LOGINไนท์คลับหรู
หญิงสาวยืนมองอาคารตรงหน้า ที่ด้านในมีแสงสีสลับกันไปมาจนลายตา ด้านหน้ามีการ์ดจำนวนหนึ่งเฝ้าอยู่ เธอเดินตรงเข้าไป ทว่าการ์ดกลับยกแขนขึ้นกันเธอไว้
"หน้าตายังเด็กอยู่เลยนะ อายุเท่าไหร่อะเรา?"
"ยี่สิบสองค่ะ"
"มีบัตรมั้ย?" อีกคนถาม ก่อนจะเดินเข้ามายืนข้างๆ การ์ดอีกคน ที่ใช้แขนขวางเธอเอาไว้ "คลับนี้มันวีไอพีนะ ไม่มีบัตรเข้าไม่ได้"
"มีค่ะ" เธอรีบหยิบบัตรที่ชายหนุ่มได้ให้ไว้เมื่อกลางวันให้กับคนตรงหน้าได้ดู ก่อนที่ทั้งหมดจะรีบหลีกทางให้เธอเข้าไปโดยที่ไม่ได้พูดอะไรอีกเลย
มิราเดินเข้าไปด้านใน ก่อนจะหันมองหาชายหนุ่มที่เธอกำลังตามหาอยู่ในตอนนี้
"ขอโทษนะครับคุณมิราใช่หรือเปล่าครับ"
"ค่ะ"
"ตอนนี้นายรออยู่ด้านบนครับเชิญทางนี้"
"ขอบคุณค่ะ"
มิราเดินตามชายหนุ่มหน้าตาดีคนนึงขึ้นไปยังชั้นบน ก่อนจะพาเธอเข้าไปในห้องห้องนึง ที่ดูเหมือนจะเป็นห้องทำงานพ่วงกับห้องนอนไปด้วย
"มาแล้วหรอ?"
"พี่คชา..." เธอพูดขึ้นเบาๆ เมื่อได้เห็นหน้าชายหนุ่ม
"พี่ขอโทษถ้าคนของพี่ทำให้เราต้องตกใจ"
"ไม่เป็นอะไรค่ะ"
"มานั่งนี่สิ" มือหนาตบเข้าที่โซฟาเบาๆ เรียกให้หญิงสาวเข้าไปนั่งอยู่ข้างกาย
ทันทีที่เธอนั่งลงมือหยาบก็คว้าเอวคอดไว้แน่น ก่อนจะหยิบแก้วเหล้าแก้วเดียวกับที่ตนเองดื่มยื่นให้กับหญิงสาว
"สักหน่อยไหม?"
"เอ่อค่ะ" เพราะไม่อยากเสียมารยาทเธอจึงยอมดื่มเหล้าในแก้วของชายหนุ่ม
"นึกยังไงถึงมาชอบพี่ล่ะ?"
"ก็ ไม่รู้เหมือนกันสิคะ เราต้องมีเหตุผลในการชอบใครสักคนด้วยหรอ"
"ถ้าเราชอบพี่จริง พี่อยากให้เราพิสูจน์อะไรหน่อยได้ไหม"
"อะไรหรอคะ?"
"ก็..." มือหนาลูบไล้ต้นขาขาวเนียนไปมาเบาๆ สื่อให้หญิงสาวรู้ว่าเขาต้องการอะไรจากตัวของเธอ
"ถ้ามิรายอม พี่จะให้คำตอบมิราใช่ไหมคะ"
"ก็ใช่ไง แต่พี่ก็ต้องพิสูจน์ก่อนว่าเราชอบพี่จริงๆ หรือเปล่า"
"ก็ได้ค่ะ"
คนตัวโตเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนจะผลักหญิงสาวนอนราบลงกับโซฟา ถอดเสื้อผ้าที่เธอสวมใส่มาออกไปอย่างชำนาญ
"อืม...เธอนี่ก็ซ่อนรูปเหมือนกันนะ" มือหนาลูบสัมผัสเรือนร่างอันสวยงามของหญิงสาวอย่างหลงใหล สายตาจับจ้องไม่กระพริบ
"อะ อือ..."
"อืมม.." แก่นกายใหญ่ลำยาวถูกควักออกมาจากกางเกงตัวสีดำสนิท หญิงสาวเบิกตาโพลงเมื่อได้เห็นขนาดความใหญ่ของท่อนเอ็นตรงหน้า
เขาหยิบถุงยางสวมเป็นเกราะป้องกันให้กับลูกชาย จากนั้นก็ขยับตัวเข้าไปใกล้ๆ กับหญิงสาวอีกนิด ค่อยๆ กดปลายหัวแก่นกายลำยาวเข้าไปยังช่องทางรักของเธออย่างช้าๆ
ทว่า...มีบางสิ่งที่ทำให้เขาต้องหยุดชะงัก และมองดูว่าเป็นอย่างที่เขาคิดจริงๆ หรือเปล่า
"เลือด?"
"ฮึก...มิรายังไม่เคยค่ะ" หญิงสาวตอบเสียงกระเส่า น้ำตาไหลปริ่มออกมาเพราะรู้สึกว่ามีบางอย่างกำลังฉีกขาดเมื่อแก่นกายใหญ่พยายามรุกล้ำเข้าไปยังช่องทางรักของเธอ
"หึหึ" ชายหนุ่มหัวเราะออกมาเบาๆ พร้อมกับกดยิ้มมุมปากเล็กน้อย "ฉันจะทำเบาๆ ละกัน ไม่เคยเจอเหมือนกันผู้หญิงที่ยังซิง"
ชายหนุ่มกดแก่นกายใหญ่เข้าไปอีกครั้ง ทำให้หญิงสาวใต้อาณัติเกร็งตัวมากขึ้นกว่าเดิม ความใหญ่โตรุกล้ำเข้าไปยังช่องทางรักคับแคบ ในที่สุดเขาก็กดเข้าไปจนมิดลำได้
"อ่าา..."
"ฮึกก..เจ็บจังเลยค่ะ มิราเจ็บ..." เธอมองหน้าชายหนุ่มที่อยู่ด้านบนทั้งน้ำตา บ่งบอกว่าเธอกำลังรู้สึกยังไงกับสิ่งที่เขากระทำ
มันเจ็บ มันจุก มันแสบ เหมือนช่องทางตรงนั้นของเธอขาดสะบั้น ส่งกลิ่นเลือดคละคลุ้ง
"ครั้งแรกก็แบบนี้แหละ เจ็บนิดหน่อยเดี๋ยวก็หาย" ชายหนุ่มเลื่อนมือไปเช็ดน้ำตาให้กับหญิงสาวตรงหน้า
"ฮึก...ต้องทำอีกนานไหมคะ"
"เธอรักฉันไม่ใช่หรอ?"
"...." หญิงสาวพยักหน้ารับเบาๆ
"แค่นี้เธอก็ต้องทำเพื่อฉันได้สิ"
คนตัวโตเริ่มโยกขยับจุดเชื่อมต่อของเขาและเธอ หญิงสาวแม้จะเจ็บแต่ก็ยอม แก่นกายใหญ่ถูกชายหนุ่มกระแทกเข้ามายังช่องทางรักคับแคบอย่างไม่เว้นช่วง
พั่บ! พั่บ! พั่บ!
ตับ! ตับ! ตับ!
"อึก...ฮึกก.."
"อืมม...อ่าาส์..." คนตัวโตเปล่งเสียงครางกระเส่าออกมา ก่อนจะก้มลงมองจุดเชื่อมต่อ ตอนนี้เกราะป้องกันที่สวมใส่อยู่เต็มไปด้วยเลือดและคราบน้ำหล่อลื่น ภายในร่องแคบมันคับแน่นจนเขาอดที่จะครางออกมาไม่ได้จริงๆ
ปึก! ปึก! ปึก!
เอวหนาถาโถมแก่นกายใหญ่เข้าช่องทางรับคับแคบอย่างหนักหน่วง ไม่นานก็ปลดปล่อยน้ำกามสีขาวขุ่นออกมาผ่านเกราะป้องกัน ก่อนที่เขาจะถอดมันทิ้งลงถังขยะไปอย่างไม่ใส่ใจ
"เธอควรไปล้างเลือดนะมิรา"
"การที่เราทำแบบนี้กัน มันหมายความว่ายังไงหรอคะ?" หญิงสาวดันตัวลุกขึ้นนั่ง เอ่ยถามชายหนุ่มที่กำลังเก็บลูกชายเข้าที่อยู่ด้วยความอยากรู้
"...."
"พี่ยังไม่ได้ให้คำตอบมิราเลยนะคะ"
"เราเพิ่งจะเจอกันจะให้รักกันเลยก็คงจะไม่ได้ แต่พี่ชอบเธอนะ" พูดประโยคท้ายจบเขาก็หันไปมองหน้าหญิงสาวที่นั่งอยู่ที่โซฟา
"...." ได้ยินแบบนั้นหญิงสาวก็รู้สึกใจชื้นขึ้นมาทันที ก่อนจะรีบใส่เสื้อผ้าของเธอเช่นกัน
"เธอควรกลับนะเดี๋ยวพี่ให้คนไปส่ง"
"มิราขออยู่กับพี่ไม่ได้หรอคะ พรุ่งนี้มีมิราไม่มีเรียนแล้วก็ไม่รู้จะไปไหนด้วย"
"แน่ใจหรอว่าจะอยู่ได้ พี่ต้องทำงานนะ"
"อยู่ได้ค่ะ มิราไม่รบกวนพี่แน่นอน"
"...." เขามองหญิงสาวที่หน้าตาใสซื่อพลางพันแขนเสื้อของตัวเองขึ้นไปด้วย "แล้วนี่มายังไง?"
"ให้คนขับรถมาส่งค่ะ"
"แล้วตอนกลับจะกลับยังไง?"
"เดี๋ยวให้คนมารับก็ได้ค่ะ พี่คชาไม่ว่าอะไรใช่ไหมคะ"
"ไม่หรอก อยากอยู่ก็อยู่อย่าสร้างความวุ่นวายก็พอ" คชาพูดขึ้นเสียงเรียบก่อนจะเดินไปที่โต๊ะทำงานของตัวเอง
"ค่ะ"
เพราะเห็นผู้หญิงคนนี้ดูไม่มีพิษมีภัยอะไรเขาจึงยอมให้เธออยู่ในห้องทำงานส่วนตัวที่ไม่มีใครได้เข้ามาง่ายๆ แม้กระทั่งผู้หญิงที่เคยนอนด้วยก็ไม่เคยมีใครมีสิทธิ์ได้เข้ามา
หญิงสาวนั่งมองชายหนุ่มทำงานอย่างเงียบๆ จนเวลาผ่านล่วงเลยไป และเธอก็เผลอหลับไปบนโซฟา เพราะรู้สึกเจ็บแสบช่วงล่างด้วย
เวลาต่อมาหลังจากที่กลับมาเก็บเสื้อผ้าที่โรงแรมกันเรียบร้อยแล้วเราสองคนก็ออกเดินทางกันทันทีเพราะกว่าจะไปถึงที่นั่นอีกก็คงจะมืดดึก แต่พอออกไปได้ครึ่งทางฝนก็กระหน่ำตกลงมาแบบไม่ลืมหูลืมตา จนพี่คชาต้องหยุดรถเพราะถ้าไปต่ออาจจะเกิดอุบัติเหตุเอาได้ฝนตกลงมาแรงจนมองไม่เห็นเส้นทางเลย"ตกหนักเลยนะเนี่ย ดูท่าแล้ว คงจะหยุดยากด้วย" พี่คชาหันมาพูดกับฉัน"น้ำมันรถจะหมดแล้วหนิ" ขณะที่ฉันเงยหน้าขึ้นสบตากับพี่คชา ก็สังเกตเห็นไฟสีแดงกระพริบตรงหน้าจอด้านหน้าของพี่คชา มันเป็นไฟสีแดงกระพริบเตือนน้ำมันรถที่กำลังจะหมด"อืม ฉันลืมเติมน่ะ ก็กะว่าจะขับรถออกไปแล้วหาปั๊มน้ำมันจอดเติม แต่ก็ไม่คิดว่าจะมาติดฝนอยู่แบบนี้""เฮ้อ..." ฉันหยิบโทรศัพท์ออกมากะว่าจะโทรหาพี่ดิม เผื่อว่าเขาจะช่วยอะไรฉันได้บ้าง แต่ก็ดันไม่มีสัญญาณสักขีดเลย แบตเตอรี่เต็มเปี่ยมแต่ตรงนี้ไม่มีสัญญาณเลย แต่มันคงจะเป็นเพราะฝนตกหนักด้วยแหละสัญญาณก็เลยหาย"จอดรถพักอยู่ตรงนี้ก่อนฝนหยุดแล้วค่อยออกเดินทางต่อ""น้ำมันรถก็จะหมดอยู่แล้ว จากตรงนี้ไปถึงปั๊มน้ำมันแรกก็อีกตั้งหลายกิโล แน่ใจหรอว่ารถคุณจะขับไปถึง" ตลอดทางที่รถขับผ่านมาฉันสังเกตตามข้างทางตลอดว่ามั
( เวลาต่อมา )บริษัทSSS“มิรา”“คะ?” ฉันขานรับพร้อมกับเงยหน้าขึ้นมองคนเรียก“เลขาได้บอกหรือเปล่าว่าวันนี้ต้องออกไปดูงานข้างนอก”“บอกแล้วค่ะ”“ทำไมเธอไม่เตรียมตัวอะไรเลยล่ะ ไม่รู้หรอว่าต้องเดินทางไกล”“ฉันเตรียมพร้อมมาจากบ้านแล้วค่ะ” ฉันต้องออกไปดูงานกับพี่คชา แต่มันก็ค่อนข้างไกลเลยต้องหาโรงแรมพักก่อนคืนนึงแล้วก็กลับอีกวัน ฉันรู้เรื่องที่จะต้องไปดูงานตั้งแต่เมื่อวานแล้ว และฉันก็เตรียมตัวเรียบร้อยหมดแล้วด้วยเราต้องออกเดินทางกันตอนบ่าย เพราะกว่าจะเดินทางไปถึงก็ได้เข้าพักที่โรงแรมพอดี“อ๋อ…”สำหรับฉันมันไม่ได้มีเรื่องอะไรน่าตื่นเต้นขนาดนั้น เตรียมแค่ของใช้ที่จำเป็นไป อยากได้อะไรเพิ่มก็แค่ซื้อใหม่แค่นั้นเอง“แล้วแฟนเธอไปด้้วยหรือเปล่า?”“ไม่ค่ะ พี่ดิมต้องทำงาน ฉันไปคนเดียว”“อ๋อ…แล้วแฟนเธอจะไม่ว่าอะไรแน่นะ ที่จะต้องไปดูงานกับฉันสองคน”“เขาไม่ใช่คนงี่เง่าที่แยกแยะระหว่างเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวไม่ออกค่ะ”“ก็ดี ฉันไม่อยากเป็นต้นเหตุให้ครอบครัวของเธอร้าว”“มันไม่ขนาดนั้นหรอกค่ะ แค่ไปดูงานไม่ได้ไปทำเรื่องอะไรไม่ดีสักหน่อยทำไมคุณถึงต้องกลัวด้วยคะ?” ฉันถามเขากลับ ทำไมถึงได้กลัวขนาดนั้นกะอีกแค่
สองเดือนถัดมาคชาและมิราอยู่ใกล้ชิดกันมากขึ้น บางครั้งก็ออกไปพบลูกค้าพร้อมกัน บางวันก็ออกไปกินข้าวด้วยกัน เวลาทำงานทั้งสองตัวติดกันตลอดและเพราะความใกล้ชิดทำให้ทั้งสองมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน มันอาจจะยังไม่ใช่ความรัก แต่ทั้งสองก็คุยดีด้วยกันมากขึ้นสำหรับมิราเธอยังไม่ได้คาดหวังเรื่องความรักจากใคร เพราะเธอกลัวว่าถ้าเปิดใจให้ใครสักคนแล้วเธอจะต้องเจ็บเหมือนอย่างที่เคยเป็นอีกเธอแค่อยากให้เวลากับตัวเองอยากดูแลตัวเองดูแลครอบครัวดูแลบริษัทที่พ่อของเธอคาดหวังในตัวเธอมากๆ เธอไม่อยากทำให้พ่อต้องผิดหวังถ้าจะมีความรักอีกจริงๆ เธอก็ขอให้มันเกิดขึ้นในเวลาที่เหมาะเกิดขึ้นในเวลาที่เธอพร้อม เธอไม่อยากเอาหัวใจเอาตัวเองลงไปเสี่ยงกับเรื่องพวกนี้อีกแล้ว คาดหวังกับเรื่องอะไรลงไปมากๆ ก็มีแค่เธอที่เจ็บอยู่คนเดียว"สวัสดีค่ะคุณมิรา""สวัสดีค่ะคุณเลขา วันนี้มาแต่เช้าเลยนะคะ""ยอมแพ้ท่านประธานไม่ได้หรอกค่ะ ยิ่งเห็นท่านประธานมาทำงานแต่เช้าแบบนี้ยิ่งต้องมาให้เช้ากว่า""พอดีว่ามีงานต้องเคลียร์น่ะค่ะ ก็เลยต้องรีบมาแต่เช้า สายๆ ต้องออกไปพบลูกค้าอีก พี่ดิมช่วงนี้ก็วุ่นอยู่กับอีกบริษัทนึงไม่มีเวลาเลย" เธอบอกตารางงา
( หลายวันถัดมา )หลังจากวันนั้นพี่คชาก็มาที่บริษัทฉันทุกวัน จากตอนแรกที่หวั่นๆ ใจ ถึงตอนนี้ฉันรู้สึกชินไปแล้ว เพราะต้องทำงานร่วมกันมันเลยเลี่ยงไม่ได้ที่เราสองคนจะต้องเจอหน้ากันอีกฉันแค่กลัวว่าความใกล้ชิดจะทำให้ฉันหวั่นใจกับพี่คชาอีก ฉันยอมรับว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาฉันไม่เคยลืมพี่คชาได้เลย เขายังคงอยู่ในใจของฉันตลอด เพียงแต่ฉันไม่ได้โหยหาเขาไม่ได้คิดว่าไม่มีเขาแล้วฉันจะอยู่ไม่ได้ คนเราต่างมีหน้าที่ของตัวเองด้วยกันทั้งนั้นแกร้ก!ฉันกับพี่ดิมเงยหน้ามองคนที่เปิดประตูเข้ามาพร้อมๆ กัน พี่คชาเดินเข้ามานั่งที่โต๊ะทำงานของตัวเองในขณะที่ฉันยังมองตามเขาไป ตอนแรกนึกว่าจะไม่มาทำงาน ที่ไหนได้มาสายนี่เอง“ขอโทษที่มาสาย ไม่ว่าอะไรใช่ไหม?”“ค่ะ” ฉันพยักหน้าเบาๆ จะไปว่าอะไรเขาได้ล่ะในเมื่อเขาก็เป็นหุ้นส่วนของบริษัทฉันเหมือนกันพูดไปเดี๋ยวก็หาว่าไม่ดีอีก“คุณคชารับกาแฟสักแก้วมั้ยครับ?” พี่ดิมถาม“ไม่เป็นอะไรครับผมกินเรียบร้อยมาแล้ว”“น้องมิราเอากาแฟมั้ย เดี๋ยวพี่ไปชงมาให้”“ก็ได้ค่ะ ขอบคุณมากนะคะ”มีพี่ชายดีมันก็ดีแบบนี้แหละคอยดูแลเทคแคร์เราทุกอย่างไม่ต้องร้องขออะไรเลย ไม่ว่าจะอะไรเขาก็จะหามาประเคนให้เรา
เวลาต่อมาบริษัทSSS“วันนี้จะมีผู้บริหารจากบริษัทAAมาเซ็นสัญญากับเรานะครับ”“ค่ะๆ” ฉันได้แต่พยักหน้าตอบรับ เพราะมัวแต่วุ่นอยู่กับกองงานตรงหน้าเลยไม่ได้ถามอะไรพี่ดิมกลับ แต่ก็รู้แล้วแหละว่าจะต้องเซ็นสัญญากับบริษัทร่วมหุ้น แค่ยังไม่รู้ว่าเป็นบริษัทไหน ใครเป็นเจ้าของ“พี่ว่าหยุดทำก่อนนะ เดี๋ยวพี่จัดการให้เองเราไปเตรียมตัวเถอะ”“ไม่เป็นไรค่ะเดี๋ยวมิราทำเอง ใกล้จะเสร็จแล้วค่ะ” ฉันตอบแต่ตายังจ้องที่หน้ากระดาษเอกสารตรงหน้าอยู่เลยพี่ดิมทำงานเยอะกว่าฉันอีก เรื่องงานเรื่องประชุมอะไรก็เป็นคนเดินเรื่องให้ ทำทุกอย่างแทนฉันไปซะหมดสงสัยตอนที่อยู่กับคุณพ่อทำแบบนี้จนชินแน่ๆ เลย ก็เลยติดนิสัยมาทำกับฉันด้วย แต่ฉันเป็นคนที่ไม่ชอบให้ใครทำอะไรให้ เพราะถ้าจะทำฉันจะเป็นคนทำเอง“แต่ใกล้จะได้เวลาแล้วนะครับ”“แค่ใกล้นี่คะ ยังไม่ถึงเวลาสักหน่อย มิราเตรียมตัวพร้อมมาจากที่บ้านแล้วค่ะ ว่าแต่คุณพ่อมายังคะ?”“มาแล้วครับ คุณท่านนั่งรออยู่ด้านนอก ไม่อยากเข้ามารบกวนน้องมิราทำงาน”“อ๋อค่ะ พี่ดิมไม่ต้องมาอยู่กับมิราก็ได้ ใกล้จะเสร็จแล้วค่ะ เดี๋ยวมิราเรียกให้เลขามาเอาเอง”“ได้ครับ”พี่ดิมเดินออกไปจากห้องทำงานของฉัน ตั้งแ
มิรา Talkงานเลี้ยงผู้บริหารฉันเดินเข้าไปในงานพร้อมกับคุณพ่อและพี่ดิม เป็นงานเลี้ยงของผู้บริหารระดับสูง ซึ่งฉันเองก็เพิ่งจะเข้าบริหารงานได้ไม่เท่าไหร่ไม่รู้จักใครมากมายหรอก คุณพ่อสิรู้จักคนเยอะแยะไปหมด“สวัสดีครับท่าน พาลูกสาวมาด้วยเหรอครับเนี่ย”“อ่าใช่ครับ มิราลูกสาวคนเดียวของผมเอง”“สวัสดีค่ะคุณอา” ฉันยกมือไหว้ทักทายผู้ใหญ่ เพราะถูกสอนมาแบบนี้ อยู่ต่างประเทศก็จริงแต่ติดขนบธรรมเนียมของไทยมากกว่า“ผมได้ข่าวมาว่าลูกสาวท่านเข้าไปบริหารงานแทนแล้ว แถมยังมีคนลือกันให้แซดว่าเก่งมากๆ”“ขอบคุณค่ะคุณอา”“….” คุณพ่อโน้มตัวไปกระซิบหูกับคุณอาและยิ้มน้อยยิ้มใหญ่กัน ก็คงจะไม่พ้นพูดอวยฉันนั่นแหละ คุณพ่อฉันชอบขี้โม้มากๆ“พี่ดิมไปทางนั้นกันดีกว่าค่ะ ให้คุณพ่อเขาโม้กับเพื่อนสองคนเถอะ”“ครับ”ฉันกับพี่ดิมเดินไปกันอีกทาง วันนี้ไม่ได้มีแค่งานเลี้ยงอย่างเดียว มีการเดินแบบชุดเครื่องเพชรฟินนาเล่ด้วย ที่ฉันยอมมากับคุณพ่อก็เพราะมีการเดินแบบเครื่องเพชรนี่แหละฉันอยากรู้ว่าเขาเดินแบบกันยังไง ใจนึงก็อยากมาทำความรู้จักกับผู้บริหารคนอื่นๆ ด้วย“งานใหญ่เหมือนกันนะคะเนี่ย”“ครับ เพราะว่าเป็นงานใหญ่คุณท่านเลยถูกเชิญ
![นรสิงห์ [มาเฟียร้ายรัก]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)






