยๆ คลายท่อนแขนใหญ่ออกจากร่างระหงดังกล่าว

ครั้นเฉินวาวาเป็นอิสระเธอหันหน้ากลับมามองหน้าผู้มีพระคุณ

“เฮ้อ!” หญิงสาวถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่เมื่อร่างของเธอพ้นจากการกอดรัด

มือเรียวยกขึ้นสะบัดไปมาติดๆ กันเพื่อพัดให้เกิดลม และท่าทางดังกล่าวของหญิงสาวทำให้ผู้มีพระคุณของเธอหัวเราะเบาๆ อยู่ในลำคอโดยไม่รู้ตัว 

เพียงครู่เฉินวาวายกมือทั้งสองข้างประสานเข้าหากัน พลางก้มคำนับผู้มีพระคุณของเธออย่างนอบน้อม

“ข้าน้อยขอบคุณพี่ชายที่ช่วยเหลือชีวิต บุญคุณครั้งนี้จะไม่ลืมเลือนเลย” หญิงสาวกล่าวพร้อมคลายมือที่ประสานนั้นออกก่อนจะยกแม่นิ้วโป้งชูขึ้นมาทันทีพร้อมเอ่ยบทละครที่เธอเคยสวมบทบาทในซีรีส์ย้อนยุคมาใช้

“พี่ชายท่านช่างเก่งกาจยิ่ง เพียงแค่สองหมัดก็สยบอันธพาลพวกนั้นได้แล้ว ยอดเยี่ยม ยอดเยี่ยมจริงๆ ข้าน้อยขอนับถือ” เฉินวาวาพูดพลางเอียงคอมองไปมาพร้อมส่งยิ้มหวานให้ผู้มีพระคุณของเธอ ภายใต้หมวกผ้าคลุมที่ปิดบังอำพรางใบหน้าเอาไว้ หัวแม่นิ้วโป้งยังคงชูขึ้นอยู่เช่นนั้น

เฉินวาวาไม่รู้ตัวเลยว่าผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตเธอ แท้จริงแล้วคือจอมมารชินซางหรือชินอ๋องของแคว้นเทียนโจว บุรุษอาภรณ์สีนิลกาฬ เกศาสีเงินยวงยาวสยาย เจ้าของดวงตาสีเลือดที่เธอมิเคยลืมเลือนและเป็นบุรุษเพียงหนึ่งเดียวที่หญิงสาวหวาดกลัวมากที่สุดในชีวิต ท่ามกลางพระเนตรสีนิลกาฬของจอมมารทรงจับจ้องบุรุษร่างบอบบางที่กำลังยืนอยู่ตรงหน้าพระพักตร์ด้วยความรู้สึกที่ยากเกินกว่าจะคาดเดา

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • พิศวาส 3000 ปี   จอมมารทะลุศตวรรษ 1.5 (ตอนอวสาน)

    พระราชวังจำลอง พิธีอภิเษกสมรสในซีรีส์เรื่องดัง ถ่ายทำฉากกราบไหว้ฟ้าดินระหว่างนางมารร้ายตัวเอกของเรื่องและชินอ๋องแห่งแคว้นเทียนโจว ปรากฏขึ้นต่อสายตาของเฉินวาวาด้วยความรู้สึกยากเกินจะบรรยายออกมาได้ ด้วยทุกอย่างตรงกับพิธีที่การทุกอย่างในยุคอดีต ไม่ว่าจะเป็นการตกแต่งสถานที่โดยรอบ บรรดาข้าราชบริพารที่ยืนประจำจุดของตน รวมไปถึงตำแหน่งที่ประทับขององค์ฮ่องเต้ล้วนเหมือนกันทุกอย่าง “อะ... อะไรกันนี่!” หญิงสาวในชุดเจ้าสาวโบราณในพิธีเตรียมพร้อมเข้าฉากถึงกับยืนตะลึงไปโดยพลัน ในขณะที่อู๋ชิงเหยียนก็มีอาการไม่แตกต่างกันแม้แต่น้อย ไม่คาดคิดว่าพิธีแต่งงานในยุคโบราณจะยิ่งใหญ่อลังการถึงขนาดนี้ “โอ้โฮ! วาวาเธอนี่โคตรโชคดีเลยให้ตายสิ! ได้เข้าฉากแต่งงานยิ่งใหญ่อลังการแบบนี้ ราวกับว่าเข้าไปมีชีวิตในซีรีส์เรื่องนี้เลยนะ” แม่ผู้จัดการสาวกล่าวออกมาตามความรู้สึก “ฉันเคยเข้าพิธีแบบนี้มาแล้วกับชินอ๋องแห่งเทียนโจว และครั้งนี้เป็นครั้งที่สองที่ฉันจะได้เข้าพิธีแบบนี้อีก แตกต่างตรงที่คนที่ฉันจะเข้าพิธีในครั้งนี้ไม่ใช่ท่านอ๋องของฉัน” หญิงสาวตอบกลับไปตามความเป็นจริง พร้อมเสียงของผู้กำกับชื่อดังแทรกขึ้น “คุณวาว

  • พิศวาส 3000 ปี   จอมมารทะลุศตวรรษ 1.4

    งานแสดงแฟชั่นโชว์เครื่องเพชรเฉินวาวานั่งเงียบงันอยู่บนรถ SUV ของบริษัทฯ ซึ่งเธอเดินทางมาร่วมงานในฐานะเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ ของ JCS GOLD MASTER ใบหน้างดงามลึกล้ำถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางจนเฉิดฉายน่ามองชวนหลงใหลอย่างยิ่งยวด หากแต่ดวงตาคู่สวยกลับมีแต่ความหม่นหมอง ไม่มีชีวิตชีวาเหมือนก่อน“เฮ้อ!” เสียงถอนหายใจดังออกมาจากแม่ผู้จัดการสาว บ่งบอกให้รู้ว่าเธอกลุ้มใจกับอาการของเพื่อนรัก“วาวา! ถึงงานแล้วไม่ลงเหรอ นั่งเหม่อมาตลอดทาง ไม่ใช่สิ นั่งเหม่อมจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเป็นแบบนี้จะสองอาทิตย์แล้วนะ ถามจริงเถอะ! เมื่อไรอาการแบบนี้จะหายไปจากตัวแกเสียที” หญิงสาวบ่นกระปอดกระแปดให้เพื่อนรัก“ไม่หาย! ไม่มีใครรักษาฉันหายหรอกเหยียนเหยียน ป่วยกายรักษาด้วยยาหายได้ แต่ป่วยใจคนที่รักษาได้คือคนรักของฉันเท่านั้น มีเพียงท่านอ๋องคนเดียวที่ทำได้” กล่าวพร้อมหยาดน้ำตาหลั่งรินออกมาทันที“แปะ!” น้ำตาร่วงหล่นลงมาทันใด“อั้ยยะ! อย่าร้องนะ! อย่าร้อง... ห้ามร้องเด็ดขาดเลย จะต้องเข้าไปในงาน

  • พิศวาส 3000 ปี   จอมมารทะลุศตวรรษ 1.3

    มณฑลเสฉวน ณ โรงพยาบาลเฉิงตูภายในห้องคนไข้พิเศษพระวรกายสูงใหญ่ทะมึนของจอมมารชินซางยังคงอยู่ในห้วงญาณหลับใหลมาโดยตลอด พระพักตร์หล่อเหลาตราตรึงรัญจวนจิต รับกับขนตางามงอนเป็นแพยาวสวย พระนาสิกโด่งสันสวยขึ้นเป็นสันคม ภายใต้เกศาสีเงินยาวสยายเต็มหมอนที่กำลังถูกนางพยาบาลใช้แปรงหวีพระเกศาสีเงินยาวสยายอย่างเบามือ“ผู้ชายอะไรก็ไม่รู้หล่อยิ่งกว่าพระเอกหนังอีกเลยเนอะ พระเอกบางคนยังหล่อสู้ไม่ได้เลย เป็นลูกครึ่งหรือเปล่าก็ไม่รู้ถึงมีเส้นผมสีบลอนด์เงินแบบนี้ สีเงินสม่ำเสมอไม่ใช่สีขาวเพราะผมหงอกก่อนวัยด้วย แถมสูงเกือบสองเมตร หุ่นก็ดี๊ดี... กล้ามเนื้อแน่นไปทุกส่วนเลย เช็ดตัวให้ทีไรมีความสุขจริงๆ เลยนะเธอ” นางพยาบาลสองคนที่ช่วยกันดูแลคนไข้ปริศนา ต่างคุยกันอยู่ใกล้เตียงด้วยความเคลิบเคลิ้มอย่างยิ่งยวดตั้งแต่จอมมารถูกช่วยขึ้นจากน้ำตกในอุทยานแห่งชาติที่เดียวกันกับเฉินวาวา หากแต่พบพระองค์ห่างไกลออกไปนอนหมดสติอยู่ทางต้นน้ำ หลังจากนั้นได้ถูกช่วยจากเจ้าหน้าที่อุทยานนำส่งโรงพยาบาลเฉิงตู หลังพระชายาเข้าทำการรักษาไปแล้วหนึ่งวัน นับ

  • พิศวาส 3000 ปี   จอมมารทะลุศตวรรษ 1.2

    ร่างระหงตรงดิ่งเข้าสวมกอดนางพยาบาลที่กำลังยืนอยู่ตรงหน้าเธอด้วยความดีใจอย่างยิ่งยวด ในขณะที่อีกฝ่าย อดแปลกใจไม่ได้ว่าทำไมนางร้ายหน้าสวยจึงรู้จักชื่อของเธอ สายตาเต็มไปด้วยความประหลาดใจ“คุณเฉินวาวารู้จักชื่อของฉันด้วยเหรอคะ” นางพยาบาลที่เหมือนมู่อิงราวเป็นคนเดียวกันถามทำลายความเงียบหญิงสาวที่กำลังสวมกอดด้วยความดีใจ ยิ้มกว้างพร้อมหยาดน้ำตาก่อนจะปล่อยร่างนั้นออกจากอ้อมกอดของเธอเพื่อสำรวจใบหน้าให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ครั้นยิ่งมองยิ่งเหมือนมู่อิงในยุคอดีตทำให้เฉินวาวายิ่งหลั่งน้ำตามากขึ้นไปกว่าเดิม“ขอโทษด้วยคะ พอดีคุณเหมือนกับคนที่ฉันรู้จักมากๆ เธอมีชื่อและหน้าตาเหมือนกับคุณพยาบาลไม่มีผิดเพี้ยน ก็เลยทำให้นึกถึงและคิดถึงมากด้วย”หญิงสาวตอบพลางส่งเสียงสะอื้นไห้ออกมาทันทีนางพยาบาลสาวถึงกับน้ำตาคลอเบ้าขึ้นมาทันที เธอเอื้อมมือไปจับมือเรียวสวยของนางร้ายที่เธอชื่นชอบ พร้อมเอ่ยปลอบโยน“อย่าร้องไห้เลยนะคะ เดี๋ยวคนที่คุณรู้จักถ้ารู้ว่าร้องไห้เพราะคิดถึงแบบนี้จะไม่สบายใจเอาได้ ร้องไห้มากตาบวมเดี๋ยวไม่สวยนะคะ”หญิงสาวยิ้มกว้างออกมาทันทีเม

  • พิศวาส 3000 ปี   จอมมารทะลุศตวรรษ 1.1

    ยุคอนาคตมณฑลเสฉวน ณ.โรงพยาบาลเฉิงตูภายในห้องพิเศษบัดนี้ร่างงามระหงของเฉินวาวา กำลังนอนหลับใหลอยู่บนเตียงคนไข้ของโรงพยาบาล หญิงสาวได้กลับคืนสู่ยุคอนาคต และยังคงอยู่บนผืนแผ่นดินจีนอันกว้างใหญ่ เธอหลับใหลตั้งแต่อยู่ในอดีตกาลจนกระทั่งกลับมาสู่อนาคตอย่างไม่คาดฝันร่างของเธอถูกพบอยู่บริเวณน้ำตกในอุทยานแห่งชาติในชุดเกราะและสวมหน้ากากทองคำอยู่ด้วยในขณะนั้น แผลจากคมธนูที่ถูกฮ่องเต้แคว้นเยว่ยิงปักถูกร่างนั้น ถูกเย็บและได้รับรักษาเป็นอย่างดีจากแพทย์แผนปัจจุบันไม่มีใครล่วงรู้ว่าเธอมาปรากฏกายอยู่ที่นี่ได้อย่างไร และเพราะเหตุใดจึงมาอยู่ที่นี่ ในขณะที่การพบนางร้ายหน้าสวยเฉินวาวาเป็นข่าวดังขึ้นหน้าหนึ่งขึ้นมาอีกครั้ง เพราะหญิงสาวหายสาบสูญไปนานกว่าหนึ่งเดือน อันเป็นระยะเวลาของโลกอนาคตที่ดำเนินอยู่ ซึ่งแตกต่างจากยุคอดีตที่จากมากาลเวลาในยุคอดีตผ่านไปแล้วหนึ่งปีในขณะที่เธอใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นนักข่าวต่างรอทำข่าวกันอย่างเนืองแน่น เมื่อข่าวการค้นพบของเฉินวาวา นางร้ายหน้าสว

  • พิศวาส 3000 ปี   จอมมารในตำนาน 1.2

    ฉับพลันสุรเสียงของจอมมารชินซางดังกระหึ่มท่ามกลางทะเลเพลิง“มันผู้ใดหาญกล้าแตะต้องราชินีของข้า!” สุรเสียงของจอมมารดังกึกก้อง พร้อมพระวรกายค่อยๆ ปรากฏขึ้นท่ามกลางทะเลเพลิงที่ลุกโชนท่วมสูงทิวเขาต่อหน้ากองทัพของทั้งสามแคว้นท่ามกลางสายตาของมนุษย์ที่มีมากมายเป็นเรือนแสนของสองฝั่งแม่น้ำ ต่างยืนมองอย่างตกตะลึงเมื่อเห็นบุรุษสวมอาภรณ์สีนิลกาฬ เกศาสีเงินปลิวยายสยาย ในขณะที่รองแม่ทัพซึ่งล่วงรู้เหตุการณ์ทุกอย่างเมื่อเห็นชินอ๋องทรงฟื้นขึ้นดั่งเดิมและปรากฏอยู่ตรงหน้าท่ามกลางทะเลเพลิงอยู่ในขณะนี้“ชินอ๋องทรงฟื้นแล้ว! พระองค์ช่วยพระชายาด้วยพ่ะย่ะค่ะ! ฮ่องเต้โฉดผู้นี้กำลังจะจับพระชายาถ่วงน้ำ!” รองแม่ทัพตะโกนแทรกออกไปทันทีและนั่นทำให้ชิงอวิ้นฮ่องเต้ถึงกับชะงักงันเมื่อบุรุษสูงใหญ่ตรงพระพักตร์แท้จริงแล้วคือชินอ๋องผู้วายชนม์ไปแล้วเมื่อสามเดือนก่อนแต่บัดนี้กลับมาปรากฏพระวรกายด้วยร่างที่ยังคงรูปมิเน่าเปื่อยแต่อย่างใด“เป็นไปไม่ได้! คนตายแล้วฟื้นคืนกลับมาอย่างนั้นรึ!” รับสั่งรำพึงรำพันในขณะเดียวกันพระวรกายสูงใหญ่ทะ

  • พิศวาส 3000 ปี   นางมารทำลายเมือง 1.1

    แคว้นเยว่เมืองหลวงมี่โจแผนผังวางระเบิดตามจุดถูกกางออกอยู่ตรงหน้านางร้ายจากยุคอนาคตในขณะนี้ หญิงสาวนั่งอยู่บนหลังม้ามองตรงไปจากเนินเขาสูง เบื้องล่างคือเมืองหลวงแคว้นเยว่ นามว่ามี่โจเป็นเมืองที่มีอาณาเขตกว้างขวาง แต่มีสิ่งปลูกสร้างไม่แออัด

    last updateDernière mise à jour : 2026-04-04
  • พิศวาส 3000 ปี   ตำนานโบราณ 1.1

    โรงเตี๊ยมไท่คุณ พระวรกายสูงใหญ่ทะมึนของจอมมารในฉลองพระองค์สีดำสนิท สวมหมวกที่มีผ้าคลุมสีเดียวกันค่อยๆ พระดำเนินตรงไปที่ห้องพักที่อยู่ติดกับเยว่ชิงอวิ้นฮ่องเต้ประทับอยู่ พระองค์ทรงให้สายลับด้านนอกที่แฝงตัวคอยสืบข่าวติดต่อห้องพักที่อยู่ติดกับฮ่องเต้แคว้นฉู่ พร้อมทำการเจาะผนังอย่างลับๆ เพื่อสามารถสอด

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-30
  • พิศวาส 3000 ปี   พระชายารอง 1.4

    “แต่ข้ายอม!!!” เฉินวาวาเอ่ยสวนกลับโดยพลันพระเนตรสีนิลกาฬลุกวาววับครั้นทรงได้ยินชายาคนงามตอบพระองค์กลับมาเช่นนั้น“นี่เจ้ากำลังคิดอะไรอยู่จึงจะให้ข้ารับนางเป็นชายารอง ในเมื่อทั้งเจ้าและข้าล่วงรู้ดีว่านางเป็นเช่นไร! เหตุใดใยเจ้าจึงต้องรับนางเข้าจวนข้าเช่นนี้!” รับ

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-28
  • พิศวาส 3000 ปี   คู่ชะตา 1.2

    ร่างงามระหงรีบลุกออกจากตั่งที่ประทับเดินอ้อมมายืนอยู่ตรงพระพักตร์ของจอมมารด้วยความดีใจอย่างยิ่งยวด มือเรียวสวยคว้าพระหัตถ์ใหญ่ของพระองค์มากุมเอาไว้ด้วยความตื่นเต้นยินดี “พี่ชายจริงๆ ด้วย! ไม่คิดเลยว่าจะได้พบกับท่านที่นี่” หญิงสาวฉีกยิ้มหวานส่งให้พี่ชายใจดีของเธอ ในขณะที่จอมมารชินซางทรงทอดพระเนตรค

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-21
Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status