Mag-log inอิงอิง แอร์โฮสเตสสาวสวย ตัดสินใจเริ่มต้นชีวิตใหม่หลังเลิกรากับแฟนเก่าที่ทำให้เธอเจ็บปวด เธอคิดว่าคงไม่มีวันกลับไปยุ่งเกี่ยวกับผู้ชายคนนั้นอีก จนกระทั่งวันหนึ่งโชคชะตาพาให้เธอกลับมาเจอกับเตชน์ อดีตคนรักที่ตอนนี้กลายเป็นกัปตันหนุ่มสุดหล่อและเจ้าของสายการบิน Premruthai Airways สองปีที่แยกจากกันไม่ได้ทำให้ความรู้สึกของเตชน์หายไปเลย ตรงกันข้าม เขายังคงต้องการเธอเหมือนเดิม แต่สิ่งที่ทำให้เขาหงุดหงิดที่สุดคืออิงอิงกำลังมองหาผู้ชายคนใหม่ และดูเหมือนจะมีหนุ่มในฝันเข้ามาแทนที่เขาแล้ว เตชน์จึงเสนอความสัมพันธ์ชั่วคราวระหว่างคนเคยรัก โดยคิดว่าอย่างน้อยขอได้กลับมาอยู่ใกล้เธอก็ยังดี แต่อิงอิงกลับย้ำว่าเขาเป็นได้แค่ “ผัวเก่า” และไม่มีสิทธิ์กลับมาเรียกร้องอะไรอีก จากความสัมพันธ์ที่คิดว่าจะจบลงง่าย ๆ กลับกลายเป็นสงครามของคนสองคนที่ยังรักกัน เตชน์เริ่มแสดงความเป็นเจ้าของและไม่ยอมให้ผู้ชายคนไหนเข้ามาแทนที่ ส่วนอิงอิงก็พยายามพิสูจน์ว่าเธอไม่ได้เป็นผู้หญิงคนเดิมที่ยอมให้เขาทำร้ายหัวใจอีกแล้ว สุดท้ายคนที่อยากได้แค่ความสัมพันธ์ชั่วคราวกลับต้องเป็นฝ่ายตามง้อ เพื่อทวงตำแหน่ง “ผัวตัวจริง” คืนมาอีกครั้ง
view moreเสียงดังหึ่งของเครื่องยนต์กังหันไอ้พ่นยังคงสม่ำเสมอ กัปตันเตชน์นักบินผู้ควบคุมเครื่องบินโดยสารลำนี้นั่งอยู่หลังแผงควบคุมที่เต็มไปด้วยไฟกะพริบและหน้าจอเรดาร์ สายตาเขากว่าดูทุกค่าพารามิเตอร์อย่างคล่องแคล่ว ปลายนิ้วสัมผัสสวิตช์และปุ่มต่างๆ อย่างแม่นยำ เสียงผู้ช่วยนักบินรายงานบางอย่างซึ่งเขาเพียงแค่พยักหน้ารับรู้เท่านั้น
ไมโครโฟนที่อยู่ข้างขมับถูกดึงเข้าไปบริเวณปาก เสียงของเขาทุ้มแน่นและดูอบอุ่นในขณะที่เครื่องบินไต่เพดานบินด้วยความมั่นคง
"สวัสดีครับท่านผู้โดยสารทุกท่านนี่คือกัปตันเตชน์ดนัย กำลังรายงานจากห้องนักบิน"
เขาหยุดเสียงไปสักพักใหญ่พลางกวาดตามองออกไปนอกกระจกหน้าห้องนักบิน ท้องฟ้าเบื้องหน้าดูปลอดโปร่ง มีเพียงก้อนเมฆสีขาวนวลลอยอยู่โดยรอบ
"ขณะนี้เครื่องบินของเราอยู่ที่ระดับความสูง 33,000 ฟุต หรือประมาณ 10,000 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ความเร็วลมสัมพัทธ์ขณะนี้อยู่ที่ประมาณ 840 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทิศทางลมด้านหน้าอยู่ที่ 270 องศา ความเร็วลมประมาณ 40 นอต"
เขารายงานด้วยน้ำเสียงราบเรียบขณะที่อีกมือหนึ่งยังจับคันควบคุมเพื่อปรับทิศทางเล็กน้อย
"อุณหภูมิภายนอกอยู่ที่ - 41 องศาเซลเซียส อุณหภูมิภายในห้องโดยสารอยู่ที่ประมาณ 22 องศาเซลเซียส สภาพตลอดเส้นทางจากเชียงใหม่ลงสู่กรุงเทพฯ ค่อนข้างดี ท้องฟ้าปลอดโปร่งมีเมฆเล็กน้อยทางตอนกลางของประเทศ ไม่มีรายงานพายุฝนหรือกระแสลมแรงที่ส่งผลต่อการบิน คาดว่าเราจะส่งผู้โดยสารถึงสนามบินสุวรรณภูมิภายในเวลาอีกประมาณ 55 นาทีหลังจากนี้ ขอให้ทุกท่านนั่งพักผ่อนอย่างสบาย หากมีข้อสงสัยหรือความต้องการเพิ่มเติมกรุณาแจ้งลูกเรือได้ตลอดเวลาเลยครับ ขอขอบคุณที่เลือกบินกับเราและหวังว่าท่านจะมีความสุขตลอดการเดินทาง"
เสียงในห้องนักบินกลับมาเงียบอีกครั้งมีเพียงเสียงคลิกเบาๆ ของกลุ่มควบคุมและการสื่อสารทางวิทยุระหว่างกัปตันกับหอบังคับการบินกลางประเทศ เบื้องหน้าคือเส้นทางสู่มหานครใหญ่ ท่ามกลางท้องฟ้าที่กว้างใหญ่เครื่องบินลำนี้กำลังพาผู้โดยสารเดินทางถึงกรุงเทพมหานครอย่างปลอดภัย
ผู้ช่วยนักบินหรือธนัตถ์หันไปมองกัปตันเตชน์ซึ่งกำลังเช็กความเร็วลมด้วยท่าทีนิ่งเช่นเคย เขายิ้มมุมปากออกมาเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยออกมา
"กัปตันครับเมื่อเช้าผมเห็นในกลุ่มคุยกันว่ามีลูกเรือใหม่เพิ่งขึ้นไฟลต์วันนี้ด้วย ผมบังเอิญเห็นพอดีโคตรสวยเลยจะบอกให้"
ธนัตถ์เอ่ยออกมาด้วยสายตาเคลิบเคลิ้มเหมือนคนกำลังตกอยู่ในภวังค์แห่งรัก เขาเห็นแบบนั้นก็หัวเราะในลำคอเบาๆ โดยยังไม่ละสายตาจากเรดาร์ตรงหน้า
"เอาอีกแล้วนะนายเนี่ย ว่าแต่ผู้หญิงคนไหนเหรอ"
"คนที่อยู่แถวหน้าประตูไงครับ ชื่ออะไรนะ... อ่อ อิงอิง โอ้โหหน้านี่แบบลูกครึ่งเกาหลีชัดๆ ผิวขาวอย่างกับหลอดไฟนีออน หน้าตาเหมือนหลุดออกมาจากซีรี่ส์ว่าแต่กัปตันเห็นหรือยังครับ"
"ไม่แน่ใจแฮะตอนเดินมาไม่ได้ดูใครเลย เหมือนจะเห็นแวบๆ นะ แต่รู้สึกคุ้นหน้ายังไงก็ไม่รู้"
เขานิ่งเงียบไปสักพักเมื่อนึกถึงผู้หญิงที่เดินผ่านก่อนหน้านี้ เอาจริงหน้าเหมือนแฟนเก่าเขาที่เลิกกันเมื่อ 2 ปีก่อน แต่โลกคงไม่เหวี่ยงพวกเรากลับมาเจอกันอีกครั้งแล้วแหละเพราะตอนเลิกกันไม่ได้จบดีเหมือนชาวบ้านเขา จึงทำให้เกลียดขี้หน้ากันและสองปีที่ผ่านมานี้ไม่ได้ติดต่อกันเลย
"คนนั้นแหละกัปตัน เสียงอ้อนน่ารักมากเลยดูเรียบร้อยด้วย"
"แกนี้พูดไปเรื่อย เอาเป็นว่าเลือกสักคนเถอะไม่ใช่คนไหนมาใหม่ก็ไปหลงเขาหมด"
กัปตันเตชน์หัวเราะออกมาขำขันก่อนจะหันไปมองเบื้องหน้า
"แหม่กัปตันผมก็แค่มองของสวยงามเฉยๆ ปะ แต่เห็นว่าย้ายมาจากอีกสายการบินหนึ่งนะ เอาไว้กัปตันลองไปดูก็แล้วกันแล้วจะหลงเหมือนผมนั่นแหละ"
"เฮ้อ... กลับไปนอนฝันเถอะไป"
"ถ้าอย่างนั้นอย่ามาแย่งผู้หญิงกับผมแล้วกัน ถือซะว่าคนนี้ผมจองแล้วนะอย่ายุ่งล่ะ ถ้าพี่ชายเข้าไปจีบเองผมหมดหวังแน่"
กัปตันเตชน์ถ่ายหน้าเล็กน้อยด้วยความรู้สึกเอือมระอาเสียเต็มประดา เอ็นดูคู่หูนักบินรุ่นน้องแต่อีกใจก็อยากจะเห็นผู้หญิงที่เขาพูดถึงเหมือนกัน ปกติมีแอร์โฮสเตสที่เข้ามาทำงานใหม่ทุกวันแต่ไม่ค่อยเห็นเจ้าหมอนี่พูดถึงเท่าไหร่ แต่ครั้งนี้พูดถึงผู้หญิงที่ชื่ออิงอิงแสดงว่าน่าจะมีเสน่ห์พอสมควรถึงได้ทำให้ผู้ชายคนหนึ่งเพ้อถึงได้ขนาดนี้ แต่ประเด็นคือแอร์โฮสเตสคนนั้นชื่อเหมือนแฟนเก่าเขานะสิ แถมยัยนั่นยังเรียนจบการจัดการการบินอีก คงไม่บังเอิญขนาดนั้นหรอกมั้งเพราะเขาเองก็ไม่มั่นใจว่าถ้าได้เจอกันอีกครั้งความรู้สึกในตอนนี้จะเป็นยังไง แต่ที่รู้ถ้าเจอกับยัยอิงอิงถ้าเขาไม่โดนด่าจนกลับบ้านไม่ได้ก็น่าจะโดนกระทืบจมดิน
"บรึ่ยยย แค่นึกถึงยัยนั่นก็ขนลุกแล้วว่ะ... ขออย่าเป็นคนเดียวกันเลย"
ไม่กี่นาทีต่อมาทั้งสามคนก็เดินทางมาถึงที่โรงพยาบาล ผู้ช่วยของเขาพุ่งตรงมาจอดตรงประตูทางเข้าห้องฉุกเฉิน พนักงานที่อยู่บริเวณหน้าประตูรีบเอารถเข็นมารับแต่ทว่าชายหนุ่มไม่อยากให้มันชักช้าพอเปิดประตูรถลงมาเสร็จเขาก็อุ้มหญิงสาวแล้ววิ่งเข้าไปข้างในทันที"ภรรยาผมจะคลอดแล้ว""คุณเตชน์เชิญทางนี้เลยค่ะ ทางโรงพยาบาลเตรียมห้องคลอดให้เสร็จเรียบร้อยแล้ว""โอเคครับ"เขาตอบรับก่อนจะรีบอุ้มหญิงสาวเข้าไปในห้องรอคลอดซึ่งตอนนี้อาจารย์หมอกำลังรออยู่แล้ว ในระหว่างที่คุณหมอกำลังตรวจปากมดลูกอยู่ชายหนุ่มก็เดินเข้าไปอีกห้องหนึ่งเพื่อเปลี่ยนชุดที่ทางโรงพยาบาลจัดไว้ให้"คุณพ่อเปลี่ยนชุดเสร็จแล้วเข้ามาเลยนะคะ""ได้ครับ""ปากมดลูกเปิด 6 cm แล้วเตรียมพร้อมทำคลอดได้เลย"ภายในห้องคลอดตอนนี้เตรียมอุปกรณ์ทุกอย่างเอาไว้เรียบร้อยแล้ว อาจารย์หมอประเมินอาการเบื้องต้นด้วยการตรวจสอบสัญญาณชีพ รวมถึงการวัดความดันโลหิต การหายใจ จากนั้นก็ฟังเสียงหัวใจของทารกโดยใช้เครื่อง CTG ตรวจวัดการหดรัดของมดลูกเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการทำคลอด"มาแล้วครับให้ผมช่วยอะไรไหม""โอ๊ยปวดท้องจัง"หญิงสาวร้องครวญครางออกมาก่อนจากกุมมือสามีเอาไว้แน่น ใบหน
หลังจากที่งานแต่งงานสุดแสนจะเพอร์เฟคผ่านไปด้วยดีทั้งคู่ก็กลับมาใช้ชีวิตอย่างเช่นปกติ ในตอนนี้กัปตันเตชน์วางมือจากการเป็นนักบินผันตัวมาเป็นท่านประธานของสายการบินอย่างเต็มตัว เนื่องจากว่าตอนนี้เขาจะต้องตั้งใจทำงานด้วยความจริงจังเพราะไม่ได้ตัวคนเดียวแล้ว เขามีทั้งเจ้าตัวเล็กจอมแสบที่กำลังจะคลอดออกมาลืมตาดูโลกไหนจะภรรยาสุดที่รักที่ต้องให้ความสะดวกสบายกับเธอที่สุด สิ่งเดียวที่เขาทำได้ก็คือการหาเงินให้มากเพื่อมาปรนเปรอครอบครัว"หนูอิงอิงทำอะไรลูก"คุณแม่เดินเข้ามาในห้องครัวก่อนจะเลิกคิ้วเล็กน้อยด้วยความสงสัยเมื่อเห็นลูกสะใภ้กำลังทำอะไรอยู่ในนั้น เธอหันไปมองยังประตูก่อนจะส่งยิ้มไปให้คุณแม่สามี"ทำอาหารกลางวันไปให้พี่เตชน์ค่ะ""โธ่เอ๊ยจะไปห่วงมันทำไมเจ้านั่นน่ะ ถ้าหิวก็ปล่อยให้มันไปหาอะไรกินเองสิ ลูกสะใภ้ของแม่ไม่เห็นจะต้องลำบากลำบนเลย""ไม่เป็นไรเลยค่ะหนูไม่อยากให้พี่เตชน์ออกไปกินข้าวข้างนอก ช่วงนี้เขาทำงานหนักวุ่นวายเกี่ยวกับการเพิ่มเส้นทางการบิน หนูไม่รู้จะแบ่งเบาภาระยังไงก็เลยทำกับข้าวไปให้ตอนกลางวันดีกว่า""น่าเอ็นดูจริงเชียวลูกสะใภ้คนนี้"คุณแม่เอ่ยชมหญิงสาวไม่หยุดก่อนจะส่งยิ้มไปให้เธอด
1 เดือนต่อมา...วันนี้เป็นวันที่มีความสุขที่สุดของทั้งสองครอบครัว เป็นงานมงคลสมรสระหว่างอิงอิงและเตชน์ซึ่งจัดงานช่วงเช้าอย่างยิ่งใหญ่ที่คฤหาสน์ของตระกูล เปรมฤทัยสิริ โดยมีญาติของทั้งสองครอบครัวมาร่วมแสดงความยินดี ซึ่งงานในช่วงเช้าเจ้าบ่าวและเจ้าสาวตื่นนอนตั้งแต่เช้าตรู่ลุกขึ้นมาแต่งตัวในชุดไทย ทางฝั่งเจ้าสาวตัวผ้าซิ่นทอด้วยไหมแท้จากจังหวัดเชียงใหม่ ลวดลายไทยโบราณละเอียดอ่อน เสื้อเป็นแขนยาวห่มสไบเฉียงภาพจากไหล่ขวาลงมาซ้ายอย่างสวยงาม เครื่องประดับทองคำแท้มีทั้งสร้อยคอ กำไล ต่างหู รวมถึงเข็มกลัด ทำให้เธอดูเหมือนสาวงามในวรรณคดี"หนูสวยมากเลยลูก"คุณแม่ของอิงอิงมองลูกสาวก่อนจะยิ้มออกมาอย่างมีความสุข วันมงคลสมรสดีๆ แบบนี้ครั้งเดียวในชีวิตจะต้องทำออกมาให้ดีที่สุด"ขอบคุณคุณแม่มากเลยนะคะที่ตื่นมาช่วยหนูแต่งตัวตั้งแต่เช้าเลย""วันนี้เป็นวันมงคลของลูกสาวแม่ก็ต้องตื่นมาดูแลสิ ไปกันเถอะจะต้องไปตักบาตรตอนเช้า สามีลูกรออยู่ข้างนอกแล้ว""ค่ะแม่"คุณแม่กุมมือลูกสาวพากันเดินออกจากห้องมุ่งหน้าตรงไปยังศาลาหน้าบ้านที่ถูกจัดไว้สำหรับทำบุญตักบาตรในยามเช้า พระภิกษุสงฆ์ 7 รูปเดินเรียงแถวมาจากถนนหน้าบ้าน มีเส
หลังจากที่ชายหนุ่มไปตักของอร่อยหลายอย่างเรียบร้อยก็วางใส่ถาดเดินกลับมาที่โต๊ะเพื่อให้ว่าที่ภรรยาสุดที่รักได้กินของเอร็ดอร่อย แต่ทว่าเขาต้องชะงักไปเมื่อเห็นใบหน้าของมาร์ติน กัปตันหนุ่มของสายการบินกำลังทำหน้าระริกระรี้ยุ่งวุ่นวายอยู่กับผู้หญิงของเขา"ช่วงหลังเราทักหาไม่ตอบเลยนะ งานยุ่งมากหรือไงถึงไม่มีแม้แต่เวลาจะตอบ""ขอโทษทีนะงานเรายุ่งพอสมควรเลย อีกอย่างช่วงนี้มีอะไรหลายอย่างเกิดขึ้นเราก็เลยไม่ค่อยมีเวลาได้ตอบใครเท่าไหร่"เธอพยายามตอบด้วยความรักษาน้ำใจเพราะรู้ดีว่าผู้ชายตรงหน้าคาดหวังในตัวของเธอมากพอสมควร ก่อนหน้านี้เธอพูดจะให้ความหวังเขาเนื่องจากอยากจะประชดผู้ชายอีกคน แต่ใครจะคิดว่ามาร์ตินจะเอาจริงขึ้นมาซะงั้น"เราอยากจะคุยกับอิงอิงเรื่องความสัมพันธ์ใหม่ เราสองคนรู้จักกันมานานแล้ว ต่างฝ่ายต่างก็โสดไม่ได้มีใครเพราะฉะนั้นเราลองมาเริ่มต้นใหม่กันดูไหม ให้โอกาสกันและกันได้เรียนรู้ถึงแม้ว่าท้ายที่สุดเราจะลงเอยกันหรือไม่ อย่างน้อยถือว่าเราสองคนได้ลองพยายามด้วยกันแล้ว"หญิงสาวอ้ำอึ้งพูดอะไรไม่ออกเพราะไม่ว่าจะอดีตหรือปัจจุบันเธอก็ไม่เคยมีความรู้สึกต่อเขาเลยแม้สักนิดเดียว เธอมองว่าเขาเป็นเพื่





