LOGINตอนเช้า
ตึก ตึก ตึก
หญิงสาวเดินลงบันไดมองดูภายในร้าน ที่ตอนนี้พนักงานส่วนนึงกำลังช่วยกันเก็บกวาดทำความสะอาดกันอยู่
เมื่อคืนเธอเผลอหลับไปตื่นเช้ามาอีกทีก็ยังอยู่ที่เดิม ส่วนคชาก็ยังนั่งทำงานอยู่ที่เดิมเช่นกัน
"เดี๋ยวฉันไปส่ง" เสียงทุ้มเข้มดังขึ้นจากทางด้านหลังของหญิงสาว ขณะที่เธอกำลังยืนรอรถแท็กซี่อยู่
"พี่คชาไม่ได้นอนมาทั้งคืนจะขับรถไหวหรอคะ"
"อืม ไปเถอะ"
เอาพาเธอเดินไปที่รถหรูที่จอดอยู่ จากนั้นก็ขับรถพาเธอออกมาจากไนท์คลับ
"เธออยู่ที่ไหน?"
"คอนโดค่ะ"
"ไหนว่ามีคนขับรถให้"
"เป็นคนขับรถของที่บ้านค่ะ"
"อ๋อ..."
"พี่คชาขึ้นไปจิบกาแฟสักหน่อยไหมคะ หรือจะอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก็ได้ เดี๋ยวมิราเอาเสื้อผ้าให้"
"เธออยู่กับใครทำไมมีเสื้อผ้าผู้ชาย?"
"เป็นเสื้อผ้าของพี่ชายที่เป็นญาติห่างๆ ค่ะ เขาเอาเสื้อผ้ามาทิ้งไว้แล้วก็ไม่ยอมเอากลับไป มิราจะเอาทิ้งก็เสียดาย มีแต่เสื้อผ้าราคาแพงๆ ทั้งนั้นเลยค่ะ"
"อ๋อ..."
"มิราไม่ได้มีใครหรอกค่ะ มิราเป็นคนรักเดียวใจเดียว"
"ฉันก็ไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อย"
"ก็มิรากลัวว่าพี่คชาจะเข้าใจผิดน่ะค่ะ"
"ไร้สาระ"
"...."
ไม่นานคชาก็ขับรถมาถึงลานจอดรถที่ใต้คอนโดของหญิงสาว ก่อนจะลงจากรถแล้วเดินตามเธอขึ้นไปบนคอนโด
เธอเสนอมาให้ขนาดนี้ มีเหรอที่เขาจะปฏิเสธ
"บ้านเธอนี่รวยนะ มีคอนโดหรูๆ อยู่ด้วย"
"ก็ไม่ได้รวยขนาดนั้นหรอกค่ะ คอนโดนี้มิราใช้เงินเก็บของตัวเองซื้อไม่ได้รบกวนเงินของคุณพ่อ เพราะอยากอยู่แบบส่วนตัวน่ะค่ะก็เลยไม่อยากอยู่ที่บ้าน"
"อ๋อ..."
"เข้ามาก่อนสิคะ"
"ขอบใจ"
มิรารีบเตรียมของว่างเตรียมกาแฟมาต้อนรับชายหนุ่มทันทีเมื่อเขาเข้ามานั่งในห้องของเธอ
ตึก!
"อ๊ะพี่คชา ตกใจหมดเลยค่ะ" เพราะเขาเข้ามาหาเธอจากด้านหลังเงียบๆ จนเธอตกใจ
ชายหนุ่มผลักประตูห้องนอนของเธอก้าวเดินเข้ามาอย่างช้าๆ มิราที่ยืนหันหลังอยู่ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร เพราะเธอไม่มีเรื่องอะไรปิดบังอยู่แล้ว
"มิรา..."
"พะ พี่คชา" เธอเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก เพราะเสื้อกล้ามสายเดี่ยวของเธอถูกชายหนุ่มแหวกออกไปด้านข้างทั้งสองข้างเลย พร้อมกับซุกไซร้ไปตามลำคอและหัวไหล่ของเธอ
"หายเจ็บหรือยัง?"
"ยะ ยังค่ะ" เธอตอบเสียงสั่น เรื่องมันเพิ่งผ่านมาคืนเดียวเองจะให้เธอหายเจ็บเลยก็คงจะเป็นไปไม่ได้
"ฉันขอเอาต่อได้ไหม"
"พี่มีถุงยางหรือเปล่าคะ" เธอถามเสียงแผ่ว เพราะเธอไม่มีถุงยาง ไม่เคยพกไม่เคยซื้อ เพราะเธอไม่เคยใช้มัน
"ไม่เป็นไร เดี๋ยวพี่เอามาแตกข้างนอก"
"...." ยังไม่ทันที่หญิงสาวจะได้ตอบอะไร เธอก็ถูกอุ้มลอยไปวางลงบนเตียง ตามด้วยคนตัวโตขึ้นไปคร่อมร่างกายเธอ
"อืม...พี่คชา.."
"เธอทำให้ฉันติดใจมากเลยนะรู้ไหม"
ปึก~
"อ๊ะ!" คนตัวเล็กเบิกตากว้าง เมื่อท่อนเอ็นใหญ่ถูกกระแทกเข้าไปยังช่องทางรักของเธอ ความเจ็บปวดเมื่อคืนเหมือนถูกปลุกให้มันรู้สึกขึ้นมาอีกครั้ง ช่องแคบขยายใหญ่เมื่อท่อนเอ็นอุ่นรุกล้ำเข้าไป
"ซี๊ด ยังแน่นเหมือนเดิม อ่าาส์..." ชายหนุ่มครางออกมาด้วยความพึงพอใจ ก่อนที่ช่วงล่างจะเริ่มสาวเข้าออกอย่างรัวๆ ทำให้เธอจิกเล็บลงบนต้นแขนของเขาอย่างแรง กัดปากของตัวเองแน่นจนห้อเลือด
มันรู้สึกดีก็ส่วนนึงแต่ความเจ็บปวดมันยังคงนำอยู่ ทำให้เธอต้องอดทนนอนน้ำตาปริ่มขณะที่คนด้านบนยังส่งแรงกระแทกเข้ามาอย่างไม่หยุด
พั่บ พั่บ พั่บ
ปึก ปึก ปึก
"ฮึก...อึกอ๊ะ อื้อออ"
"ซี๊ดดด มันแน่นมาก อ่าา..."
คนตัวโตส่งเสียงร้องครางออกมาขณะที่ช่วงล่างยังกระแทกกระทั้นเข้าไปอย่างหนักหน่วง
ยิ่งได้เห็นหญิงสาวใต้ร่างน้ำตาปริ่มกัดปากตัวเองแน่นเขายิ่งเพิ่มแรงกระแทกให้มากขึ้นกว่าเดิม
"อึก...พี่คชา..."
"อ่าา..."
ชายหนุ่มรีบถอนแก่นกายใหญ่ของตนเองออกมาจากช่องทางรักของหญิงสาว ก่อนที่เขาจะปลดปล่อยน้ำกามอุ่นๆ ลงบนหน้าท้องแบนราบของเธอ จากนั้นก็รีบลุกหาทิชชู่มาเช็ดให้กับเธอ
"วันนี้ไม่มีเรียนก็นอนพักผ่อนซะนะ"
"อืม...พี่คชาไม่อยู่กับมิราก่อนหรอคะ"
"ฉันต้องแวะเข้าไปที่บริษัทก่อนน่ะ แล้วก็ว่าจะกลับไปนอนที่คอนโดของตัวเองด้วย ฉันไม่รบกวนเธอดีกว่านอนพักเถอะ"
"แต่ว่า..."
"ถ้ามีคนมาเห็นว่าเธอพาผู้ชายขึ้นคอนโดแล้วเอาไปบอกครอบครัวเธอขึ้นมาเธอจะไม่เสียหายหรอ?"
"ก็ได้ค่ะ พี่คชาขับรถกลับดีๆ นะคะ"
"อื้ม..."
ชายหนุ่มหันหลังเดินออกไปทันทีหลังจากที่สวมเสื้อผ้าเสร็จเรียบร้อย มิราที่เหนื่อยจากเรื่องเมื่อคืนอยู่แล้วก็ผล็อยหลับไปบนเตียงของตัวเองในสภาพนั้นเลย
เวลาต่อมา...
ครืด ครืด ครืด
หญิงสาวงัวเงียตื่นขึ้นมาควานหาโทรศัพท์มือถือของตัวเอง ก่อนจะกดรับสายโดยที่ยังไม่ได้มองดูว่าปลายสายนั้นเป็นใครโทรมา
"อืม..."
( มิราเป็นยังไงบ้าง ฉันขนมนะ โทรไปหาตั้งหลายสายแล้วแต่ไม่ยอมรับเลย )
"ขอโทษนะฉันมัวแต่นอนหลับน่ะ"
( แล้วเป็นยังไงบ้างเรื่องเมื่อคืน ได้คำตอบหรือยัง )
"เอาไว้ฉันจะไปเล่าให้ฟังอีกทีนะ ตอนนี้ง่วงมากเลยขอนอนก่อนนะ"
( อ่าๆ อย่าลืมตื่นขึ้นมากินข้าวกินปลาด้วยล่ะ ไม่ยอมกินอะไรเลยเดี๋ยวโรคกระเพาะก็ถามหาเอาอีก )
"จ้า แค่นี้นะบ่นเป็นแม่เลย"
( อื้ม )
เธอกดวางสายจากเพื่อนสนิทจากนั้นก็นอนหลับต่อโดยที่ไม่ได้ดูเวลาเลยว่าผ่านไปกี่โมงกี่ยามแล้วรู้แต่ว่าเธอง่วงและอยากนอนมากกว่าไม่อยากทำอะไรเลยรู้สึกเหมือนกับว่าร่างกายถูกใช้งานไปมาก
ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าการมีเซ็กซ์มันจะเหนื่อยร่างกายอ่อนแอขนาดนี้ แขนขาของเธอมันหมดเรี่ยวแรงอ่อนเปลี้ยราวกับคนที่เป็นอัมพาตชั่วขณะ
และนี่ก็เป็นเซ็กซ์ครั้งแรกของเธอด้วย เธอไม่เคยมีอะไรกับใครแม้แต่จูบก็ไม่เคย เพราะถือคติเอาไว้ว่าจะเก็บความบริสุทธิ์ของตัวเองเอาไว้ให้กับคนที่เธอรักจริงๆ เท่านั้น และตอนนี้เธอก็ได้ให้คนที่เธอรักจริงๆ ไปแล้ว ความบริสุทธิ์ที่เธอหวงแหนมาตลอด ตอนนี้ถูกยกให้เขาไปทั้งหมดแล้ว รวมทั้งหัวใจของเธอด้วย
เพราะหวังว่าเขาจะรักเธอกลับเหมือนที่เธอรัก
เวลาต่อมาหลังจากที่กลับมาเก็บเสื้อผ้าที่โรงแรมกันเรียบร้อยแล้วเราสองคนก็ออกเดินทางกันทันทีเพราะกว่าจะไปถึงที่นั่นอีกก็คงจะมืดดึก แต่พอออกไปได้ครึ่งทางฝนก็กระหน่ำตกลงมาแบบไม่ลืมหูลืมตา จนพี่คชาต้องหยุดรถเพราะถ้าไปต่ออาจจะเกิดอุบัติเหตุเอาได้ฝนตกลงมาแรงจนมองไม่เห็นเส้นทางเลย"ตกหนักเลยนะเนี่ย ดูท่าแล้ว คงจะหยุดยากด้วย" พี่คชาหันมาพูดกับฉัน"น้ำมันรถจะหมดแล้วหนิ" ขณะที่ฉันเงยหน้าขึ้นสบตากับพี่คชา ก็สังเกตเห็นไฟสีแดงกระพริบตรงหน้าจอด้านหน้าของพี่คชา มันเป็นไฟสีแดงกระพริบเตือนน้ำมันรถที่กำลังจะหมด"อืม ฉันลืมเติมน่ะ ก็กะว่าจะขับรถออกไปแล้วหาปั๊มน้ำมันจอดเติม แต่ก็ไม่คิดว่าจะมาติดฝนอยู่แบบนี้""เฮ้อ..." ฉันหยิบโทรศัพท์ออกมากะว่าจะโทรหาพี่ดิม เผื่อว่าเขาจะช่วยอะไรฉันได้บ้าง แต่ก็ดันไม่มีสัญญาณสักขีดเลย แบตเตอรี่เต็มเปี่ยมแต่ตรงนี้ไม่มีสัญญาณเลย แต่มันคงจะเป็นเพราะฝนตกหนักด้วยแหละสัญญาณก็เลยหาย"จอดรถพักอยู่ตรงนี้ก่อนฝนหยุดแล้วค่อยออกเดินทางต่อ""น้ำมันรถก็จะหมดอยู่แล้ว จากตรงนี้ไปถึงปั๊มน้ำมันแรกก็อีกตั้งหลายกิโล แน่ใจหรอว่ารถคุณจะขับไปถึง" ตลอดทางที่รถขับผ่านมาฉันสังเกตตามข้างทางตลอดว่ามั
( เวลาต่อมา )บริษัทSSS“มิรา”“คะ?” ฉันขานรับพร้อมกับเงยหน้าขึ้นมองคนเรียก“เลขาได้บอกหรือเปล่าว่าวันนี้ต้องออกไปดูงานข้างนอก”“บอกแล้วค่ะ”“ทำไมเธอไม่เตรียมตัวอะไรเลยล่ะ ไม่รู้หรอว่าต้องเดินทางไกล”“ฉันเตรียมพร้อมมาจากบ้านแล้วค่ะ” ฉันต้องออกไปดูงานกับพี่คชา แต่มันก็ค่อนข้างไกลเลยต้องหาโรงแรมพักก่อนคืนนึงแล้วก็กลับอีกวัน ฉันรู้เรื่องที่จะต้องไปดูงานตั้งแต่เมื่อวานแล้ว และฉันก็เตรียมตัวเรียบร้อยหมดแล้วด้วยเราต้องออกเดินทางกันตอนบ่าย เพราะกว่าจะเดินทางไปถึงก็ได้เข้าพักที่โรงแรมพอดี“อ๋อ…”สำหรับฉันมันไม่ได้มีเรื่องอะไรน่าตื่นเต้นขนาดนั้น เตรียมแค่ของใช้ที่จำเป็นไป อยากได้อะไรเพิ่มก็แค่ซื้อใหม่แค่นั้นเอง“แล้วแฟนเธอไปด้้วยหรือเปล่า?”“ไม่ค่ะ พี่ดิมต้องทำงาน ฉันไปคนเดียว”“อ๋อ…แล้วแฟนเธอจะไม่ว่าอะไรแน่นะ ที่จะต้องไปดูงานกับฉันสองคน”“เขาไม่ใช่คนงี่เง่าที่แยกแยะระหว่างเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวไม่ออกค่ะ”“ก็ดี ฉันไม่อยากเป็นต้นเหตุให้ครอบครัวของเธอร้าว”“มันไม่ขนาดนั้นหรอกค่ะ แค่ไปดูงานไม่ได้ไปทำเรื่องอะไรไม่ดีสักหน่อยทำไมคุณถึงต้องกลัวด้วยคะ?” ฉันถามเขากลับ ทำไมถึงได้กลัวขนาดนั้นกะอีกแค่
สองเดือนถัดมาคชาและมิราอยู่ใกล้ชิดกันมากขึ้น บางครั้งก็ออกไปพบลูกค้าพร้อมกัน บางวันก็ออกไปกินข้าวด้วยกัน เวลาทำงานทั้งสองตัวติดกันตลอดและเพราะความใกล้ชิดทำให้ทั้งสองมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน มันอาจจะยังไม่ใช่ความรัก แต่ทั้งสองก็คุยดีด้วยกันมากขึ้นสำหรับมิราเธอยังไม่ได้คาดหวังเรื่องความรักจากใคร เพราะเธอกลัวว่าถ้าเปิดใจให้ใครสักคนแล้วเธอจะต้องเจ็บเหมือนอย่างที่เคยเป็นอีกเธอแค่อยากให้เวลากับตัวเองอยากดูแลตัวเองดูแลครอบครัวดูแลบริษัทที่พ่อของเธอคาดหวังในตัวเธอมากๆ เธอไม่อยากทำให้พ่อต้องผิดหวังถ้าจะมีความรักอีกจริงๆ เธอก็ขอให้มันเกิดขึ้นในเวลาที่เหมาะเกิดขึ้นในเวลาที่เธอพร้อม เธอไม่อยากเอาหัวใจเอาตัวเองลงไปเสี่ยงกับเรื่องพวกนี้อีกแล้ว คาดหวังกับเรื่องอะไรลงไปมากๆ ก็มีแค่เธอที่เจ็บอยู่คนเดียว"สวัสดีค่ะคุณมิรา""สวัสดีค่ะคุณเลขา วันนี้มาแต่เช้าเลยนะคะ""ยอมแพ้ท่านประธานไม่ได้หรอกค่ะ ยิ่งเห็นท่านประธานมาทำงานแต่เช้าแบบนี้ยิ่งต้องมาให้เช้ากว่า""พอดีว่ามีงานต้องเคลียร์น่ะค่ะ ก็เลยต้องรีบมาแต่เช้า สายๆ ต้องออกไปพบลูกค้าอีก พี่ดิมช่วงนี้ก็วุ่นอยู่กับอีกบริษัทนึงไม่มีเวลาเลย" เธอบอกตารางงา
( หลายวันถัดมา )หลังจากวันนั้นพี่คชาก็มาที่บริษัทฉันทุกวัน จากตอนแรกที่หวั่นๆ ใจ ถึงตอนนี้ฉันรู้สึกชินไปแล้ว เพราะต้องทำงานร่วมกันมันเลยเลี่ยงไม่ได้ที่เราสองคนจะต้องเจอหน้ากันอีกฉันแค่กลัวว่าความใกล้ชิดจะทำให้ฉันหวั่นใจกับพี่คชาอีก ฉันยอมรับว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาฉันไม่เคยลืมพี่คชาได้เลย เขายังคงอยู่ในใจของฉันตลอด เพียงแต่ฉันไม่ได้โหยหาเขาไม่ได้คิดว่าไม่มีเขาแล้วฉันจะอยู่ไม่ได้ คนเราต่างมีหน้าที่ของตัวเองด้วยกันทั้งนั้นแกร้ก!ฉันกับพี่ดิมเงยหน้ามองคนที่เปิดประตูเข้ามาพร้อมๆ กัน พี่คชาเดินเข้ามานั่งที่โต๊ะทำงานของตัวเองในขณะที่ฉันยังมองตามเขาไป ตอนแรกนึกว่าจะไม่มาทำงาน ที่ไหนได้มาสายนี่เอง“ขอโทษที่มาสาย ไม่ว่าอะไรใช่ไหม?”“ค่ะ” ฉันพยักหน้าเบาๆ จะไปว่าอะไรเขาได้ล่ะในเมื่อเขาก็เป็นหุ้นส่วนของบริษัทฉันเหมือนกันพูดไปเดี๋ยวก็หาว่าไม่ดีอีก“คุณคชารับกาแฟสักแก้วมั้ยครับ?” พี่ดิมถาม“ไม่เป็นอะไรครับผมกินเรียบร้อยมาแล้ว”“น้องมิราเอากาแฟมั้ย เดี๋ยวพี่ไปชงมาให้”“ก็ได้ค่ะ ขอบคุณมากนะคะ”มีพี่ชายดีมันก็ดีแบบนี้แหละคอยดูแลเทคแคร์เราทุกอย่างไม่ต้องร้องขออะไรเลย ไม่ว่าจะอะไรเขาก็จะหามาประเคนให้เรา
เวลาต่อมาบริษัทSSS“วันนี้จะมีผู้บริหารจากบริษัทAAมาเซ็นสัญญากับเรานะครับ”“ค่ะๆ” ฉันได้แต่พยักหน้าตอบรับ เพราะมัวแต่วุ่นอยู่กับกองงานตรงหน้าเลยไม่ได้ถามอะไรพี่ดิมกลับ แต่ก็รู้แล้วแหละว่าจะต้องเซ็นสัญญากับบริษัทร่วมหุ้น แค่ยังไม่รู้ว่าเป็นบริษัทไหน ใครเป็นเจ้าของ“พี่ว่าหยุดทำก่อนนะ เดี๋ยวพี่จัดการให้เองเราไปเตรียมตัวเถอะ”“ไม่เป็นไรค่ะเดี๋ยวมิราทำเอง ใกล้จะเสร็จแล้วค่ะ” ฉันตอบแต่ตายังจ้องที่หน้ากระดาษเอกสารตรงหน้าอยู่เลยพี่ดิมทำงานเยอะกว่าฉันอีก เรื่องงานเรื่องประชุมอะไรก็เป็นคนเดินเรื่องให้ ทำทุกอย่างแทนฉันไปซะหมดสงสัยตอนที่อยู่กับคุณพ่อทำแบบนี้จนชินแน่ๆ เลย ก็เลยติดนิสัยมาทำกับฉันด้วย แต่ฉันเป็นคนที่ไม่ชอบให้ใครทำอะไรให้ เพราะถ้าจะทำฉันจะเป็นคนทำเอง“แต่ใกล้จะได้เวลาแล้วนะครับ”“แค่ใกล้นี่คะ ยังไม่ถึงเวลาสักหน่อย มิราเตรียมตัวพร้อมมาจากที่บ้านแล้วค่ะ ว่าแต่คุณพ่อมายังคะ?”“มาแล้วครับ คุณท่านนั่งรออยู่ด้านนอก ไม่อยากเข้ามารบกวนน้องมิราทำงาน”“อ๋อค่ะ พี่ดิมไม่ต้องมาอยู่กับมิราก็ได้ ใกล้จะเสร็จแล้วค่ะ เดี๋ยวมิราเรียกให้เลขามาเอาเอง”“ได้ครับ”พี่ดิมเดินออกไปจากห้องทำงานของฉัน ตั้งแ
มิรา Talkงานเลี้ยงผู้บริหารฉันเดินเข้าไปในงานพร้อมกับคุณพ่อและพี่ดิม เป็นงานเลี้ยงของผู้บริหารระดับสูง ซึ่งฉันเองก็เพิ่งจะเข้าบริหารงานได้ไม่เท่าไหร่ไม่รู้จักใครมากมายหรอก คุณพ่อสิรู้จักคนเยอะแยะไปหมด“สวัสดีครับท่าน พาลูกสาวมาด้วยเหรอครับเนี่ย”“อ่าใช่ครับ มิราลูกสาวคนเดียวของผมเอง”“สวัสดีค่ะคุณอา” ฉันยกมือไหว้ทักทายผู้ใหญ่ เพราะถูกสอนมาแบบนี้ อยู่ต่างประเทศก็จริงแต่ติดขนบธรรมเนียมของไทยมากกว่า“ผมได้ข่าวมาว่าลูกสาวท่านเข้าไปบริหารงานแทนแล้ว แถมยังมีคนลือกันให้แซดว่าเก่งมากๆ”“ขอบคุณค่ะคุณอา”“….” คุณพ่อโน้มตัวไปกระซิบหูกับคุณอาและยิ้มน้อยยิ้มใหญ่กัน ก็คงจะไม่พ้นพูดอวยฉันนั่นแหละ คุณพ่อฉันชอบขี้โม้มากๆ“พี่ดิมไปทางนั้นกันดีกว่าค่ะ ให้คุณพ่อเขาโม้กับเพื่อนสองคนเถอะ”“ครับ”ฉันกับพี่ดิมเดินไปกันอีกทาง วันนี้ไม่ได้มีแค่งานเลี้ยงอย่างเดียว มีการเดินแบบชุดเครื่องเพชรฟินนาเล่ด้วย ที่ฉันยอมมากับคุณพ่อก็เพราะมีการเดินแบบเครื่องเพชรนี่แหละฉันอยากรู้ว่าเขาเดินแบบกันยังไง ใจนึงก็อยากมาทำความรู้จักกับผู้บริหารคนอื่นๆ ด้วย“งานใหญ่เหมือนกันนะคะเนี่ย”“ครับ เพราะว่าเป็นงานใหญ่คุณท่านเลยถูกเชิญ







