LOGINเวลาต่อมา
หลังเลิกเรียนพี่คชาให้ฉันออกมายืนรอที่หน้ามหาลัย เพราะเขาบอกว่าจะพาฉันไปซื้อของกิน แล้วก็จะพาฉันไปช้อปปิ้ง ไถ่โทษที่เขาพูดไม่ดีกับฉันเมื่อวาน
บรืน~
ทันทีที่รถคันสีดำสุดหรูขับมาจอดตรงหน้าของฉัน ฉันก็รีบเปิดประตูเข้าไปนั่งทันที
"อยากกินอะไร"
"อะไรก็ได้ค่ะ" ฉันตอบพี่คชา เพราะตัวเองก็เป็นคนที่ไม่ได้กินยากอะไรอยู่แล้ว
"แล้วอยากได้อะไรหรือเปล่าฉันจะซื้อให้"
"ตอนนี้ยังไม่มีอะไรที่อยากได้ค่ะ" อันที่จริงต่อให้ฉันจะมีของที่อยากได้ฉันก็ซื้อเองก็ได้ เพราะเงินเดือนที่คุณพ่อให้ฉันต่อเดือนมันก็มากพอที่จะซื้อของแพงๆ ได้อยู่แล้ว
"นี่บัตรเครดิตของฉัน อยากได้อะไรก็เอาไปซื้อเอง"
"ขอบคุณค่ะ" ฉันรับมาเพื่อไม่อยากให้เสียมารยาท แต่ก็คงจะไม่ได้เอาไปใช้งานอะไรหรอก
ไม่นานพี่คชาก็ขับรถพาฉันมาถึงห้าง จากนั้นเราสองคนก็เดินลงไปพร้อมกัน
"เราชอบกินอาหารแนวไหน?"
"ฝรั่งเศสค่ะ"
"งั้นก็ไปกินของที่เธอชอบกัน"
"ค่ะ"
เวลาต่อมา...
พี่คชาตามใจฉันทุกอย่างเอาใจฉันสารพัด ซื้อนั่นซื้อนี่ให้โดยที่ฉันยังไม่ได้ร้องขอหรือว่าพูดอยากได้เลย รวมๆ แล้วของที่พี่คชาซื้อให้วันนี้ก็เป็นของหรูราคาแพงทั้งนั้น ก็ไม่แปลกหรอกที่จะมีผู้หญิงมาชอบพี่คชามากมาย เพราะเขาใจดีสายเปย์แบบนี้นี่ไงถึงได้มีแต่ผู้หญิงชอบ แบบนี้ใครบ้างล่ะที่จะไม่ชอบ ขนาดฉันเองที่ไม่ได้อยากได้อะไรมากมายยังชอบผู้ชายแบบนี้เลย รู้สึกว่าตัวเองมีความสำคัญกับเขา รู้สึกว่าเขาใส่ใจเราเป็นพิเศษ
"อยากได้อะไรอีกหรือเปล่า?"
"...." ฉันมองหน้าพี่คชาแล้วก็มองของที่พี่คชาถืออยู่ "ไม่แล้วล่ะค่ะ แค่นี้ก็เยอะแยะแล้วมิราไม่อยากได้อะไรแล้วค่ะ"
"แน่ใจหรอว่าพอแล้ว?"
"พอแล้วจริงๆ ค่ะ ที่พี่ซื้อให้มิราก็ยังไม่รู้เลยว่าจะเอาไปใช้ยังไงหมด จะเอาไปเก็บยังไง จะใส่ไปข้างนอกก็กลัวหายกลัวโดนโจรปล้น"
"งั้นก็กลับกัน"
"ค่ะ"
พี่คชาจับมือฉันแล้วพาเดินออกมาที่รถ จากนั้นก็ขับไปส่งฉันที่คอนโด
"พรุ่งนี้มีเรียนตอนไหน?"
"ตอนบ่ายค่ะ" ฉันตอบ
"งั้นเดี๋ยวฉันแวะมารับนะเธอออกมารออยู่ที่เดิมเลย"
"เอ่อ...พี่คชาคะ"
"ว่าไง?"
"คืนนี้มิราขอไปหาพี่ได้หรือเปล่า?"
"ทำไมถึงอยากไปหาฉันล่ะ"
"มิราไม่อยากอยู่ห้องคนเดียวค่ะมันเหงา อยากไปอยู่เป็นเพื่อนพี่แล้วก็อยากหาหนังสือในห้องของพี่มาอ่านด้วย"
"ถ้าอย่างนั้นเธอก็ไม่ต้องลงดีกว่ามั้งไปพร้อมกับฉันเลยจะดีกว่า"
"แต่มิรายังไม่ได้เก็บเสื้อผ้าเลย"
"เดี๋ยวพรุ่งนี้ฉันขับรถมาส่งที่คอนโด เธอจะได้อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าด้วยเลย ส่วนตอนกลางคืนเธอก็ใส่เสื้อผ้าของฉัน หรือไม่ต้องใส่อะไรเลยก็ได้"
"...." ฉันก้มหน้างุดเพราะไม่รู้จะตอบอะไรพี่คชาดี เขาชอบพูดให้ฉันรู้สึกเขินอยู่เรื่อยเลย
"งั้นตกลงไปคอนโดของฉันนะ"
"ค่ะ"
ฉันพยักหน้าตอบเบาๆ จากนั้นพี่คชาก็เลี้ยวรถออกจากคอนโดของฉันไป มุ่งหน้าไปยังคอนโดของพี่คชา
พอมาถึงสิ่งแรกที่ฉันทำก็คือนั่งดูของที่พี่คชาซื้อให้ มีทั้งกำไลข้อมือที่มีเพชรสวยๆ สร้อยเพชรที่มีจี้กลมๆ เล็กๆ แล้วก็เสื้อผ้าอีกนิดหน่อยแต่ก็เป็นเสื้อผ้าที่เป็นแบรนด์ทั้งนั้น
"อยากดื่มหรือเปล่า?"
"ไม่ดีกว่าค่ะ เดี๋ยวก็ไม่รู้เรื่องเหมือนกับคราวนั้นอีก" ฉันตอบ ตอนนั้นจำได้ว่าดื่มไวน์กับพี่คชาไปแค่ไม่กี่แก้วแต่ฉันรู้สึกว่าตัวเองเมาชนิดที่ว่าไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองทำอะไรลงไปบ้าง
ฉันไม่อยากเผลอทำอะไรที่น่าเกลียดลงไป
"อยู่กับฉันดื่มมากเท่าไหร่เธอก็ดื่มได้ไม่มีใครทำอะไรเธอหรอก"
"มิราไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นค่ะ แค่กลัวว่าตัวเองเมาแล้วเผลอทำเรื่องทุเรศใส่พี่"
"เธอยังต้องกลัวอีกหรอ?"
"มะ หมายความว่าไงคะ มิราทำเรื่องทุเรศใส่พี่แล้วหรอ!?" ฉันถามคนตรงหน้าน้ำเสียงตะกุกตะกัก หวังว่าจะไม่ทำเรื่องทุเรศอะไรที่ทำให้พี่คชาต้องเอือมระอาหรอกนะ
"มันก็ไม่ได้ทุเรศอะไรหรอกนะ แค่เธอเมาแล้วขี้ยั่วแค่นั้น"
"...." ฉันถอนหายใจออกมายาวๆ รู้สึกโล่งอก อย่างน้อยฉันก็ยั่วแค่พี่คชาคนเดียวไม่ได้ออกไปแรดไปร่านที่ไหน
"ฉันจะไปอาบน้ำนะ ทำตัวตามสบาย"
"ค่ะ"
ฉันนั่งมองพี่คชาถอดเสื้อตามด้วยกางเกงจนเหลือแต่กางเกงคล้ายๆ กับบ๊อกเซอร์แต่มันรัดจนเห็นก้อนกลมๆ ใหญ่ด้านหน้า หน้าท้องมีกล้ามเนื้อเรียงตัวสวย ฉันหลงใหลกับร่างกายนี้ซะแล้วสิ พี่คชาหุ่นดีมากๆ แต่ก็แอบสงสัยนะพี่คชาทำแต่งานแบบนี้ จะเอาเวลาไหนไปออกกำลังกายได้ล่ะ
"เช็ดน้ำลายหน่อยน้ำลายไหลแล้ว"
"อึก.." ฉันหลุดจากภวังค์ทันทีเมื่อได้ยินเสียงของที่คชา ก่อนจะรีบยกมือปาดน้ำลายตามที่พี่คชาบอก แต่มันไม่เห็นจะมีอะไรเลยพี่คชาโกหกนี่นา
"มองกันขนาดนี้ไปอาบน้ำกับฉันเลยก็ได้นะ"
"ไม่ดีกว่าค่ะพี่คชาไปอาบเถอะ เดี๋ยวมิราค่อยอาบทีหลังดีกว่า" ฉันบอก เพราะถ้าไปอาบกับพี่คชาด้วยฉันคงไม่ได้อาบน้ำจริงๆ หรอก มันคงจะมีบางอย่างเกิดขึ้นก่อนจะได้อาบน้ำแหละ
"งั้นก็ตามใจนะ"
"ค่ะ"
ฉันนั่งเล่นรอพี่คชาอาบน้ำ จนกระทั่งพี่คชาเดินออกมา
"พี่คชาคะ โทรศัพท์ของพี่มีคนโทรเข้ามาหลายสายเลยค่ะแต่มิราไม่รู้ว่าเป็นใคร"
"อ๋อ ขอบใจมากนะ"
"ค่ะ"
พี่คชาหยิบโทรศัพท์แล้วเดินออกไปคุยที่หน้าระเบียง ฉันไม่รู้หรอกว่าเขาคุยอะไรกัน รู้แต่ว่ามันคงจะเป็นเรื่องที่ทำให้พี่คชาต้องหนักใจพอสมควรเลย ดูจากสีหน้าก็รู้แล้ว
ผ่านไปสักพัก
"ถ้าพี่คชามีงานด่วนต้องทำ มิรากลับก่อนก็ได้นะคะ"
"ใครบอกเธอว่าฉันมีงานด่วน?"
"ก็สีหน้าของพี่มันบอกแบบนั้นนี่คะ"
"มันไม่ใช่งานด่วนอะไรหรอกแค่บริษัทมีปัญหานิดหน่อย ฉันสั่งให้ลูกน้องจัดการเรียบร้อยแล้วล่ะเธอไม่ต้องกังวลหรอก เธออยู่ที่นี่ได้ตามสบาย"
"แล้ว...พ่อกับแม่ของพี่ทำงานอะไรหรอคะ?"
"ไม่ได้ทำอะไรฉันเป็นคนทำเองทุกอย่าง"
"อ๋อ..."
"แล้วครอบครัวเธอล่ะทำงานอะไร?"
"คุณพ่อมีบริษัทอยู่ที่ต่างประเทศค่ะ มิรามีแค่คุณพ่อส่วนคุณแม่...ไม่มีค่ะ"
"ฉันถามจี้ปมในใจเธอหรือเปล่า?"
"ไม่เลยค่ะ พี่คชาอยากรู้อะไรถามมาได้หมดเลย"
"มานี่สิเด็กน้อย"
ฉันลุกเดินไปหาพี่คชาก่อนจะถูกพี่เขาดึงไปนั่งบนตักแล้วกอดเอวฉันไว้แน่น
"เมื่อกี้เธอบอกว่าฉันมีเรื่องเครียดใช่มั้ย"
"ก็...สีหน้าของพี่มันฟ้อง"
"งั้นเธอก็ทำให้ฉันหายเครียดสิ"
"ต้องทำยังไงคะ?"
"เธอคิดว่าฉันอยากได้อะไรจากเธอ?"
"...."
เวลาต่อมาหลังจากที่กลับมาเก็บเสื้อผ้าที่โรงแรมกันเรียบร้อยแล้วเราสองคนก็ออกเดินทางกันทันทีเพราะกว่าจะไปถึงที่นั่นอีกก็คงจะมืดดึก แต่พอออกไปได้ครึ่งทางฝนก็กระหน่ำตกลงมาแบบไม่ลืมหูลืมตา จนพี่คชาต้องหยุดรถเพราะถ้าไปต่ออาจจะเกิดอุบัติเหตุเอาได้ฝนตกลงมาแรงจนมองไม่เห็นเส้นทางเลย"ตกหนักเลยนะเนี่ย ดูท่าแล้ว คงจะหยุดยากด้วย" พี่คชาหันมาพูดกับฉัน"น้ำมันรถจะหมดแล้วหนิ" ขณะที่ฉันเงยหน้าขึ้นสบตากับพี่คชา ก็สังเกตเห็นไฟสีแดงกระพริบตรงหน้าจอด้านหน้าของพี่คชา มันเป็นไฟสีแดงกระพริบเตือนน้ำมันรถที่กำลังจะหมด"อืม ฉันลืมเติมน่ะ ก็กะว่าจะขับรถออกไปแล้วหาปั๊มน้ำมันจอดเติม แต่ก็ไม่คิดว่าจะมาติดฝนอยู่แบบนี้""เฮ้อ..." ฉันหยิบโทรศัพท์ออกมากะว่าจะโทรหาพี่ดิม เผื่อว่าเขาจะช่วยอะไรฉันได้บ้าง แต่ก็ดันไม่มีสัญญาณสักขีดเลย แบตเตอรี่เต็มเปี่ยมแต่ตรงนี้ไม่มีสัญญาณเลย แต่มันคงจะเป็นเพราะฝนตกหนักด้วยแหละสัญญาณก็เลยหาย"จอดรถพักอยู่ตรงนี้ก่อนฝนหยุดแล้วค่อยออกเดินทางต่อ""น้ำมันรถก็จะหมดอยู่แล้ว จากตรงนี้ไปถึงปั๊มน้ำมันแรกก็อีกตั้งหลายกิโล แน่ใจหรอว่ารถคุณจะขับไปถึง" ตลอดทางที่รถขับผ่านมาฉันสังเกตตามข้างทางตลอดว่ามั
( เวลาต่อมา )บริษัทSSS“มิรา”“คะ?” ฉันขานรับพร้อมกับเงยหน้าขึ้นมองคนเรียก“เลขาได้บอกหรือเปล่าว่าวันนี้ต้องออกไปดูงานข้างนอก”“บอกแล้วค่ะ”“ทำไมเธอไม่เตรียมตัวอะไรเลยล่ะ ไม่รู้หรอว่าต้องเดินทางไกล”“ฉันเตรียมพร้อมมาจากบ้านแล้วค่ะ” ฉันต้องออกไปดูงานกับพี่คชา แต่มันก็ค่อนข้างไกลเลยต้องหาโรงแรมพักก่อนคืนนึงแล้วก็กลับอีกวัน ฉันรู้เรื่องที่จะต้องไปดูงานตั้งแต่เมื่อวานแล้ว และฉันก็เตรียมตัวเรียบร้อยหมดแล้วด้วยเราต้องออกเดินทางกันตอนบ่าย เพราะกว่าจะเดินทางไปถึงก็ได้เข้าพักที่โรงแรมพอดี“อ๋อ…”สำหรับฉันมันไม่ได้มีเรื่องอะไรน่าตื่นเต้นขนาดนั้น เตรียมแค่ของใช้ที่จำเป็นไป อยากได้อะไรเพิ่มก็แค่ซื้อใหม่แค่นั้นเอง“แล้วแฟนเธอไปด้้วยหรือเปล่า?”“ไม่ค่ะ พี่ดิมต้องทำงาน ฉันไปคนเดียว”“อ๋อ…แล้วแฟนเธอจะไม่ว่าอะไรแน่นะ ที่จะต้องไปดูงานกับฉันสองคน”“เขาไม่ใช่คนงี่เง่าที่แยกแยะระหว่างเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวไม่ออกค่ะ”“ก็ดี ฉันไม่อยากเป็นต้นเหตุให้ครอบครัวของเธอร้าว”“มันไม่ขนาดนั้นหรอกค่ะ แค่ไปดูงานไม่ได้ไปทำเรื่องอะไรไม่ดีสักหน่อยทำไมคุณถึงต้องกลัวด้วยคะ?” ฉันถามเขากลับ ทำไมถึงได้กลัวขนาดนั้นกะอีกแค่
สองเดือนถัดมาคชาและมิราอยู่ใกล้ชิดกันมากขึ้น บางครั้งก็ออกไปพบลูกค้าพร้อมกัน บางวันก็ออกไปกินข้าวด้วยกัน เวลาทำงานทั้งสองตัวติดกันตลอดและเพราะความใกล้ชิดทำให้ทั้งสองมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน มันอาจจะยังไม่ใช่ความรัก แต่ทั้งสองก็คุยดีด้วยกันมากขึ้นสำหรับมิราเธอยังไม่ได้คาดหวังเรื่องความรักจากใคร เพราะเธอกลัวว่าถ้าเปิดใจให้ใครสักคนแล้วเธอจะต้องเจ็บเหมือนอย่างที่เคยเป็นอีกเธอแค่อยากให้เวลากับตัวเองอยากดูแลตัวเองดูแลครอบครัวดูแลบริษัทที่พ่อของเธอคาดหวังในตัวเธอมากๆ เธอไม่อยากทำให้พ่อต้องผิดหวังถ้าจะมีความรักอีกจริงๆ เธอก็ขอให้มันเกิดขึ้นในเวลาที่เหมาะเกิดขึ้นในเวลาที่เธอพร้อม เธอไม่อยากเอาหัวใจเอาตัวเองลงไปเสี่ยงกับเรื่องพวกนี้อีกแล้ว คาดหวังกับเรื่องอะไรลงไปมากๆ ก็มีแค่เธอที่เจ็บอยู่คนเดียว"สวัสดีค่ะคุณมิรา""สวัสดีค่ะคุณเลขา วันนี้มาแต่เช้าเลยนะคะ""ยอมแพ้ท่านประธานไม่ได้หรอกค่ะ ยิ่งเห็นท่านประธานมาทำงานแต่เช้าแบบนี้ยิ่งต้องมาให้เช้ากว่า""พอดีว่ามีงานต้องเคลียร์น่ะค่ะ ก็เลยต้องรีบมาแต่เช้า สายๆ ต้องออกไปพบลูกค้าอีก พี่ดิมช่วงนี้ก็วุ่นอยู่กับอีกบริษัทนึงไม่มีเวลาเลย" เธอบอกตารางงา
( หลายวันถัดมา )หลังจากวันนั้นพี่คชาก็มาที่บริษัทฉันทุกวัน จากตอนแรกที่หวั่นๆ ใจ ถึงตอนนี้ฉันรู้สึกชินไปแล้ว เพราะต้องทำงานร่วมกันมันเลยเลี่ยงไม่ได้ที่เราสองคนจะต้องเจอหน้ากันอีกฉันแค่กลัวว่าความใกล้ชิดจะทำให้ฉันหวั่นใจกับพี่คชาอีก ฉันยอมรับว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาฉันไม่เคยลืมพี่คชาได้เลย เขายังคงอยู่ในใจของฉันตลอด เพียงแต่ฉันไม่ได้โหยหาเขาไม่ได้คิดว่าไม่มีเขาแล้วฉันจะอยู่ไม่ได้ คนเราต่างมีหน้าที่ของตัวเองด้วยกันทั้งนั้นแกร้ก!ฉันกับพี่ดิมเงยหน้ามองคนที่เปิดประตูเข้ามาพร้อมๆ กัน พี่คชาเดินเข้ามานั่งที่โต๊ะทำงานของตัวเองในขณะที่ฉันยังมองตามเขาไป ตอนแรกนึกว่าจะไม่มาทำงาน ที่ไหนได้มาสายนี่เอง“ขอโทษที่มาสาย ไม่ว่าอะไรใช่ไหม?”“ค่ะ” ฉันพยักหน้าเบาๆ จะไปว่าอะไรเขาได้ล่ะในเมื่อเขาก็เป็นหุ้นส่วนของบริษัทฉันเหมือนกันพูดไปเดี๋ยวก็หาว่าไม่ดีอีก“คุณคชารับกาแฟสักแก้วมั้ยครับ?” พี่ดิมถาม“ไม่เป็นอะไรครับผมกินเรียบร้อยมาแล้ว”“น้องมิราเอากาแฟมั้ย เดี๋ยวพี่ไปชงมาให้”“ก็ได้ค่ะ ขอบคุณมากนะคะ”มีพี่ชายดีมันก็ดีแบบนี้แหละคอยดูแลเทคแคร์เราทุกอย่างไม่ต้องร้องขออะไรเลย ไม่ว่าจะอะไรเขาก็จะหามาประเคนให้เรา
เวลาต่อมาบริษัทSSS“วันนี้จะมีผู้บริหารจากบริษัทAAมาเซ็นสัญญากับเรานะครับ”“ค่ะๆ” ฉันได้แต่พยักหน้าตอบรับ เพราะมัวแต่วุ่นอยู่กับกองงานตรงหน้าเลยไม่ได้ถามอะไรพี่ดิมกลับ แต่ก็รู้แล้วแหละว่าจะต้องเซ็นสัญญากับบริษัทร่วมหุ้น แค่ยังไม่รู้ว่าเป็นบริษัทไหน ใครเป็นเจ้าของ“พี่ว่าหยุดทำก่อนนะ เดี๋ยวพี่จัดการให้เองเราไปเตรียมตัวเถอะ”“ไม่เป็นไรค่ะเดี๋ยวมิราทำเอง ใกล้จะเสร็จแล้วค่ะ” ฉันตอบแต่ตายังจ้องที่หน้ากระดาษเอกสารตรงหน้าอยู่เลยพี่ดิมทำงานเยอะกว่าฉันอีก เรื่องงานเรื่องประชุมอะไรก็เป็นคนเดินเรื่องให้ ทำทุกอย่างแทนฉันไปซะหมดสงสัยตอนที่อยู่กับคุณพ่อทำแบบนี้จนชินแน่ๆ เลย ก็เลยติดนิสัยมาทำกับฉันด้วย แต่ฉันเป็นคนที่ไม่ชอบให้ใครทำอะไรให้ เพราะถ้าจะทำฉันจะเป็นคนทำเอง“แต่ใกล้จะได้เวลาแล้วนะครับ”“แค่ใกล้นี่คะ ยังไม่ถึงเวลาสักหน่อย มิราเตรียมตัวพร้อมมาจากที่บ้านแล้วค่ะ ว่าแต่คุณพ่อมายังคะ?”“มาแล้วครับ คุณท่านนั่งรออยู่ด้านนอก ไม่อยากเข้ามารบกวนน้องมิราทำงาน”“อ๋อค่ะ พี่ดิมไม่ต้องมาอยู่กับมิราก็ได้ ใกล้จะเสร็จแล้วค่ะ เดี๋ยวมิราเรียกให้เลขามาเอาเอง”“ได้ครับ”พี่ดิมเดินออกไปจากห้องทำงานของฉัน ตั้งแ
มิรา Talkงานเลี้ยงผู้บริหารฉันเดินเข้าไปในงานพร้อมกับคุณพ่อและพี่ดิม เป็นงานเลี้ยงของผู้บริหารระดับสูง ซึ่งฉันเองก็เพิ่งจะเข้าบริหารงานได้ไม่เท่าไหร่ไม่รู้จักใครมากมายหรอก คุณพ่อสิรู้จักคนเยอะแยะไปหมด“สวัสดีครับท่าน พาลูกสาวมาด้วยเหรอครับเนี่ย”“อ่าใช่ครับ มิราลูกสาวคนเดียวของผมเอง”“สวัสดีค่ะคุณอา” ฉันยกมือไหว้ทักทายผู้ใหญ่ เพราะถูกสอนมาแบบนี้ อยู่ต่างประเทศก็จริงแต่ติดขนบธรรมเนียมของไทยมากกว่า“ผมได้ข่าวมาว่าลูกสาวท่านเข้าไปบริหารงานแทนแล้ว แถมยังมีคนลือกันให้แซดว่าเก่งมากๆ”“ขอบคุณค่ะคุณอา”“….” คุณพ่อโน้มตัวไปกระซิบหูกับคุณอาและยิ้มน้อยยิ้มใหญ่กัน ก็คงจะไม่พ้นพูดอวยฉันนั่นแหละ คุณพ่อฉันชอบขี้โม้มากๆ“พี่ดิมไปทางนั้นกันดีกว่าค่ะ ให้คุณพ่อเขาโม้กับเพื่อนสองคนเถอะ”“ครับ”ฉันกับพี่ดิมเดินไปกันอีกทาง วันนี้ไม่ได้มีแค่งานเลี้ยงอย่างเดียว มีการเดินแบบชุดเครื่องเพชรฟินนาเล่ด้วย ที่ฉันยอมมากับคุณพ่อก็เพราะมีการเดินแบบเครื่องเพชรนี่แหละฉันอยากรู้ว่าเขาเดินแบบกันยังไง ใจนึงก็อยากมาทำความรู้จักกับผู้บริหารคนอื่นๆ ด้วย“งานใหญ่เหมือนกันนะคะเนี่ย”“ครับ เพราะว่าเป็นงานใหญ่คุณท่านเลยถูกเชิญ







