Masukซวยแล้วไง...คนที่ฉันเผลอไปนอนด้วยดันเป็นลูกของเจ้านายตัวเอง ฉันหวังว่าเขาจะลืมเรื่องคืนนั้นได้ ได้โปรดลืมเรื่องคืนนั้นไปเถอะนะคะ!!!
Lihat lebih banyakเสียงดนตรีเบสหนักกระแทกกำแพงกระจกใสของผับหรูใจกลางเมือง ไฟนีออนสีม่วงสลับฟ้าเต้นระยับเหนือศีรษะอย่างไม่มีจุดเริ่มหรือจุดจบ ผู้คนมากมายต่างจมอยู่ในโลกของตัวเอง ไม่ว่าจะด้วยเหล้าหรือด้วยความเหงาที่ไม่อาจระบายที่ไหนได้
เพชรพลอยเบียดกายฝ่าฝูงชนเข้าไปยังบาร์ด้านใน สายตาที่แดงช้ำจากการร้องไห้ทั้งวันยังคงระยิบวาวด้วยความกดดันอันหนักอึ้งในอก “เหล้าแรงสุด...แก้วนึงค่ะ” เธอบอกบาร์เทนเดอร์ด้วยน้ำเสียงแห้ง “วันนี้หน้าไม่ดีเลยนะน้อง” ชายหลังบาร์แซว แต่เธอทำเพียงยกมุมปากแข็ง ๆ ไม่ได้ตอบ ภาพแม่ที่นั่งร้องไห้อยู่หน้าบ้านชายทวงหนี้ที่ตะโกนเสียงดังด่าทอ ผู้คนที่มองผ่านๆ ราวกับเรื่องพวกนี้เป็นเพียงละครน้ำเน่าที่ไม่เกี่ยวกับใคร—ทั้งหมดตีกันยุ่งในหัวของเธอ “ถ้าไม่อยากให้แม่โดนด่าโดนทวงหนี้แบบนี้ ก็ไปหาผัวรวยๆ มาใช้หนี้สิวะเพชร!” เสียงแม่เมื่อเช้ายังดังชัดราวกับอยู่ในหูตอนนี้ เพชรพลอยถอนหายใจหนัก เธอไม่ได้เกลียดแม่ แต่เกลียดตัวเองที่จน เกลียดโชคชะตาที่ผลักเธอมายืนตรงนี้ เธอกระดกเหล้าแก้วแรกหมดไปอย่างง่ายดาย แก้วที่สองเริ่มทำให้ความเจ็บปวดกลายเป็นความมึน ชาแก้วที่สามทำให้เธอไม่อยากคิดอะไรอีก เธอซบแขนลงกับโต๊ะบาร์ หัวหมุนเล็กน้อย—แต่ยังรู้ชัดว่าอยากหนีจากความจริงอย่างสิ้นเชิง ในมุมมืดด้านข้าง ผนังสลับด้วยแสงสีเงินและม่วง ชายหนุ่มร่างสูงในสูทสีดำสนิทกำลังก้าวเข้ามา คิรินทร์ทอดสายตามองฝูงคนที่กำลังเต้น แต่ไม่มีใครสะกิดใจเขาเลยสักนิด คืนนี้เขามาคนเดียวหนีงานเลี้ยงที่พ่อจัดให้ หนีสายตาของคนรอบตัว หนีความคาดหวังที่ชื่อ “ทายาทบริษัทคิรากรุ๊ป” ต้องแบกไว้ หนีแม้กระทั่งคู่หมั้นที่ถูกจับวางตั้งแต่เด็ก เขาเบื่อ เขาอยากเงียบ เขาอยากหายไป จนสายตาสะดุดกับผู้หญิงคนหนึ่งที่อาศัยแก้วเหล้าหนีโลกพอกัน เพชรพลอยยกแก้วขึ้นดื่มแบบไม่ระวัง ตัวสั่นนิด ๆ อาจเพราะมีคนเดินชนหลังเธอจากทางด้านหลัง คิรินทร์ขมวดคิ้ว ก่อนเดินเข้าไปยืนข้างเธอเหมือนไม่ได้ตั้งใจ “ค่อย ๆ ดื่ม ไม่งั้นจะเมาตายเอา” เขาพูดเสียงเรียบ เพชรพลอยหันมามองดวงตาหวานที่ปกติเต็มไปด้วยชีวิต กลับซ่อนความเจ็บปวดลึกๆ ไว้จนเห็นได้ชัด “ตายก็ดีมั้งคะ” เธอยิ้มแห้ง ๆ เอ่ยแบบไม่คิด คำพูดนั้นทำให้ชายหนุ่มชะงัก “พูดอะไรแบบนั้น” “ก็ชีวิตฉันมันแย่มากเลยนี่คะ” เธอหัวเราะเบา ๆ แต่แววตานั้นแทบจะร้องไห้อีกครั้ง คิรินทร์มองหน้าเธอ ไม่รู้เพราะอะไร—แต่รู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้เก็บความเจ็บแบบเดียวกับเขา เขานั่งลงข้าง ๆ “ถ้าพูดได้…มันแย่ขนาดไหนเหรอ?” “แย่จนอยากลืมมัน…อย่างน้อยสักคืน” เธอตอบเสียงสั่นเล็กน้อย เธอไม่รู้ว่าเขาเป็นใครเขาไม่รู้ว่าเธอชื่ออะไรทั้งคู่เหมือนคนแปลกหน้าที่บังเอิญมาเจอกันในวันที่ใจใกล้พังพอกัน คิรินทร์ยื่นแก้วของเขาให้เธอ “งั้นคืนนี้ลืมมันไปก่อนแล้วกัน” เพชรพลอยหัวเราะ มองเขาด้วยสายตาแปลกใจ “คุณใจดี…แต่ดูแล้วน่ากลัวนะคะ” ชายหนุ่มขมวดคิ้ว “พูดตรงดีนะ” “ก็ตรงสิคะ ก็ฉันเมานี่นา” เธอหัวเราะอีกครั้ง แต่หัวไหล่ตกลงนิดหนึ่งเหมือนหมดแรงจะฝืนยิ้มแล้ว คิรินทร์จับได้—ความเข้มแข็งของเธอกำลังแตกเป็นชิ้นๆ ทั้งสองคุยกันเรื่อยๆบทสนทนามันไหลลื่นอย่างไม่น่าเชื่อ ตั้งแต่เรื่องงาน เรื่องครอบครัว เรื่องความเหนื่อยหน่ายในชีวิต เป็นการคุยที่ไม่ต้องคาดหวัง ไม่ต้องเกรงใจใคร ไม่ต้องพูดอย่างที่ควรพูด เพชรพลอยเงยหน้ามองเขาอย่างลืมตัว “รู้อะไรไหมคะ…คุณเป็นคนแปลกหน้าแรกที่ฉันอยากคุยด้วยนานๆ” คิรินทร์หัวเราะหายใจออกเบาๆ “ผมก็เหมือนกัน” แต่เพชรพลอยเริ่มเมามากขึ้นเรื่อย ๆ เสียงดนตรีดังจนเธอเริ่มโงนเงน คิรินทร์จับต้นแขนเธอไว้ “กลับเถอะ เดี๋ยวผมไปส่ง” “ไม่เป็นไรค่ะ…ฉันกลับเอง—” เธอพูดไม่ทันจบก็เสียหลักเกือบล้ม คิรินทร์ประคองไว้ทันที กลิ่นเหล้าเจือกลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ ของเธอลอยแตะปลายจมูก ใบหน้านี้ใกล้กว่าเดิมจนเขาเห็นขนตาที่สั่นระริกเพราะความเมา “ผมพาคุณไปพัก ไม่ทำอะไรคุณหรอก” เขาบอกเสียงหนักแน่น เพชรพลอยมองหน้าเขานิ่งขึ้นเล็กน้อย “ฉัน…เชื่อคุณนะ” คำพูดนั้นเหมือนทำให้หัวใจคิรินทร์สะดุด เขาประคองร่างเล็กที่แทบยืนไม่ไหวออกจากผับไปอย่างระมัดระวัง เขาพาเพชรพลอยเข้าไปในห้องพักโรงแรมชั้นสูงสุดที่เขาใช้เวลาหนีความวุ่นวายเป็นประจำคิรินทร์วางเพชรพลอยลงบนเตียงอย่างเบามือ "ผมว่าผมคงขับรถไปส่งคุณไม่ได้แล้ว เพราะผมก็ดื่มหนักเอาเรื่องมันจะอันตรายถ้าฝืนขับต่ออาจจะเกิดเรื่องไม่คาดคิดขึ้นก็ได้" เธอนั่งพิงหัวเตียง ดวงตาปรือมองหน้าเขา “ก็จริง...ขอบคุณนะคะ” คิรินทร์หัวเราะเบา ๆ “ดีใจเหมือนกันนะที่คุณไว้ใจผม” “ไว้ใจสิคะ…คืนนี้ไม่อยากอยู่คนเดียวเลย” คำพูดนั้นทำให้เขาชะงัก “เพชรพลอย…” เขาเรียกชื่อเธอครั้งแรกหลังได้ยินเธอพึมพำชื่อตัวเองตอนเมามาก เธอยิ้มเศร้า “คุณรู้ชื่อฉันแล้ว…แต่ฉันยังไม่รู้ชื่อคุณเลย” “คิน” “ชื่อเหมาะกับคุณนะคะ…” เธอยิ้มอ่อนแรง มือน้อย ๆ ของเธอยกขึ้นแตะแขนเขาอย่างเผลอตัว สัมผัสนั้นทำให้ความยับยั้งชั่งใจของเขาสั่นไหวในตอนที่ทั้งสองต่างอ่อนล้าจากโลกหัวใจก็เปิดรับใครคนหนึ่งอย่างไม่ตั้งใจ คืนนั้นความเหงาเหล้าและความอ่อนไหวทำให้พวกเขาโอบกอดกันโดยไม่ทันคิดว่าจะต้องรับผิดชอบอะไรในเช้าวันพรุ่งนี้ คิรินทร์ก้มลงไปจูบเพชรพลอยส่วนเธอก็ตอบสนองด้วยการแลกลิ้นและพึมพำในคอ มือของคิรินทร์เริ่มลูบไล้ไปตามร่างกายของเธอ "อือ—" เพชรพลอยพึมพำในลำคอ เสียงพึมพำนั้นทำให้หัวใจของคิรินทร์เต้นรัวๆไม่เป็นจังหวะ แต่เสียงหัวใจของเขาบอกอย่าหยุดจงทำต่อไป เขาเริ่มปลดกระดุมคอเสื้อของเพชรพลอยทีละเม็ดจนเห็นผิวพรรณที่ขาวเนียนของเธอพรเอมกับชุกชั้นในลูกไม้สีขาว ยิ่งมองต่ำลงไปก็ยิ่งเห็นหน้าอกที่อวบอึ๋มรอเขาขย้ำอยู่ คิรินทร์จ้องมองอยู่พักใหญ่แล้วก้มลงไปไซ้ซอกคอของเพชรพลอยแล้วแง๊บเบาๆ ทำให้เพชรพลอยส่งเสียงออกมาเล็กน้อย เสียงนั้นยิ่งกระตุ้นคิรินทร์เป็นอย่างมาก เขาเริ่มถอดเสื้อของเธอและตัวเองออกทีละชิ้นๆจนทั้งสองเหลือเพียงร่างที่เปลือยเปล่า เพชรพพลอยยื่นมือไปลูบไล้ร่างกายของคิรินทร์ คิรินทร์ที่เห็นเต้าอวบอึ๋มก็อดใจที่จะก้มลงไปดูดไม่ได้ มือของเขาลูบไล้ตามต้นขาของเพชรพลอยจนไปถึงร่องกลีบของเพชรพลอยเขาสอดนิ้วเขเาไปในร่องกลีบของเธออย่างช้าๆ เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นมาดูเพชรพลอยก็เห็นว่าเธอกำลังทำสีหน้ายั่วยวนรอให้เขาทำต่อ คิรินทร์ที่เห็นสีหน้าแบบนั้นก็ทนไม่ไหวอีกต่อไปเขายับท่อนเอ็นอันใหญ่ของเขารูดขึ้นลงประมาณ4-5ครั้งก่อนขะเอาไปถูกับเม็ดเสียวของเพชรพลอย "อ่า—" เขาส่งเสียงครางออกมา "ดะ...เดี๋ยว" "หืม? มีอะไร" "มันน่ากลัวมาก" "ครั้งแรกหรอ—ไม่ต้องกลัวหรอก" คีรินทร์จับขาทั้งสองอ้าออกห่างจากกันแล้วเอาท่อนเอ็นจ่อร่องกลีบแล้วค่อยๆดันท่อนเอ็นเข้าไปในตัวของเพชรพลอยแล้วเอาค้างเอาไว้ ร่องกลีบของเพชรพลอยรัดม่อนเอ็นเขาแน่นจนแทบหายใจไม่ออก คิรินทร์ส่งเสียงพึมพำในลำคอออกมาก่อนจะเงยหน้าแล้วถอนหายใจ เขาเห็นสีหน้าเพชรพลอยมีความกังวลจึงโน้มตัวลงไปจูบดพชรพลอยเพื่อให้เธอรู้สึกผ่อนคลาย เขาเริ่มแทรกลิ้นเข้าไปในปากของเธอ คิรินทร์พูดในใจ "แน่นเป็นบ้าเลย—เสียแทบไม่เข้า" เพชรพลอยส่งเสียงพึมพำในลำคอ คิรินทร์ถอนจูบอย่างโยนอ่อน "เจ็บ..." เพชรพลอยพูดออกมาด้วยเสียงสั่นคลอน "เดี๋ยวก็หายเจ็บแล้วนะ" เขายิ้มมุมปาก เพชรพลอยพยักหน้า "งั้น...ผมขยับเลยนะ" ทันทีที่คิรินทร์พูดจบเขาก็เริ่มขยับเอวอย่างช้าๆ เพราะกลัวเพชรพลอยจะเจ็บเขาพยายามมองเพชรพลอยและสังเกตุสีหน้าของเธอว่าเธอรู้สึกดีหรือเปล่า แต่พอคิรินทร์เห็นว่าเพชรพลอยเริ่มรู้สึกดีเขาก็เริ่มขยับเร็วขึ้นเรื่อยๆจนเพชรพลอยส่งเสียงครางออกมา "อ๊ะ...อ๊ะ—อือ" "อ่า—" ทั้งคู่ส่งเสียงครางออกมาอย่างพอใจ คิรินทร์ก้มลงไปแง๊บคอของเพชรพลอยอย่างเบาๆจนเป็นรอยแดง เขาเร่งจังหวะเร็วขึ้นเรื่อยๆ จนน้ำใสๆล้นออกมาจากร่องกลีบตามมาด้วยน้ำสีขาวขุ่นไหลออกมาจากรูเดียวกัน ทั้งสองมองหน้ากันด้วยสีหน้าที่รูัสึกว่าพอใจกับคืนนี้แล้ว จึงผลอยหลับไปจนเช้า ทั้งคู่ไม่รู้ว่าเพียงคืนเดียวนี้—จะเปลี่ยนชะตาชีวิตของทั้งสองตลอดไป และเมื่อแสงเช้าแรกส่องผ่านม่านสีควันบุหรี่…เพชรพลอยตื่นขึ้นเธอหันไปเห็นผู้ชายที่หลับอยู่ข้างๆ หัวใจเธอแทบหยุดเต้น “ไม่นะ…ทำอะไรลงไปเนี่ย…!” เธอรีบคว้าของที่หอบมาด้วยอย่างลนลาน รีบใส่เสื้อผ้าแล้วรีบวิ่งออกจากห้อง—กำไลเงินที่แม่ให้ติดตัวตั้งแต่เด็ก ร่วงหล่นอยู่บนพื้นโดยที่เธอไม่รู้ตัว คิรินทร์ตื่นขึ้นหลังจากนั้นเพียงไม่กี่นาทีเขามองเตียงว่างเปล่าชายตาของเขาเหลือบไปเห็นกำไลเงินที่สลักชื่อ “เพชรพลอย” วางอยู่ตรงปลายเตียงเขากำมันไว้แน่นจ้องมองพร้อมกับยิ้มที่มุมปากกำไรนั้นราวกับจะกินมันเข้าไป เหม่อมองประตูห้องที่ปิดสนิท “คุณเป็นใครกันแน่…เพชรพลอย”แสงแดดยามเช้าส่องลอดผ้าม่านบาง ๆ เข้ามาในห้องรับรองเพชรพลอยขยับตัวเล็กน้อยก่อนจะค่อย ๆ ลืมตาขึ้นกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของกาแฟลอยมาแตะจมูก เธอลุกขึ้นนั่งอย่างงง ๆ ก่อนจะนึกได้ว่าคืนนี้เธอค้างที่บ้านคิรินทร์“ตื่นแล้วเหรอหนู”เสียงคุ้นเคยดังขึ้นจากหน้าประตู คิรินทร์ยืนอยู่ในชุดลำลอง สีหน้าผ่อนคลายกว่าที่เธอเห็นในบริษัทเสมอ มือหนึ่งถือถาดอาหารเช้า“พี่คิน…” เพชรพลอยรีบลุกจากเตียง “หนูหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้เลยค่ะ”คิรินทร์ยิ้ม “หลับบนโซฟา พี่อุ้มหนูมานอนตรงนี้ ไม่อยากปลุก”คำพูดนั้นทำให้หัวใจเพชรพลอยอุ่นวาบ“แล้วพี่คินได้นอนบ้างไหมคะ”“นอน” เขาตอบทันที “แต่ต้องดูให้แน่ใจก่อนว่าหนูสบายดี”เขาวางถาดอาหารไว้บนโต๊ะเล็ก ๆ ข้างเตียง“แม่ให้พี่เอามาให้ หนูยังไม่ต้องรีบลุก กินรองท้องก่อน”เพชรพลอยมองอาหารเช้าเรียบง่ายแต่จัดอย่างตั้งใจ ก่อนจะเงยหน้ามองเขา“หนูรู้สึกเหมือนได้รับการดูแลมากเกินไปเลยค่ะ”คิรินทร์นั่งลงข้างเตียง สายตานุ่มลึก“ต่อไปนี้ หนูจะได้รับแบบนี้ทุกวัน พี่ตั้งใจแล้ว”เพชรพลอยหน้าแดง “พี่คินพูดเหมือนเราแต่งงานกันแล้วเลยนะคะ”เขาหัวเราะเบา ๆ“ก็อีกไม่นานนี่”หลังอาหารเช้าเพชรพลอยอ
ข่าวลือในบริษัทแพร่กระจายเร็วกว่าที่เพชรพลอยคิดแค่การที่เธอไม่มาทำงานหนึ่งวันเพราะอาการแฮงค์หนักหลังฉลองกีฬาสี กลับถูกต่อเติมเรื่องราวจนกลายเป็นคำถามที่ทุกคนไม่กล้าถามตรงๆ แต่กลับซุบซิบกันไม่หยุด“หรือว่า…เพชรพลอยไปอยู่กับท่านประธานที่คอนโด?”คำถามนั้นลอยไปถึงหูของผู้ใหญ่เร็วกว่าที่คิรินคาดไว้และในเช้าวันหนึ่ง เขาถูกเรียกเข้าไปพบท่านประธาน—พ่อของเขา—ในห้องทำงานที่เงียบขรึมกว่าทุกครั้ง“ข่าวมันเริ่มแรงแล้วนะคิรินทร์” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้น “ถ้าลูกคิดจะจริงจัง ก็ต้องชัดเจน”คิรินทร์นิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มบาง ๆ อย่างคนตัดสินใจแล้ว“ผมชัดเจนมานานแล้วครับพ่อ”---สุดสัปดาห์ถัดมา พนักงานทั้งบริษัทถูกประกาศว่าจะได้ไปฉลองโบนัสสิ้นปีที่ทะเลเพชรพลอยเองก็ไม่ได้เอะใจอะไร คิดเพียงว่าเป็นทริปพักผ่อนธรรมดา เธอเดินเล่นอยู่ริมชายหาดยามเย็น แสงแดดสีส้มสะท้อนผิวน้ำระยิบระยับอย่างสวยงาม“วิวสวยจังค่ะพี่คิน” เธอยิ้ม พลางหยิบกล้องขึ้นมาเตรียมถ่ายภาพเก็บไว้“ถ่ายสิหนู” คิรินทร์ตอบเสียงนุ่ม ยืนอยู่ข้างหลังเธอเพชรพลอยย่อตัวลงเล็กน้อย จัดมุมกล้องให้เห็นเส้นขอบฟ้า ทะเล และท้องฟ้าที่กำลังเปลี่ยนสี แต่ก่อนที่เธอจะ
สนามกีฬาของบริษัทเต็มไปด้วยเต็นท์สีสด เสียงพนักงานจากทุกบริษัทที่เข้าร่วมแข่งดังครึกครื้น ทุกคนสวมเสื้อทีมสีของแผนกตัวเองเพิ่มความคึกคัก เพชรพลอยในชุดกีฬาสีทีม แก้มขึ้นสีจากทั้งแดดและตื่นเต้น เธอสูดลมหายใจลึก พนักงานแผนกตัวเองเดินมาตบไหล่ให้กำลังใจไม่ขาด คิรินทร์ยืนอยู่ข้างสนามตามตารางแข่งของเธอทั้งวัน มือในกระเป๋ากางเกงกำแน่นทุกครั้งที่เธอลงแข่งขันชนิดต่าง ๆ เขาไม่ได้พูด แต่ทุกคนรู้… เขาเป็นห่วงเธอสุดหัวใจ *** สนามแรก การแข่งขันวิ่งผลัด 4×100 เมตรกำลังจะเริ่มแดดยามเช้าส่องลงมาเต็มแรงจนพื้นลู่วิ่งสะท้อนแสงระยิบเพชรพลอยยืนวอร์มอยู่กับทีมในชุดกีฬาสีแผนกของเธอ ผิวขาวอมชมพูตัดกับแดดแรงจนเหมือนสว่างขึ้นเองเอวบางๆ กับท่ายืดเส้นทำให้คนแถวสนามมองจนลืมหายใจ คิรินทร์ที่ยืนอยู่ไม่ห่าง แอบกลืนน้ำลายเบา ๆ แล้วหลบสายตาไปอีกทางแต่ก็ยังแอบมองอยู่ดี --- ฝ่ายบริษัทคู่แข่งยืนซุบซิบกันกลุ่มผู้ชายจากบริษัทญาดาและอีกสองบริษัทยืนมองเพชรพลอยแบบไม่ละสายตา “เฮ้ย ผู้หญิงคนนั้น… ของบริษัทไหนวะ?” “ไม่รู้ แต่โคตรเก่ง ดูตอนวอร์มดิ ท่าวิ่งเป๊ะมาก” “สเปกกูชัด ๆ เลย… ขาวสวย ผอมเอวบาง—” “ถ้าชนะจะขอไลน์เลยว่
หลังจากมื้อค่ำสุดหรูจบลง เพชรพลอยและพลอยใสยังรู้สึกอิ่มเอมจากรอยยิ้มและความเอ็นดูของครอบครัวคิรินทร์ แม่ของคิรินทร์ส่งซิกให้เพชรพลอยรู้ว่าไม่ต้องเกรงใจเรื่องค่าใช้จ่าย ทำให้เพชรพลอยหน้าแดงเล็กน้อย “เอาล่ะ ฉันพาพลอยใสไปส่งก่อนนะคะ” เพชรพลอยบอกพลอยใส พลอยใสยิ้มกว้าง แอบเขินที่ได้ไปส่งบ้านกับเพชรพลอยเองฃ คิรินทร์ยิ้มมุมปากแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุขุมแต่แฝงความห่วงใย “พี่ไปเป็นเพื่อน” ขณะนั่งรถไปยังบ้านของพลอยใส บรรยากาศในรถเงียบสงบ แต่เต็มไปด้วยความอบอุ่น คิรินทร์เล็กน้อย ๆ โอบไหล่เพชรพลอยจากด้านหลัง เธอเผลอยิ้มในใจ ไม่อยากยอมรับแต่ก็อุ่นใจ เมื่อถึงบ้านของพลอยใส คิรินทร์ลงจากรถช่วยถือของให้พลอยใสและเพชรพลอย พลอยใสยกมือไหว้เขาเล็กน้อยด้วยความเกรงใจ แต่สายตาเต็มไปด้วยความชื่นชม “ขอบคุณนะคะ” พลอยใสเอ่ยเสียงเบา เขาพยักหน้าเบา ๆ แอบเหลือบมองเธอแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่ว “ไปเถอะ เดี๋ยวเจอหน้ากันพรุ่งนี้ที่บริษัท” คิรินทร์หันมามองเพชรพลอยที่นั่งเบาข้างหลังแล้วยิ้มมุมปาก "ส่วนพวกเราก็กลับบ้านได้แล้ว เพชรพลอยพยักหน้า แล้วหัวใจเต้นแรงทุกครั้งที่ได้สบตาเขาในตอนนั้น --- บ้านคิรินทร์