Masuk“เฮือก!”
ลลนาสะดุ้งสุดตัวจนหัวโขกหัวเตียงดังโป๊ก
“โอ้ย!”
เธอพลันตื่นเต็มตา
แล้วภาพที่เห็นก็คือฝ้าเพดานสีชา
อา...ที่นี่ที่ไหน?
เธอตายไปแล้วไม่ไช่หรือไง?
หญิงสาวนิ่วหน้า คิดถึงเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นหมาดๆ
เธอตายแล้วและกำลังอยู่ในงานศพของตัวเอง ยืนมองยัยเพื่อนพวกนั้นนินทา พูดจามั่วซั่วไม่เลิก ยิ่งพูดยิ่งหาความจริงไม่เจอสักอย่าง บอกว่าเธอจีบผู้ชายไปทั่ว อ่อยไม่เลือกหน้า
ตอนงานศพเลิก เพื่อนสนิทยังมีหน้าไปบอกแม่ว่าเธอติดเงินนางอยู่หลายหมื่น
พอแม่รู้ก็สะอื้นไห้พลางบอกไม่อยากให้ลูกเป็นหนี้ติดตัวไปชาติหน้าก็เลยรีบโอนเงินให้เพื่อนสนิทคนนั้นพร้อมดอกเบี้ย ทั้งที่เธอไม่ได้เป็นหนี้ใครเลยสักบาท
ตรงกันข้าม ยัยนั่นยืมเงินเธอไป ยังไม่เคยใช้คืนแม้แต่ครั้งเดียว
แถมร้ายกว่านั้นคือเพื่อนสนิทบางคนยังเสแสร้ง ทำทีอาลัยอาวรณ์ขอติดรถแม่ไปที่บ้านเธอ อยากไปรำลึกความหลังที่ห้องของเธอ
หล่อนร้องไห้เหมือนจะเป็นจะตายสะอึกสะอื้นบอกแม่ว่าเพื่อเป็นการจดจำเพื่อนเป็นครั้งสุดท้าย
พอเข้าไปในห้องได้ก็ทำทีว่าเสียใจมากทำใจยาก ขออยู่สักพักได้เห็นของใช้ส่วนตัวก็ยังดีจะได้คลายคิดถึง แต่พอลับหลังแม่เท่านั้นแหละ กลับแอบฉกเครื่องประดับแหวนเพชรกระเป๋าแบรนด์เนมยัดใส่ในกระเป๋าตัวเองไปหน้าตาเฉย
ชั่วมาก!
ต่อมา หลังจากที่เธอวนเวียนในบ้านอยู่หลายคืน ครั้นตื่นมาอีกทีเธอก็ย้ายไปที่ใหม่คือในวัด คอนโดเดี่ยวติดกำแพงสีขาว วังเวงเงียบเหงา รูปที่เอามาติดก็ไม่สวย
แล้วเมื่อกี้ ตอนก่อนจะตื่น เธอยังกลายเป็นผีเร่ร่อนเพราะตายตาไม่หลับ ตามเฝ้าเกาะติดสถานการณ์ทุกคนแบบมีห่วงเต็มคอ ไม่พอยังมีความอาลัยอาวรณ์ รู้สึกผิด มีแต่สิ่งที่เธออยากทำ อยากเริ่มต้นใหม่อีกครั้งเต็มไปหมด
แน่นอนว่าเรื่องเหล่านั้นเธอได้แต่คิด
กระทั่งได้เจอกับภิกษุหนุ่มรูปหนึ่งซึ่งกำลังเดินกรรมฐานอยู่
เธอเฝ้าดูพระรูปนั้นอยู่นานจนหลายสิบปีผ่านไปกระทั่งท่านแก่ชราเดินหลังงอก็ยังไม่ลาสิกขา
ใบหน้าของท่านคุ้นๆ แต่เธอเห็นไม่ชัดจึงนึกไม่ออก เห็นแค่ลำแสงทอดยาวที่เปล่งประกายจากตัวพระ
จู่ๆ แสงนั้นก็สาดเข้ามาที่เธอ ทำแสบตาแทบบอด
แต่ความรู้สึกกลับเด่นชัดสว่างไสว เหมือนกับว่า ผลบุญที่พระรูปนั้นสร้างไว้ ...
เขาทำเพื่อเธอ!
ใครกันที่บวชให้?
ตอนนั้นสงสัยก็ส่วนสงสัย แต่ไม่รู้อะไรดลใจ เธอรีบวิ่งไปตามลำแสงนั่นอย่างไม่คิดชีวิต
แล้วก็ตื่น!
อดรู้เลยว่าพระรูปนั้นเป็นใคร หน้าตาแบบไหน
ลลนายกมือขยี้ตาเพ่งมองเพดานห้องอีกที ดูคุ้นๆ เหมือนที่เคยเห็นในโรงพยาบาล
เอ๊ะ โรงพยาบาล?
หลังจากฉุกคิดก็ร้องอ้อในใจ ที่แท้เธอยังไม่ตาย แค่ฝันไปนี่เอง
โอย พลัดตกจากที่สูงนี่เนอะ ก็เลยต้องมานอนรักษาตัวอยู่โรงพยาบาล แล้วก็ฝันเป็นตุเป็นตะว่าตาย
ลลนายกมือกุมหัวตัวเองตามสัญชาตญาณ พบว่ามีผ้าพันแผลเล็กๆ ตรงหน้าผากเท่านั้น
เอ๊ะ! หญิงสาวขมวดคิ้วงุนงง
“คนตกตึกจากชั้นสามเชียวนะ ทำไมแผลน้อยจัง”
พอเอามือลูบๆ คลำๆ เนื้อตัว ก้มมอง ถกกระโปรง เลิกเสื้อ ก็พบว่าผิวพรรณที่ขาวจัดยังเนียนเรียบปกติ ไม่มีบาดแผลจากการตกตึง ไม่มีกระทั่งริ้วรอยขีดข่วน
“ไม่ถลอกเลยรึไง คนตกตึกนะเฟ้ย”
คิ้วเรียวยิ่งนานยิ่งขมวดแน่นขึ้น งงหนักมาก
“แถมยังกลิ้งแถดๆ ไถพื้นคอนกรีตลานจอดรถอีก ไม่มีรอยข่วนอะไรเลยได้ไง”
บ่นไปก็เปิดเสื้อสำรวจตัวเองไป
“โอ๊ะ! เสื้อในลายกระต่าย!”
ยังใส่อยู่ได้ไง? หน่อมแน้มขนาดนี้
ลลนาเริ่มมีเรื่องให้สงสัยมากมาย และยิ่งงุนงงหนักไปใหญ่ เมื่อสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่าง
เสื้อชั้นในลวดลายที่เลิกใส่เมื่อหลายปี!
เธอเลิกใส่แนววัยรุ่นวัยใสแบบนี้ไปนานแล้ว หันมาใส่ลายลูกไม้เซ็กซี่ขยี้ใจตามสไตล์ผู้ใหญ่
ถัดจากเรื่องชุดชั้นใน ลลนายิ่งตกใจหนัก
เพราะ เธออยู่ในชุดนักศึกษา!
บ้าน่า! เรียนจบแล้วนี่
ที่สำคัญตอนตกตึก เธอใส่ชุดราตรีสีแดงต่างหาก เพิ่งกลับจากงานเลี้ยง ไม่ใช่เพิ่งไปเรียนมาซะหน่อย
อะไรเนี่ย?
หญิงสาวแหวกอกดูชั้นในลายกระต่ายสลับกับพลิกดูเสื้อและเปิดกระโปรงอย่างเอาเป็นเอาตาย เผื่อว่ามีชุดราตรีซ่อนอยู่ที่ไหนสักที่ของร่างกาย
“คุณมิ้นคะ ออกไปรับลมที่ระเบียงข้างนอกดีมั้ยคะ ข้างในร้อนอบอ้าวมากเลยค่ะ เดี๋ยวจะไม่สบายเอานะคะ ป้าเป็นห่วง”ป้าสมรเดินเข้าห้องมาพูดจาอย่างเป็นห่วงเป็นใย เดินไปเปิดประตูให้อย่างใจดีและเอาใจใส่ตรงนี้มีระเบียงสูง มองลงไปเสียวสันหลังใช้ได้“เชิญค่ะคุณมิ้น”มินตรายิ้มเศร้า “ไม่เป็นไรค่ะป้า ขอบคุณมาก แต่มิ้นอยากอยู่คนเดียว ป้าออกไปก่อนได้มั้ยคะ”ดวงตาสมรดำมืดด้วยผิดหวังวูบหนึ่งก่อนกลับมาสดใสจริงใจเธอยิ้มกว้าง “อ้อ ได้ค่ะ เดี๋ยวป้าออกไป แต่เมื่อกี้เห็นคุณกวินมาแล้วนะคะ น่าจะกำลังมองหาคุณมิ้นอยู่ ลงไปดูหน่อยมั้ยคะ เผื่อคุณกวินต้องการอะไร”มินตราขมวดคิ้วสงสัย กวินมาแล้วทำไมไม่ขึ้นมา หรือว่าจะรีบออกไปหานังเมียน้อยหญิงสาวคิดได้ดังนั้นจึงตกหลุมพรางทันที“ได้ค่ะ มิ้นจะลงไปดูเดี๋ยวนี้”มินตรารีบหมุนตัวเดินไป ป้าสมรพลันยิ้มเย็นสมใจ จากนั้นก็รีบเดินตามหลังไปอย่างรวดเร็ว พอได้จังหวะที่มินตรากำลังจะลงบันได มือสองข้างของป้าสมรก็เงื้อมขึ้นแล้วออกแรงผลักทันทีทว่าจังหวะนั้น พลันมีเสียงหนึ่งดังขัดขึ้น“ป้า อย่าทำบ้าๆ”หากแต่ไม่ทันแล้ว เพราะสิ้นเสียงนั้นของแพรวรรณ มือของป้าสมรก็ผลักมินต
เรือนหอหลังแต่งงานลลนายืนอยู่ริมระเบียง เหม่อมองดาวบนท้องฟ้าย้อนนึกถึงเรื่องราวที่ผ่านมาตอนนั้นเธอได้เจอปรัชญาตัวเป็นๆ ครั้งสุดท้ายที่งานรับปริญญา ต่อมาก็ทำได้เพียงเห็นเขาผ่านหน้าจอ ทว่าพอมาชาตินี้ได้ย้อนกลับมาปรัชญาคนเย็นชาที่เธอเคยเห็นกลับกลายเป็นปรัชญาที่แสนดีขี้เล่น ทั้งยังอบอุ่นและอ่อนโยนเขาคือสามีที่ดีดีมากจริงๆ ดีเหลือเกิน...“คิดอะไรอยู่เหรอ?”ปรัชญาเดินมาสวมกอดลลนาจากทางด้านหลัง ส่งผ่านความร้อนกรุ่นโอบล้อมทั้งตัวและหัวใจ“คิดดังๆ ได้เลยนะ ปัดพร้อมฟัง”ลลนาหัวเราะ “ไม่มีอะไรมากหรอก แค่คิดถึงเรื่องเมื่อชาติที่แล้ว เปรียบเทียบกับชาตินี้”“เหรอ? แล้วชาติไหนดีกว่า”เธอหันมากอดตอบ ซุกใบหน้าแนบกล้ามอกอุ่นๆ แค่ได้อยู่ในอ้อมกอดนี้…ก็รู้แล้วว่านี่คือความรักที่ดีที่สุด คิดพลางบอกเสียงอู้อี้ “ไม่น่าถามเนอะ”ชายหนุ่มว่ายิ้มๆ “แค่อยากฟังคำตอบให้ชื่นใจ”“อืม...คำตอบก็คือมันดีมาก ชาตินี้น่ะ ดีมากจริงๆ”“อ้อ” ปรัชญาเลิกคิ้ว “ดีเพราะใคร”ลลนานิ่วหน้า “ยังถามอีก ไม่บอก” ว่าแล้วก็วิ่งหนี “แน่จริงก็ตามมา”ปรัชญามีเหรอไม่ชอบคำท้า“โดนดีแน่ คืนนี้ไม่ต้องนอน”“น่ากลัวจัง...”“ชอบก็บ
“ว่าแต่ แกเป็นดาราต้องอดอาหารคุมน้ำหนักนะ เรื่องนี้แกทนได้เหรอ ก่อนถ่ายโฆษณาแต่ต้องงดของชอบ ไม่ได้กินตั้งหลายอย่างเชียวนะ ได้ข่าวว่าปัดทำกับข้าวเก่งแถมอร่อยด้วยไม่ใช่เหรอไง แกอดกินของอร่อยแน่”“เอ่อ นั่นสิ แย่ล่ะ นาลืมคิดไป”“นั่นไง เห็นแววลำบาก”แม่ลูกคู่หนึ่งตอนแรกมาอย่างกับพายุเฮอริเคนโหมแต่ตอนนี้กลับเป็นบรรยากาศลมสงบเย็นพัดสบาย ทำเอาในห้องอีกฝั่งสงบตามไปด้วยมาร์คดึงแขนปรัชญาเอาไว้ไม่ให้ออกไปพลางว่า “เห็นมั้ย ปล่อยมนุษย์ผู้หญิงแม่ลูกเขาคุยกันเอง ยังไงก็ดีกว่ามีผู้ชายเข้าไปแทรก เสี่ยงหัวแตกเปล่าๆ”ปรัชญาที่ตอนแรกอยากออกไปช่วยลลนาพูดคุย แต่กลับเห็นแม่ลูกกอดกันแล้วก็พลันถอนหายใจโล่งอก นึกว่าบ้านจะพังซะอีกเขาหันไปถาม “ผมไม่น่าเชื่อถือขนาดนั้นเลยเหรอ”“ก็ไม่นะ แค่หน้าตาดูดีเกินไปเท่านั้น ความหล่อเป็นเหตุสังเกตได้ ปัดเป็นคนหล่ออันตรายนะ รู้ตัวมั้ย”“ไม่เห็นรู้เลย แล้วอามาร์คเชื่อผมมั้ย”“เฮ่ย! อาต้องเชื่อปัดอยู่แล้ว ผู้ชายด้วยกัน มองตาก็รู้ใจ อามองคนไม่ผิดหรอก การันตีแทนได้เลย”จังหวะนั้น เมธาที่หลบระเบิดอย่างลภัสดาเช่นกันก็เดินออกมาตบบ่าปรัชญาให้กำลังใจ ปลอบเสียงเบาว่า “อาก็เชื่อแกนะป
“ใจเย็นค่ะแม่ นาแค่ไปเล่นละครเป็นตัวประกอบเรื่องเดียวกับพ่อเท่านั้น ไม่นับเป็นดาราอะไร”“แกไม่ต้องมาแก้ตัว รู้ทั้งรู้ว่าฉันไม่อยากให้แกทำ ไม่ต้องการให้เข้าวงการมายาเป็นดารงดาราอะไรเทือกนั้น แต่แกก็ยังทำ แล้วแบบนี้จะเอาเวลาที่ไหนดูแลครอบครัว”“นาไม่ใช่นางเอกซะหน่อย เดี๋ยวก็ไม่มีงานแล้วค่ะ คงได้แค่เรื่องเดียวแหล่ะ”“แกไม่เคยได้ยินเหรอไง บทเดียวเปลี่ยนชีวิตได้น่ะ ไม่จำเป็นต้องเป็นพระเอกหรือพระรอง ขนาดฉันไม่ดูละคร ตอนนี้ยังรู้จักแล้ว เพื่อนๆ ของฉันยังพูดถึงแกทุกคน”“เอ่อ...” ลลนาเริ่มเถียงไม่ออก “ดังขนาดนั้นเลย?”“ถ้าให้ฉันเดา ตอนนี้แกคงกำลังมีงานเข้ารัวๆ”“...”ตรงนี้ลลนาเถียงไม่ได้ เพราะช่วงนี้เธอมีงานติดต่อเข้ามาเยอะมากจริงๆ ทั้งรายการทอล์คโชว์ เรียลลิตี้โชว์ พรีเซนเตอร์โฆษณา ยังมีติดต่อให้แสดงละครด้วยนะคงได้เป็นดาราเต็มตัวแล้วล่ะลภัสดาขมวดคิ้วยกนิ้วจิ้มหน้าผากลูกสาวแล้วบ่น “ไหนยังจะนายปัดแฟนแกอีก เป็นถึงพระเอกเลยนะ...โอ๊ย! ฉันจะบ้า”“แม่ ใจเย็นๆ ก่อนน๊า” ลลนาหน้าละห้อยลภัสดาอยากตีลูกนัก “ยัยนา พวกแกเป็นดาราแล้วจะคบกันยังไง ต่อไปยังจะมีเวลาให้กันมั้ย เดี๋ยวก็ได้เลิกกันเหมือนแม่กับพ
พอนักข่าวแห่ถาม เจ้าตัวก็แมนๆ ตอบตรงว่า “ใช่ครับ เราคบกันจริงๆ ไม่มีอะไรต้องปิดบัง เปิดเลยก็ดี เธอเป็นคนสำคัญที่สุดครับ เราคบกันแบบจริงจัง ไม่ใช่เพิ่งเกิดรักแรกพบในกองถ่าย เพราะพวกเราคบกันตั้งแต่เรียน ตอนนี้เรียนจบกันแล้ว กำลังช่วยกันทำงาน หาเงินแต่งงานสร้างครอบครัวครับ” ว่าพลางยกมือข้างซ้ายตัวเองขึ้นสูง “หมั้นแล้วด้วยครับ”เท่านั้นแหละทั้งแสงแฟลชทั้งเสียงกรี๊ดกราดจากพี่ๆ นักข่าวก็ดังลั่นอย่างคนรู้สึกเซอไพรส์หลังจากนั้นทุกคนก็พุ่งเป้าความสนใจไปที่ลลนา นักข่าวพากันถามอย่างให้ความสำคัญต่อเธอเหนือใคร ทางฝ่ายสายไหมจึงทำได้เพียงยืนอย่างโดดเดี่ยวอยู่ตรงมุมหนึ่งของงานเท่านั้นขนาดเพื่อนนักข่าวที่นัดกันว่าเอาไมค์จ่อปากเธอ ยังไปยื่นไมค์อยู่กับลลนา ไม่ยอมมาทางนี้แม้แต่ก้าวเดียวสายไหมกัดฟันกำหมัดแน่นเธอรู้สึกอับอายแทบเอาหน้ามุดดินหนีไม่น่าเชื่อว่าการที่ผู้หญิงคนหนึ่งมีข่าวกับดาราชายที่กำลังดังเป็นพรุแตกอย่างปรัชญาจะสร้างปรากฏการณ์ได้ขนาดนี้ มิน่าล่ะ สายไหมถึงพยายามเต้าข่าว ลลนาเพิ่งเบิกเนตรของแท้กระทั่งเข้าใจวงการบันเทิงมากขึ้นนิดนึงและด้วยความโด่งดังที่มีมากในช่วงนี้ของปรัชญา
ดาราจงใจปั่นข่าวที่ว่าแน่ยังต้องแพ้ให้ชาวเน็ตที่ตอนนี้กลายร่างเป็นสายสืบกันถ้วนหน้าคู่แรกเปิดหน้าไม่มีอะไรให้ลุ้นนัก แต่คู่สองคือความท้าทายอันแรงกล้า ตอนนี้นักสืบผุดขึ้นเต็มโซเชียลยิ่งกว่าดอกเห็ด‘ใคร?’‘มือที่สาม? ไม่มั้ง!’‘ฉันคิดว่าปรัชญากับสายไหมไม่จริง แต่คนนี้จริง’‘สับขาหลอกแน่’‘อยากปกป้องแฟนตัวจริงแหละ’‘งื้อ...ปรัชญาน่ารัก ท่าทางจะหวงแฟนหนักมาก’‘แฟนปรัชญาหน้าคุ้นจัง’‘ดาวคณะ ม.ดัง ฉันเรียนที่นั่น’‘พวกเขาเรียนด้วยกัน’รอยยิ้มพลันเลือนหายไปจากใบหน้าของสายไหม ไม่น่าเชื่อว่าข่าวที่สองจะกลบข่าวแรกจนมิดชนิดจมดินแน่นอนว่าปรัชญาไม่ให้ค่าข่าวแรกเลยสักนิด“ผมเปิดตัวกับนาได้หรือยังครับพี่โน้ต”ชายหนุ่มถามผู้จัดการส่วนตัวสุดเข้มงวดของตนโน้ตปรายตามองอย่างดุๆ “ถึงขนาดนี้แล้วนี่ ก็คงไม่เปิดไม่ได้แล้วค่ะคุณน้อง”พูดพลางรับสายนักข่าวมือเป็นระวิงลลนาเดินมานั่งลงที่โซฟาตัวเดียวกับปรัชญา“ปัดคิดจะเปิดตัวอยู่แล้วเหรอถึงจงใจทำแบบนั้นในที่สาธารณะ”ลลนาถามอย่างรู้ทันเมื่อนึกถึงเหตุการณ์วันก่อนที่เขาไปรับตรงตลาดนัดหน้ามหาวิทยาลัยทั้งหยิกแก้มทั้งพูดหยอดหวานเลี่ยนอีกนิดจะกอดจะหอมกันแล้วด้วยนะ“
เจ้าหน้าที่ทำหน้างงหนัก “ไม่มีนะครับน้อง” เขาหันไปถามเวรเปล “พี่ๆ วันนี้มีผู้หญิงแขนขาดเข้ามามั้ย พอดีมีญาติมาหาแต่ไม่เจอ”คนตอบส่ายหน้า “ไม่มีนะ” แล้วก็ช่วยเดินไปถามเจ้าหน้าที่คนอื่นๆ คำตอบก็คือ ไม่มีเช่นกัน “วันนี้ไม่มีเคสหนักถึงขนาดแขนขาดเลยครับ”ลลนานิ่วหน้า นึกขึ้นได้ว่าเหตุเกิดช่วงบ่ายนี่หว่
จังหวะนั้นจู่ๆปรัชญาก็ลุกขึ้นพรวดยืนเต็มความสูง ทำเอากวินที่เตี้ยกว่าต้องถอยหลังถึงสองก้าวอย่างตกใจ เขาเงยหน้ามองสองมือยกขึ้นมากำเป็นหมัด ทำท่าชกมวย แต่เหมือนตั๊กแตนตำข้าวมากกว่า“คุณปัดจะทำอะไรครับ”“จะกลับบ้าน ถอยไป”กวินถอยกรูดอย่างไว หลบซะไกลลลนาที่มองอยู่ไม่รู้จะสังเวชหรือสงสารกวินดี เธอละ
เอ...คิดอีกทีหรือว่าฝันหว่า?ลลนาทำหน้าเลิ่กลั่ก สับสนไปหมด“ฉันขอหมอให้เธอแอดมิทดูอาการแค่หนึ่งคืนพอ แล้วจะช่วยจ่ายค่ารักษาให้ครึ่งนึงเพราะเธอเป็นฝ่ายผิด ถือว่าเราเจ๊ากัน ห้ามเอาเรื่องที่ฉันขี่รถเฉี่ยว โอเคมั้ย”หญิงสาวเงยหน้ามองชายหนุ่ม กระพริบตาเบาๆ แล้วจ้องเขม็งปรัชญาขมวดคิ้วมองผู้หญิงตรงหน้
“เป็นบ้าอะไรของเธอ?”จู่ๆ เสียงผู้ชายก็ดังขึ้นจากมุมห้องทำลลนาสะดุ้งเฮือก เงยหน้ามองเห็นเป็นผู้ชายตัวสูง หล่อเข้ม มาดเท่ห์ขั้นสุดเหมือนหลุดมาจากอนิเมะคนหนึ่งกำลังนั่งเหยียดเอนหลังพิงพนักโซฟาในท่วงท่ากร้าวใจ ทว่าสีหน้าขรึมเข้มดุดันนั้นแฝงความเอือมระอากับมารยาร้อยเล่มเกวียนของผู้หญิง“คิดจะยั่วควรด







