ระยะนี้อันตราย

ระยะนี้อันตราย

last updateLast Updated : 2025-11-28
By:  ฅนบนดอยCompleted
Language: Thai
goodnovel18goodnovel
Not enough ratings
58Chapters
1.2Kviews
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

'เนียร์อยู่ใกล้เฮียในระยะนี้มันโอเคแล้ว เพราะยิ่งใกล้เท่าไร ยิ่งอันตราย' เพราะยิ่งใกล้เขา เธอยิ่งหวั่นใจ

View More

Chapter 1

บทนำ

浴室からシャワーの音が聞こえてくる。

森川拓海(もりかわ たくみ)がシャワーを浴びているのだ。

午前3時。

さっき帰宅したばかりだった。

森川知佳(もりかわ ちか)は浴室の扉の前に立っていた。話したいことがあったのだ。

これから相談しようとしていることを、彼が聞いてくれるだろうか。少し不安になった。

どう話しかけようかと迷っていると、中から妙な音が聞こえてきた。

耳を澄ませて、やっと理解した。拓海が一人でしていることの音だった……

荒い息づかいと押し殺したうめき声。胸を重いハンマーで叩かれたような衝撃が走った。苦しみが波のように押し寄せてくる。その痛みに息が詰まった。

今日は二人の結婚記念日で、結婚して5年が経つ。それなのに夫婦として一度も……

結局、自分で済ませることを選んでも、私には触れたくないということなのか?

彼の息づかいがさらに荒くなる中、限界まで我慢したような低い声で果てた。「結衣……」

この一言が、心を完全に砕いた。

頭の中で何かが音を立てて崩れ、すべてが粉々になった。

必死に口を押さえ、声を漏らさないよう振り返った瞬間、よろめいた。洗面台にぶつかって床に倒れてしまった。

「知佳?」中から拓海の声がした。まだ息が整わず、必死に抑えようとしているのが分かったが、呼吸は荒いままだった。

「あ……お手洗いに行こうと思って、シャワー中だなんて知らなくて……」苦しい言い訳をしながら、慌てて洗面台につかまって立ち上がろうとした。

でも焦れば焦るほど、みじめになっていく。床も洗面台も水で濡れていた。やっとの思いで立ち上がったとき、拓海が出てきた。白いバスローブを慌てて羽織って乱れていたが、腰の紐だけはしっかりと結ばれていた。

「転んだのか?俺が手伝うよ」彼女を抱き上げようとした。

痛みで涙が溢れそうになったが、それでも彼の手を振り払った。そして意地を張って、「大丈夫、一人でできるから」と言った。

そして再び滑りそうになりながら、足を引きずって寝室へと逃げ帰った。

「逃げる」という表現は決して大げさではない。

拓海と結婚したこの5年間、知佳はずっと逃げ続けていた。

外の世界から逃げ、周囲の視線から逃げ、そして拓海の憐憫の視線からも逃げていた――拓海の妻が足の不自由な人だなんて。

足の不自由な人が、端正で事業も成功している拓海と釣り合うはずがない。

でも彼女にも以前は健康で美しい脚があったのに……

拓海もすぐに出てきて、やさしい口調で心配そうに尋ねた。「痛くないか?見せてくれ」

「大丈夫」知佳は布団を引き寄せ、自分のみじめさと一緒に布団の中に身を隠した。

「本当に大丈夫か?」彼は本当に心配していた。

「うん」彼女は背中を向けて、強くうなずいた。

「じゃあもう寝るか?お手洗いに行きたかったんじゃなかったのか?」

「もう行きたくない。寝ましょうか?」知佳は小さく言った。

「わかった。そうそう、今日は俺たちの記念日だから、君にプレゼントを買ったんだ。明日開けて、気に入るかどうか見てくれ」

「うん」知佳は答えた。プレゼントはベッドサイドに置かれており、もう見ていた。ただ、開けなくても中身がわかる。

毎年同じ大きさの箱で、中には全く同じ時計が入っている。

知佳の引き出しには、誕生日プレゼントと合わせて、すでに9個の同じ時計が眠っており、これが10個目だった。

会話はそこで途切れ、彼は電気を消して横になった。空気中にボディソープの湿った香りが漂っていた。でもベッドの沈み込みをほとんど感じなかった。2メートルの大きなベッドで、彼女がこちら側に寝て、彼は向こう側の端に横になっている。二人の間にはまだ3人が寝られるほどの距離があった。

二人とも結衣という名前を口にすることはなく、ましてや彼が浴室でしていたことについても触れなかった。まるで、何も起こらなかったかのように。

知佳は固まったまま仰向けに横たわり、ただ目の奥がヒリヒリと痛むのを感じていた。

結衣、立花結衣(たちばな ゆい)は彼の大学の同級生で、初恋であり、憧れの人だった。

大学卒業のとき、結衣は海外に行き、二人は別れた。拓海は一時期立ち直れず、毎日酒に溺れていた。

知佳と拓海は中学の同級生だった。

中学時代からひそかに彼を好きだった。

その頃、拓海は学校一のイケメンで、クールな優等生だった。一方知佳は芸術系の生徒だった。美しくはあったが、美しい女の子は大勢いた。成績がすべてだった学生生活において、芸術系の生徒はそれほど目立たず、偏見を持たれることさえあった。

だから、それは彼女だけの片思いで、いつか彼の前に立てる日が来るなんて思ったこともなかった。

芸術大学のダンス学科を卒業して夏休みに実家に帰っていた時、落ち込んでいる拓海と再会するまでは。

その夜も拓海は酔っぱらっており、ふらふらと歩いていた。横断歩道を渡るとき信号を見ておらず、一台の車がブレーキも間に合わず突っ込んできた。彼を突き飛ばしたのは彼女だった。心配で彼の後をついていた知佳が、彼を押しのけて自分が車にはねられたのだった。

知佳はダンス専攻で、大学院への推薦も決まっていた。

しかし、この交通事故で、足は不自由になった。

もう二度と踊ることができなくなった。

その後、拓海は酒をやめ、知佳と結婚した。

知佳に対して罪悪感を抱き続け、感謝し続け、優しい言葉をかけ続けた。でも同時に冷淡で水のように冷たく、そしてたくさんのプレゼントをくれ、たくさんのお金をくれた。

ただ一つだけ、愛してはくれなかった。

知佳は、時間がすべてを癒してくれると思っていたし、時間がすべてを薄れさせてくれるとも思っていた。

しかし想像もしなかったのは、5年が過ぎても、彼は「結衣」という名前をこれほど深く心に刻んでいるということだった。さらには、自分で処理するときでさえ、呟いているのはその名前だということだった。

結局は私があまりにも愚かで世間知らずだったのだ……

一睡もできず、スマホの中のそのメールを、この夜100回は見返した。

海外のある大学からの大学院入学許可通知で、今夜彼と相談するつもりだったこと――私が海外の大学院に行くことは可能かどうか?

しかし今となっては、拓海と相談する必要はなさそうだった。

5年間の結婚生活、数え切れない眠れぬ夜。それがついにこの瞬間から終わりに向かって歩み始めるのだ。

拓海が起きたとき、知佳はまだ寝たふりをしていた。外で家政婦の中村さんと話している声が聞こえた。「今夜は接待があるから、彼女には待たずに休むよう伝えて」

言い終えると、彼はまた部屋に戻ってきて様子を見た。知佳は布団をかぶっており、涙で枕が濡れていた。

普段拓海が会社に行くときは、知佳が彼の着る服をコーディネートして脇に置いておき、彼はそれを着るだけだった。

しかし今日はそれをしなかった。

拓海は自分でクローゼットに行って着替え、会社に向かった。

知佳はそのとき目を開け、ただ目がひどく腫れぼったいのを感じた。

スマホのアラームが鳴った。

それは自分で設定した時間で、起きて英語を読む時間だった。

結婚後の知佳は、足のことで9割の時間を家に閉じこもっていた。もう外出することはない。一日の時間を区切って、それぞれに何かすることを見つけて時間を潰すしかなかった。

スマホを手に取ってアラームを止め、それからさまざまなアプリを目的もなく見始めた。

頭の中はぼんやりと混乱していて、何も頭に入らなかった。

それが、ある動画アプリで突然一つの動画を見つけるまでは。

画面の中の人があまりにも見覚えがある……

もう一度アカウント名を見ると――結衣CC。

このおすすめ機能は……

投稿時間は、昨夜だった。

知佳が動画をタップすると、すぐに賑やかな音楽が響き、それから誰かが叫んでいる声が聞こえた。「いち、に、さん、結衣おかえり!乾杯!」

この声は、なんと拓海だった。

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
58 Chapters
บทนำ
intro “เออ! กูรู้แล้วว่ามีนัดประชุม ไม่ต้องโทรจิกเหมือนเป็นเมียกูขนาดนี้ก็ได้มั้ง”(เฮีย นี่มันก็สายแล้วนะครับ รีบมาเถอะ ทุกคนรอ)“กูว่างมากมั้ง แค่นี้! เดี๋ยวกูรีบไป!”(ครับ….)“เฮ้ย!!”เอี๊ยด!!…เสียงเบรกดังเอี๊ยดลั่นไปทั่วถนนรองเท้านักเรียนสีดำสะอาดหยุดชะงักกลางทางม้าลาย เสียงหัวใจของเด็กสาวในชุดนักเรียนเต้นรัวไม่เป็นจังหวะ ขณะที่ลมหายใจยังติดค้างในลำคอ รถหรูสีดำเงาวาวจอดห่างจากปลายรองเท้าเธอไม่ถึงคืบ เสียงแตรที่ดังก่อนหน้านี้ยังคงก้องอยู่ในหู ฝุ่นถนนลอยคลุ้งจากแรงเบรก และทันใดนั้น ประตูรถฝั่งคนขับก็เปิดออกอย่างแรงชายหนุ่มคนในเสื้อเชิ้ตแขนยาวกับแว่นกันแดดสีเข้ม ก้าวพรวดออกมาจากรถด้วยท่าทีฉุนเฉียว ร่างสูงปรี่เข้ามาหาเด็กนักเรียนตัวเล็กที่ยังยืนอึ้งอยู่กลางถนน“เดินยังไงของเธอวะ! หัดดูรถด้วยสิ! คิดว่าข้ามทางม้าลายแล้วจะไม่ต้องดูรถหรือไง!”เด็กสาวเงยหน้าขึ้นอย่างงุนงง ดวงตากลมโตเริ่มมีน้ำเอ่อ เขาหันมองสัญญาณไฟคนข้ามที่ยังคงกะพริบสีเขียวอยู่ และอีกฟากฝั่งถนน ผู้คนที่รอข้ามต่างมองมาด้วยสายตาแตกต่างกัน บ้างตกใจ บ้างโกรธแทน“ลุงไม่เห็นเหรอว่ามันไฟเขียว ให้คนข้ามถนน…” เด็กสาวเอ่ยเสียงเบ
Read more
บทที่ 1 ตัวจุ้น
บทที่ 1 ตัวจุ้นเฮดเตอร์ขมวดคิ้วมองเด็กสาวในชุดเสื้อยืดกับกางเกงยีนที่ยังนั่งนิ่งอยู่ตรงมุมห้องซ่อม ใบหน้าเล็กๆ ที่เขาจำได้แม่นแทบไม่ต้องนึกซ้ำ เธอคือเด็กนักเรียนบนทางม้าลายนั่นแน่นอน“เธอว่าไงนะ?” เสียงเข้มเอ่ยถาม พร้อมขยับเข้ามาใกล้นาเนียร์หน้าเจื่อนไปในทันที ถึงจะยังไม่ชอบหน้าเขานัก แต่ก็รู้ดีว่าเหตุการณ์วันนั้นถึงจะไม่ใช่ความผิดเธอเต็มร้อย แต่ก็ใช่ว่าเธอจะไม่มีส่วน เธอถอนหายใจเบาๆ แล้วลุกขึ้นยืน สะพายกระเป๋าเล็กข้างตัวไว้แน่นก่อนจะโค้งให้เขา“ขอโทษค่ะ…”เฮดเตอร์เลิกคิ้ว ไม่คิดว่าเด็กจะยอมลดศักดิ์ศรีลงง่ายขนาดนี้“ขอโทษเรื่องอะไร?”“ขอโทษที่เถียงลุงเสียงดังกลางถนนวันนั้น…ถึงหนูจะยังคิดว่าลุงผิดอยู่ก็เถอะ” เธอเงยหน้าขึ้น ดวงตากลมโตยังคงแฝงความดื้ออยู่จางๆเฮดเตอร์หัวเราะหึในลำคอ สายตามองไปทางณคุณที่ยืนพิงโต๊ะอยู่ด้านข้างเหมือนรอดูสถานการณ์ เขาหันกลับมาหาเด็กสาวตรงหน้าอีกครั้ง“จำไว้ ครั้งหน้าอย่าพูดก่อนคิด และอย่าข้ามถนนโดยไม่ดูรถ ถึงจะไฟเขียวก็เถอะ ขับพลาดขึ้นมา คนเจ็บมันไม่ใช่ฉัน” เสียงของเขาไม่ได้ดุดันเหมือนวันนั้น แต่ก็ยังคงหนักแน่นและจริงจังนาเนียร์พยักหน้า“ค่ะ เข้าใจแล้วค่ะ
Read more
บทที่ 2 เด็กใหม่
บทที่ 2 เด็กใหม่ณคุณเดินออกจากห้องทำงานของเฮดเตอร์ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เขาหยิบมือถือขึ้นมาดู เห็นข้อความที่น้องสาวส่งมาค้างอยู่ว่า‘พี่ณอยู่ไหนอะ ลูกน้องพี่มารุมล้อมเนียร์ใหญ่เลย ช่วยด้วยเนียร์กลัว’เขาถอนหายใจเบาๆ แล้วพิมพ์ตอบไปว่า‘อยู่เฉยๆ เดี๋ยวพี่ลงไปหา’ในใจกังวลปนห่วง เพราะน้องสาวเขา นาเนียร์เป็นคนไม่ยอมคน และโลกของเฮดเตอร์ก็ไม่ใช่ที่สำหรับใครที่ชอบตั้งคำถามหรือขัดคำสั่งณคุณรู้ดีว่าน้องสาวเขามีไฟในใจ แต่ไฟแบบนั้นมันเป็นได้ทั้งพลังและเชื้อเพลิงทำลายตัวเอง ถ้าเผลอปะทะกับเฮดเตอร์โดยไม่รู้ทางหนีทีไล่ ก็อาจจะจนมุมจนไม่มีทางหนีเมื่อเดินลงมายังโถงกลางของอาคาร ณคุณก็เห็นนาเนียร์นั่งอยู่ที่มุมเดิมแต่น้องๆ เขาต่างยืนล้อมเธอราวกับกลุ่มเสือหิวกำลังต้อนเหยื่อ แต่ใบหน้าเธอยังเรียบนิ่งแต่แววตากลับคุกรุ่นราวกับพร้อมจะลุกขึ้นเถียงใครสักคนได้ทุกเมื่อ“พี่ณ!” นาเนียร์ทักทันทีที่เห็นเขา ก่อนจะส่งสัญญาณให้พี่ชายว่าช่วยด้วย“เบาๆ หน่อยพวกมึง เดี๋ยวน้องกูตกใจหมด” ณคุณเดินเข้าไปใกล้ ก้มลงพูดเสียงเบา “กลับบ้านไป เราสองคนต้องคุยกันนะ”นาราขมวดคิ้ว ก่อนจะก้มหน้ารู้สึกผิด“เรื่องเฮียเตอร์ขับรถเกือบชนห
Read more
บทที่ 3 ระยะใกล้สายตา
บทที่ 3 ระยะใกล้สายตาหลังจากวันแรกที่ได้เจอหน้าเฮดเตอร์ในห้องทำงานอันเงียบขรึม นาเนียร์นึกว่าจะได้เจอเขาน้อยเสียยิ่งกว่าพนักงานทั่วๆ ไป ทว่าเธอกลับเริ่มสังเกตได้ว่าไม่เป็นเช่นนั้นวันถัดมา…ขณะที่เธอกำลังช่วยฝ่ายเอกสารจัดเรียงไฟล์เข้าตู้ เฮดเตอร์ก็เดินเข้ามาพร้อมกลุ่มลูกน้อง เขามองเธอแวบหนึ่งขณะเดินผ่านไป แวบหนึ่งที่ทำให้นาเนียร์สะดุดมือจนแฟ้มเกือบร่วงอีกวันหนึ่ง…เธอไปส่งเอกสารที่ห้องควบคุมตามคำสั่งของพี่ชาย แต่ยังไม่ทันจะเปิดประตูเข้าไป เสียงประตูอีกฝั่งก็เปิดพรวดออกมา เฮดเตอร์เดินออกมาพอดี ทั้งสองเกือบชนกันกลางทางเดิน“ระวัง”เขาเอ่ยสั้นๆ พร้อมขยับหลบให้น้อยที่สุดราวกับบอกกลายๆ ว่าเธอต้องเป็นฝ่ายหลบนาเนียร์ก้มหน้างุดๆ แล้วเดินผ่านไปแบบไม่พูดอะไรทั้งที่ใจอยากประชดว่าฉันเดินอยู่ก่อนนะคะแต่พอเจอกันบ่อยขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะในห้องทำงาน ในห้องซ่อม ห้องประกอบรถ ทางเดิน หรือแม้แต่ในห้องพักกินข้าวพนักงานที่เขาแทบไม่เคยไป เธอก็เริ่มได้เรียนรู้ว่า…ไม่ใช่แค่เธอที่ไม่เข้าใจเขา แต่เขาก็ยังไม่เข้าใจเธอเช่นกันและดูเหมือนว่าโชคชะตาจะไม่ปล่อยให้เขาหลบหน้าเธอได้นานนักแม้ลูกน้องของเฮดเตอร์จะเจอห
Read more
บทที่ 4 ความฝันของนาเนียร์
บทที่ 4 ความฝันของนาเนียร์“หึหึ” เฮดเตอร์หัวเราะในคออย่างเงียบเชียบ เขากอดอกยืนมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยสายตานิ่งเย็นราวกับวิเคราะห์เครื่องยนต์กลไกมากกว่ามนุษย์มุมปากเขาเหยียดเป็นรอยยิ้มบางๆ ไม่ใช่รอยยิ้มเป็นมิตร ไม่ใช่เยาะเย้ย แต่เป็นรอยยิ้มของคนที่เจออะไรบางอย่างที่ ‘ผิดปกติจากที่ควรจะเป็น’“อยากนั่งหลังพวงมาลัยเหรอ…” เขาทวนคำช้าๆ น้ำเสียงราบเรียบแต่หนักแน่น “…ไม่คิดเหรอว่าแค่ยืนดูอยู่ห่างๆ จะปลอดภัยกว่า”นาเนียร์ไม่ได้ตอบในทันที ดวงตาเธอกลับจ้องตรงกลับไป แม้จะมีแววลังเลน้อยๆ แต่ก็ไม่หลบสายตาเขา“บางทีก็คิดค่ะ…แต่เนียร์ไม่เคยชอบอยู่ห่างๆ อะไรที่ตัวเองสนใจ”เธอเอ่ยเรียบๆ แต่มั่นคง ไม่อวดดี ทว่าก็ไม่อ่อนแอคำตอบนั้นทำให้เฮดเตอร์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย สีหน้าไม่เปลี่ยน แต่แววตาคล้ายจะพินิจเธอลึกขึ้นอีกระดับ คล้ายเครื่องจับแรงสั่นสะเทือนที่เริ่มตรวจพบแรงบิดที่ไม่เคยมีในระบบ“…ไอ้ณเลี้ยงมายังไงนะ ถึงได้กล้าแบบนี้” เขาพึมพำ แต่ไม่ใช่กับเธอ พูดกับตัวเองเสียมากกว่าก่อนจะหันกลับไปมองรถในสนามอีกครั้งGT-R Spec Z วิ่งครบรอบที่สามแล้ว เสียงเครื่องยังแน่น เสถียร และควบคุมได้ดีเยี่ยม ทีมวิศวกรรอบสนามเ
Read more
บทที่ 5 เริ่มเข้าตา
บทที่ 5 เริ่มเข้าตารถ SUV สีดำด้านของเฮดเตอร์แล่นเข้าจอดชิดริมรั้วบ้านหลังเล็กในซอยเงียบสงบ ย่านชานเมืองที่ไม่พลุกพล่านแต่ก็ดูมีชีวิต มีเสียงเด็กขี่จักรยานสวนกันไปมา และกลิ่นหอมของกับข้าวลอยอวลมาจากบ้านข้างๆบ้านของณคุณเป็นบ้านสองชั้นทรงเรียบหลังไม่ใหญ่แต่ดูสะอาดและอบอุ่น สนามหน้าบ้านมีไม้ดอกปลูกเรียงราย แม้จะไม่มากนักแต่ก็ชวนให้รู้ว่าคนในบ้านดูแลที่นี่ด้วยใจจริงนาเนียร์เปิดประตูรถก่อนจะหันกลับมาพูดกับพี่ชาย“ขอบคุณที่มาส่งนะคะพี่ณ…ขอบคุณเฮียเตอร์ด้วยค่ะ”เธอเอ่ยพร้อมค้อมศีรษะเล็กน้อยไปทางที่นั่งข้างคนขับเฮดเตอร์ไม่ตอบอะไรในทันที เขาเพียงแต่มองผ่านกระจกหน้ารถออกไปยังตัวบ้าน สายตานิ่งสงบแต่มีบางอย่างที่จับความรู้สึกได้ยากยิ่งบ้านของณคุณเรียบง่ายมากกว่าที่เขาคาดไว้ มันไม่หรูหรา ไม่โอ่อ่า…แต่กลับมีความมั่นคงบางอย่างที่เขามองไม่วางตามันคือที่มา คือพื้นที่ปลอดภัยที่สร้างคนอย่างณคุณขึ้นมา และตอนนี้เขาเห็นว่านาเนียร์เองก็เติบโตมาจากที่เดียวกันเฮดเตอร์เลื่อนสายตากลับไปมองเธอ หญิงสาวในชุดเรียบร้อยที่ยังไม่ถอดคราบเด็กนักเรียนออกเสียที แต่กลับมีบางอย่างในแววตาที่ไม่ได้เป็นเด็กเลยแม้แต่น้อย
Read more
บทที่ 6 อะไรที่ไม่ควรเห็น
บทที่ 6 อะไรที่ไม่ควรเห็น เช้าวันต่อมา แสงแดดอ่อนๆ ลอดผ่านกระจกใสในห้องนั่งเล่นของบ้านหลังเดิม นาเนียร์ในชุดเสื้อเชิ้ตแขนยาวพับแขนกับกางเกงสแลคเข้ารูปสีน้ำตาลเข้ม ยืนผูกผมหน้ากระจกอย่างเรียบง่ายแต่คล่องตัว ริมฝีปากทาลิปสติกมันบางๆ ให้พอดูสดใสก่อนจะสะพายกระเป๋าผ้าและเดินไปเคาะประตูห้องพี่ชาย“พี่ณ ตื่นยัง วันนี้น้องขอไปด้วยนะ ดูท่าพี่ณจะสาย”เสียงจากด้านในมีแค่เสียงขยับตัวกับเสียงขานรับในลำคอ เธอหัวเราะนิดๆ อย่างรู้ทันพี่ชาย แล้วเดินออกไปเตรียมกาแฟรอที่สำนักงานของเฮดเตอร์ บรรยากาศช่วงสายค่อนข้างสงบ มีเสียงพนักงานเดินเข้าออกห้องประชุมบ้างประปรายณคุณเดินแยกไปเช็กความเรียบร้อยที่สนาม ส่วนนาเนียร์ได้รับมอบหมายให้นำเอกสารการสั่งอะไหล่ล็อตใหม่ขึ้นไปส่งที่ห้องทำงานของเฮดเตอร์เธอกอดแฟ้มเอกสารแน่นเล็กน้อยก่อนจะยืนอยู่หน้าประตูไม้ทึบสีเข้ม หายใจเข้าลึกๆ หนึ่งที แล้วเคาะเบาๆ สามครั้ง“เข้ามา” เสียงทุ้มจากด้านในตอบรับนาเนียร์ค่อยๆ เปิดประตูเข้าไป เธอเห็นเฮดเตอร์นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานไม้ตัวใหญ่ ริมหน้าต่างบานสูงที่แสงแดดลอดผ่านม่านบางๆ เข้าส่องถึงข้างแก้มของเขา ใบหน้าเรียบนิ่งคล้ายไม่แยแสโลกเช่
Read more
บทที่ 7 เกมจับผิด
บทที่ 7 เกมจับผิดเช้าวันถัดมา แสงแดดที่ลอดผ่านกระจกสูงในออฟฟิศดูเหมือนจะอบอุ่นกว่าวันก่อน ทว่าในใจของนาเนียร์กลับเต็มไปด้วยความเย็นเยียบและหวั่นไหวเธอก้าวเข้ามาในที่ทำงานด้วยหัวใจเต้นระรัว แม้จะพยายามทำตัวปกติแค่ไหน แต่ความคิดถึงภาพเมื่อคืนก็ยังตามหลอกหลอน แววตาเย่อหยิ่งแต่เร่าร้อนของเฮดเตอร์…เสียงคราง…ท่าทางของเขา…นาเนียร์กลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเฝื่อน ขณะที่พยายามหลีกเลี่ยงไม่เดินผ่านหน้าห้องทำงานของเจ้านายโดยตรง ทว่าก็ยังอดไม่ได้ที่จะเหลือบตามองไปยังประตูที่ปิดสนิทนั้นในใจเธอภาวนา…ขออย่าให้เขาออกมา ขออย่าให้เขาเห็นหน้าเธอแต่วินาทีนั้นเอง เสียงเปิดประตูห้องทำงานก็ดังขึ้นแกร็กขาเธอแทบหยุดเดินโดยอัตโนมัติเฮดเตอร์ก้าวออกมาจากห้องในชุดเสื้อเชิ้ตสำดำ หัวคิ้วเข้มที่มักมีร่องพับของความเคร่งขรึม วันนี้กลับฉายแววบางอย่างที่เธอไม่กล้ามองตรงๆ“นาเนียร์” เสียงทุ้มเย็นเอ่ยเรียก ทำเอาเธอสะดุ้งเล็กน้อยเธอหันขวับไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้“คะ?”“เข้ามาหาฉันหน่อย มีเรื่องจะคุย” เขาไม่ได้พูดเสียงดัง แต่ท่าทีแน่วแน่จนเธอไม่กล้าปฏิเสธนาเนียร์เดินตามเขาเข้าไปในห้องทำงานอย่างกลั้นใจ ประตูถูกปิดลงอย่
Read more
บทที่ 8 พริตตี้สนามแข่ง
บทที่ 8 พริตตี้สนามแข่งบรรยากาศภายในห้องทำงานเงียบสนิทเมื่อประตูปิดลงเบื้องหลังร่างเล็กของนาเนียร์แสงไฟสีขาวนวลส่องลงบนโต๊ะไม้เรียบหรูตรงกลางห้อง พื้นกระเบื้องสะท้อนแสงเงาเบาบาง เสียงนาฬิกาบนผนังเป็นเพียงสิ่งเดียวที่ยังคงเคลื่อนไหวอย่างสม่ำเสมอนาเนียร์ยืนอยู่ใกล้ประตู ใจเต้นแรงจนแทบได้ยินชัดเจนในอก เธอพยายามไม่มองตรงไปยังเจ้าของห้องที่นั่งไขว้ขาอยู่หลังโต๊ะทำงานเธอเลือกที่จะเบนสายตามองไปรอบๆ แทนผนังด้านข้างมีชั้นวางเอกสารเรียงรายอย่างเป็นระเบียบ โต๊ะทำงานวางแฟ้มสีเข้มทับซ้อนกันเหมือนผ่านการจัดวางมาอย่างพิถีพิถัน มุมหนึ่งของห้องมีต้นไม้กระถางเล็กๆ ที่เธอไม่เคยสังเกตมาก่อนทุกอย่างในห้องดูนิ่ง…นิ่งจนน่าอึดอัดขณะที่เธอกำลังแสร้งเพ่งมองปลายแจกันดอกไม้ประดับ เฮดเตอร์ก็ขยับตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้ เสียงเก้าอี้เลื่อนเบาๆ ดังขึ้นอย่างนุ่มนวล ทว่าในหูของนาเนียร์ มันกลับดังยิ่งกว่าฟ้าผ่าเขาเดินอ้อมโต๊ะออกมาหาเธออย่างไม่รีบร้อน แต่ทุกก้าวกลับสร้างแรงกดดันราวกับอากาศในห้องลดลงทุกวินาทีนาเนียร์ก้าวถอยไปชิดบานประตูโดยไม่รู้ตัว มือกำแน่นอยู่ข้างลำตัว เธอยังไม่กล้ามองหน้าเขาแม้แต่นิดเฮดเตอร์หยุด
Read more
บทที่ 9 กลิ่นเด็กมันเย้ายวน
บทที่ 9 กลิ่นเด็กมันเย้ายวน“โอ้โห….สวยจัด ซ่อนรูปฉิบ” ลีอองเดินออกมาจากจุดที่ทีมเขาอยู่ มาหาเฮดเตอร์พร้อมกับกอดคอเพื่อน “เด็กนี่ของมึงปะ”“ไม่ใช่”“งั้นกูขอนะ น่ากิน”“เลิกได้เลิกนะ นิสัยเห็นใครก็อยากกินไปหมดเนี่ย”“ก็น้องมันน่ารักนี่หว่า ไอ้ณๆ นั่นน้องมึงใช่ปะ”ณคุณเดินผ่านมาพอดี ลีอองจึงโบกมือเรียก ณคุณหันไปมองตามสายตาเฮดเตอร์และลีอองก็ต้องตกใจ เขาพยักหน้าตอบเบาๆ แล้วเดินไปหานาเนียร์“อะไรเนี่ย น้องใส่ชุดพวกนี้ทำไม”“ก็เจ้านายพี่ณสั่ง”“ทำไมไม่บอกพี่”“เนียร์คิดว่าจัดการเองได้ ไม่อยากรบกวนพี่ณ…” เธอตอบกลับพี่ชายด้วยความรู้สึกผิด“แล้วดูสิ โป๊ขนาดนี้” ณคุณทำได้เพียงถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะหันไปมองหน้าเฮดเตอร์ “เฮียให้นาเนียร์เป็นพริตตี้สนามเหรอครับ”“อืม กูลืมบอกมึง”“แต่เฮีย น้องผมยังเด็กนะ”“เด็กที่ไหน ดูสิ” ลีอองแย้งเสียงแข็ง พร้อมกับบุ้ยปากไปหานาเนียร์ “เต็มสาวขนาดนี้ เด็กที่ไหนวะไอ้ณ กูต้องทำดีกับมึงไว้เยอะๆ ละ ว่าที่พี่แฟนในอนาคต”“พอเลยเฮียลี น้องผมยังเด็ก เพิ่งจบม.หกเอง”“กำลังน่ารัก”“ไร้สาระไอ้ลี” เฮดเตอร์ส่ายหน้าเบาๆ “กูมีค่าจ้างให้ ไม่ได้ให้ทำฟรี แยกจากเงินเดือน”“เฮีย”“เออ
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status