Masuk“ไอ้คนใจร้ายใจดำใจอำมหิต!!”
ด่าเพื่อให้อารมณ์เดือดดาลมันเบาบางลง...
“อย่าได้เจอะเจอกันอีกนะ” ทิพย์นาราพยายามกล่อมเกลาใจที่ร้อนรนให้กลับมาสงบ แต่ให้ตายเหอะ ยิ่งบอกให้ตัวเองลืมเหตุการณ์แย่ๆ นี้ไป แต่ใจกลับไม่อาจสลัดใบหน้ากวนส้นตีนของชายหนุ่มคนนั้นได้
ชายหนุ่มคนดังประจำเมืองพังงาที่ไม่มีใครไม่รู้จัก โดยเฉพาะหนุ่มสาววัยมัธยมเมื่อประมาณสิบปีก่อน ผู้ชายที่สาวเล็กสาวน้อยสาวใหญ่พากันคลั่งไคล้อยากได้เป็นสามี
“เชอะ! หล่อแต่นิสัยโคตรแย่ ใครได้เป็นเมียหมอนี่ คงมีแต่ความโชคร้าย”
ทิพย์นารากลับมาที่ห้องเช่าชั้นสามของอะพาร์ตเม้นต์ไม่ไกลจากที่ตั้งโรงแรม ทิ้งตัวลงบนบนฟูกที่นอนอย่างหมดแรง ดวงตาเหนื่อยล้าจ้องมองเพดาน
“ทำไมมันเหนื่อยอย่างนี้นะ ..หรือว่า ..ถึงเวลาที่ต้องกลับบ้านแล้ว ฉันควรจะกลับบ้านดีมั้ย”
ในเมื่อเรียนจบแล้ว และถูกไล่ออกจากงานเป็นที่เรียบร้อยแล้วด้วย งั้นเธอจะมัวรออะไรอยู่ล่ะ กลับไปหางานทำที่บ้าน กลับไปดูแลแม่ไม่ดีกว่าเหรอ
“จริงด้วย กลับไปอยู่กับแม่ดีกว่า” เมื่อคิดได้ดังนั้น เธอก็รีบลุกมาเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าอย่างกระตือรือร้น หัวใจเริ่มมีความหวังอีกครั้ง เพราะรู้ว่าทำไมถึงยอมเหนื่อยขนาดนี้
ขณะกำลังเก็บเสื้อผ้าอยู่นั่นเอง โทรศัพท์ของเธอดังขึ้น เป็นสายจากผู้จัดการห้องอาหารฝรั่งเศส
“ค่ะผู้จัดการ”
“พี่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดในร้านแล้วนะ มีหลักฐานว่าปุ้มโดนลูกค้าขัดขาจริงๆ ..พี่จะส่งเรื่องให้ทางผู้ใหญ่พิจารณาอีกทีนะ...”
“แล้วจะไม่มีปัญหาเหรอคะ ลูกค้าเทพเจ้าคนนั้นเป็นหุ้นส่วนโรงแรมนะคะ หุ้นใหญ่เสียด้วย ถ้าเขารู้ว่าปุ้มยังได้ทำงานที่นั่นต่อ เขาไม่พอใจแน่ค่ะ”
“ถ้าคุณบารมีได้เห็นคลิป..”
“ตอนนี้เขาไม่ได้โกรธเรื่องที่ปุ้มซุ่มซ่ามทำเขาหน้าเละแล้วค่ะ แต่เขาโกรธที่ปุ้มต่อล้อต่อเถียงกับเขา ไม่ยอมอ่อนข้อให้เขา มันทำให้เขารู้สึกเสียศักดิ์ศรีค่ะ”
“ลองดูก่อนมั้ย อย่าเพิ่งไปตัดสินเขาสิ บางทีถ้าเขาได้เห็นคลิปที่ปุ้มโดนดาราคนนั้นแกล้ง เขาอาจใจอ่อนก็ได้”
“ขอบคุณนะคะผู้จัดการ สำหรับการช่วยเหลือทุกอย่าง แต่ปุ้มตัดสินใจแล้วค่ะ ว่าปุ้มจะไม่ทำงานในองค์กรที่มีคนชื่อบารมี อัศวเมฆินทร์เป็นเจ้าของหรือหุ้นส่วนเด็ดขาด ปุ้มคงต้องกลับไปอยู่ต่างจังหวัด ไปหางานทำแถวบ้านดีกว่าค่ะ”
“ถ้าเขายังจำเรื่องหนูไม่ได้ ก็ไม่ต้องมาหรอกค่ะ ให้เขาใช้ชีวิตของเขาไปเถอะค่ะ อย่าทำอะไรฝืนใจเลย ส่วนหนูจะทำหน้าที่แม่ของลูกให้ดีที่สุด คุณปู่บอกเขานะคะว่าไม่ต้องโทร.มาแล้ว หนูกับลูกสบายดี เจอกันวันคลอดเลยก็ได้ค่ะ”เพราะไม่อยากให้เขาต้องมารับผิดชอบในสิ่งที่เขาไม่ได้ตั้งใจ เพียงเพราะเธอมีลูกกับเขา เพียงเพราะเขาเป็นพ่อเด็ก มันดูไม่ยุติธรรมกับเขาสักเท่าไหร่เย็นวันนี้ท้องฟ้าสีสวยกระจ่างไปทั้งฟ้า หลังจากกินมื้อเย็นตั้งแต่สี่โมงครึ่งแล้ว เธอก็ออกจากบ้านหลังน้อย เดินลงไปที่ชายหาดของหมู่บ้านเหมือนทุกวันที่ผ่านมา“ไปเดินเล่นกันนะคะลูก” เธอมักจะไปเดินเล่นที่ชายหาด รับลมเย็นๆ จากท้องทะเล ดูพระอาทิตย์ตกเส้นขอบฟ้าอันไกลโพ้น ผ่อนคลายอารมณ์และดื่มด่ำกับบรรยากาศสวยงามในยามโพล้เพล้อย่างมีความสุข“ลูกจ๋า วันนี้ดวงตะวันโต๊โต สวยมากเลย” เธอยืนเท้าเปล่าบนผืนทรายอุ่นๆ มองพระอาทิตย์ดวงโตที่กำลังลดระดับลงจูบกับเส้นขอบทะเล แสงทองเรืองรองไปทั้งฟ้า“อีกไม่นาน เราสองคนจะได้มาวิ่งเล่นที่ชายหาดด้วยกัน นั่งดูพระอาทิตน์ตกดินด้วยกันแล้วนะ แม่อยากกอดลูกที่สุดเลย จะกอดทุกวันไม่ปล่อยเลย”“แล้วพ่อล่ะ” เสียงทักท้วงดังมาจา
แต่เท่าที่รู้มา..สิรินารียกเลิกการหมั้นหมายก่อนทิพย์นาราจะเข้ามานะ และนับตั้งแต่ที่เขาประสบอุบัติเหตุ สิรินารีไม่เคยมาเยี่ยมเขาเลยแม้แต่ครั้งเดียว“แล้วถ้าผมจัดการเรื่องพินัยกรรมไม่ได้ คุณยังจะแต่งกับผมมั้ย”สิรินารีทำหน้าแทบไม่ถูก แต่พยายามยิ้ม “แต่งสิคะ ปริมรักคุณที่ตัวคุณ ไม่ใช่ทรัพย์สินเงินทองเหมือนยัยนั่น”“งั้น เราถ่ายเซลฟี่กัน แล้วคุณก็ลงไอจี ประกาศให้ทุกคนรู้ไปเลยว่าเราจะแต่งงานกัน”เธอตาเหลือก “โอ๊ย! ไม่ได้หรอกค่ะ คุณยังไม่หย่าเลย เดี๋ยวฉันก็กลายเป็นมือที่สามหรอก ไม่ได้เลย เสียชื่อหมด เรื่องเก่ายังเคลียร์ไม่จบเลย”บารมียิ้มขำ “งั้นผมจะหย่าพรุ่งนี้ คุณลงไปพังงากับผมเลย ผมหย่ากับทิพย์นาราแล้วก็จดทะเบียนสมรสกับคุณต่อเลย”สิรินารีหยิบแก้วน้ำมาดื่มดับความร้อนในอก เธอชักจะทนนั่งฟังเขาพร่ำเพ้อไม่ไหวละ “คุณจะให้ฉันแต่งกับคนไม่มีอะไรอย่างคุณได้ไงคะ คุณเป็นผู้ชายแบบไหนกันถึงมาขอให้ผู้หญิงดีๆ คนหนึ่งไปอยู่กับคุณ ทั้งที่คุณไม่เหลืออะไร”บารมีแสร้งทำเป็นอึ้ง “แต่คุณบอกเองว่ารัก คุณรักผมไม่ใช่เหรอ”“ใช่ค่ะ คุณตรงสเป๊กฉันทุกอย่างเลย แต่ตอนนี้คุณขาดไปข้อหนึ่งค่ะ นั่นคือคุณไม่มีเงินมากพอที่จะ
“ผมเข้าใจครับ ว่าคุณทำดีที่สุดแล้ว คุณไม่ได้ทิ้งผมเพราะผมกลายเป็นคนพิการเดินไม่ได้ แต่คุณไม่อาจขัดพวกผู้ใหญ่ได้ ผมเลยจะหย่ากับผู้หญิงคนนั้นครับ”“จริงเหรอคะ!” เธอตาโตเปล่งประกาย ยิ้มมีความหวัง หัวใจเต้นแรงขึ้นๆ “แล้วผู้หญิงคนนั้นจะยอมหรือคะ คุณรวยซะขนาดนั้น เธออยากจับคุณจะตาย”คำก็ผู้หญิงคนนั้น สองคำก็ผู้หญิงคนนั้น สิรินารีไม่รับทิพย์นาราเป็นพี่สาวตรงตามข้อมูลที่สืบมาจริงๆ“ผู้หญิงคนนั้นเป็นพี่สาวของคุณ แล้วทำไมวันนั้น ที่เกิดเรื่องที่นี่ ทำไมคุณทำเหมือนไม่รู้จักล่ะ”เธอหน้าเสียนิดหน่อย “อ๋อ ฉันกลัวผู้หญิงคนนั้นอายน่ะค่ะ ที่มีชีวิตต่างจากฉันมาก เธอเป็นแค่พนักงานเสิร์ฟนี่คะ ส่วนฉันเป็นดาราดัง แถมมาดินเนอร์กับผู้ชายอย่างคุณ”“อ๋อ ยังงี้เอง”“ว่าแต่ เธอจะยอมหย่าจริงๆ ใช่มั้ยคะ”“ยอมสิครับ โดยเฉพาะเมื่อเธอรู้ว่าคุณปู่ยกมรดกทั้งหมดให้ลูกชายของเธอไปแล้ว”“อะไรนะคะ!!” เธอตกใจอึ้ง “ลูกชายของเธอ หมายความว่าไงคะ??”“ผู้หญิงคนนั้นท้องได้สี่เดือนแล้วครับ ไปซาวด์มาเมื่อสัปดาห์ก่อน ข่าวว่าเป็นเด็กผู้ชาย” ไม่ได้มีแค่สิรินารีหรอกนะที่เขาให้นักสืบตามสืบข้อมูล แต่เขายังส่งนักสืบไปตามสืบเรื่องทิพย์นาราด
“ยัยปุ้มคือเมียแก”คุณปู่ทะนงพูดกับเขาเป็นครั้งที่ร้อย“ไม่จริงครับ คู่หมั้นผมคือสิรินารีต่างหาก”“งั้นแกก็ไปหาคู่หมั้นแกสิ ไปเลย”“ผมไปแน่ครับ แต่ขอทำศัลยกรรมใบหน้าก่อน ผมอยู่กับใบหน้าที่มีแผลเป็นแบบนี้ได้ยังไงตั้ง6-7เดือน ผมใช้ชีวิตอยู่กับหน้าอัปลักษณ์แบบนี้ได้ไงเนี่ย”คุณปู่ทะนงถอนหายใจ ส่ายหน้าระอาใจ “นั่นสิ หลานสะใภ้ฉันอยู่กับคนอย่างแกได้ไงวะ ผู้หญิงที่ฉลาดๆ ไม่มีทางมาอยู่กับแกหรอก หน้าก็อัปลักษณ์ แถมพิการนั่งรถเข็น อย่างคู่หมั้นคนก่อนของแก พอรู้ว่าแกพิการ เขาก็รีบส่งแหวนกลับมาให้แกทันที”บารมีอึ้งไปนิด “เป็นใครก็คง ทำเหมือนเธอ”“แต่ไม่ใช่หลานสะใภ้ของฉัน แกลืมเมียที่แสนดีของแกได้ยังไง หลานสะใภ้ดูแลแกดีแค่ไหนแกรู้รึเปล่า ที่แกกลับมาเดินได้ ที่แกกลับมาเป็นผู้เป็นคนได้ก็เพราะเมียแกทั้งนั้น แกมันไม่ได้เรื่อง มีของมีค่าแต่ไม่ยอมรักษาไว้”บารมีถอนหายใจหนักหน่วง รู้สึกอึดอัดขัดใจ “ก็ผมไม่ได้รักเธอ ผมจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้างในช่วงหกเดือนที่ผ่านมา แต่มีสิ่งหนึ่งที่ผมมั่นใจ วันที่ผมไล่เธอไป เธอดูมีความสุขดี ไม่เห็นจะเสียดายอะไรเลย” ทั้งที่ตัวเขาแอบรู้สึกใจหายอย่างบอกไม่ถูก “เธ
ทิพย์นาราหันมองเขา จนกระทั่งรถขับลงมาจากเรือนหอไกลลิบแล้ว“เฮ่อ...” ความรู้สึกในตอนนี้ มันบรรยายออกมาเป็นคำพูดไม่ได้เลยจริงๆ ทั้งดีใจโล่งใจที่เขากลับมาเป็นปกติแล้ว แต่ก็ใจหายใจสั่นสะท้าน เมื่อคิดว่าอาจจะไม่ได้เจอกันอีกแล้ว อาจจะต้องเลิกราหย่าร้างอย่างเลี่ยงไม่ได้นั่นเพราะตัวตนที่แท้จริงของเขาไม่ได้ปรารถนาในตัวเธอ เขาไม่ได้รักเธอ ไม่ได้ต้องการเธอเป็นคู่ชีวิต เธอเป็นแค่เมียคั่นเวลา ที่มารับจ้างท้องลูกของเขาเท่านั้น“นายหัวหายป่วยแล้วหรือครับ” ลุงช้างคนขับรถซึ่งเป็นญาติห่างๆ ของคุณปู่ทะนงถามด้วยความดีใจ“ค่ะ กลับมาเป็นตัวแสบเหมือนเดิมแล้ว” เธอยิ้มนิดๆ นึกดีใจที่มีส่วนสำคัญทำให้เขากลับมาเป็นปกติได้ ตอนนี้อย่าว่าแต่เดินเลย จะวิ่งหรือขี่ม้าก็ยังได้ “เดือนหน้าจะกลับมาทำงานในฟาร์มเต็มตัวแล้วค่ะ บอกให้คนงานเตรียมรับมือไว้ดีๆ นะคะ เพราะตอนนี้เขาบ้าพลังมาก”ลุงช้างถอนหายใจโล่งอก “โชคดีจริงๆ ครับ กำนันแกจะได้สบายใจซะที ญาติๆ ฝากขอบคุณคุณปุ้มด้วยครับ ที่ดูแลนายหัวอย่างดี จนทำให้อาการดีขึ้นทุกวัน ว่าแต่ คุณปุ้มจะไปไหนครับเนี่ย ทำไมเอากระเป๋าเสื้อผ้าไปด้วย”ทิพย์นารายิ้มไม่ออก ไม่รู้จะตอบลุงช้างยัง
“ก็ได้ค่ะ ฉันอยากจะกลับบ้านอยู่พอดี” เธอลงจากเตียง เดินผ่านหน้าเขาไปที่ตู้เสื้อผ้า เขามองตามเธอไปด้วยสายตาสับสน ทำไมจู่ๆ ก็รู้สึกเหมือนกำลังจะสูญเสียสิ่งมีค่าไปล่ะ ทำไมบางเสี้ยวในใจกระซิบบอกว่าไม่ให้เธอไปล่ะ“เราแต่งงานกันแล้วจริงเหรอ”“มันไม่สำคัญหรอกค่ะ แต่งแล้วก็หย่าได้ ถ้าคุณรู้เรื่องจากคุณปู่ของคุณแล้ว และอยากจะหย่ากับฉันเมื่อไหร่ คุณก็ติดต่อไปหาฉันแล้วกัน โทรศัพท์ของคุณมีเบอร์ฉันอยู่”เธอหยิบเสื้อผ้ายัดใส่กระเป๋า โดยมีเขายืนมองด้วยความงงงัน ทำไมเขารู้สึกไม่สบายใจแปลกๆ นะ“ฉันจำได้ว่า..ฉันเกิดอุบัติเหตุ หรือว่าฉันตายไปแล้ว และตอนนี้ฉันกำลังชดใช้กรรมที่ทำกับเธอไว้ เธอเป็นเจ้ากรรมนายเวรของฉันใช่มั้ย เธอตามมาเอาคืนที่ฉันทำให้เธอถูกไล่ออกจากงาน ที่ฉันเกือบขับรถชนเธอ”เธอหันมาทำหน้ายักษ์ใส่เขา “รู้ตัวแล้วหรือคะว่าทำไม่ดีกับคนอื่นเอาไว้”“เธอทำตัวเองต่างหาก เป็นถึงพนักงานห้องอาหารหรู แต่ซุ่มซ่ามไม่ได้เรื่อง”“ฉันโดนขัดขาต่างหาก ไม่เชื่อคุณก็ติดต่อเพื่อนคุณที่เป็นเจ้าของโรงแรมไปสิ มีหลักฐานจากภาพวงจรปิดชัดเจนเลย ตอนนั้น เขาโทรหาฉันหลายสายเลย เรียกฉันกลับไปทำงาน แต่ฉันมีกรรมที่ต้องชดใช้น







