LOGINร่างอวบอิ่มของคุณหนูพริมนั่งกินไอศกรีมรสวานิลลาอยู่ในร้านดังหน้าโรงเรียนตกเป็นเป้าสายตาของเด็กหนุ่มหลายคนที่อยู่ภายในร้าน
พริมใส่ชุดนักเรียนเสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีขาวผูกไทล์ลายสกอตสีแดงแบบเดียวกันกับกระโปรง ถักเปียก้างปลาสองข้างดูน่ารักน่าเอ็นดูสมวัย แต่ว่าหน้าอกหน้าใจของเธอนั้นออกจะเกินตัวไปหน่อย หนุ่มๆ จึงพากันมองเธอตาไม่กะพริบ
“กินรสวานิลลาอีกละ ไม่เบื่อบ้างหรือไง?”
เสียงของอายเอ่ยขึ้น พร้อมกับหย่อนสะโพกลงนั่งตรงข้ามกันกับเพื่อนรัก
“แล้วแกล่ะ ไม่เบื่อช็อกโกแลตบ้างหรือไงยะ เห็นสั่งมากินแทบทุกวัน” พริมตอบกลับไป พลางตักไอศกรีมเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย
“ชิ ย้อนเก่งนักนะ...” อายยู่ปากแล้วหันไปสนใจไอศกรีมของตัวเองบ้าง
“เออ สรุปแกกับลุงนพนี่ยังไงกันอะ?”
จู่ๆ พริมก็ถามขึ้น พร้อมมองเพื่อนสาวด้วยสีหน้าทะเล้น
“หืม หมายถึงยังไง?”
คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันเล็กน้อย
“แหม...อย่ามาตีหน้าซื่อนะยะ ฉันรู้นะว่าแกกับลุงนพมีซัมติงกันน่ะ”
เมื่อคืนก่อนตอนที่วิดีโอคอลกัน เธอแอบเห็นว่าลุงนพซุกอยู่ใต้ผ้าห่มของยัยอาย เธอจึงค่อนข้างมั่นใจว่าสองคนนี้ไม่ได้เป็นแค่ลุงหลานธรรมดาแน่นอน
“ปะ เปล่านะ แกอะคิดมาก” อายตอบเสียงตะกุกตะกัก ใบหน้าสวยไร้เครื่องสำอางเริ่มเห่อร้อนขึ้นเรื่อยๆ จนต้องรีบยกแก้วน้ำขึ้นดื่ม
“อ๋อเหรอออออ” พริมยังคงล้อเพื่อนตัวแสบไม่เลิก พร้อมกับยิ้มกริ่มอย่างคนรู้ทัน
“ก็เออน่ะสิ!” อายตอบกลับไปเสียงสูง ดูมีพิรุธยิ่งกว่าเดิมเสียอีก
“ฉันไม่ล้อแกแล้วก็ได้...นู่น ลุงนพสุดที่รักของแกมาตามกลับบ้านแล้ว”
“ว่าไงนะ?” เธอรีบหันขวับกลับไป ก่อนจะเห็นร่างสูงใหญ่ของลุงนพเดินมาที่โต๊ะของพวกเธอพอดี
“สวัสดีค่ะลุงนพ”
“สวัสดีจ้ะหนูพริม” เขารับไหว้เด็กสาวพร้อมยิ้มแย้มอย่างใจดี ก่อนจะหันไปคุยกับอายเสียงดุ
“ทำไมไม่รับสาย ลุงโทรหาตั้งหลายรอบ”
“แล้วทำไมหนูต้องรับด้วยล่ะคะ...ทีลุงยัง-”
Trrrrrrrrrr
Trrrrrr
ยังไม่ทันจะพูดจบ เสียงมือถือของพริมก็ดังขัดขึ้นก่อน
ติ๊ด!
“ว่าไงคะลุงทอง”
[ลุงมาจอดรอด้านหน้าแล้วครับคุณหนู]
“โอเคค่ะ เดี๋ยวหนูรีบไป” พริมตอบกลับเสียงใส ก่อนจะตัดสายแล้วหันมาลาคนทั้งคู่ที่เหมือนกำลังจะมีปัญหาบางอย่างกันอยู่
“เอ่อ...หนูกลับก่อนนะคะลุงนพ ฉันกลับก่อนแล้วนะยัยอาย”
พูดจบเธอก็สะพายกระเป๋าแล้วลุกขึ้นจากเก้าอี้ ปล่อยให้คนทั้งคู่เขาเคลียร์กันเอง เพราะเธอไม่อยากจะเข้าไปแทรกเรื่องของคนทั้งสองคนเท่าไหร่นัก
มาถึงรถ ลุงทองก็เดินออกมาเปิดประตูให้เธอเข้าไปนั่งเบาะหลังพร้อมปิดประตูให้เสร็จสรรพ หลังจากเธอรัดเข็มขัดเรียบร้อยแล้ว เขาก็ขับรถบึ่งกลับไปที่คฤหาสน์ทันที
18 : 23 น.
“วันนี้เป็นยังไงบ้างครับคุณหนู มีการบ้านเยอะไหม?”
เสียงของพ่อบ้านอย่างลุงทองเอ่ยถามขึ้น พร้อมกับยกถาดขนมและนมอุ่นๆ เข้ามาให้คุณหนูที่กำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ในห้อง
“ไม่เยอะค่ะ ตอนนี้ใกล้จะสอบแล้วคุณครูเลยไม่ค่อยให้การบ้าน” พริมตอบกลับไปโดยที่ยังไม่ละความสนใจจากหนังสือ
ช่วงนี้เธอต้องรีบฝึกทำแบบฝึกหัดและอ่านหนังสือให้เยอะๆ เพราะใกล้จะถึงเวลาสอบเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว
“อย่าหักโหมอ่านหนังสือดึกดื่นนะครับ มันจะส่งผลเสียต่อสุขภาพ” เขาพูดพร้อมกับจัดจานขนมไว้บนโต๊ะอ่านหนังสือในห้องให้เธอไปด้วย
“เข้าใจแล้วค่าา ขอบคุณนะคะลุงทอง”
เด็กสาวหันไปยิ้มให้เขา ก่อนจะหยิบคุกกี้เข้าปากหนึ่งชิ้น แล้วอ่านหนังสือต่ออย่างใจจดใจจ่อ ส่วนลุงทองก็ยิ้มรับแล้วลูบผมนุ่มลื่นของเธออย่างเอ็นดู
ร่างสูงเลื่อนเก้าอี้มานั่งเฝ้าเด็กสาวข้างๆ กัน พร้อมกับอ่านหนังสือนวนิยายเล่มหนึ่งในมือไปด้วย
คุณหนูเป็นคนขี้เหงามาก จึงต้องให้เขาเฝ้าตลอดเวลาไม่ว่าจะทำอะไร ซึ่งเขาก็เต็มใจที่จะอยู่ข้างๆ และคอยดูแลเธอเสมอ
“เฮ้อออ...เสร็จสักที” พริมยกมือขึ้นบิดขี้เกียจไปมาก่อนจะหันไปหาพ่อบ้านที่นั่งอยู่ข้างๆ
“หนูหิวแล้วค่ะลุงทอง” เธอทำหน้าอ้อน พร้อมเดิมเข้าไปกอดเขาเพื่อเติมพลังหลังจากที่อ่านหนังสือหลังขดหลังแข็งเกือบสองชั่วโมง
“เดี๋ยวลุงให้แม่บ้านเตรียมอาหารให้นะครับ” เขาลูบหลังเธออย่างอ่อนโยน ก่อนจะผละออกแล้วหยิบโทรศัพท์บ้านขึ้นโทรเรียกให้แม่บ้านจัดโต๊ะทันที
“ลุงทองลงไปก่อนเลยค่ะ เดี๋ยวหนูตามลงไป”
พูดจบเธอก็เดินเข้าไปในห้องน้ำที่อยู่ในห้องนอน ส่วนลุงทองก็รับคำแล้วหันไปเก็บจานขนมและจัดโต๊ะหนังสือให้เธอเหมือนทุกๆ วัน
“หืม...กล่องอะไรน่ะ”
ขณะที่เขากำลังจัดแจงเก็บปากกาไว้ในลิ้นชัก ก็เจอกับเข้ากับกล่องบางอย่างที่ซ่อนเอาไว้ข้างในสุด
“อึก...คุณหนู...” ลุงพวงกลืนน้ำลายเหนียวลงคออึกใหญ่ เมื่อหยิบออกมากแล้วพบว่ามันเป็นกล่องดิลโด้สีชมพูใสขนาดใหญ่เกือบเก้านิ้ว
มือหนาสั่นเทาเล็กน้อย ไม่รู้ว่าจะจัดการกับของในมืออย่างไรดี เขาชั่งใจอยู่สักพักก่อนจะเก็บมันเอาไว้ที่เดิม ทำเหมือนกับว่าเขาไม่รู้ไม่เห็นมาก่อน...
“เยิ้มขนาดนี้แล้ว ว่าที่คุณแม่ก็อยากเหมือนกันใช่ไหมหืม จุ๊บ จ๊วบบบ”“อ๊าส์~ ยะ อยากจ้ะ”“หึๆ น่ารักที่สุดเลยคนดีของน้า” ก้องเอ่ยเสียงแหบพร่า ตวัดลิ้นแยงเข้าออกในร่องฟิตเปียกแฉะของเธออย่างหนัก พลางช้อนตาขึ้นมองเด็กสาวอย่างหลงใหลอ่าส์…เวลาเมียเขาทำหน้าเสียวๆ แบบนี้ เห็นแล้วน่าจับกระแทกแรงๆ ชะมัด!“ซี้ดด...นะ หนูไม่ไหวแล้ว อึก! จะแตก อะ อ๊าส์~” จันทร์เจ้าครางเสียงหลง มือเรียวเล็กจิกลงไปบนผมสั้นของเขาพร้อมแอ่นเนินเนื้อโหนกนูนเข้าใส่อย่างร่านสวาท ก่อนที่ร่างอวบอิ่มของเธอกระตุกหงึกอย่างหนัก พร้อมกับปลดปล่อยน้ำหวานแตกทะลักออกมามากมายจนเขาแทบกลืนเข้าไปไม่ทัน“อ่าส์…น้ำโคตรเยอะเลยเมียจ๋า” ก้องเอ่ยเสียงแหบพร่า ก่อนที่เขาจะอุ้มร่างเย้ายวนของเมียตัวน้อยนอนลงไปบนเตียงนุ่ม แล้วจับขาเรียวแยกออกกว้าง“ซี้ดด น้าก้องจ๋า~”“เรียกผัวหน่อยสิ” เขาเอ่ยเสียงแหบพร่า เร่งเร้าเด็กสาวด้วยการระรัวลิ้นใส่เม็ดเล็กสีแดงอย่างหนักจนเธอร้องเสียงหลง“อ๊าส์…ผัวจ๋า รีบใส่เข้ามาเถอะ เมียไม่ไหวแล้ว”“หึ…เรียกแบบนี้ค่อยน่ากระแทกหน่อย” เขากระตุกยิ้มอย่างชอบใจ ก่อนจะควักลำเนื้อใหญ่ที่กำลังแข็งร้อนออกมาชักรูดด้านนอก แล้วคุกเข่
@บ้านของจันทร์เจ้า“ไปอยู่บ้านนู้นก็ทำตัวดีๆ ล่ะจันทร์ ช่วยหากับข้าวกับปลา ทำงานบ้านให้เรียบร้อย เวลาขายของที่ร้านก็อย่าเอาแต่อ่านนิยายอย่างเดียวเข้าใจไหม?” แม่ของจันทร์เจ้าเอ่ยอย่างเป็นห่วง แม่หลายเดือนที่ผ่านมา ลูกสาวของหล่อนๆ จะไปทำงานที่ร้านค้าของก้อง และยังนอนค้างบ้านนู้นอยู่หลายครั้ง แต่เมื่อต้องย้ายเข้าไปอยู่ถาวรก็อดกังวลไม่ได้อยู่ดี“หนูรู้น่าแม่” จันทร์เจ้าพยักหน้าเอ่ยเสียงอ่อนหลังจากที่พ่อกับแม่รู้เรื่องที่เธอคบกับน้าก้อง ทีแรกท่านทั้งคู่ก็ไม่ค่อยเห็นด้วยเท่าไหร่นักเพราะอายุที่ต่างกันหลายปีและคิดว่าเขาคงไม่ได้จริงจัง แต่พอน้าก้องขยันไปมาหาสู่บ่อยๆ ทั้งยังให้เงินเธอใช้เดือนเป็นหมื่น ดูแลเธอกับครอบครัวเป็นอย่างดี ไม่หนำซ้ำยังหอบเงินหอบทองมาสู่ขอเธอมากมาย แสดงออกถึงความจริงใจที่เขามีต่อเธอ สองผัวเมียจึงไม่ได้คัดค้านอะไรอีกเมื่องานแต่งงานเสร็จสิ้น…วันนี้ก็ถึงเวลาที่เธอจะย้ายเข้าไปอยู่ในบ้านของเขาแล้ว…“ดูแลตัวเองดีๆ ล่ะจันทร์ แวะมาที่บ้านบ่อยๆ นะ…” เสียงของปานวาดเอ่ยกับน้องสาวด้วยความเป็นห่วง แม้จะรู้ว่าก้องรักและเอ็นดูเด็กคนนี้มาก ทว่าก็อดรู้สึกวูบโหวงในใจไม่ได้เพราะอยู่ด้วยก
@ร้านเหล้า“วะ ว่าไงนะ! แกท้องจริงดิ”จันทร์เจ้าเบิกตากว้าง พร้อมกับแย้มยิ้มอย่างดีใจเมื่อได้ฟังข่าวดีจากเพื่อนรักอย่างว่านที่แต่งงานไปเมื่อตอนต้นปี เธอไม่ค่อยได้เจอกับว่านนักเพราะตั้งแต่ลุงพงษ์ยกร้านค้าให้น้องชายอย่างน้าก้อง ทั้งสองก็หนีไปสวีทกันที่ต่างจังหวัดบ่อยๆ มาเจอกันอีกทีไม่คิดเลยว่าจะมีเด็กในท้องกลับมาด้วย“อือ เพิ่งตรวจไปเมื่อวานก่อนนี่เอง” ว่านยิ้มแป้น พยักหน้ารับอย่างภูมิใจ“ก็ว่าอยู่ มาถึงไม่แตะอะไรเลยนอกจากน้ำส้มกับน้ำเปล่า”เสียงของแก้มเอ่ยขึ้นพร้อมยื่นมือออกไปลูบท้องเพื่อนรักเบาๆ ที่กำลังจะมีหลานตัวน้อยคนแรกในกลุ่มให้“แล้วว่าที่คุณแม่มาร้านเหล้าทำไมเนี่ย” จันทร์เจ้าถามอย่างสงสัย“เออ นั่นดิ ผัวแกไม่ว่าเหรอ” น้ำขิงเองก็แปลกใจ เพราะถ้าว่านท้อง สามีอย่างลุงพงษ์ก็ไม่น่าจะปล่อยให้มาเที่ยวร้านเหล้าคนเดียวแบบนี้“ยังไม่ได้บอกเลย กะว่าจะบอกคืนนี้แหละ”“กลับบ้านไปเลยแก ไปนอนพักผ่อนเยอะๆ ให้ลุงพงษ์ดูแลนู่นไป” จันทร์เจ้าเอ่ยอย่างนึกเป็นห่วงเมื่อนึกขึ้นได้ว่าตอนนี้มันดึกมากแล้ว“เออใช่ แกพาหลานฉันมาลำบากทำไมเนี่ย กลับๆๆ”เสียงของน้ำขิงเอ่ยสมทบอย่างเห็นด้วย รีบพยุงว่าที่คุณแม่คนสว
“อื้อออ...แค่กๆๆ”สุดท้ายเธอก็สำลักออกมาจนหน้าดำหน้าแดง เพราะน้ำกามขาวขุ่นของเขามันพุ่งเข้ามาไม่หยุดจนกลืนลงไปไม่หวาดไม่ไหว“ซี้ดด...เจ็บมากไหม” ก้องเอ่ยถามเสียงอ่อนโยนอย่างนึกเป็นห่วงเพราะเมื่อครู่มัวแต่เสียวจนหน้ามืดตาลายไปหมด“อึก...เจ็บสิจ๊ะ ป่าเถื่อนขนาดนั้นยังจะมาถามหนูอีก” เธอค้อนใส่เขาทีหนึ่งอย่างแง่งอน ยกหลังมือขึ้นเช็ดมุมปากที่เต็มไปด้วยคราบน้ำกามของน้าก้องออก พร้อมกลืนส่วนที่เหลือลงคอจนหมด“น้าขอโทษนะ...รอบหน้าเดี๋ยวทำเบากว่านี้”“ก็เห็นพูดงี้ทุกที...” เธอบ่นอุบ ไม่อยากจะเชื่อคำพูดของเขาเท่าไหร่นักกับเรื่องแบบนี้ เธอไม่เคยเห็นว่าเขาจะเบาเลยสักครั้ง!“ไม่งอนน่า...เดี๋ยววันนี้พาไปเที่ยว อยากไปไหน อยากทำอะไร น้าตามใจหนูทุกอย่างเลย” ร่างหนาผละออก เช็ดทำความสะอาดลำเนื้อเขื่อง จัดเสื้อผ้าของเขาและเธอเรียบร้อยก็รวบร่างอวบอิ่มเข้ามากอด พร้อมกับโน้มหน้าลงไปหอมแก้มนิ่มฟอดใหญ่เพื่อเอาใจเด็กสาว“ตามใจทุกอย่างจริงๆ เหรอจ๊ะ? ...”“อื้อ... ตามใจทุกอย่างเลย”“งั้นเที่ยวเสร็จ คืนนี้หนูไปเที่ยวร้านเหล้ากับเพื่อนนะ ไม่ได้เจอกันนานแล้ว” จันทร์เจ้าได้ทีก็เอ่ยขอเรื่องที่คุยกับเพื่อนว่าจะไปเที่ย
09 : 30 น.“นะ น้าก้อง...พอแล้ว หนูไม่ไหวแล้วนะ” จันทร์เจ้าเอียงคอหนีเมื่อใบหน้าหล่อเหลาก้มลงมาซุกไซ้ต้นคอของเธอไม่หยุดตอนนี้ทั้งคู่กำลังนั่งเล่นกันอยู่บนกระท่อมร้างกลางป่าข้างๆ ลำธารที่ประจำที่ชอบแอบมาเจอกันทว่าตอนนี้ไม่ต้องแอบอีกต่อไปแล้ว...เพราะครอบครัวของเธอรู้แล้วว่าเธอกับเขากำลังคบกัน!“วันหยุดทั้งที ขอกินเมียหน่อยน่า...”เสียงทุ้มเอ่ยแหบพร่าข้างๆ ใบหูเล็กของเด็กสาว มือหนึ่งบีบขย้ำเต้าใหญ่ใต้เสื้อยืด อีกมือก็ลูบไล้ขาอ่อนนวลเนียนของเธอไม่หยุด“ซี้ดดด...ไม่เอา หนูอยากไปเที่ยวบ้าง วันๆ น้าจะพาหนูหมกตัวอยู่แต่ในป่าหรือไง” แม้จะผ่านมาหลายเดือนแล้วตั้งแต่รู้จักกัน ทว่าคนตัวโตก็ชอบพาเธอมาเล่นเสียวที่นี่อยู่เรื่อย ไม่รู้ว่าติดใจอะไรนักหนา“ก็น้าชอบเวลาหนูใส่ชุดบางๆ ลงน้ำนี่นา...เวลาเอากันโคตรฟิน”คนเจ้าเล่ห์เอ่ยอย่างไม่สะทกสะท้าน“น้าก้อง!” แก้มใสแดงก่ำอย่างหนักเมื่อฟังเหตุผลของคนหื่น“ก็จริงนี่...”“คนหื่น!”“หึ...คำก็หื่นสองคำก็หื่น ทีเวลาโดนกระแทกในน้ำก็เห็นทำหน้าฟินทุกที”“นะ หนูเปล่าสักหน่อย...พอเลยนะ หนูไม่ทำแล้ว” เธอดึงมือปลาหมึกของเขาออก ก่อนจะลุกจากตักแกร่ง หยิบหนังสือนิยายเ
“อย่าเพิ่งบอกเรื่องนี้กับแม่นะ”“รู้แล้วน่า...”ใบหน้าหวานหม่นลงเล็กน้อยเมื่อได้ยินประโยคนั้นจากพี่สาว เธอรู้ดีว่าแม่ไม่อยากให้เธอคบกับใครในตอนนี้เพราะว่ายังไม่มีงานทำเป็นหลักเป็นแหล่ง จึงไม่ได้ปฏิเสธความหวังดีของพี่สาว“อยากมีแฟนก็รีบหางานทำซะ...เรื่องงานที่กรุงเทพฯ...”“ไว้ค่อยคุยเรื่องนี้ทีหลังได้ไหมพี่ หนูขอเวลาตัดสินใจอีกหน่อย”จันทร์เจ้าเอ่ยขัด เพราะว่าข้อเสนอนี้เธอเองก็คิดมานานแล้วเหมือนกัน แต่ยังลังเลอยู่เพราะยังไม่ได้ปรึกษากับน้าก้องเลยว่าจะเอายังไง“เค...งั้นก็ไปเถอะ ก่อนสิ้นเดือนบอกด้วยล่ะว่าจะเอายังไง จะไปไม่ไป”“อื้อ ขอบคุณนะพี่”เด็กสาวส่งยิ้มบางกลับไปให้ จากนั้นจึงกระชับกระเป๋าแล้วปั่นจักรยานไปที่บ้านของน้าก้องในเวลาต่อมา@บ้านของก้อง“เป็นอะไรหรือเปล่า ทำไมหน้าเครียดๆ”เสียงทุ้มของก้องเอ่ยถามเด็กสาวเมื่อเห็นว่านั่งดูหนังด้วยกันสักพักแล้ว แต่ว่าเธอก็ดูเหมือนกังวลอะไรสักอย่าง“ถ้าหนูไปทำงานงานกรุงเทพฯ น้าก้องจะว่ายังไงจ๊ะ?”เงียบไปสักพัก เสียงหวานของจันทร์เจ้าก็เอ่ยถามขึ้น ช่วงนี้พ่อกับแม่ไม่ค่อยได้ทะเลาะกันแล้ว ในบ้านสงบลงไม่น้อย ทว่าเมื่อทั้งคู่เลิกทะเลาะกัน ก็เอาแต่ถา







